LOGINเหมือนจันทร์ทำงานสนุกจนลืมวันลืมคืน คิดไม่ถึงว่าจะครบหนึ่งเดือนแล้วหลังจากที่สิโรจน์หายไป ตอนแรกๆยังกังวลและว้าวุ่นนิดหน่อย พอครบเดือนอย่างที่ไรยาพูด ตอนนี้จึงได้ดูสบายใจมาก
เหมือนจันทร์ยังทำงานที่ร้านอาหารบรรวรรณตามสัญญาสามวัน และไลฟ์สดขายเสื้อผ้าในวันหยุดทุกวัน สม่ำเสมอ ขยัน อดทน ไม่ย่อท้อ แม้แรกเริ่มจะมีคนดูเพียงสิบกว่าคน แต่เมื่อมีคนรีวิวสินค้าต่างๆ ลูกค้าก็เพิ่มขึ้น จากหลักสิบเป็นหลักร้อย จากร้อยเป็นพัน
กลายเป็นว่าขายดิบขายดีจนต้องสั่งเสื้อผ้าเพิ่ม จากคอนโดซึ่งมีพื้นที่ว่างเต็ม ตอนนี้เต็มไปด้วยกองเสื้อผ้าจนไรยาได้แต่กุมขมับ
แต่ถึงอย่างนั้น พอเห็นเหมือนจันทร์อดหลับอดนอนแพ็กสินค้าถึงตีสามตีสี่ เธอก็จำต้องเก็บความไม่สบายใจไว้แล้วคอยช่วยอีกฝ่ายแพ็กสินค้าส่ง
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่ไม่กี่อาทิตย์ที่หญิงสาวขึ้นไลฟ์ จะขายดีเหมือนเป็นเดือนขนาดนี้
“หากทำต่อไปเรื่อยๆ พี่ว่าจันทร์ไม่ต้องทำงานร้านอาหารแล้วล่ะ”
เหมือนจันทร์ยิ้มร่า ไม่คิดว่าไลฟ์ขายของจะได้เงินขนาดนี้ หากตอนนั้นเธอมีทุนสักก้อนอย่างตอนนี้ ไม่แน่อาจไม่ต้องกลายมาเป็นผู้หญิงของเสี่ย
“พี่ไรยาก็พูดไป”เหมือนจันทร์ยิ้มกว้างมากขึ้น อาจเพราะอาการป่วยของกนกนุชปลอดภัย ไม่มีเรื่องดนัยกวนใจ จึงสบายใจมากขึ้นจริงๆ
“เสี่ยคงไม่เห็นด้วยแน่ๆ”
เหมือนจันทร์ขยับยิ้มเล็กน้อย
“ป่านนี้ลืมจันทร์ไปแล้ว พี่ไรยาพูดเองนะเสี่ยเบื่อง่ายน่ะ”
“ก็นะ”ไรยายักไหล่ไม่สนใจมากเท่าไหร่ สิโรจน์ขาดการติดต่อไปนานขนาดนี้ น่าจะไม่มีปัญหาแล้วล่ะ
สองสาวช่วยกันแพ็กสินค้าจนเรียบร้อยจึงแยกย้ายไปนอน วันรุ่งขึ้นเหมือนจันทร์ก็ออกไปส่งสินค้า เข้าร้านอาหารบรรวรรณตอนเที่ยง เย็นกลับถึงคอนโดก็ขึ้นไลฟ์ตามปกติ
ทว่า วันนี้จู่ๆคนดูก็แตะหมื่น แถมยังมีชายหนุ่มตั้งคำถามย้ำๆว่ามีแฟนหรือยังด้วย
แม่ค้าคนสวย ตอบหน่อยสิครับ เดี๋ยวช่วยอุดหนุนครับ
แม่ค้า มีแฟนหรือยังคะ
แม่ค้าขา สนใจอยากรับคนดูแลสักคนไหมครับ
อยากรับพนักงานเพิ่มไหมครับ ผมอยากทำ
ต่างๆนานา ไรยาอ่านยังรู้สึกหงุดหงิดแทนเหมือนจันทร์เลย
“แม่ค้ายังไม่มีแฟนค่ะ และยังไม่สนใจรับพนักงานเพิ่มค่ะ”
ไรยาตาค้างอ้าปากพะงาบๆ เมื่อจู่ๆเหมือนจันทร์ตอบกลับไปแบบนั้น เธอส่งซิกส่งสายตาให้อีกฝ่ายแต่เหมือนจันทร์ตั้งใจทำหน้าที่ไลฟ์ขายของไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
ชักรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเสียแล้วสิ
หลังจากจบไลฟ์ ก็รีบดึงเหมือนจันทร์มาคุยทันที
“ตอบไปแบบนี้จะดีเหรอจันทร์ แน่ใจใช่ไหมที่พูดน่ะ”
เหมือนจันทร์อึกอักลังเลเล็กน้อย
