Masukหร่านหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง จิตสังหารวาบผ่าน คำรามว่า “ท่านอ๋อง พวกมันรังแกกันเกินไป ให้ข้านำคนไปสกัดพวกมันเถิด!”ฉู่หนิงหรี่ตา “ไม่ต้องรีบ!”“แต่...”“ข้าบอกว่า ไม่ต้องรีบ!”น้ำเสียงของฉู่หนิงเย็นเยียบ ชวนให้รู้สึกเหมือนตกสู่บ่อน้ำแข็ง ทำให้หร่านหมิงตกใจจนหดคอ ไม่กล้าพูดต่ออีกในเวลานี้เอง จ้าวเทียนหลิงที่อยู่บนถนนก็สังเกตเห็นการมาถึงของฉู่หนิงและทัพอาชาขาวผู้บังคับการทหารม้าข้างกาย มู่หรงเจ๋อขมวดคิ้ว “องค์รัชทายาท จากการแต่งกายของฝ่ายตรงข้าม น่าจะเป็นทัพอาชาขาวใต้บัญชาของฉู่หนิง คนที่นำหน้าสวมฉลองพระองค์ยศอ๋อง คงเป็นฉู่หนิงพ่ะย่ะค่ะ”“ดูจากท่าทีแล้ว น่าจะคิดสกัดพวกเรา ตามความเห็นของข้าน้อย หยุดแต่เพียงเท่านี้เถิด จะยังไงที่นี่ก็เป็นเมืองหลวงของพวกเขา”แต่จ้าวเทียนหลิงได้ยินแล้วกลับแสยะยิ้ม “ข้าต้องการให้เขาปรากฏตัว ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นก็ให้เขาได้รู้รสสักหน่อย เพื่อชำระความแค้นที่เขายึดเมืองสิบแห่งของแคว้นเรา!”“ไปบอกพวกทหาร ทุบต่อไป!”เมืองหลวงแล้วอย่างไร ข้าก็จะทุบทำลายทุกอย่างบนถนนเส้นนี้ต่อหน้าฉู่หนิงนี่แหละ!มู่หรงเจ๋อเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย “องค์รัชทายาท
“องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวควบม้าอาละวาดกลางถนนหรือ?”ห้องรับแขก จวนฉู่อ๋องฉู่หนิงมองขุนนางกรมพิธีการเผิงเม่าเสวียที่มาขอความช่วยเหลือตรงหน้า สีหน้าเผยความสงสัย “พี่รองเป็นผู้รับผิดชอบการต้อนรับเขาอยู่แล้ว เหตุใดพี่รองไม่จัดการ เจ้ากลับมาขอให้ข้าช่วยแทน?”องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวเอ่ยชื่อชัดเจนว่าต้องการพบท่าน ไม่คิดจะสนใจองค์ชายรองเลย”“อีกอย่างองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวยังบอกว่า เขาจะมาหาท่านที่จวนอ๋อง องค์ชายรองไม่กล้าขัดขวาง”“เกิดเรื่องนี้ขึ้น องค์ชายรองก็ประหลาดใจเช่นกัน บัดนี้มุ่งหน้าไปวังหลวงขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอพระบัญชาว่าควรจัดการอย่างไรดี”ไปขอพระบัญชาที่พระราชวังหรือ?ฮึ กว่าจะขอพระบัญชาเสร็จ เรื่องราวก็คงสายเกินไปแล้วทหารม้าควบอาละวาดกลางถนน ย่อมทำให้ทั้งเมืองหลวงอลหม่านไปหมดแน่หากไม่รีบสกัดกั้น ไม่เพียงแต่เสียศักดิ์ศรีราชวงศ์ ยังจะยิ่งทำให้คณะทูตแคว้นจ้าวกำเริบเสิบสานอีกด้วยฉู่หนิงหรี่ตาลง แววเหี้ยมโหดวาบผ่าน แล้วตะโกนออกไปนอกห้อง “หร่านหมิง!”“ท่านอ๋อง!” หร่านหมิงผู้มีร่างสูงกำยำเข้ามาประสานมือคำนับ“เรียกระดมทัพอาชาขาวทันที ให้พวกเขาพกหน้าไม้กล ตามข้าไปสกัดคณะทูตแคว
