แชร์

บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 2/4

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-05 20:14:18

ชายคนขับรถม้าที่กุ้ยมามาว่าจ้างมา รีบขยับตัวเข้ามาบังหน้าเด็กหญิงไว้ด้วยท่าทีนอบน้อมประจบประแจง เขายัดถุงเงินอีแปะใส่มือทหารยามอย่างแนบเนียน

“โธ่ ใต้เท้าขอรับ... หลานสาวข้าน้อยป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง พ่อแม่นางก็ตายเพราะโรคนี้หมด ข้าน้อยจึงต้องรีบพานางออกจากเมืองหลวงเพื่อไปรักษาที่ตงไห่ ใต้เท้าโปรดระวังอย่าเข้าใกล้เลยขอรับ ประเดี๋ยวจะติดโรคเอาได้เอาได้...ข้ายังต้องนั่งห่างจากนางเลยขอรับ”

คนขับรถม้าถูกกับชับว่า หากมีเรื่องไม่คาดฝันก่อนออกจากเมืองหลวง ให้สวมรอยเป็นญาติจากนั้นยัดถุงเงินให้กับทหาร

เหล่าทหารยามได้ยินคำว่าวัณโรคดวงตาพลันเบิกกว้าง รีบชักมือกลับผงะถอยหลังไปหลายก้าว

“ถุย! เด็กอมโรคหรอกรึ รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าประตูเมืองเลยไป! ขืนชักช้าข้าจะสั่งเผารถม้าทิ้งเสีย!”

“ขอบพระคุณใต้เท้า! ขอบพระคุณขอรับ!” คนขับรถม้ารีบโค้งขอบคุณหัวแทบจะจุ่มกับพื้นดิน ถึงได้ผ่านด่านมาได้ นับว่ารอดตายได้หวุดหวิด เขาคิดว่าหากนางหนูน้อยนั่นโดนจับเขาเองก็คงต้องโดนผู้ว่าจ้างยึดเงินคืน

ม่านถูกทิ้งตัวลงปิดบังสายตา รถม้าเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงล้อไม้บดเบียดกับถนนลูกรังสีแดงที่ต้องฝนทำให้เกิดเป็นน้ำโคลนสีแดงเปื้อนล้อ

เสียงเอี๊ยอ๊าดดังไกลออกห่างจากกำแพงเมืองหลวง อินมี่เอินพรูลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา รอดพ้นปากเหวมาได้หวุดหวิด ทว่าดวงตากลมโตที่เคยมืดมน กลับยิ่งทวีความระแวดระวังมากยิ่งขึ้น

โลกภายนอกจวนโหว ช่างเต็มไปด้วยคมหอกคมดาบ หาได้มีความเมตตาต่อผู้อ่อนแอไม่... หากข้าไร้ซึ่งไหวพริบเมื่อครู่ คงถูกลากคอกลับไปรับทัณฑ์ทรมานจนตายที่ศาลบรรพชนแล้ว

‘ท่านแม่...โปรดอวยพรข้าด้วย’

อินมี่เอินหยิบปิ่นขึ้นมาจากนั้นลูบเบา ๆ ก่อนจะหลับตานึกถึงใบหน้ามารดา แล้วลมวูบหนึ่งจะพัดเข้าหน้าหวิว ราวกับวิญญาณของมารดาตอบรับคำขอของนาง

การเดินทางในช่วงฤดูวสันต์ดำเนินต่อไปอย่างทุลักทุเล รถม้าของอินมี่เอินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อมุ่งสู่ตงไห่ตามที่ตกลงไว้กับคนขับรถม้า ทว่าเมื่อแล่นมาถึงทางแยกใหญ่ รถม้ากลับต้องหักหลบลงไปจอดแช่อยู่ในโคลนริมทางกะทันหัน เมื่อเบื้องหลังมีขบวนผู้สูงศักดิ์

“หลีกทาง! ขบวนเสด็จหมิงชินอ๋อง! ผู้ใดขวางทางมีโทษฟันแทงไม่เว้น!”

