Beranda / รักโบราณ / สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์ / บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 1/2

Share

บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-05 20:08:54

ความหวานล้ำของขนมหยุนเพี่ยนเกาหรือขนมโก๋ลูกท้อที่ละลายในปาก ยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น...

อินมี่เอินในวัยแปดหนาวจำได้เพียงว่า รสชาติของขนมโก๋ลูกท้อที่มารดาป้อนเข้าปากนั้นช่างหอมหวานและนุ่มนวลเหลือเกิน มือที่ลูบครรภ์ของมารดายังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่น นางกำลังเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้ม ทว่าจู่ ๆ ภาพความอบอุ่นตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยว

ศีรษะของเด็กน้อยปวดหนึบราวกับมีเข็มเหล็กนับพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาในขมับ ภาพมารดาที่กำลังแย้มยิ้มพลันพร่ามัว ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะถูกกระชากลงสู่ความมืดมิด

ซ่า!!

ความหนาวเหน็บที่สาดกระเซ็นกระทบใบหน้า ปลุกให้นางสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทราอันแสนหวาน อินมี่เอินสำลักน้ำออกมาอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตที่เคยสุกสกาวราวกับดวงดาราบัดนี้เบิกกว้างด้วยความสับสนระคนหวาดกลัว สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาในเรือนมารดา แต่เป็นกลิ่นดินยามฝนตก ร่างกายเล็กจ้อยของนางถูกตรึงแน่นอยู่บนม้าไม้สำหรับลงทัณฑ์ เชือกป่านเส้นหยาบบาดลึกเข้าไปในข้อมือจนห่อเลือด

เบื้องหน้าของนางคือลานหินชนวนหน้าศาลบรรพชนตระกูลอิน บิดาที่นางเคารพรักสุดหัวใจ อินหมิงเต๋อ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือไม้แดง แววตาของเขาที่เคยมองนางด้วยความเอ็นดู บัดนี้กลับเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์และดูโหดเหี้ยมราวกับนางไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

“โบยนาง! นางฆ่ามารดาและน้องชาย”

เสียงตวาดนั้นดังก้องกังวานราวกับฟ้าผ่า ไม้พลองหท่อนกลมฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดแล่นริ้วทะลุถึงกระดูกจนนางแทบขาดใจ

อินมี่เอินส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา กรีดร้องปฏิเสธข้อกล่าวหาไร้ที่มาที่บิดายัดเยียดให้... นางหรือ? ฆ่ามารดา ฆ่าน้องชายในครรภ์?

“สวรรค์เบื้องบนจงเบิกตาดู! ข้าอินมี่เอินถูกใส่ร้าย... หากข้าต้องตาย ข้าขอสาปแช่งให้ตระกูลอินที่อวดอ้างคุณธรรมจอมปลอมนี้ ล่มจม วอดวาย ตายตามมารดา น้องชายของข้าไป”

คำสาปแช่งสุดท้ายดังก้องแข่งกับเสียงสายฟ้าที่ซัดสาดลงมา ก่อนที่สติของนางจะดับวูบไปพร้อมกับคำสั่งอันเลือดเย็นของบิดา

“ประกาศออกไปให้ทั่วเมืองหลวง ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลอินมีจิตใจอำมหิตผิดมนุษย์ คิดร้ายลอบสังหารมารดาและน้องชายในครรภ์ ถูกลงทัณฑ์จนสิ้นใจคาไม้โบย! นำร่างอัปมงคลของนางใส่โลงไปฝังทิ้งที่สุสานไร้ญาติหลังเขา อย่าให้บ่าวรับใช้หรือผู้ใดในจวนเอ่ยชื่อนางอีก!"

“ข้าไม่มีบุตรสาวร้ายกาจเช่นนี้”

...ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของโลงไม้หนานมู่ ความรู้สึกของการถูกฝังทั้งเป็น ดินโคลนที่สาดเทลงมากลบฝังลมหายใจ...ทุกอย่างมันสมจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงฝันร้าย

เฮือก!

