Share

บทที่ 310

Author: สายลมไร้กาลเวลา
ตู้หยวนจีเหลือบมองฉู่หนิงแวบหนึ่ง แล้วประสานมืออย่างขอไปที ถือว่าเป็นการคารวะแล้ว

ฉู่หนิงมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับพิจารณาชายผู้นี้อย่างละเอียด

หลิวโส่วเริ่นเคยบอกไว้ว่า คนผู้นี้เป็นคนของฝ่ายองค์รัชทายาท

ดูจากตอนนี้แล้ว คนผู้นี้มีความรู้สึกต่อต้านตนเองจริง ๆ ดูจากท่าทีแล้ว วันนี้เกรงว่าคงจะต้องก่อเรื่องขึ้นมาแน่!

ขณะที่กำลังครุ่นคิด หลิวโส่วเริ่นก็ชี้ไปยังชายวัยกลางคนอีกสองคน กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ส่วนสองท่านนี้คือใต้เท้าอวิ๋นเจี้ยนเย่ เจ้าเมืองแห่งเมืองอวิ๋นจง และใต้เท้าเวินไคเฉิง เจ้าเมืองแห่งเมืองซ่างตังพ่ะย่ะค่ะ”

ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นคนอายุเกินห้าสิบปี คนหนึ่งพุงพลุ้ย ดูท่าทางเหมือนคนร่ำรวย ส่วนอีกคนหนึ่งใบหน้าซีดขาว ไอออกมาเป็นครั้งคราว

หลังจากที่หลิวโส่วเริ่นแนะนำ ทั้งสองคนต่างประสานมือคารวะฉู่หนิง ท่าทีถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ฉู่หนิงเก็บกิริยาท่าทางของคนทั้งห้าไว้ในสายตา ในใจก็พอจะเข้าใจแล้ว

สี่คนที่เหลือยังพอพูดคุยได้ มีเพียงตู้หยวนจีที่เป็นคนขององค์รัชทายาท หากตนเองต้องการจะควบคุมปิงโจวอย่างสมบูรณ์ คนผู้นี้จะต้องเป็นก้างขวางคออย่างแน่นอน

ดวงตาหรี่ลง ในใจของฉู่หนิงก็มีแผน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 311

    ภายในโถงรับรอง บรรยากาศตึงเครียดหลังจากที่ตู้หยวนจีปฏิเสธข้อเสนอของฉู่หนิง เจ้าเมืองทั้งสี่ก็พลอยลำบากใจไปด้วยหากยอมรับคำขอของฉู่หนิง หลังจากนี้พวกเขาจะต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดหาเสบียงและเกณฑ์ทหารเดิมทีเมืองทั้งสี่ก็เสียหายหนัก ถ้าต้องระดมเสบียงและทหารอีก เกรงว่าจะก่อให้เกิดหายนะแต่หากไม่ยอมรับคำขอของฉู่หนิง อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมง่าย ๆฉู่หนิงในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาคว้าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองสุดขีด ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเจ้าเมืองทั้งสี่หันไปสบตากัน ก่อนที่จางเสวียนผู้แก่ชราจะลุกขึ้นพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องต้องการเสบียงและกำลังทหารจำนวนเท่าใด?”เทียบกับตู้หยวนจีแล้ว พวกเขาสี่คนไม่ได้มีอิทธิพลในราชสำนักมากนัก ไม่กล้าก้าวล่วงฉู่หนิง ได้แต่ยอมประนีประนอมกระนั้นการประนีประนอมก็ต้องดูเงื่อนไขของฉู่หนิงด้วย หากมันมากเกินไป พวกเขาย่อมไม่ตอบตกลงแต่สิ้นเสียงของเขา ตู้หยวนจีก็พูดเสียงเย็นโดยไม่รอให้ฉู่หนิงพูด “ใต้เท้าจาง นี่ท่านจะรวบรวมเสบียงและเกณฑ์กำลังพลตามที่ท่านอ๋องต้องการจริง ๆ หรือ?”“บัดนี้ปิงโจวกำลังรอการฟื้นฟู ทุกพื้นที่ต่างก็ต้องการเงินและ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 310