หวังเหวินกวงเข้าใจความหมายทันที รีบก้าวออกไปประสานมืออธิบาย “ท่านรัชทายาทแคว้นจ้าว ตามกฎแล้ว ท่านควรเข้าเมืองไปยังที่พำนักก่อน จากนั้นเข้าเฝ้าฮ่องเต้ของแคว้นเรา”จ้าวเทียนหลิงมองหวังเหวินกวงอย่างเฉยชา “นั่นมันกฎของแคว้นฉู่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าจะไปคุยกับฉู่หนิงเรื่องเมืองแนวหน้าทั้งสิบแห่งที่ถูกยึดไปเดี๋ยวนี้!”ว่าจบ จ้าวเทียนหลิงก็ออกคำสั่งทันที “เด็ก ๆ เข้าเมือง!”จ้าวเทียนหลิงรู้ว่าพวกองค์ชายรองไม่ยอมนำทางก็ไม่อยากเสียเวลา เตรียมจะเข้าเมืองเพื่อไปหาฉู่หนิงด้วยตัวเองสิ้นเสียงคำสั่ง ทหารม้าสามร้อยนายก็ควบอาชาทันทีองค์ชายรองหน้าถอดสี “รีบหลบเร็วเข้า!”ฝ่ายตรงข้ามเป็นทหารม้า ตอนนี้พวกเขายืนขวางที่ประตูกันหมด หากไม่หลีกทางก็จะถูกม้าเหยียบตายแน่นอนทหารบนกำแพงเมือง เมื่อไม่ได้รับคำสั่งจากองค์ชายรองก็ไม่กล้ายิงธนูขัดขวาง ปล่อยให้รัชทายาทแคว้นจ้าวพาทหารม้าเข้าสู่เมือง“หลบไป หลบไปให้หมด!”“รัชทายาทแคว้นข้ามาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ผู้ใดขวางทางต้องตายให้หมด!”“หลบไปให้หมด!”เมืองแนวหน้าทั้งสิบแห่งถูกยึด ทหารม้าแคว้นจ้าวต่างอัดอั้นตันใจ หลังจากควบม้าเข้าสู่เมืองก็ตะโกนไม่หยุด
ช่วงเวลาไม่กี่วันต่อมาในเมืองหลวงช่างเงียบสงบ ไร้ซึ่งการปะทะใด ๆและหลังจากที่เฉินอันพักผ่อนเป็นเวลาสองวัน เขาก็ขนเงินสองล้านตำลึงกลับไปยังปิงโจวแต่ว่า ในช่วงเวลาไม่กี่วันนี้ ข่าวเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว รวมถึงข่าวเรื่องที่กองทัพปิงโจวตียึดเมืองของแคว้นจ้าวได้ถึงสิบแห่งก็ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเมื่อเหล่าราษฎรทราบเรื่องนี้ บ้างก็ดีใจ บ้างก็เดือดดาลโกรธแค้น บ้างก็ประณามไม่หยุดที่ดีใจก็ดีใจที่แคว้นฉู่สามารถตียึดแคว้นอื่นได้ในที่สุดที่เดือดดาลก็เพราะผลการรบครั้งนี้ถูกตั้งข้อสงสัยส่วนที่ประณามนั้น แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวกับหมิงเยว่จวิ้นจู่ในชั่วขณะหนึ่ง ราษฎรในเมืองต่างพูดคุยถึงเรื่องนี้ห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองทิศเหนือ องค์ชายรองฉู่หมิงได้พาขุนนางกรมพิธีการกับองครักษ์จวนอ๋องมารอรับที่ประตูเมืองฉู่หนิงแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจการได้ต้อนรับองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวที่นี่ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากเสด็จพ่อองค์รัชทายาทไม่ได้รับมอบหมายให้ต้อนรับทูตจากต่างแดนมานานแล้ว เป็นเช่นนี้ต่อไป อำนาจของ
