แชร์

บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 2/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-05 20:09:01

กุ้ยมามาเล่าด้วยความปวดใจ นางไม่รู้เลยว่าการไปพึ่งพาฉินอี๋เหนียง อดีตสตรีจากหอเริงรมย์ที่นายท่านรับเป็นอนุผู้นั้น จะเป็นหนทางที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ในเวลานั้นเพื่อเงินเพียงไม่กี่อีแปะมาประทังชีวิตอินมี่เอิน นางยอมก้มหัวให้แม้กระทั่งสุนัขในจวน เพื่อต้องการรักษาชีวิตเจ้านายหนึ่งเดียวของนางเอาไว้

อินมี่เอินฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความสงบนิ่ง ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสเปี่ยมด้วยความไร้เดียงสา บัดนี้มืดสนิทราวกับบ่อน้ำลึกที่ไร้ก้นบึ้ง นางไม่ได้เอ่ยปากด่าทอโชคชะตา ไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญหามารดาที่ตายจาก และไม่ได้แสดงความโกรธแค้นที่แม่นมต้องไปก้มหัวให้อนุภรรยาของบิดา

ความเงียบที่แฝงด้วยความกดดันของดรุณีน้อยทำเอาบรรยากาศในกระท่อมชาวบ้านอึดอัดจนกุ้ยมามาต้องเรียกนางเบา ๆ

“คุณหนู...” กุ้ยมามาเอื้อมมือไปกุมมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบนั้นไว้ “เรื่องในจวนโหวตอนนี้วุ่นวายไปหมด อนุเซวียขึ้นมาเป็นฮูหยินกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ บ่าวไพร่เรือนเดิมของเราถูกขายทิ้งหรือไม่ก็ถูกโบยจนพิการ... คุณหนู บ่าวได้เงินมาจำนวนหนึ่งแล้ว เรา... เราจะเอาอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ? จะให้บ่าวพาท่านหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านเดิมของบ่าวที่แดนใต้ดีหรือไม่?”

อินมี่เอินมองมือที่จับมือนางเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ชักมือออกจากการเกาะกุมของกุ้ยมามา นางขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า แม้บาดแผลบนแผ่นหลังจะปริแตกจนเลือดสีสดซึมผ่านผ้าพันแผล แต่นางกลับไม่ส่งเสียงร้องโอดครวญออกมาแม้แต่ครึ่งคำ

“กุ้ยมามา... ท่านจำได้หรือไม่ เมื่อเดือนก่อน ตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ เราเล่นซ่อนหากันที่สวนหินหลังเรือนเหมยฮวา”

คำถามที่ดูเหมือนไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอากุ้ยมามาชะงักงันนึกคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ

“บะ... บ่าวจำได้เจ้าค่ะ คุณหนูไปซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ใหญ่หลังภูเขาหินจำลอง จนบ่าวกับฮูหยินตามหากันแทบพลิกจวน”

“ในโพรงไม้นั้น มีแผ่นหินที่ขยับได้อยู่หนึ่งแผ่น” อินมี่เอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าเคยแอบเอาหีบไม้ใบเล็กไปซ่อนไว้ในนั้น ในนั้นมีตั๋วเงินของร้านแลกเงินไท่ผิงอยู่หนึ่งพันตำลึงเงิน เป็นของขวัญปีใหม่ที่ท่านตามอบให้ สั่งให้เก็บให้ดีอย่าให้มารดาเห็น”

กุ้ยมามาเบิกตากว้าง หนึ่งพันตำลึงเงิน! ท่านแม่ทัพฮั่วแอบให้เงินคุณหนูมากขนาดนี้เชียว จำนวนเงินมหาศาลนี้มากพอที่จะซื้อจวนหลังใหญ่ในเมืองหลวงและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้ทั้งชาติ!