“จันทร์ก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่คิดว่าคงไม่เป็นไร”
“ถ้าเสี่ยรู้เรื่องเข้าละก็ แย่แน่”
“คงไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ไรยา จันทร์ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย อีกอย่างที่ตอบก็เป็นความจริง ยังไงเสี่ยก็คงไม่สนใจกันอยู่แล้ว”
“แต่จันทร์อย่าลืมสิ ว่าตอนนี้จันทร์เป็นผู้หญิงของเสี่ย จันทร์เป็นคนมีเจ้าของแล้วนะ”
เจ้าของที่ไม่สนใจแยแสน่ะเหรอ
เหมือนจันทร์หน้าซึมลง รู้ว่าที่ทำทุกอย่างตอนนี้ก็ได้มาจากการช่วยเหลือของสิโรจน์ทั้งนั้น
“จันทร์ไม่เคยลืมค่ะ ถึงตอนนั้น จันทร์จะยอมรับผิดกับเสี่ยเอง”
ถ้าหากเขากลับมาน่ะนะ
เหมือนจันทร์ยังทำงานตามปกติ หยุดพักเป็นบางวันเพื่อไปหากนกนุช หมอบอกอาการโดยรวมปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นอีกสักหน่อย และให้เหตุผลที่ไม่ยอมให้กนกนุชออกจากโรงพยาบาลเพื่อระวังผลข้างเคียงอื่นๆ ทั้งที่ระยะการผ่าตัดก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว
“แม่คะ ดูนี่สิ แม่ชอบไหม”ให้กนกนุชพักอยู่โรงพยาบาลก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอยังหาบ้านเช่าไม่ได้
“จันทร์จะทำอะไรน่ะ”กนกนุชเอ่ยถามเมื่อเห็นรูปบ้านผ่านหน้าจอโทรศัพท์ราคาแพง กนกนุชรู้ว่าเหมือนจันทร์ไม่มีเงินจนต้องให้อยู่โรงพยาบาลนานขนาดนี้ และยิ่งไม่มีเงินจ่ายค่าผ่าตัด เธอได้แต่เก็บงำความสงสัย จวบจนเมื่ออาทิตย์ก่อนออกไปเดินเล่นจึงพบเข้ากับคนในหมู่บ้าน ทำให้รู้เรื่องมากมายจนทำให้หัวใจปวดร้าวขึ้นมาเมื่อนึกถึงเสมอ
“จันทร์จะหาบ้านเช่าให้แม่พักจนหายก่อนแล้วค่อยกลับบ้านค่ะ”
กนกนุชน้ำตาซึม ยกมือลูบศีรษะลูกอย่างสงสาร
“เพราะแม่ แม่ทำลายชีวิตจันทร์ ขอโทษ ขอโทษนะ”
เหมือนจันทร์ขยายโพรงตากว้างขึ้น ใบหน้าตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้ยิน
“แม่…”
“แม่รู้เรื่องหมดแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องช่วยแม่ ชีวิตจันทร์คงไม่ต้องเจอเรื่องอัปยศพวกนั้น”
“ไม่ค่ะ แม่อย่าโทษตัวเองแบบนี้สิคะ แม่เป็นแม่ของจันทร์นะ จันทร์จะอยู่เฉยๆมองแม่ตายไปได้ยังไง สิ่งที่จันทร์ทำ สมควรต้องทำ”เหมือนจันทร์ขบริมฝีปากสั่นระริกไว้ ดวงตาหม่นเทาลง ใบหน้าเจ็บปวดลึกซึ้ง นึกถึงวันเวลาที่ผ่านมากนกนุชลำบากมากมายเพื่อเธอ แค่นี้ทำไมเธอจะทำให้บ้างไม่ได้
“จันทร์ โถ่ เด็กดีของแม่”สองแม่ลูกพากันกอดแนบแน่น ราวกับจะช่วยรักษาและบรรเทาความเจ็บปวดของกันและกันเหมือนอย่างเคย
“แม่เชื่อใจจันทร์นะคะ รอหนึ่งปี แค่พ้นหนึ่งปีนี้ เราจะไปจากที่นี่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะคะ”