ไม่โกรธ ๆ ท่องไว้ว่าไม่โกรธ วันนี้ข้ามาเพื่อสั่งสอนเจ้านี่ต่างหากองค์ชายรองสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมา “เรื่องที่รับปาก ข้าไม่เคยผิดคำพูดอยู่แล้ว”ฉู่หนิงหัวเราะ “เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณสำหรับเงินจากพี่รอง เด็ก ๆ มายกเงินออกไป!”องครักษ์จวนอ๋องจำนวนแปดคนเดินเข้ามาแบ่งเป็นคู่ ๆ เพื่อยกหีบทั้งสี่ใบออกไปฉู่หนิงเห็นว่าธุระเสร็จสิ้นแล้วก็ผายมือเป็นสัญญาณ “ขอขอบคุณพี่รองที่นำเงินมาส่งด้วยตัวเอง ประเดี๋ยวข้ายังมีธุระ คงไม่ชวนให้พี่รองอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน”ในเมื่อได้เงินมาแล้วก็ต้องไล่คนสิมิเช่นนั้นจะให้อยู่กินมื้อเที่ยงก่อนหรืออย่างไร?องค์ชายรองชะงักงันเจ้านี่เปลี่ยนสีไวยิ่งกว่ากิ้งก่า!แต่ว่า ข้าอุตส่าห์มาด้วยตัวเองทั้งที มีหรือจะยอมไปง่าย ๆองค์ชายรองหรี่ตาแล้วหัวเราะเบา ๆ “ในเมื่อน้องสิบแปดยังมีธุระ เช่นนั้นข้าก็จะไม่รบกวน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกน้องสิบแปด เสด็จพ่อมอบหมายให้ข้าต้อนรับองค์รัชทายาทจากแคว้นจ้าว!”“การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้เกี่ยวพันถึงความสงบสุขของบ้านเมืองเราและแคว้นจ้าวไปอีกหลายปี ข้าไม่อยากให้เกิดข้อผิดพล
“กระไรนะ? เสด็จพ่อจะให้ข้าเป็นคนต้อนรับองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวหรือ?”จวนองค์ชายรองฉู่หมิงได้ทราบข่าวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นหัวเราะร่า “เสด็จพ่อทรงยุติธรรมยิ่งนัก ทรงทราบว่าครั้งนี้ข้าเสียผลประโยชน์ให้ฉู่หนิง จึงได้มอบหมายงานนี้ให้ข้าโดยเฉพาะ”ฉู่หมิงกลอกตาไปมา ใบหน้าเผยความสนุกสนาน “น้องสิบแปดหนอ น้องสิบแปด ครานี้ข้าจะชนะเจ้าให้ได้!”“เด็ก ๆ เตรียมเงินให้เรียบร้อย ข้าจะนำไปมอบให้น้องสิบแปดด้วยตัวเอง!”โอกาสอันดีแบบนี้ แน่นอนว่าต้องไปมอบให้ฉู่หนิงด้วยตัวเองจะได้ถือโอกาสทำให้อับอาย เอาคืนเรื่องที่ตำหนักอิงอู่วันนี้เป็นแค่บุตรนอกสมรสแต่กล้าเป็นปรปักษ์กับเขา มิหนำซ้ำยังเล่นละครหลอกเขาต่อหน้าทุกคนรอก่อนเถอะ คอยดูว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!ไม่นาน เงินจำนวนหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นตำลึงก็ถูกจัดการเรียบร้อย องค์ชายรองขี่ม้านำคนไปส่งด้วยตัวเองครึ่งชั่วยามต่อมา จวนฉู่อ๋อง ภายในเรือนชั้นในฉู่หนิงถือหอกยาว ท่วงท่าองอาจห้าวหาญ แตกต่างจากท่าทีเหลาะแหละตามปกติ กระบวนท่าหอกดุดันทรงพลังหลังจากฝึกฝนกำลังภายในได้สำเร็จ วิชาหอกก็ถูกนำมาฝึกฝนเป็นประจำ ทุกวันที่มีเวลาว่าง เขาจะมาฝึกที่เรือนชั้น