เสียงม้าควบกุบกับพร้อมกับเสียงตะโกนเบิกทางของกองทหารองครักษ์เสื้อแพรดังก้อง อินมี่เอินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางค่อย ๆ เลิกม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นมองลอดออกไป

ท่ามกลางม่านละอองพิรุณ ขบวนเสด็จอันยิ่งใหญ่ทว่าแฝงไปด้วยความเงียบเหงาและเยือกเย็นกำลังเคลื่อนพลผ่านไป ธงสัญลักษณ์ลวดลายพยัคฆ์สยายปีก ปักตัวอักษรคำว่า ‘หมิง’ ปลิวไสวต้านแรงลม ทหารองครักษ์ราวห้าร้อยนายในชุดเกราะอ่อนขี่ม้าขนาบข้างรถม้าคันใหญ่ที่แกะสลักอย่างวิจิตร ทิศทางที่ขบวนนี้กำลังมุ่งหน้าไปคือ ‘ซีเป่ย’ ดินแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออันทุรกันดารและแห้งแล้ง

อินมี่เอินแปลกใจ อาจารย์ไม่เคยสั่งสอนนางว่ามีตำแหน่งชินอ๋องสักนิด เพียงแต่บอกว่าองค์ชายใหญ่มีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งไท่จื่อสูงมาก ติดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่กำเนิดในครรภ์เผยกุ้ยเฟย แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหา เพียงแค่พิสูจน์ความสามารถให้ฝ่าบาทได้ประจักษ์แก่สายตาก็พอ

แต่หมิงชินอ๋องคือผู้ใดกันล่ะ นางที่อยากรู้เรื่องราวอยู่ครามครัน มองเมฆบนท้องฟ้าที่มืดดำคล้ายกับหากเดินทางต่อจะต้องหยุดระหว่างทางอยู่ดี จึงเอ่ยบอกท่านลุงที่บังคับม้าให้พักเดินทางก่อน และที่หาข่าวย่อมต้องเป็นโรงพักม้าที่มีผู้คนสัญจรไปมา

“ท่านลุงเดินทางมาระยะหนึ่งแล้ว พักที่โรงพักม้าข้างหน้าก่อนเถอะ ข้าคิดว่าอีกประเดี๋ยวฝนต้องตกหนักเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ ลุงว่าจะซ่อมเสื้อฟางกันฝนสักหน่อย”

อินมี่เอินเห็นด้วย การเดินทางในฤดูฝนลำบากทั้งเปียกไปหมด ดังนั้นชุดกันฝนต้องจัดการให้ดี ไม่เช่นนั้นจะไม่สบายเอาได้

เมื่อคนขับรถม้าไปจัดการให้อาหารม้า นางจึงไปนั่งในโรงเตี้ยมที่เป็นโรงเตี้ยมของทางการ มีทหารตรวจตราดูแลตลอด ทำให้รู้สึกปลอดภัย แต่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเรื่องหมิงชินอ๋อง

“เสี่ยวเอ้อร์ ขอห้องพักสองห้องเจ้าค่ะ แล้วเอาโจ๊กกับหมั่นโถวให้ข้าหนึ่งชุด อีกชุดให้กับคนบังคับม้าของข้า”

“ได้เลยขอรับคุณหนูท่านรอสักครู่”

เสี่ยวเอ้อร์ไปไม่นานก็กลับมาพร้อมอาหารที่น่าทานไม่น้อย กลิ่นหอมของโจ๊กเย้ายวนชวนหิวจริง ๆ เมื่อนางจ่ายเงินค่าอาหารและที่พักจึงยัดให้เขาอีกห้าอีแปะ

“ท่านรู้จักหมิงชินอ๋องหรือไม่” เสี่ยวเอ้อร์เห็นเงินส่วนเกินมารีบเก็บเข้าเสื้อทันที จากนั้นเริ่มเล่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 6/6