“กุ้ยมามา ท่านจงกลับไปที่จวนเวินหนิงโหว ใช้ข้ออ้างเรื่องมารดาป่วยบังหน้าต่อไป แอบไปที่โพรงไม้นั้นแล้วนำตั๋วเงินทั้งหมดออกมา” เด็กหญิงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเกินวัย

“เมื่อได้เงินมาแล้ว ข้าจะแบ่งตั๋วเงินนั้นให้ท่านส่วนหนึ่ง ถือเป็นการตอบแทนที่ท่านมีบุญคุณช่วยชีวิตข้าขึ้นมาจากก้นหลุมศพ” อินมี่เอินแม้อายุแปดหนาว แต่ไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่รู้หนักเบา

“คุณหนู! ท่านพูดอันใดออกมา บ่าวไม่ต้องการเงิน บ่าวต้องการแค่ติดตามรับใช้ปกป้องท่าน!” แม่นมวัยกลางคนน้ำตาร่วงเผาะ ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ท่านต้องรับไว้” อินมี่เอินตวัดสายตาคมกริบมองแม่นมของตน ยามนี้นางต้องเข้มแข็ง เพราะเหลือแค่นางที่จะสะสางความแค้นนี้ได้

“ส่วนเงินอีกส่วน ข้าจะให้ท่านติดสินบนนายอำเภอทำหนังสือ ‘หนังสือเดินทาง’ ปลอมแปลงสถานะให้ข้าใหม่ ให้ระบุว่าข้าเป็นหลานสาวกำพร้าของท่าน ที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองหลวง”

“ออกจากเมืองหลวง? แล้วคุณหนูจะเดินทางไปที่ใดเจ้าคะ! ท่านอายุเพียงแปดหนาว จะรอนแรมไปเพียงลำพังได้อย่างไร ให้บ่าวติดตามท่านไปเถิดนะเจ้าคะ!”

“ข้ายังบอกไม่ได้ว่าจะไปที่ใด และท่านก็ห้ามตามข้ามาเด็ดขาด ท่านต้องอยู่” อินมี่เอินตัดบทอย่างเยือกเย็น นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของแม่นมผู้ภักดี

“กุ้ยมามา...ยามนี้ข้าไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้อีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญที่สุด ข้าไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะตาย แต่ข้ากลัว... กลัวว่าสักวันหนึ่ง หากจวนโหวสืบรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ คนที่จะถูกลากไปทรมานจนตายเพื่อเค้นหาความจริงจากปาก ก็คือท่าน”

คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอากุ้ยมามาพูดไม่ออก ความหวาดกลัวต่ออำนาจของจวนเวินหนิงโหวและความโหดเหี้ยมของฮูหยินเซวียยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจ หากความแตกขึ้นมา ไม่เพียงแค่นางที่จะตายอย่างอนาถ แต่ครอบครัวของนางที่บ้านนอกก็คงไม่เหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว

“ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ตายตราบใดที่ยังคืนความเป็นธรรมให้มารดาไม่ได้ เมื่อใดที่ข้าตั้งหลักได้ มีอำนาจมากพอที่จะเหยียบย่ำพวกมันให้จมดิน ข้าจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาหาท่านเอง... ถึงเวลานั้น ท่านต้องเป็นสายข่าวในเมืองหลวงให้ข้า เข้าใจหรือไม่”

กุ้ยมามามองเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา นี่ไม่ใช่คุณหนูอินมี่เอินผู้ร่าเริงและชอบกินขนมโก๋ลูกท้ออีกต่อไปแล้ว สุดท้ายได้แต่พยักหน้ารับคำสั่งอย่างจนใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มด้วยความเวทนาและหวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่อาจคาดเดา

