Se connecter“อ๊ากกก!” เสียงร้องโหยหวนของน้องสาวคนสุดท้องดังขึ้น ก่อนที่ศีรษะเล็ก ๆ นั้นจะกลิ้งหลุดจากบ่า
“ไม่!!! เฮือก!!!”
เจินชิงหลีกระอักเลือดคำโต พิษจากสุราที่ถูกกรอกปากก่อนหน้านี้เริ่มออกฤทธิ์กัดกินเครื่องใน ควบคู่ไปกับความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ฉีกทึ้งหัวใจจนแหลกละเอียด นางทรุดตัวลงกับพื้นกองเลือดของครอบครัว ดวงตาหงส์ที่เคยงดงามและอ่อนโยน บัดนี้แดงฉานดุจปีศาจจากขุมนรก นางจ้องมองเซียวมู่หาน เสิ่นลั่วเหยา และจวงห้าวอวี่ ด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้ผู้มองถึงกับหนาวสะท้านไปถึงแก่นกระดูก
“สวรรค์เบื้องบนจงเป็นพยาน! เซียวมู่หาน! เสิ่นลั่วเหยา! จวงห้าวอวี่! พวกเจ้าทำลายลูกข้า ฆ่าล้างตระกูลข้า!” นางเค้นเสียงที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตเฮือกสุดท้าย “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นวิญญาณร้ายถูกจองจำในอเวจีหมื่นปี... ข้าก็จะคลานกลับมาจองล้างจองผลาญ กระชากเนื้อเถือหนังพวกเจ้าให้ตายตกไปตามกัน!!!”
เปรี้ยง!
สิ้นคำสาบานอันเกรี้ยวกราด อัสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมากลางจวนตระกูลเจิน ร่างของพระชายาเอกร่วงหล่นลงสู่พื้น สิ้นลมหายใจไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง ไม่ยอมหลับตา!
ซ่า... ซ่า...
เสียงสายฝนตกกระทบใบไม้ดังอื้ออึง ความเย็นเยียบกรีดแทงเข้ามากระทบผิวหนัง เจินชิงหลีสะดุ้งเฮือก สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรงราวกับคนเพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ นางสำลักน้ำฝนและความหนาวเหน็บ ความเจ็บปวดจากการถูกทุบตีและพิษร้ายมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างที่ดู... เล็กลง?
นางเบิกตากว้าง ท่ามกลางความมืดมิดของป่าทึบ นางไม่ได้อยู่ในปรโลก แต่กำลังถูกสตรีผู้หนึ่งดึงแขนให้วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย
“เยว่หลัน! พาอี้เฉินหนีไปซ่อนในโพรงหญ้านั่น! เร็วเข้า!”
สตรีใบหน้าซีดเซียวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมผลักร่างของนางและเด็กชายวัยห้าขวบที่กำลังร้องไห้จ้าเข้าไปในพุ่มไม้ ก่อนที่สตรีผู้นั้นจะหันหลังกลับ วิ่งล่อกลุ่มชายชุดดำที่ถือดาบวาววับให้ตามนางไปอีกทาง
“ท่านแม่!” เสียงกรีดร้องของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เด็กทั้งสองจะตั้งตัว...เสียงอันน่ากลัวกลับดังแทรกมา
ฉัวะ!
ดาบเหล็กกล้าแทงทะลุร่างของสตรีผู้นั้นจนมิดด้าม โลหิตอุ่นร้อนพุ่งกระฉูดผ่านม่านฝนมาหยดลงบนแก้มของร่างที่เจินชิงหลีตื่นขึ้นมา ร่างของสตรีผู้เป็นมารดาล้มฟุบสิ้นใจจมกองเลือดต่อหน้าต่อตา!
เสี้ยวชั่วอึดใจนั้นเอง ความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของนาง พลันไหลบ่าทับซ้อนเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับน้ำป่าไหลหลาก
เด็กสาววัยสิบห้าปี... งานปักปิ่นที่พังทลาย... การถูกใส่ร้าย... และการถูกไล่ออกจากจวน!