    พวกเขาเร่งเดินทางคืนทั้งวันแต่กลับไม่ทันการ ยิ่งการจัดงานศพที่ลวก ๆ ยิ่งรู้ว่าต้องมีเบื้องหลังแน่ ๆ ...แต่กลับเรียกร้องความเป็นธรรมอะไรไม่ได้เลย...ซูมั่วไป๋ถอนหายใจหนึ่งสายก่อนจะได้ยินเสียงที่ปลุกให้นางหลุดจากภวังค์“คิดอะไรอยู่หรือ...” ซูมั่วไป๋นั่งอยู่บนชั้นสุดมีชิงช้าอยู่แต่ก็ดันคิดถึงแต่อดีต โดยที่เจียงเย่หลินนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และพบว่าฮ่องฉู่เหยียนเจาลอบออกจากวังมาหอชิงโหยวอีกแล้ว“ข้าคิดถึงวันเก่า ๆ ของพวกเรา” ซูมั่วไป๋ยอมรับว่าละวางอดีตไม่ได้ นางมีสหายเพียงสองคนที่รักกันมาก แม้จะได้ล้างแค้นแต่ก็ยังคิดถึงพวกนางอยู่ดี“แล้วเจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามออกไป ทำให้ซูมั่วไป๋น้ำตารื้นนางตั้งใจกลั้นมันเอาไว้ แต่ทว่าครั้งนี้กลับกลั้นเอาไว้ไม่ได้จึงผินหน้าหนี‘คิดสิ...ท่านเป็นคนเดียวที่ข้าคิดถึงเสมอ’ แต่นางพูดออกมาไม่ได้แต่กลับตอบอีกอย่างแทน“ไม่”“แต่ข้าคิดถึงเจ้านะ...คิดถึงมาตลอด” ฉู่เหยียนเจาไม่ปิดบังเขายกมือเชยคางมนของนางให้หันมาสบตา พบว่านางมีดวงตาที่ไหวระริก และรู้ว่านางโกหก“ท่าน...”“เจ้ามีใจให้ข้าเหตุใดต้องโกหกและผลักไสข้า”ซูมั่วไป๋ในใจเต้นระส่ำ นี่เ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 5/6

    บันทึกการรักษาลับสุดยอดระบุชัดเจนว่า ฮ่องเต้ฉู่เซ่าเยวียน... ‘เป็นหมัน!’ เขาไม่สามารถให้กำเนิดมังกรน้อยได้อีกต่อไป!แต่เพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ ฮ่องเต้จำเป็นต้องมีสายเลือดสืบทอด และเป้าหมายที่เขาเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการตั้งครรภ์สายเลือดจอมปลอมก็คือ เผยกุ้ยเฟย สตรีคนแรกที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่และมีตระกูลบัณฑิตหนุนหลัง!ฉู่เซ่าเยวียนวางแผนอย่างอำมหิต เขาเตรียมการให้ ‘หวังเต๋อเฉวียน’ คนสนิทที่เป็นเพียงขันทีปลอม ยังไม่ได้ถูกตอน แอบลอบเข้าไปขืนใจเผยเยว่ฉีในยามวิกาล โดยจัดฉากให้สตรีผู้น่าสงสารเข้าใจผิดว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทที่เสด็จตำหนักนางเป็นคนแรก‘เดรัจฉาน! เลวทรามต่ำช้าเกินมนุษย์!’ซูมั่วไป๋โกรธจนแทบกระอักเลือดหลังจากลอบฟังเสียงที่พูดคุยของคนชั่วช้า นางรีบพุ่งตัวพริ้วไหวไปตามแนวหลังคามุ่งหน้าสู่ตำหนักของเผยกุ้ยเฟยทันที นางจะยอมให้สหายรักต้องแปดเปื้อนและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนั้นไม่ได้!ทว่าในระหว่างที่นางกำลังพรางตัวอยู่ใต้เงาไม้เบื้องหน้าตำหนักนั้นเอง สายตาของนางกลับปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กำลังแอบลอบมองเข้าไปในตำหนักในเช่นเดียวกัน เขากำลังมาตามหาบางสิ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 4/6

    นางเอาสตรีเหล่านั้นมาข่มขู่เพราะลำพังนางตายก็จบสิ้น นางไม่มีคนให้ห่วงใย แต่ว่าสตรีที่เป็นสหายรักทั้งสองไม่ใช่ อีกอย่างนางก็ฝึกวรยุทธ์มาพร้อมกับเขา ตอนที่แอบหนีออกไป เจียงเย่หลินเองก็ด้วย มีเพียงสหายอีกสองคนเท่านั้นที่ไม่สนใจเรื่องต่อสู้ พวกนางรักสวยรักงามและเล่นสนุกไปวัน ๆฉู่เหยียนเจาชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว“ออกไปจากชีวิตข้าเสีย... ตั้งแต่นี้ไป ข้ากับพวกท่านไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก มิตรภาพในวัยเยาว์นั่น... ข้าลืมมันไปหมดแล้ว!”ซูมั่วไป๋ผลักไสเขาออกไปด้วยถ้อยคำที่บาดลึกดุจคมมีด นางเฝ้ามองแผ่นหลังของบุรุษที่นางรักเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิด ก่อนจะทรุดกายลงร้องไห้อย่างไร้เสียง นางต้องตัดขาดจากทุกคนเพื่อเป็นเกราะกำบังให้สหายและเขาได้ปลอดภัยเพราะซูมั่วไป๋คือคำสั่งตายและคนที่คิดเรื่องนี้ได้ต้องการกำจัดฉู่เหยียนเจาเช่นกัน นางจึงต้องออกห่างจากทุกคนในคืนที่หิมะเริ่มโปรยปราย ซูมั่วไป๋ตัดสินใจทิ้งหอเริงรมย์ให้คนสนิทดูแล และหนีขึ้นไปยังยอดเขาที่สูงชันและลับตาคนที่สุด เพื่อฝึกฝนวิชาและวรยุทธ์ชั้นสูงกับตำราที่เหลือไว้จากไทเฮา ที่นางกำนัลคนสนิทมอบให้หลังจากงานพระศพ จนนางถ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 3/6