    ตู้หยวนจีเหลือบมองฉู่หนิงแวบหนึ่ง แล้วประสานมืออย่างขอไปที ถือว่าเป็นการคารวะแล้วฉู่หนิงมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับพิจารณาชายผู้นี้อย่างละเอียดหลิวโส่วเริ่นเคยบอกไว้ว่า คนผู้นี้เป็นคนของฝ่ายองค์รัชทายาทดูจากตอนนี้แล้ว คนผู้นี้มีความรู้สึกต่อต้านตนเองจริง ๆ ดูจากท่าทีแล้ว วันนี้เกรงว่าคงจะต้องก่อเรื่องขึ้นมาแน่!ขณะที่กำลังครุ่นคิด หลิวโส่วเริ่นก็ชี้ไปยังชายวัยกลางคนอีกสองคน กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ส่วนสองท่านนี้คือใต้เท้าอวิ๋นเจี้ยนเย่ เจ้าเมืองแห่งเมืองอวิ๋นจง และใต้เท้าเวินไคเฉิง เจ้าเมืองแห่งเมืองซ่างตังพ่ะย่ะค่ะ”ทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นคนอายุเกินห้าสิบปี คนหนึ่งพุงพลุ้ย ดูท่าทางเหมือนคนร่ำรวย ส่วนอีกคนหนึ่งใบหน้าซีดขาว ไอออกมาเป็นครั้งคราวหลังจากที่หลิวโส่วเริ่นแนะนำ ทั้งสองคนต่างประสานมือคารวะฉู่หนิง ท่าทีถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติฉู่หนิงเก็บกิริยาท่าทางของคนทั้งห้าไว้ในสายตา ในใจก็พอจะเข้าใจแล้วสี่คนที่เหลือยังพอพูดคุยได้ มีเพียงตู้หยวนจีที่เป็นคนขององค์รัชทายาท หากตนเองต้องการจะควบคุมปิงโจวอย่างสมบูรณ์ คนผู้นี้จะต้องเป็นก้างขวางคออย่างแน่นอนดวงตาหรี่ลง ในใจของฉู่หนิงก็มีแผน

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 309

    ฉู่หนิงได้กำหนดเป้าหมายสำหรับช่วงเวลาต่อไปหนึ่งคือการเกณฑ์ทหารซื้อม้า และขยายกองกำลังคนสนิทของตนเองสองคือการยึดเมืองทั้งสี่ที่ยังคงถูกกองทัพแคว้นจ้าวยึดครองอยู่กลับคืนมา และขับไล่กองทัพแคว้นจ้าวออกไปให้หมดสิ้นแม้ว่าในตอนนี้กองทัพแคว้นจ้าวจะยังคงมีกำลังทหารหนึ่งแสนนาย แต่เมื่อสูญเสียแม่ทัพใหญ่ไป ประกอบกับขวัญกำลังใจที่ตกต่ำ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกองทัพแคว้นฉู่อย่างแน่นอน เมืองทั้งสี่ที่ถูกยึดครอง จะถูกยึดกลับคืนมาในไม่ช้า!แน่นอนว่า เมื่อได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกครั้งนี้ ย่อมต้องแจ้งให้ราชสำนักทราบตอนนี้เขาก็แค่รอให้ราชสำนักปูนบำเหน็จรางวัลให้ตนเองส่วนเรื่องการกลับไป...ปัจจุบันยังไม่มีความคิดนี้การอยู่ที่เมืองติ้งเซียงค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ จะไม่ดีกว่าหรือ กลับไปก็ต้องถูกข่มเหงรังแกอีกอย่าง ทางฝั่งเมืองหลวงยังมีละครฉากใหญ่อีกฉากหนึ่ง รอให้ละครฉากนั้นจบลงแล้วค่อยกลับไปแต่งงานกับเสิ่นหว่านอิ๋งจะไม่ดีกว่าหรือ?ถือโอกาสในช่วงที่ส่งรายงานชัยชนะนี้ ยึดครองปิงโจวไว้ในกำมือของตนเองให้ได้อย่างสมบูรณ์ต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!คำนวณเวลาดูแล้ว เจ้าเมืองทั้งห้าเมื่อได้รับ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 308

    หลิวโส่วเริ่นยิ้มอย่างขมขื่น “ทหารที่เกณฑ์มาจากห้าเมืองนั้นสูญสิ้นไปเกือบทั้งหมด ส่วนทหารรักษาการณ์เดิมของที่นี่ก็สูญเสียไปกว่าครึ่ง”กวนอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “กองกำลังดาบยาวสูญเสียไปสามส่วน หน่วยพลหน้าไม้สูญเสียไปหนึ่งส่วน”ส่วนจ้าวอวี่กลับมีสีหน้าปกติ “ทัพอาชาขาวสูญเสียไปสองส่วน”หร่านหมิงลูบศีรษะตนเอง กล่าวอย่างอับอายเล็กน้อย “ท่านอ๋อง พวกนักโทษเหล่านั้นสูญเสียไปกว่าครึ่งพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่หนิงพยักหน้าเล็กน้อย ในที่สุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่เฝิงมู่หลาน “คุณหนูเฝิง สถานการณ์ของกองกำลังคุ้มกันของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”เฝิงมู่หลานเชิดหน้าขึ้น กล่าวอย่างภาคภูมิใจ “องครักษ์ของข้าล้วนเป็นทหารผ่านศึกร้อยสมรภูมิ ศึกครั้งนี้สูญเสียไปเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น”กองกำลังของตนเองที่สูญเสียมากที่สุดคือกองกำลังดาบยาว!ฉู่หนิงส่ายหน้าในใจ รู้สึกจนปัญญาอยู่บ้างกองกำลังดาบยาวเพื่อที่จะสกัดกั้นกำลังเสริมของตงฟางขวาง จึงต้องปะทะกับอีกฝ่ายซึ่ง ๆ หน้ามาโดยตลอด ความสูญเสียจึงมากที่สุดส่วนหน่วยพลหน้าไม้เนื่องจากอยู่ด้านหลัง ความสูญเสียจึงไม่มากนักสำหรับองครักษ์หลายร้อยนายของเฝิงมู่หลานนั้น ล้วนเ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 307