เจินชิงหลีในร่างที่สั่นเทาเค้นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง สวรรค์ช่างเล่นตลกได้อย่างระยำบัดซบเสียนี่กระไร! นางเพิ่งตายจากเงื้อมมือของพวกเดรัจฉานเหล่านั้น แต่กลับลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาววัยปักปิ่นที่มีนามว่า
‘จวงเยว่หลัน’!
ส่วนสตรีที่เพิ่งถูกดาบแทงตายเพื่อปกป้องนางเมื่อครู่ คือ ‘เวินซินฉือ’...มารดาเจ้าของร่าง และเจ้าของร่างนี้คือบุตรีภรรยาเอกของ ‘จวงห้าวอวี่’! ศัตรูของนาง
บิดาที่สั่งนักฆ่ามาสังหารเมียและลูกของตัวเองทิ้งกลางป่า... คือคนคนเดียวกับสุนัขรับใช้ที่เพิ่งตวัดกระบี่ฆ่าล้างตระกูลเจินสามร้อยชีวิตของนางเมื่อชีวิตที่ผ่านมาเพียงแต่นางไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยมานานเท่าใดแล้ว
วิญญาณแห่งความแค้นผนวกรวมกับความหวาดผวาของเจ้าของร่างเดิมจนลุกโชน แววตาของเด็กสาววัยสิบห้าหนาวที่เคยอ่อนแอเลือนหายไป สลัดคราบคุณหนูผู้ถูกรังแกจนสิ้น เหลือเพียงแววตาอำมหิตของอดีตพระชายาที่พร้อมจะฉีกทึ้งศัตรูให้แหลกคามือ!
ดี! ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาอยู่ในร่างลูกสาวที่เจ้าทอดทิ้ง... จวงห้าวอวี่ เซียวมู่หาน เสิ่นลั่วเหยา พวกเจ้าเตรียมตัวต้อนรับข้าให้ดีเถอะ
“ท่านอ๋อง... ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ได้เพคะ ลูกกลัวหมดแล้ว”เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเยว่หลันที่เดินถือจานขนมเข้ามา นางมองภาพสามีผู้ยิ่งใหญ่กำลังยืนทำตาเขียวใส่เด็กแปดขวบและเด็กสองขวบแล้วก็ให้ขบขันนัก เขาก็เอาแต่ใจเช่นนี้ ชอบให้ลูกรักเขาคนเดียว แม้แต่นางมองบุรุษแปลกหน้าแค่แวบเดียวยังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่ให้นางออกจากห้องแรมเดือน สามปีที่ผ่านมาความงดงามของนางยิ่งทวีคูณ บารมีพระชายาแผ่ซ่านดุจนางพญา ผู้คนทั้งแคว้นต่างชื่นชม และหลายคนต่างอิจฉาที่เจิ้นเป่ยอ๋องไม่รับชายาเพิ่ม ทั้งไม่สนใจสตรีอื่น ทำตัวดุจพระที่บวชละทางโลก แต่ยามที่อยู่พระชายาราวกับบุรุษหิวกระหาย“เยว่หลัน ดูลูกสาวเจ้า ยามนี้ข้าดุคำเดียวก็วิ่งโร่ไปหาอี้เฉิน ข้าวของบนโต๊ะทำงานข้าก็ถูกนางรื้อจนพังพินาศ บัญชีเมืองหลวงที่ข้าต้องตรวจส่งคืนฮ่องเต้ ยามนี้กลายเป็นสมุดวาดภาพของนางไปเสียแล้ว!” เจิ้นเป่ยอ๋องเดินเข้าไปฟ้องภรรยาพลางนวดขมับตัวเองเยว่หลันหัวเราะคิก วางจานขนมลงแล้วเอื้อมมือไปลูบแผงอกแกร่งเบา ๆ เป็นการปลอบใจพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังน้อยใจลูกสาว“หนิงเอ๋อร์ยังเด็กนี่เพคะ ท่านก็อย่าไปถือสานางเลย ยามอยู่แดนเหนือนางก็กวนท่