อินมี่เอินสะดุ้งสุดตัว เปลือกตาที่หนักอึ้งเบิกโพลงขึ้นท่ามกลางแสงสลัว นางหอบหายใจรุนแรงต้องการโกยเอาอากาศเข้าปอด กลิ่นดินคาวเลือดและโคลนตมในโลงศพมลายหายไป สัมผัสแรกที่เตะจมูกคือกลิ่นฉุนปนขมของยาสมุนไพรต้ม ร่างกายของนางไม่ได้ถูกบีบรัดอยู่ในโลงแคบ ๆ อีกต่อไป แต่นอนคว่ำหน้าอยู่บนฟูกผ้าฝ้ายเก่า ๆ แม้ไร้ความนุ่มแต่ก็พอทนหลับนอนได้

ความรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาดนี้ทำให้นางเผลอคิดไปชั่วขณะว่า หรือแท้จริงแล้วเรื่องราวความโหดร้ายทั้งหมด... การตายของมารดา การลงทัณฑ์ของบิดา และการถูกฝังทั้งเป็น จะเป็นเพียงแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่ง!

“อ้า...ซี๊ด...”

ทว่าเพียงแค่ขยับตัว ความเจ็บปวดร้าวลึกจากรอยแตกยับบนแผ่นหลังก็แล่นปราดขึ้นมาประท้วง ความเป็นจริงอันโหดร้ายตอกย้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจริง

“คุณหนู! ท่านฟื้นแล้ว! สวรรค์เมตตา สวรรค์เมตตาโดยแท้!”

เสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างเตียง ชิวกุ้ย หรือ กุ้ยมามาแม่นมคนสนิทของมารดาถลาเข้ามาทรุดตัวลงข้างฟูก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มือเหี่ยวย่นที่สั่นเทารีบประคองถ้วยกระเบื้องปากบิ่น ใส่โจ๊กข้าวฟ่างต้มจนเละมาจ่อที่ริมฝีปากของนาง

“ค่อย ๆ กลืนนะเจ้าคะคุณหนู ท่านหลับไปถึงสามวันเต็ม ๆ บ่าวกลัวเหลือเกิน...กลัวว่าลมหายใจรวยรินของท่านจะหลุดลอยไป ไม่เช่นนั้นบ่าวคงไม่มีใจจะอยู่ต่อไปแล้ว ตายตามท่านไปแน่ ๆ” กุ้ยมามาพูดพลางปาดน้ำตาด้วยนางเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์ อยู่กับฮูหยินมาตั้งแต่ออกเรือน

อินมี่เอินอ้าปากรับโจ๊กข้าวฟ่างจืดชืดนั้นอย่างว่าง่าย ความอบอุ่นของอาหารที่ไหลลงสู่กระเพาะว่างเปล่า ช่วยดึงสติของเด็กหญิงวัยแปดหนาวให้กลับมาแจ่มชัด

หลังจากกินโจ๊กเสร็จนางทอดสายตามองกุ้ยมามาที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะผ้าพันแผลเก่าที่ชุ่มเลือดออก จากนั้นทายาสมุนไพรสูตรหมอชาวบ้านลงบนหลังของนางอย่างเบามือที่สุด

“กุ้ยมามา... ที่นี่คือที่ไหน” เสียงของเด็กหญิงแหบแห้งและราบเรียบอย่างประหลาด ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ ไร้ซึ่งความหวาดผวาอย่างที่ดรุณีแปดหนาวพึงจะเป็น

ต่อไปนี้ชีวิตนางไม่ใช่คนอ่อนแออีกแล้ว

และนั่นทำให้กุ้ยมามาลอบสังเกตคุณหนูใหญ่ พลันคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันก่อนตอบ

“ที่นี่คือบ้านพักของชาวบ้านที่ท้ายเมืองหลวงเจ้าค่ะ ปลอดภัยจากสายตาของคนจวนโหวแน่นอน” กุ้ยมามาตอบพลางปาดน้ำตา ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ในช่วงสามวันที่ผ่านมาให้คุณหนูของตนฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เจือด้วยความโศกเศร้า