กนกนุชพยักหน้าทั้งน้ำตาคลอ ทอดมองลูกสาวด้วยแววตาอ่อนโยน
“แม่เชื่อจันทร์เสมอ ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง รู้ไว้ ในสายตาแม่จันทร์เป็นเด็กดีของแม่เสมอ”
บางที เส้นทางนี้ของเหมือนจันทร์ก็ไม่ได้ย่ำแย่เหมือนอย่างที่กนกนุชจินตนาการไว้
เหมือนจันทร์ส่งยิ้มเล็กๆให้เมื่อเลิกงานตอนหกโมงแล้วเจอชนันนั่งรออยู่ศาลา เขามักจะมารออยู่หลายครั้ง ทั้งที่เหมือนจันทร์บอกแน่ชัดแล้วว่าไม่ต้อง
“น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ซื้อมาฝาก”
“ไม่ต้องลำบากหรอกชนัน เงินทองหายาก ควรเก็บไว้ใช้เองบ้าง”เหมือนจันทร์ดันถุงในมือชนันกลับพร้อมส่ายหน้า
“เถอะน่า นานๆทีหรอก ไม่ได้ซื้อมาให้ประจำสักหน่อย”ชนันทำงานโรงงาน เงินเดือนพอมีพอกิน อยู่อย่างประหยัด ยัดถุงใส่มือเหมือนจันทร์พร้อมกับเดินนำไปที่ป้ายรถเมล์
“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหม”เหมือนจันทร์คิดว่าการที่ชนันมาหาบ่อยๆเพราะมีเรื่องกลุ้มจากงาน ทุกครั้งเขาก็มักจะเล่าปัญหาให้ฟังเสมอ เหมือนเป็นเพื่อนระบายความอัดอั้นตันใจคนหนึ่ง
“ก็เหมือนเคย ป้าแก่ๆที่อยากสานสัมพันธ์คอยตามรังควานบ่อย”ชนันยักไหล่ไม่ใส่ใจเท่าไหร่ นั่งรอรถเมล์ ระหว่างนั้นก็เหลือบมองเหมือนจันทร์บ่อยครั้ง
ผิวขาวนวลลออยังสวยงดงามดังเดิม แววตาก็อ่อนโยน เข้าอกเข้าใจผู้คน ไม่เคยดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าตนเองสักครั้ง
“ไม่ลองหาแฟนเปิดตัวไปล่ะ เผื่อจะได้เลิกวุ่นวายกับชนัน”เหมือนจันทร์ครุ่นคิดแล้วหาทางช่วย
“แฟน?...อ่า นั่นสิ ไม่ทันคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย”หัวใจเต้นผิดจังหวะ ยามเหมือนจันทร์หันมาสบตาก็รู้สึกใบหน้าร้อนเห่อ ดวงตาสั่นไหวจนต้องหลบ
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ถ้าจันทร์ไม่ติดอะไร…ลองมาคบกันไหม”
เหมือนจันทร์กะพริบตาถี่ๆสองสามทีก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อคิดทวนประโยคนั้นดีๆ แถมการค่อยๆหันมาสบตาด้วยแววตาจริงจังนั้นยิ่งทำให้เธอตกใจคาดไม่ถึง
“ชนัน…”เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี ทำไมจู่ๆ
“หลอกๆน่ะ คิดจริงจังไปได้”ชนันกลบเกลื่อนความจริงด้วยการหัวเราะ รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะ อีกอย่าง เขาอยากให้เวลาเหมือนจันทร์ผ่านพ้นช่วงเวลาร้ายๆเหล่านี้ไปก่อน
เหมือนจันทร์ครางบางเบาในลำคอ พร้อมกับผ่อนหายใจเล็กน้อย เธอตกใจแย่ นึกว่าเป็นเรื่องจริง เพราะหากเป็นเรื่องจริงคงต้องทำให้ชนันผิดหวังแล้ว
สำหรับเธอ เขาเป็นเพื่อนชายที่ดีที่สุด