สิบวันต่อมา ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายในฤดูวสันต์

รถม้าเช่ากลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งเคลื่อนตัวช้า ๆ ออกจากประตูเมืองหลวงฉางอันมุ่งหน้าสู่ความเวิ้งว้างทางทิศเหนือ ภายในรถม้า อินมี่เอินในชุดผ้าฝ้ายสีมอซอสวมหมวกเหวยเม่าปกปิดใบหน้า นอนในรถม้ากำตั๋วเงินสามร้อยในสาบเสื้อไว้แน่น นางเลือกจะเลือกเป็นเงินตำลึงและเงินอีแปะมาส่วนหนึ่งที่เหลือเก็บเป็นตั๋วแลกเงินเพื่อความสะดวกในการเดินทางและยังเย็บกระเป๋าเสื้อด้านในซ่อนอีกชั้นกันล่อตาโจร

บาดแผลบนแผ่นหลังยังคงปวดหนึบ แต่หัวใจของนางกลับด้านชาไปหมดแล้ว ยามนี้มีเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้นางล้างแค้นคือต้องการมีชีวิตรอด

ดรุณีน้อยยกตัวขึ้นนั่งเลิกม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกลับไปยังกำแพงเมืองหลวงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในม่านหมอกฝน แต่ทว่าออกพ้นประตูติ้งอันที่ออกจากเมืองหลวงมาได้เพียงชั่วครู่กลับมีเสียงเหล่าทหารดังขึ้น!

“ตรวจรถม้าทุกคันที่เพิ่งเดินทางออกจากประตูติ้งอันให้หมด ไม่มีละเว้น!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 6/6

    พวกเขาเร่งเดินทางคืนทั้งวันแต่กลับไม่ทันการ ยิ่งการจัดงานศพที่ลวก ๆ ยิ่งรู้ว่าต้องมีเบื้องหลังแน่ ๆ ...แต่กลับเรียกร้องความเป็นธรรมอะไรไม่ได้เลย...ซูมั่วไป๋ถอนหายใจหนึ่งสายก่อนจะได้ยินเสียงที่ปลุกให้นางหลุดจากภวังค์“คิดอะไรอยู่หรือ...” ซูมั่วไป๋นั่งอยู่บนชั้นสุดมีชิงช้าอยู่แต่ก็ดันคิดถึงแต่อดีต โดยที่เจียงเย่หลินนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และพบว่าฮ่องฉู่เหยียนเจาลอบออกจากวังมาหอชิงโหยวอีกแล้ว“ข้าคิดถึงวันเก่า ๆ ของพวกเรา” ซูมั่วไป๋ยอมรับว่าละวางอดีตไม่ได้ นางมีสหายเพียงสองคนที่รักกันมาก แม้จะได้ล้างแค้นแต่ก็ยังคิดถึงพวกนางอยู่ดี“แล้วเจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามออกไป ทำให้ซูมั่วไป๋น้ำตารื้นนางตั้งใจกลั้นมันเอาไว้ แต่ทว่าครั้งนี้กลับกลั้นเอาไว้ไม่ได้จึงผินหน้าหนี‘คิดสิ...ท่านเป็นคนเดียวที่ข้าคิดถึงเสมอ’ แต่นางพูดออกมาไม่ได้แต่กลับตอบอีกอย่างแทน“ไม่”“แต่ข้าคิดถึงเจ้านะ...คิดถึงมาตลอด” ฉู่เหยียนเจาไม่ปิดบังเขายกมือเชยคางมนของนางให้หันมาสบตา พบว่านางมีดวงตาที่ไหวระริก และรู้ว่านางโกหก“ท่าน...”“เจ้ามีใจให้ข้าเหตุใดต้องโกหกและผลักไสข้า”ซูมั่วไป๋ในใจเต้นระส่ำ นี่เ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 5/6