เมื่อสามวันก่อน หลังจากที่กุ้ยมามาใช้เสียมงัดฝาโลงและขุดร่างที่บอบช้ำของอินมี่เอินขึ้นมาจากหลุมศพไร้ญาติ นางต้องแบกร่างคุณหนูฝ่าพายุฝนมาซ่อนตัวในกระท่อมร้างแห่งนี้ เงินทองติดตัวก็ไม่มี ยาสมุนไพรก็ขาดแคลน เพื่อรักษาชีวิตของคุณหนูใหญ่ กุ้ยมามาจึงตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงตายที่สุด นั่นคือการลอบกลับเข้าไปในจวนเวินหนิงโหวในรุ่งเช้าของอีกวัน

“บ่าวไม่มีทางเลือกเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวแสร้งทำเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก ไปคุกเข่าโขกศีรษะขอความเมตตาจากฉินอี๋เหนียงที่เรือนไผ่หยก ขอให้นางรับบ่าวไว้เป็นคนรับใช้ปัดกวาดเรือน แลกกับการเบิกเงินล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย โดยอ้างว่ามารดาแก่ชราที่บ้านนอกกำลังป่วยหนักปางตาย บ่าวต้องการเงินไปซื้อยาและขออนุญาตลาออกมารักษามารดาชั่วคราว...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 6/6

    พวกเขาเร่งเดินทางคืนทั้งวันแต่กลับไม่ทันการ ยิ่งการจัดงานศพที่ลวก ๆ ยิ่งรู้ว่าต้องมีเบื้องหลังแน่ ๆ ...แต่กลับเรียกร้องความเป็นธรรมอะไรไม่ได้เลย...ซูมั่วไป๋ถอนหายใจหนึ่งสายก่อนจะได้ยินเสียงที่ปลุกให้นางหลุดจากภวังค์“คิดอะไรอยู่หรือ...” ซูมั่วไป๋นั่งอยู่บนชั้นสุดมีชิงช้าอยู่แต่ก็ดันคิดถึงแต่อดีต โดยที่เจียงเย่หลินนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และพบว่าฮ่องฉู่เหยียนเจาลอบออกจากวังมาหอชิงโหยวอีกแล้ว“ข้าคิดถึงวันเก่า ๆ ของพวกเรา” ซูมั่วไป๋ยอมรับว่าละวางอดีตไม่ได้ นางมีสหายเพียงสองคนที่รักกันมาก แม้จะได้ล้างแค้นแต่ก็ยังคิดถึงพวกนางอยู่ดี“แล้วเจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามออกไป ทำให้ซูมั่วไป๋น้ำตารื้นนางตั้งใจกลั้นมันเอาไว้ แต่ทว่าครั้งนี้กลับกลั้นเอาไว้ไม่ได้จึงผินหน้าหนี‘คิดสิ...ท่านเป็นคนเดียวที่ข้าคิดถึงเสมอ’ แต่นางพูดออกมาไม่ได้แต่กลับตอบอีกอย่างแทน“ไม่”“แต่ข้าคิดถึงเจ้านะ...คิดถึงมาตลอด” ฉู่เหยียนเจาไม่ปิดบังเขายกมือเชยคางมนของนางให้หันมาสบตา พบว่านางมีดวงตาที่ไหวระริก และรู้ว่านางโกหก“ท่าน...”“เจ้ามีใจให้ข้าเหตุใดต้องโกหกและผลักไสข้า”ซูมั่วไป๋ในใจเต้นระส่ำ นี่เ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 5/6