“ทำเอาตกใจหมด จันทร์ไม่มีปัญหานะ แค่หลอกเฉยๆ ไม่น่ามีอะไรหรอก”เหมือนจันทร์ครุ่นคิด บอกเสียงนุ่มน่าฟัง ทว่ากลับกระแทกกลางใจชนันไม่น้อย หลอกๆงั้นเหรอ แสดงว่าตอนนี้เหมือนจันทร์ไม่คิดอะไรกับเขา แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก
“แล้วผู้ปกครองจันทร์จะไม่ว่าเอาเหรอ”
ผู้ปกครอง คำนั้นทำให้เหมือนจันทร์หน้าเสียไปจนชนันต้องรีบเอ่ยขอโทษ
“นั่นสินะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วกัน รอจันทร์คุยกับเขาก่อน”เหมือนจันทร์ยังไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่ม การคุยกับสิโรจน์ชัดเจนน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชนันครางรับในลำคอบางเบา ได้แต่มองดอกไม้สวยงามเดินขึ้นรถเมล์จนหายลับไปกับสายตา
“จันทร์…เราจะรอจนวันที่จันทร์ไม่มีพันธะติดตัว ถึงตอนนั้น ช่วยมองเราเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่เพื่อนด้วยนะ”
เหมือนจันทร์ลังเลว่าควรจะส่งข้อความหาสิโรจน์ดีไหม เพราะตั้งแต่หนึ่งเดือนที่แล้ว ก็ไม่มีการตอบกลับหรือการเปิดอ่านอะไรเลย
“พี่ไรยา จันทร์มีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ”สุดท้ายก็ไม่ได้พิมพ์ข้อความส่ง หันไปปรึกษาไรยาซึ่งเพิ่งออกจากห้องน้ำหลังทำความสะอาดเสร็จ
ไรยาวางอุปกรณ์เช็ดมือให้แห้งแล้วจึงเข้าไปนั่งโซฟาตรงข้ามกับเหมือนจันทร์
“มีอะไรเหรอจันทร์”
“คือ เพื่อนชายจันทร์มีป้าแก่ๆมาชอบค่ะ แต่เพื่อนจันทร์ไม่ชอบ ทีนี้จันทร์เลยเสนอให้เพื่อนหาแฟนเปิดตัวไป อีกฝ่ายจะได้เลิกยุ่งด้วย แต่เพื่อนจันทร์น่ะไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง และอยากขอให้จันทร์ช่วยเป็นแฟนปลอมๆให้หน่อย”
ถึงตรงนี้ ไรยาก็รีบส่ายหน้าทันทีอย่างไม่ต้องคิด
“ไม่ได้หรอก แค่แฟนปลอมๆก็ไม่ได้”
“ทำไมล่ะ แค่ปลอมๆเอง คงไม่เป็นอะไรหรอกพี่ไรยา”
เหมือนจันทร์รู้จักสิโรจน์น้อยไปเสียแล้ว ของที่เป็นของเขา ไม่ว่าจะถูกทอดทิ้งยังไง ก็ไม่มีสิทธิ์ไปเป็นของคนอื่น แม้แค่ในนามก็ไม่ได้เด็ดขาด
“เป็นผู้หญิงของเสี่ย ห้ามยุ่งกับผู้ชายทุกคนจันทร์”
“แม้แต่เพื่อนเหรอคะ”น้ำเสียงอ่อนหวานอ่อนลง พร้อมด้วยใบหน้าน่าสงสาร
“อย่าสร้างเรื่องมากไปกว่านี้เลยนะจันทร์ พี่ไม่อยากให้จันทร์ถูกเสี่ยลงโทษหนัก”
เหมือนจันทร์ลมหายใจติดขัดเมื่อนึกถึงใบหน้าโกรธขึ้ง ดวงตาคมเข้มหรี่ลง รู้สึกขนลุกจนต้องรีบยกมือมาลูบแขน
“นะ นั่นสินะ”
อย่าหาเรื่องใส่ตัว เหมือนจันทร์
เป็นอันว่าปฏิเสธเรื่องเป็นแฟนหลอกๆกับชนันเรียบร้อย และวันนี้เหมือนจันทร์ก็กลับมาไลฟ์สดขายเสื้อผ้าอีกเช่นเคย