    ในวันที่ซูมั่วไป๋ก้าวเข้าสู่วัยปักปิ่น ความงดงามของนางเบ่งบานถึงขีดสุด ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะรับกับนัยน์ตาหงส์ที่เยือกเย็นดึงดูดใจอย่างประหลาด ทว่าความงามนั้นกลับกลายเป็นภัยมืดที่คืบคลานเข้ามาหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อฮองเฮาและบรรดาขุนนางเฒ่าในราชสำนักต่างเริ่มจับตามอง และมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะคัดเลือกซูมั่วไป๋ให้ดำรงตำแหน่ง ‘ไท่จื่อเฟย’ หรือชายารัชทายาท เพื่อความมั่นคงของฐานอำนาจในวังหลังเพราะนางเป็นที่โปรดปรานของเสด็จแม่และเสด็จย่าของฝ่าบาทเผยเยว่ฉีและฮั่วหรูเสวี่ยต่างกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยความกังวล พวกนางรู้ดีว่าวังหลวงในยามนี้เปรียบดุจถ้ำเสือที่พร้อมจะขย้ำผู้ที่ก้าวพลาดทุกเมื่อ การขึ้นเป็นไท่จื่อเฟยมิใช่ลาภยศสรรเสริญสำหรับซูมั่วไป๋ แต่มันคือการถูกล่ามโซ่ทองคำไว้ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแผนการต่างหาก“มั่วไป๋ เจ้าจะทำเช่นไร หากราชโองการมาถึง... เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ข้างนอกนั่นอีกเลยนะ” เผยเยว่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่ทั้งสามแอบมาพบกันที่เชิงเขาที่เดิม แม้พวกนางเติบโตเป็นสตรีวัยปักปิ่นแต่ไทเฮากลับเรียกตัวพวกนางเข้าวังอยู่ตลอด ทำให้ชี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 2/6

    วันนั้นบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่รวมถึงหลินซี กำลังแอบซุ่มดูและพยายามจะโยนผ้าเช็ดหน้ายั่วยวนเหล่าองค์ชายที่เดินผ่านอุทยาน ซูมั่วไป๋ เผยเยว่ฉี และฮั่วหรูเสวี่ยที่หมั่นไส้จนทนไม่ไหว พวกนางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เหตุใดจึงขยันทำเรื่องงามหน้าไม่รอให้ถึงเวลา คล้ายกับถูกมารดาสั่งสอนมาให้ทำเช่นนี้ จึงร่วมมือกันวางแผนฮั่วหรูเสวี่ยไปจับงูเขียวไม่มีพิษตัวหนึ่งมาได้ เผยเยว่ฉีเป็นคนกะจังหวะทิศทางลม ส่วนซูมั่วไป๋เป็นคนโยนมันลงไปกลางวงของพวกสตรีเหล่านั้น!“กรี๊ดดดด!!! งู!!!”เสียงหวีดร้องดังก้องอุทยานหลวง บรรดาคุณหนูที่เคยทำตัวอ่อนช้อยต่างกระโดดหนีตายกันอุตลุด วิ่งชนกันจนกระโปรงหลุดลุ่ย ปิ่นปักผมร่วงหล่นกระจัดกระจาย ไม่เหลือเค้าความงามแม้แต่น้อย“ฮ่าๆๆๆ สะใจจริง ๆ หลินซีจอมปากเสียกรีดร้องกระโดดเหยง ๆ เหมือนคนบ้าเลย!” ฮั่วหรูเสวี่ยเอ่ยพลางกุมท้องขบขัน ขณะที่พวกนางทั้งสามพากันวิ่งหลบหนีความผิดขึ้นมาซ่อนตัวอยู่บนเขาหลังวัง“นั่นสิ ข้าเห็นนางสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหน้าคว่ำด้วย” เผยเยว่ฉีหัวเราะจนน้ำตาเล็ดซูมั่วไป๋มองดูสหายทั้งสอง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะค่อย ๆ คลี่รอยยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวที

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 1/6

    ...ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ภายในกำแพงวังหลวงที่ฉาบเคลือบไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า ทว่าเบื้องหลังกลับซุกซ่อนไปด้วยคลื่นใต้น้ำและการแก่งแย่งชิงดีซูมั่วไป๋ในยามที่ยังเป็นดรุณีน้อย เสมือนดั่งบุปผางามที่เบ่งบานเหนือผู้ใด บิดาของนางคือขุนนางขั้นสี่ที่ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าแต่ว่าสละชีวิตให้กับสองสตรีในวังหลังพร้อมกับมารดา ตัวนางจึงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่ไท่หวงไท่โฮ่วและไทเฮาทรงโปรดปรานถึงขั้นรับเข้ามาเลี้ยงดูในตำหนักในตั้งแต่ยังเยาว์วัยเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุความรักใคร่เอ็นดูที่สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังทั้งสองพระองค์มอบให้นั้น เปรียบเสมือนดาบสองคมที่กรีดแทงซูมั่วไป๋อย่างเงียบเชียบนางได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีเยี่ยม ทั้งรูปโฉม กิริยามารยาท และศาสตร์ทั้งสี่ล้วนเป็นเลิศ ทว่าสิ่งที่ตามมาคือสายตาริษยาและคำนินทาว่าร้ายจากบรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกส่งเข้ามาเป็นสหายร่วมศึกษาท่ามกลางเสียงนกเสียงกาที่คอยจิกกัด ซูมั่วไป๋เลือกที่จะสวมหน้ากากแห่งความเย็นชา นางเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม เมินเฉยต่อเสียงเห่าหอนของสุนัขตัวเมียที่เป็นฮูหยินสอพลอ ทว่าลึก ๆ ในใจ ดรุณี

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 4/4

    “ข้าจะไปซื้อเสบียงและโจ๊กมาให้แล้วจะไปซื้อยาที่ร้านขายยาตรงโน้น รออยู่ในนี้ไปก่อนนะ” ชายคนขับรถเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ก่อนจะเดินจากไป ทำให้อินมี่เอินแปลกใจเล็กน้อย ที่เหตุใดคนบังคับม้าถึงได้มีท่าทีเปลี่ยนไปอินมี่เอินพยักหน้าแล้วหลับตาลงคล้ายกับต้องการนอนไม่อยากลุกขึ้นมา แต่นางไม่ได้หลับจ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 3/4

    “หมิงชินอ๋องก็คือองค์ชายใหญ่ฉู่จิ้งหนานอย่างไรเล่า นี่ ๆ ข้าว่างพอดีเดี๋ยวจะเล่าอย่างละเอียดทีเดียว”อินมี่เอินเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าเสี่ยวเอ้อร์ท่าทางเป็นมิตร จึงยิ้มให้“สิบกว่าวันก่อนไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เผยกุ้ยเฟยสิ้นใจกะทันหัน ฝ่าบาทมีราชโองการแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นหมิงชินอ๋องส่งตัวโอรสอ

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 1/4

    เมื่อได้ยินดังนั้นอินมี่เอินรู้สึกตระหนกเล็กน้อย พลางคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทำไมอยู่ ๆ ทหารถึงได้เข้มงวดตรวจตราขึ้นมาตอนที่นางกำลังจะออกจากเมืองหลวง พวกเขาต้องการค้นหาผู้ใดหรือ?จากที่นางนอนพักรักษาตัว และฟังข่าวจากกุ้ยมามาก็ไม่เห็นว่าเหตุการณ์ใดผิดปกตินี่นา ยกเว้นเรื่องของนางที่ถูกประกาศออกมาว่าทำให

  • สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์   บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 2/2

    กุ้ยมามาเล่าด้วยความปวดใจ นางไม่รู้เลยว่าการไปพึ่งพาฉินอี๋เหนียง อดีตสตรีจากหอเริงรมย์ที่นายท่านรับเป็นอนุผู้นั้น จะเป็นหนทางที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ในเวลานั้นเพื่อเงินเพียงไม่กี่อีแปะมาประทังชีวิตอินมี่เอิน นางยอมก้มหัวให้แม้กระทั่งสุนัขในจวน เพื่อต้องการรักษาชีวิตเจ้านายหนึ่งเดียวของนางเอาไว้อินมี่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status