    บันทึกการรักษาลับสุดยอดระบุชัดเจนว่า ฮ่องเต้ฉู่เซ่าเยวียน... ‘เป็นหมัน!’ เขาไม่สามารถให้กำเนิดมังกรน้อยได้อีกต่อไป!แต่เพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ ฮ่องเต้จำเป็นต้องมีสายเลือดสืบทอด และเป้าหมายที่เขาเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการตั้งครรภ์สายเลือดจอมปลอมก็คือ เผยกุ้ยเฟย สตรีคนแรกที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่และมีตระกูลบัณฑิตหนุนหลัง!ฉู่เซ่าเยวียนวางแผนอย่างอำมหิต เขาเตรียมการให้ ‘หวังเต๋อเฉวียน’ คนสนิทที่เป็นเพียงขันทีปลอม ยังไม่ได้ถูกตอน แอบลอบเข้าไปขืนใจเผยเยว่ฉีในยามวิกาล โดยจัดฉากให้สตรีผู้น่าสงสารเข้าใจผิดว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทที่เสด็จตำหนักนางเป็นคนแรก‘เดรัจฉาน! เลวทรามต่ำช้าเกินมนุษย์!’ซูมั่วไป๋โกรธจนแทบกระอักเลือดหลังจากลอบฟังเสียงที่พูดคุยของคนชั่วช้า นางรีบพุ่งตัวพริ้วไหวไปตามแนวหลังคามุ่งหน้าสู่ตำหนักของเผยกุ้ยเฟยทันที นางจะยอมให้สหายรักต้องแปดเปื้อนและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนั้นไม่ได้!ทว่าในระหว่างที่นางกำลังพรางตัวอยู่ใต้เงาไม้เบื้องหน้าตำหนักนั้นเอง สายตาของนางกลับปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กำลังแอบลอบมองเข้าไปในตำหนักในเช่นเดียวกัน เขากำลังมาตามหาบางสิ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 4/6

    นางเอาสตรีเหล่านั้นมาข่มขู่เพราะลำพังนางตายก็จบสิ้น นางไม่มีคนให้ห่วงใย แต่ว่าสตรีที่เป็นสหายรักทั้งสองไม่ใช่ อีกอย่างนางก็ฝึกวรยุทธ์มาพร้อมกับเขา ตอนที่แอบหนีออกไป เจียงเย่หลินเองก็ด้วย มีเพียงสหายอีกสองคนเท่านั้นที่ไม่สนใจเรื่องต่อสู้ พวกนางรักสวยรักงามและเล่นสนุกไปวัน ๆฉู่เหยียนเจาชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว“ออกไปจากชีวิตข้าเสีย... ตั้งแต่นี้ไป ข้ากับพวกท่านไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก มิตรภาพในวัยเยาว์นั่น... ข้าลืมมันไปหมดแล้ว!”ซูมั่วไป๋ผลักไสเขาออกไปด้วยถ้อยคำที่บาดลึกดุจคมมีด นางเฝ้ามองแผ่นหลังของบุรุษที่นางรักเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิด ก่อนจะทรุดกายลงร้องไห้อย่างไร้เสียง นางต้องตัดขาดจากทุกคนเพื่อเป็นเกราะกำบังให้สหายและเขาได้ปลอดภัยเพราะซูมั่วไป๋คือคำสั่งตายและคนที่คิดเรื่องนี้ได้ต้องการกำจัดฉู่เหยียนเจาเช่นกัน นางจึงต้องออกห่างจากทุกคนในคืนที่หิมะเริ่มโปรยปราย ซูมั่วไป๋ตัดสินใจทิ้งหอเริงรมย์ให้คนสนิทดูแล และหนีขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงชันและลับตาคนที่สุด เพื่อฝึกฝนวิชาและวรยุทธ์ชั้นสูงกับตำราที่เหลือไว้จากไทเฮา ที่นางกำนัลคนสนิทมอบให้หลังจากงานพระศพ จนนางถ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 3/6