แม่ค้าหายไปไหนมาตั้งหลายวัน คิดถึงที่สุดเลย
“พอดีแม่น้องป่วยค่ะ เลยต้องหยุดไลฟ์ไป ขอโทษพี่ๆทุกคนด้วยนะคะ”
ขอให้แม่หายไวๆนะ อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะ กลัวแม่ค้าไม่สบาย ไม่มาไลฟ์อดเห็นหน้าเลย
“ขอบคุณมากนะคะ”
เหมือนจันทร์ลองเปลี่ยนชุดเดรสสั้นถึงเข่า ก่อนจะอวดโชว์ให้คนในไลฟ์ดู บอกขนาดสัดส่วนของชุด พร้อมให้ทุกคนจิ้มตะกร้าที่ปักไว้หากอยากได้
สวยมากเลยครับ
งดงามจริงๆ แม่ค้าคนสวย
“ขอบคุณสำหรับคำชมมากค่ะ เสื้อผ้าน้องก็สวยนะคะ ถ้าพี่ๆเลือกซื้อให้แฟนต้องดีใจมากแน่นอนค่ะ”
พี่ยังไม่มีแฟนครับ
พี่ยังไม่มีแฟนเลย กำลังจีบคนสวยตรงหน้าให้ใจอ่อนอยู่
ยังไม่มีครับ
เหมือนจันทร์ไม่ได้สนใจอ่านเมนต์เท่าไหร่ รีบเปลี่ยนเป็นอีกชุด ชุดนี้เป็นเสื้อสายเดี่ยวรับกางเกงขายาว ผมสลวยปล่อยยาวเต็มแผ่นหลัง แต่งหน้าเพียงบางเบาเท่านั้น
โอ้โห ชุดนี้ขับผิวน้องสวยมาก
แม่ค้าสวยน่ารักมากอ่า
“ชุดนี้สวยมากๆเลยค่ะพี่ๆ เป็นเสื้อสายเดี่ยวสีขาว กับกางเกงสีดำนะคะ”เหมือนจันทร์หมุนตัวไปมาเพื่อให้ทุกคนได้ดูชัดเจนจะได้ตัดสินใจถูก
น้องขอดูข้างหลังหน่อยจ้า
“ขอดูข้างหลัง ได้เลยค่ะ”เหมือนจันทร์รวบผมไว้ด้านข้าง หันหลังให้อย่างตั้งใจขายสินค้า
สวยมาก
ออร์เดอร์กดซื้อรัวๆ คนทำงานเหนื่อยเห็นแบบนั้นก็ยิ้มแก้มปริ ไม่คิดว่าชีวิตไลฟ์สดจะทำให้มีความสุขและยิ้มได้ขนาดนี้
เธอมาถูกทางแล้วสินะ
น้องสาวสนใจสมัครแฟนไหมครับ แฟนคลับก็ได้
น้องสวยมากเลย ถ้ามีแฟนแฟนคงหลงตายแน่ๆ
สมัครแฟนน้องกดตรงไหน พี่อยากกดครับ
ร่วมด้วย
เอาด้วยคนครับ
แฟนคลับก็ได้ สร้างลิงก์มาเลยน้อง
“เอ่อ ขอบคุณพี่ๆมากนะคะ แต่ตอนนี้น้องยังไม่สนใจค่ะ อยากทำงานหาเงินก่อนค่ะ”
สวยขนาดนี้ ยังไม่มีแฟนจริงๆเหรอน้อง ไม่น่าเชื่อ
นั่นสิ ขอถามจริงๆนะน้อง ยังไม่มีแฟนจริงๆเหรอ
เหมือนจันทร์เริ่มหนักใจ อะไรของพวกนี้กันหนักหนาเนี่ย เธอจะมีแฟนหรือไม่มีแล้วเกี่ยวอะไรด้วยเล่า
“น้องยังไม่มีแฟนจริงๆค่ะ แต่”
ปัง
เหมือนระเบิดดังโครมเมื่อประตูถูกผลักอย่างแรง ทำเธอสะดุ้งใจแทบหล่นหาย และยิ่งได้เห็นฝีมือคนกระทำยิ่งทำให้เหมือนจันทร์สติหลุด ยืนตัวแข็งทื่อ ตาเบิกโพลงจ้องมองคนก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ดวงตาเต็มไปด้วยไฟคุกรุ่นจนเธอไม่กล้าหายใจแรง
ยิ่งอีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ อากาศยิ่งถูกช่วงชิงหมดไปเท่านั้น
ฝ่ามือหยาบกร้านกดปิดเครื่องมือสื่อสารซึ่งตั้งบนขาตั้งกล้อง ดวงตาดุดันคมกริบหรี่ลงพร้อมเอ่ยด้วยเสียงนิ่งๆแต่เด็ดขาด
“ไม่มีแฟนก็จริง…แต่มีผัวแล้วจำได้หรือเปล่า”
หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนโกหก “ของทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม ตรวจดูอีกรอบหรือยัง”น้ำเสียงเข้มดุดัน ใบหน้าจริงจังเคร่งเครียดพอๆกับการบริหารงานจักรพยักหน้าแข็งขัน มองหน้าคนเป็นเจ้านายสลับกับกระดาษในมือ“เช็กตรวจครบทุกรายการเป็นครั้งที่ยี่สิบแล้วครับ”“ดี ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”“ไม่แน่นอนครับ”“เดี๋ยวก่อน นี่คืออะไร”สิโรจน์ขมวดคิ้ว หยิบของสีชมพูในกระเป๋าขนาดกลางขึ้นมาถามลูกน้องจักรรีบไล่กวาดสายตาดูในกระดาษ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด“เอ่อ อืม เหมือนจะเป็นของเล่นเด็กอะไรสักอย่าง”จักรขมวดคิ้ว นึกสงสัยทำไมต้องมีรายการนี้ด้วยทั้งที่เด็กเพิ่งเกิด ของเตรียมแรกคลอดน่าจะยังไม่มีหรอก“ไม่ใช่ของเล่นเด็กหรอกค่ะเสี่ย นั่นคือเครื่องปั๊มนมค่ะ”กนกนุชหัวเราะด้วยความตลก เธอออกจากห้องครัวมาเจอพอดีสิโรจน์ครางรับ วางลงที่เดิม“มันจำเป็นด้วยเหรอครับ”“ช่วยคุณแม่ให้นมลูกได้สะดวก สามารถสต็อกนมไว้ในตู้เย็น พอจะดื่มก็อุ่นเอาค่ะ”สิโรจน์พยักหน้า แบบนี้ก็ดี เขาสามารถดูแลทั้งลูกและเหมือนจันทร์พร้อมกันได้นับแต่หญิงสาวให้โอกาส ไม่เคยมีวันไหนออกห่าง หนึ่งกลัวหนี สองอยากดูแลชดเชยวันเวลาที่ผ่านพ้นไม่ได้เคียงข้างทำให้สอ
ช้าเกินไป เขามาช้าไป“ผู้หญิงคนนี้เพิ่งย้ายไปกับแม่เมื่อวานจ้ะ ไม่รู้ย้ายไปไหน มาทำงานเป็นพนักงานในรีสอร์ตได้แค่เดือนเดียวเอง ออกไปซะแล้ว น่าสงสารนะ เธอท้องแก่แล้วด้วยแต่ยังระหกระเหินจะไปอีก”ยื่นรูปถ่ายหญิงสาวให้คนงานในรีสอร์ตดู บอกเล่าจริงจัง ทำหน้าน่าสงสารเมื่อเอ่ยถึงคนในภาพ คนฟังใจรวดร้าวมากกว่าเดิม เก็บรูปกลับด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ดวงตาวูบไหวเพียงนึกถึงใบหน้าแดงเรื่อเธอต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เกลียดเขามากถึงเพียงนี้เชียว ชั่วชีวิตนี้ไม่คิดจะพบหน้ากันอีกเลยหรือไง ทั้งที่อุ้มท้องลูกเขาอยู่แท้ๆ “พวกผมจะตามสืบแถวนี้เผื่อมีใครเห็นบ้างครับ”จักรรีบเอ่ย ทำมือสั่งลูกน้องคนอื่นๆแยกย้ายตามหาเบาะแสเผื่อยังไปได้ไม่ไกล ห่างแค่วันเดียว พวกเขาใกล้แล้วแท้ๆ หากศศิมารีบบอก ไม่แน่ว่าตอนนี้คงเจอตัวแล้วแต่อย่างว่าแหละนะ ศศิมาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับสิโรจน์เลย แค่เมื่อวานยอมบอกก็ดีถมแล้วคนหัวร้อนชกหมัดแรงๆลงกับต้นไม้ด้วยความโกรธเจ็บปวด เลือดไหลซิบแต่กลับไม่สนใจดูสักนิด“ท้องแก่อยู่แท้ๆ”นึกถึงคำบอกเล่าเมื่อครู่ยิ่งทำใจช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปวดจนหายใจแทบไม่ออก “เสี่ยครับ กลับเข้ารถก่อนเถอะครับ”จักรกวาดมองรอบ