    บันทึกการรักษาลับสุดยอดระบุชัดเจนว่า ฮ่องเต้ฉู่เซ่าเยวียน... ‘เป็นหมัน!’ เขาไม่สามารถให้กำเนิดมังกรน้อยได้อีกต่อไป!แต่เพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ ฮ่องเต้จำเป็นต้องมีสายเลือดสืบทอด และเป้าหมายที่เขาเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการตั้งครรภ์สายเลือดจอมปลอมก็คือ เผยกุ้ยเฟย สตรีคนแรกที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่และมีตระกูลบัณฑิตหนุนหลัง!ฉู่เซ่าเยวียนวางแผนอย่างอำมหิต เขาเตรียมการให้ ‘หวังเต๋อเฉวียน’ คนสนิทที่เป็นเพียงขันทีปลอม ยังไม่ได้ถูกตอน แอบลอบเข้าไปขืนใจเผยเยว่ฉีในยามวิกาล โดยจัดฉากให้สตรีผู้น่าสงสารเข้าใจผิดว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทที่เสด็จตำหนักนางเป็นคนแรก‘เดรัจฉาน! เลวทรามต่ำช้าเกินมนุษย์!’ซูมั่วไป๋โกรธจนแทบกระอักเลือดหลังจากลอบฟังเสียงที่พูดคุยของคนชั่วช้า นางรีบพุ่งตัวพริ้วไหวไปตามแนวหลังคามุ่งหน้าสู่ตำหนักของเผยกุ้ยเฟยทันที นางจะยอมให้สหายรักต้องแปดเปื้อนและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนั้นไม่ได้!ทว่าในระหว่างที่นางกำลังพรางตัวอยู่ใต้เงาไม้เบื้องหน้าตำหนักนั้นเอง สายตาของนางกลับปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กำลังแอบลอบมองเข้าไปในตำหนักในเช่นเดียวกัน เขากำลังมาตามหาบางสิ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 4/6

    นางเอาสตรีเหล่านั้นมาข่มขู่เพราะลำพังนางตายก็จบสิ้น นางไม่มีคนให้ห่วงใย แต่ว่าสตรีที่เป็นสหายรักทั้งสองไม่ใช่ อีกอย่างนางก็ฝึกวรยุทธ์มาพร้อมกับเขา ตอนที่แอบหนีออกไป เจียงเย่หลินเองก็ด้วย มีเพียงสหายอีกสองคนเท่านั้นที่ไม่สนใจเรื่องต่อสู้ พวกนางรักสวยรักงามและเล่นสนุกไปวัน ๆฉู่เหยียนเจาชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว“ออกไปจากชีวิตข้าเสีย... ตั้งแต่นี้ไป ข้ากับพวกท่านไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก มิตรภาพในวัยเยาว์นั่น... ข้าลืมมันไปหมดแล้ว!”ซูมั่วไป๋ผลักไสเขาออกไปด้วยถ้อยคำที่บาดลึกดุจคมมีด นางเฝ้ามองแผ่นหลังของบุรุษที่นางรักเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิด ก่อนจะทรุดกายลงร้องไห้อย่างไร้เสียง นางต้องตัดขาดจากทุกคนเพื่อเป็นเกราะกำบังให้สหายและเขาได้ปลอดภัยเพราะซูมั่วไป๋คือคำสั่งตายและคนที่คิดเรื่องนี้ได้ต้องการกำจัดฉู่เหยียนเจาเช่นกัน นางจึงต้องออกห่างจากทุกคนในคืนที่หิมะเริ่มโปรยปราย ซูมั่วไป๋ตัดสินใจทิ้งหอเริงรมย์ให้คนสนิทดูแล และหนีขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงชันและลับตาคนที่สุด เพื่อฝึกฝนวิชาและวรยุทธ์ชั้นสูงกับตำราที่เหลือไว้จากไทเฮา ที่นางกำนัลคนสนิทมอบให้หลังจากงานพระศพ จนนางถ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 3/6