    ในวันที่ซูมั่วไป๋ก้าวเข้าสู่วัยปักปิ่น ความงดงามของนางเบ่งบานถึงขีดสุด ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะรับกับนัยน์ตาหงส์ที่เยือกเย็นดึงดูดใจอย่างประหลาด ทว่าความงามนั้นกลับกลายเป็นภัยมืดที่คืบคลานเข้ามาหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อฮองเฮาและบรรดาขุนนางเฒ่าในราชสำนักต่างเริ่มจับตามอง และมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะคัดเลือกซูมั่วไป๋ให้ดำรงตำแหน่ง ‘ไท่จื่อเฟย’ หรือชายารัชทายาท เพื่อความมั่นคงของฐานอำนาจในวังหลังเพราะนางเป็นที่โปรดปรานของเสด็จแม่และเสด็จย่าของฝ่าบาทเผยเยว่ฉีและฮั่วหรูเสวี่ยต่างกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยความกังวล พวกนางรู้ดีว่าวังหลวงในยามนี้เปรียบดุจถ้ำเสือที่พร้อมจะขย้ำผู้ที่ก้าวพลาดทุกเมื่อ การขึ้นเป็นไท่จื่อเฟยมิใช่ลาภยศสรรเสริญสำหรับซูมั่วไป๋ แต่มันคือการถูกล่ามโซ่ทองคำไว้ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแผนการต่างหาก“มั่วไป๋ เจ้าจะทำเช่นไร หากราชโองการมาถึง... เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ข้างนอกนั่นอีกเลยนะ” เผยเยว่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่ทั้งสามแอบมาพบกันที่เชิงเขาที่เดิม แม้พวกนางเติบโตเป็นสตรีวัยปักปิ่นแต่ไทเฮากลับเรียกตัวพวกนางเข้าวังอยู่ตลอด ทำให้ชี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 2/6

    วันนั้นบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่รวมถึงหลินซี กำลังแอบซุ่มดูและพยายามจะโยนผ้าเช็ดหน้ายั่วยวนเหล่าองค์ชายที่เดินผ่านอุทยาน ซูมั่วไป๋ เผยเยว่ฉี และฮั่วหรูเสวี่ยที่หมั่นไส้จนทนไม่ไหว พวกนางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เหตุใดจึงขยันทำเรื่องงามหน้าไม่รอให้ถึงเวลา คล้ายกับถูกมารดาสั่งสอนมาให้ทำเช่นนี้ จึงร่วมมือกันวางแผนฮั่วหรูเสวี่ยไปจับงูเขียวไม่มีพิษตัวหนึ่งมาได้ เผยเยว่ฉีเป็นคนกะจังหวะทิศทางลม ส่วนซูมั่วไป๋เป็นคนโยนมันลงไปกลางวงของพวกสตรีเหล่านั้น!“กรี๊ดดดด!!! งู!!!”เสียงหวีดร้องดังก้องอุทยานหลวง บรรดาคุณหนูที่เคยทำตัวอ่อนช้อยต่างกระโดดหนีตายกันอุตลุด วิ่งชนกันจนกระโปรงหลุดลุ่ย ปิ่นปักผมร่วงหล่นกระจัดกระจาย ไม่เหลือเค้าความงามแม้แต่น้อย“ฮ่าๆๆๆ สะใจจริง ๆ หลินซีจอมปากเสียกรีดร้องกระโดดเหยง ๆ เหมือนคนบ้าเลย!” ฮั่วหรูเสวี่ยเอ่ยพลางกุมท้องขบขัน ขณะที่พวกนางทั้งสามพากันวิ่งหลบหนีความผิดขึ้นมาซ่อนตัวอยู่บนเขาหลังวัง“นั่นสิ ข้าเห็นนางสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหน้าคว่ำด้วย” เผยเยว่ฉีหัวเราะจนน้ำตาเล็ดซูมั่วไป๋มองดูสหายทั้งสอง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะค่อย ๆ คลี่รอยยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวที

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 1/6

    ...ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ภายในกำแพงวังหลวงที่ฉาบเคลือบไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า ทว่าเบื้องหลังกลับซุกซ่อนไปด้วยคลื่นใต้น้ำและการแก่งแย่งชิงดีซูมั่วไป๋ในยามที่ยังเป็นดรุณีน้อย เสมือนดั่งบุปผางามที่เบ่งบานเหนือผู้ใด บิดาของนางคือขุนนางขั้นสี่ที่ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าแต่ว่าสละชีวิตให้กับสองสตรีในวังหลังพร้อมกับมารดา ตัวนางจึงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่ไท่หวงไท่โฮ่วและไทเฮาทรงโปรดปรานถึงขั้นรับเข้ามาเลี้ยงดูในตำหนักในตั้งแต่ยังเยาว์วัยเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุความรักใคร่เอ็นดูที่สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังทั้งสองพระองค์มอบให้นั้น เปรียบเสมือนดาบสองคมที่กรีดแทงซูมั่วไป๋อย่างเงียบเชียบนางได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีเยี่ยม ทั้งรูปโฉม กิริยามารยาท และศาสตร์ทั้งสี่ล้วนเป็นเลิศ ทว่าสิ่งที่ตามมาคือสายตาริษยาและคำนินทาว่าร้ายจากบรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกส่งเข้ามาเป็นสหายร่วมศึกษาท่ามกลางเสียงนกเสียงกาที่คอยจิกกัด ซูมั่วไป๋เลือกที่จะสวมหน้ากากแห่งความเย็นชา นางเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม เมินเฉยต่อเสียงเห่าหอนของสุนัขตัวเมียที่เป็นฮูหยินสอพลอ ทว่าลึก ๆ ในใจ ดรุณี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 3 หนีหมาป่าปะพยัคฆ์ 3/3

    “จุ๊ ๆ ... ดูหน้าผากนี่สิ เนินหน้าผากสูงส่งอิ่มเอิบ หางตาหงส์ตวัดเชิดขึ้น วาสนาแต่กำเนิดเทียมฟ้า... ทว่ากลิ่นอายกลับอับเฉา มีกลิ่นคนตายเกาะกินไม่ปล่อย ชะตากรรมถูกคนสายเลือดเดียวกันใช้ เป็นบันไดให้พวกมันเหยียบย่ำขึ้นสู่อำนาจ... เฮ้อ สงสาร ๆ เด็กน้อยผู้นี้น่าสงสารนัก! เกิดมาสูงส่งแล้วมีประโยชน์อันใด

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 3 หนีหมาป่าปะพยัคฆ์ 2/3

    คราบเลือดที่เปื้อนเสื้อผ้าและสองมือของเด็กน้อย ทำให้องครักษ์หนุ่มขมวดคิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเพิงขายโจ๊กริมทางที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เถ้าแก่ร้านโจ๊กกำลังยืนตัวสั่นงันงกแอบอยู่หลังเสาไม้ ด้วยความตกใจที่เห็นขบวนทหารและเหตุการณ์ม้าพยศเตลิดเมื่อครู่ ทำให้ยังไม่กล้าก้า

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทนำ 2/2

    “นางเด็กอัปมงคล! โบยให้ตาย เอาร่างนางยัดใส่โลงฝังไปซะ! แล้วรีบไปดับไฟ!”สติของอินมี่เอินดับวูบลงไปพร้อมกับคำสั่งนั้น......นางไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด รู้เพียงความรู้สึกอึดอัดจนแทบขาดใจและกลิ่นโคลนชื้นแฉะที่อัดแน่นจนรู้สึกว่าอากาศที่มีน้อยนิดนัก นางส่ายหน้าไปมาอยากจะหาอากาศหายใจ จนกระทั่งโสตประ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทนำ 1/2

    เดือนเจ็ดรัชศกเซ่าเยวียนปีที่สิบห้ามีปราชญ์เดินดินผู้หนึ่งตะโกนประโยคหนึ่งไปทั่วเมืองหลวงทุกวันติดต่อกันหนึ่งเดือน ‘เป็นคนดีอายุสั้น เป็นคนชั่วอายุยืนพันปี’ ผู้คนต่างบอกว่าเขาสติไม่ดี แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจะเป็นความจริงหลังจากนั้นไม่นานนักในวสันตฤดูที่ควรชุ่มฉ่ำของแคว้นต้าฉิน กลับกลายเป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status