“จับแน่นๆนะครับ”เหมือนจันทร์พยักหน้าจริงจัง ใช้มือยันคอนโทรล ใจเต้นระทึกไม่รู้ใครกันที่ตามหลัง จะว่าสร้างศัตรูหรือทำให้ใครไม่พอใจก็ไม่เคย คนที่ตามต้องการอะไรกันแน่แต่ก็ต้องเหยียบเบรกดังลั่นเมื่อรถคันด้านหลังแซงขึ้นแล้วปาดหน้ากะทันหันเกือบเหยียบเบรกไม่ทันช่างใจกล้าบ้าบิ่นไปแล้ว หากเบรกไม่ทันได้เจ็บตัวทั้งสองแน่“คุณจันทร์เป็นอะไรไหมครับ”ตั้งสติได้ก็รีบหันมาถามเหมือนจันทร์อย่างห่วงใยเจ้าของชื่อเพียงส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะเงยหน้ามองเจ้าของรถคันหน้าเปิดประตูลงมาชายหนุ่มผมยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าบอบช้ำ เบ้าตาคล้ำ แววตาไร้อารมณ์ ร่างสูงโปร่งผอมซูบกว่าคนในอดีตเหมือนจันทร์เบิกตากว้างใจเต้นระส่ำ กอบกุมหน้าท้องแน่นแล้ว ขณะที่ชายคนนั้นเข้ามาใกล้“รีบขับรถไปเร็ว”“ไม่ได้ครับ คนรุมมาเต็มเลย”คนงานก็อยากขับหนีแต่ชายชุดดำหลายคนพากันเข้ามาล้อมรถทั้งหน้าหลังเต็มไปหมดเหมือนจันทร์หน้าซีดตื่นตระหนก ยามเมื่อเขาเดินมาถึงประตู สบตากันผ่านกระจก อีกฝ่ายกระชากเปิดประตูแต่ทำไม่ได้ จึงได้ออกแรงทุบ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น“เปิดประตู ฉันบอกให้เปิดประตู!”เหมือนจันทร์เม้มปากแน่น แววตาดื้อรั้นไม่ยอม แม้ใจจะหวาดห
คนเป็นพ่อชะงัก อ้าปากตาค้างก่อนจะหัวเราะด้วยใบหน้าเบิกบานไร้ซึ่งความเศร้าดังที่สิโรจน์คิดไว้“คนโดนทิ้งมีใครไม่เจ็บ แต่เรื่องของสิกับจันทร์ไม่เหมือนกัน มันเจ็บคนละความรู้สึก”อ่า นั่นสินะ สุรพลถูกทิ้งเพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นใหม่ แต่เขาถูกทิ้งเพราะทำตัวเองล้วนๆ“หากเทียบในด้านความรัก พ่อทำได้ดีเยี่ยม แต่เทียบในการบริหารธุรกิจ ผมชนะขาด”“ไอ้สิ แกนี่มันชวนหาเรื่องจริงๆเลย ใครนะใครมันเลี้ยงให้แกอวดดีแบบนี้”สุรพลพลันหน้าตึง ความขี้บ่นตามติดตัวเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเกเรหาเรื่องปวดหัวให้คิดคำด่าตลอดสิโรจน์พลันยิ้มบาง จากที่เคยเกลียดเสียงบ่นจากสุรพล ตอนนี้สิ่งนี้กลับทำให้ยิ้มได้“ผมมีพ่อเป็นต้นแบบ”“แกเหมือนฉันที่ไหน ไปหัดจำคนอื่นมาน่ะสิไม่ว่า ฮึ่ย มีลูกห้ามเลี้ยงลูกให้อวดดีแบบแกนะ ฉันไม่อยากปวดหัวคูณสอง”ทั้งที่สุรพลกำลังบ่นหนาหู แต่สิโรจน์กลับขมขื่นจนฝืนยิ้มไม่ออก ทุกความหยิ่งยโสมลายหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวดนับวันยิ่งฝังรากลึกลงในหัวใจด้านชา “ผมทำให้เธอเสียใจ”นึกถึงใบหน้านองน้ำตา เสียงสะอื้นในวงแขน หัวใจเขายิ่งบีบรัดมากกว่าเดิมจนใบหน้าบิดเบี้ยว ตาแดงก่ำคลอหยาดน้ำสีใสสุรพลชะงัก หลุบสังเกตลู