    ในวันที่ซูมั่วไป๋ก้าวเข้าสู่วัยปักปิ่น ความงดงามของนางเบ่งบานถึงขีดสุด ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะรับกับนัยน์ตาหงส์ที่เยือกเย็นดึงดูดใจอย่างประหลาด ทว่าความงามนั้นกลับกลายเป็นภัยมืดที่คืบคลานเข้ามาหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อฮองเฮาและบรรดาขุนนางเฒ่าในราชสำนักต่างเริ่มจับตามอง และมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะคัดเลือกซูมั่วไป๋ให้ดำรงตำแหน่ง ‘ไท่จื่อเฟย’ หรือชายารัชทายาท เพื่อความมั่นคงของฐานอำนาจในวังหลังเพราะนางเป็นที่โปรดปรานของเสด็จแม่และเสด็จย่าของฝ่าบาทเผยเยว่ฉีและฮั่วหรูเสวี่ยต่างกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยความกังวล พวกนางรู้ดีว่าวังหลวงในยามนี้เปรียบดุจถ้ำเสือที่พร้อมจะขย้ำผู้ที่ก้าวพลาดทุกเมื่อ การขึ้นเป็นไท่จื่อเฟยมิใช่ลาภยศสรรเสริญสำหรับซูมั่วไป๋ แต่มันคือการถูกล่ามโซ่ทองคำไว้ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแผนการต่างหาก“มั่วไป๋ เจ้าจะทำเช่นไร หากราชโองการมาถึง... เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ข้างนอกนั่นอีกเลยนะ” เผยเยว่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่ทั้งสามแอบมาพบกันที่เชิงเขาที่เดิม แม้พวกนางเติบโตเป็นสตรีวัยปักปิ่นแต่ไทเฮากลับเรียกตัวพวกนางเข้าวังอยู่ตลอด ทำให้ชี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 2/6

    วันนั้นบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่รวมถึงหลินซี กำลังแอบซุ่มดูและพยายามจะโยนผ้าเช็ดหน้ายั่วยวนเหล่าองค์ชายที่เดินผ่านอุทยาน ซูมั่วไป๋ เผยเยว่ฉี และฮั่วหรูเสวี่ยที่หมั่นไส้จนทนไม่ไหว พวกนางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เหตุใดจึงขยันทำเรื่องงามหน้าไม่รอให้ถึงเวลา คล้ายกับถูกมารดาสั่งสอนมาให้ทำเช่นนี้ จึงร่วมมือกันวางแผนฮั่วหรูเสวี่ยไปจับงูเขียวไม่มีพิษตัวหนึ่งมาได้ เผยเยว่ฉีเป็นคนกะจังหวะทิศทางลม ส่วนซูมั่วไป๋เป็นคนโยนมันลงไปกลางวงของพวกสตรีเหล่านั้น!“กรี๊ดดดด!!! งู!!!”เสียงหวีดร้องดังก้องอุทยานหลวง บรรดาคุณหนูที่เคยทำตัวอ่อนช้อยต่างกระโดดหนีตายกันอุตลุด วิ่งชนกันจนกระโปรงหลุดลุ่ย ปิ่นปักผมร่วงหล่นกระจัดกระจาย ไม่เหลือเค้าความงามแม้แต่น้อย“ฮ่าๆๆๆ สะใจจริง ๆ หลินซีจอมปากเสียกรีดร้องกระโดดเหยง ๆ เหมือนคนบ้าเลย!” ฮั่วหรูเสวี่ยเอ่ยพลางกุมท้องขบขัน ขณะที่พวกนางทั้งสามพากันวิ่งหลบหนีความผิดขึ้นมาซ่อนตัวอยู่บนเขาหลังวัง“นั่นสิ ข้าเห็นนางสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหน้าคว่ำด้วย” เผยเยว่ฉีหัวเราะจนน้ำตาเล็ดซูมั่วไป๋มองดูสหายทั้งสอง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะค่อย ๆ คลี่รอยยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวที

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 1/6

    ...ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ภายในกำแพงวังหลวงที่ฉาบเคลือบไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า ทว่าเบื้องหลังกลับซุกซ่อนไปด้วยคลื่นใต้น้ำและการแก่งแย่งชิงดีซูมั่วไป๋ในยามที่ยังเป็นดรุณีน้อย เสมือนดั่งบุปผางามที่เบ่งบานเหนือผู้ใด บิดาของนางคือขุนนางขั้นสี่ที่ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าแต่ว่าสละชีวิตให้กับสองสตรีในวังหลังพร้อมกับมารดา ตัวนางจึงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่ไท่หวงไท่โฮ่วและไทเฮาทรงโปรดปรานถึงขั้นรับเข้ามาเลี้ยงดูในตำหนักในตั้งแต่ยังเยาว์วัยเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุความรักใคร่เอ็นดูที่สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังทั้งสองพระองค์มอบให้นั้น เปรียบเสมือนดาบสองคมที่กรีดแทงซูมั่วไป๋อย่างเงียบเชียบนางได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีเยี่ยม ทั้งรูปโฉม กิริยามารยาท และศาสตร์ทั้งสี่ล้วนเป็นเลิศ ทว่าสิ่งที่ตามมาคือสายตาริษยาและคำนินทาว่าร้ายจากบรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกส่งเข้ามาเป็นสหายร่วมศึกษาท่ามกลางเสียงนกเสียงกาที่คอยจิกกัด ซูมั่วไป๋เลือกที่จะสวมหน้ากากแห่งความเย็นชา นางเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม เมินเฉยต่อเสียงเห่าหอนของสุนัขตัวเมียที่เป็นฮูหยินสอพลอ ทว่าลึก ๆ ในใจ ดรุณี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 3/4

    “หมิงชินอ๋องก็คือองค์ชายใหญ่ฉู่จิ้งหนานอย่างไรเล่า นี่ ๆ ข้าว่างพอดีเดี๋ยวจะเล่าอย่างละเอียดทีเดียว”อินมี่เอินเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าเสี่ยวเอ้อร์ท่าทางเป็นมิตร จึงยิ้มให้“สิบกว่าวันก่อนไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เผยกุ้ยเฟยสิ้นใจกะทันหัน ฝ่าบาทมีราชโองการแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นหมิงชินอ๋องส่งตัวโอรสอ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 2/4

    ชายคนขับรถม้าที่กุ้ยมามาว่าจ้างมา รีบขยับตัวเข้ามาบังหน้าเด็กหญิงไว้ด้วยท่าทีนอบน้อมประจบประแจง เขายัดถุงเงินอีแปะใส่มือทหารยามอย่างแนบเนียน“โธ่ ใต้เท้าขอรับ... หลานสาวข้าน้อยป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง พ่อแม่นางก็ตายเพราะโรคนี้หมด ข้าน้อยจึงต้องรีบพานางออกจากเมืองหลวงเพื่อไปรักษาที่ตงไห่ ใต้เท้าโปรดระ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 1/4

    เมื่อได้ยินดังนั้นอินมี่เอินรู้สึกตระหนกเล็กน้อย พลางคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทำไมอยู่ ๆ ทหารถึงได้เข้มงวดตรวจตราขึ้นมาตอนที่นางกำลังจะออกจากเมืองหลวง พวกเขาต้องการค้นหาผู้ใดหรือ?จากที่นางนอนพักรักษาตัว และฟังข่าวจากกุ้ยมามาก็ไม่เห็นว่าเหตุการณ์ใดผิดปกตินี่นา ยกเว้นเรื่องของนางที่ถูกประกาศออกมาว่าทำให

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 1/2

    ความหวานล้ำของขนมหยุนเพี่ยนเกาหรือขนมโก๋ลูกท้อที่ละลายในปาก ยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น...อินมี่เอินในวัยแปดหนาวจำได้เพียงว่า รสชาติของขนมโก๋ลูกท้อที่มารดาป้อนเข้าปากนั้นช่างหอมหวานและนุ่มนวลเหลือเกิน มือที่ลูบครรภ์ของมารดายังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่น นางกำลังเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้ม ทว่าจู่ ๆ ภาพความอบอุ่นตร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status