    หลังสงครามครั้งใหญ่ เมืองติ้งเซียงก็เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายบนกำแพงเมืองมีร่องรอยจากการถูกน้ำมันร้อนลวกอยู่ทุกหนแห่ง ขวากหนามจำนวนมากยังคงแขวนอยู่บนกำแพง ซึ่งบนนั้นยังมีคราบเลือดที่บาดตาหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากส่วนนอกเมืองนั้น เต็มไปด้วยซากศพ โลหิตสดย้อมผืนทรายจนเป็นสีแดง เมื่อมองออกไปไกล ๆ ก็ราวกับนรกบนดินงานเก็บกวาดหลังสงครามดำเนินไปตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ถึงขนาดต้องระดมชาวบ้านในเมืองมาช่วย จึงจะเก็บกวาดโดยรวมเสร็จสิ้นซากศพทั้งหมดถูกเผาตามคำสั่งของฉู่หนิง เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดในวันที่สามหลังสงคราม เมื่อทุกอย่างถูกจัดการจนเสร็จสิ้น ฉู่หนิงจึงได้เรียกทุกคนมาประชุมภายในโถงรับรองของจวนเจ้าเมือง ทุกคนต่างหัวเราะและพูดคุยกันอย่างออกรส ต่างคุยโวถึงผลงานของตนเองในศึกครั้งนี้คนที่เถียงกันดุเดือดที่สุดก็คือหร่านหมิงและเฝิงมู่หลาน ทั้งสองเถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง เพียงเพื่อจะตัดสินให้ได้ว่าใครเหนือกว่ากันในตอนนั้นเอง เสียงขององครักษ์ของฉู่หนิงก็ดังมาจากโถงด้านข้าง “ท่านอ๋องเสด็จ!”“คารวะท่านอ๋อง!” ทุกคนโค้งคำนับด้วยใบหน้าที่เคารพนบนอบหากจะบอกว่าในตอนแรกที่ทุกคนคารวะ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 306

    “ท่านแม่ทัพ แล้วเสบียงอาหารจะทำอย่างไร?”“จุดไฟเผามันทิ้งเสีย ต่อให้พวกเราต้องพ่ายแพ้ ก็จะทิ้งเสบียงไว้ให้พวกมันไม่ได้!”“ขอรับ!”กองทัพแคว้นจ้าวรีบจุดไฟในยุ้งฉางเสบียงอย่างรวดเร็ว เปลวไฟที่โหมกระหน่ำทำให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อลมในฤดูใบไม้ร่วงพัดมา ไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วหร่านหมิงเห็นดังนั้นก็โกรธจัด “เจ้าพวกบัดซบนี่ยังกล้าจุดไฟอีกหรือ ทหาร รีบไปดับไฟ ส่วนพวกที่คอยสกัดทัพหลังนี้ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง!”กองกำลังถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเข้าสังหารศัตรู อีกส่วนหนึ่งเข้าดับไฟหร่านหมิงเกลียดชังกองทัพแคว้นจ้าวที่จุดไฟเป็นอย่างมาก ทวนยาวในมือตวัดร่ายรำอย่างรวดเร็ว สังหารกองทัพแคว้นจ้าวจนร้องโหยหวนไม่หยุดผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็ม กองทัพแคว้นจ้าวที่คอยสกัดทัพหลังก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น ส่วนไฟก็ถูกดับลงได้ในครึ่งชั่วยาม“สำรวจความเสียหายและนับจำนวนเสบียงอาหาร!”หร่านหมิงที่ร่างกายโชกเลือดราวกับปีศาจดุร้าย จ้องมองไปยังยุ้งฉางเสบียงที่ทอดยาวหลายลี้ด้วยดวงตาเป็นประกายเสบียงมากมายขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีหลายล้านหาบ เมื่อมีเสบียงเหล่านี้แล้ว กองกองทัพแคว้นฉู่ก็ไม่ต้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status