“สั่งคนของเราค้นหาทุกที่ทุกจังหวัด ให้สายในสนามบินจับตาดูหากมีคนชื่อ เหมือนจันทร์และกนกนุชเตรียมบินให้ยกเลิกไฟลต์ติดต่อโดยตรงที่ฉันทันที”“ครับเสี่ย”“จำไว้ ต้องพบ ต้องหาให้พบเท่านั้น”“ครับ”ตุบมือหนากระแทกโต๊ะ ใบหน้าแข็งกร้าวดุดัน แววตาเหี้ยมเกรียม น้ำเสียงเด็ดขาดมุ่งมั่นเข้าสู่เดือนที่สองแล้วหลังจากเหมือนจันทร์หายไป สิโรจน์ยังคงพยายามตามหา แม้ต้องพลิกแผ่นดินเขาต้องหาให้เจอ คำตอบเดียวคือต้องเจอเท่านั้นทว่า ยิ่งกดดันยิ่งเคร่งเครียด ความเครียดสะสมตลอดสองเดือนที่หญิงสาวหายไป ทุกวันคืนนอนสะดุ้งกลางดึก ยากจะข่มตาหลับสนิท เฝ้าวนเวียนฝันหวานอดีตอันน่าภิรมย์ซึ่งผ่านพ้นไปหมดแล้วลูกน้องต่างออกจากห้องดำเนินการตามคำสั่งสิโรจน์ แม้ทำงานด้วยกันมานาน แต่นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่สิโรจน์ใช้กำลังทั้งหมดตามหาหญิงสาวตัวเล็กๆสองคนสุรพลเดินฝ่าลูกน้องเกือบสิบคนหน้าเคร่งเครียดออกจากห้องเข้าไปในห้องแทนเขาถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพผีดิบเดินได้ตรงหน้า บนโต๊ะทำงานกางแผนที่ประเทศไทย มีเขียนกากบาทสีแดงทับที่ต่างๆ และตอนนี้คิ้วหนาก็ขมวดเป็นปม จับจ้องแผนที่เบื้องหน้าราวกับจะสามารถสแกนหาคนได้“พักผ่อนหน่อยเถอะ จักรรา
สุรพลหรี่ตาลง รีบกดหาลูกน้องให้สืบอย่างเร่งด่วนซึ่งมีคนอยู่ในสำนักงานเขต การตามเรื่องจึงรู้ทันทีว่าสิโรจน์ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสจริงๆไอ้เด็กคนนี้ มันกล้าหลอกแม้กระทั่งพ่อของมัน!“ทำเรื่องเสียใหญ่โตดันเป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น ไอ้สิ แกนี่มัน”สุรพลทุบมือลงกับโต๊ะ จะด่าลูกสักหน่อยแต่ก็ชะงักเพราะในห้องตอนนี้มีเหมือนจันทร์อยู่ เข้าใจทันทีเลยว่าเหตุใดอีกฝ่ายต้องไป เพราะมันเล่นกับความรู้สึกคนได้อย่างน่าเตะจริงๆ แต่สุรพลก็ยังไม่ปักใจเชื่อจริงๆว่าลูกชายไม่ได้คิดอะไรกับเหมือนจันทร์เลย ทั้งแววตา ทั้งการกระทำ จะบอกว่าแสดงละครก็สมจริงเกินไป สิโรจน์ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้หากต้องการแค่แต่งงานหักหน้าศศิมาเท่านั้นก็ดี ในเมื่อมันกล้าทำเรื่องระยำ เขาก็อยากรู้ว่ามันจะทำหน้ายังไงหากผู้หญิงคนนี้หายไป “หนูอยากให้ฉันช่วยยังไง”เหมือนจันทร์รอลุ้นด้วยความหวังจนตัวโก่ง สุดท้ายก็ผ่อนลมหายใจ เมื่อสุรพลยอมเอ่ยปากช่วยในที่สุด“ช่วยลบตัวตนหนูจากชีวิตของเสี่ยทีค่ะ”“จันทร์อยู่ไหน”สิโรจน์กลับมาในสภาพเหงื่อชุ่มทั่วตัวเพราะมีลูกวัวชาวบ้านจะคลอดเลยช่วยกันอยู่หลายนาทีกว่าจะออกมาได้ พอถึงบ้านเห็นณิกาก็รีบเอ่ยปากถามทันท