เวลาผันผ่านไปราวกับติดปีกบิน เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาสามปีเต็ม...ดินแดนซูโจวอันขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสายน้ำและสะพานหินที่มีทิวทัศน์สวยงาม ยามนี้เต็มไปด้วยความร่มรื่นในฤดูใบไม้ผลิ ทว่าภายในคฤหาสน์ตงฉินของตระกูลกู้ บรรยากาศที่เคยสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตึกตักพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสดใสของเด็กน้อย“ท่านหญิง! วิ่งช้า ๆ หน่อยเจ้าค่ะ บ่าวตามไม่ทันแล้ว!”เสียงสาวใช้ร้องท้วงมาแต่ไกล หลังจากรับหน้าที่ต่อจากพ่อบ้านหลี่ให้ตามท่านหญิงน้อยมาโดยเร็ว เพราะเกรงจะหกล้ม ร่างกลมป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบเศษในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวดูคล้ายซาลาเปาก้อนนิ่มกำลังวิ่งเตาะแตะอย่างคล่องแคล่ว ตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากผู้เป็นมารดาไม่มีผิดเพี้ยน แก้มยุ้ยสองข้างแดงระเรื่อขณะที่ในอ้อมแขนเล็ก ๆ กำลังกอด ‘ตำราพิชัยสงคราม’ เล่มหนาเตอะของบิดาเอาไว้แน่นจากการขโมยคิดว่าเป็นหนังสือเรื่องราวประหลาดในเมืองซูโจว“ท่านยะทวก! ช่วยด้วยยย!” เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วพยายามจะเรียก ‘ท่านยายทวด’ แต่ด้วยความที่เพิ่งหัดพูดจึงออกเสียงเพี้ยนไปหมด‘เซียวหนิง’ คือท่านหญิงตัวน้อยแห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง แ
“พร้อมแล้วใช่หรือไม่... คนดีของข้า”เซียวจิ้งเหยียนกระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันเต็มไปด้วยความต้องการอันลึกล้ำ ชายหนุ่มคว้าเอวคอดกิ่วของนางไว้มั่น รูดรั้งกางเกงของตนเองลง เผยให้เห็นแก่นกายบุรุษที่ขยายตัวจนตึงแน่น ร้อนระอุและทรงพลังประดุจเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไฟเยว่หลันเหลือบไปเห็นขนาดอันเขื่องของมันก็ให้หวาดหวั่นใจจนแทบสิ้นสติ “ทะ... ท่านอ๋อง... มันใหญ่เกินไป”“ข้าจะเบามือ... สัญญา” ทว่าคำสัญญาของพยัคฆ์ร้ายนั้นหาเชื่อถือได้ไม่ เซียวจิ้งเหยียนจับสะโพกมนให้ยกขึ้นรับกับท่าทางที่จะสร้างความสุข จากนั้นจึงกดกระแทกแก่นกายร้อนระอุบุกทะลวงฝ่าความคับแน่น ล่วงล้ำเข้าสู่ใจกลางความบริสุทธิ์ของนางในคราเดียวจนสุดความยาว!ปึก!“กรี๊ดดด! อื้อออ!...”เยว่หลันเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วสลับกับความจุกเสียดจนน้ำตาไหลพราก นางหวีดร้องออกมาคำหนึ่งแต่กลับถูกริมฝีปากหนาประกบจูบปิดปากกลืนกินเสียงร้องนั้นไปจนสิ้น รสจูบดุดันรุนแรงเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บปวด ขณะที่เบื้องล่างของนางกำลังขยายตัวโอบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างคับแน่นจนชายหนุ่มต้องครางฮึ่มในลำคอด้วยความเสียวซ่านใจแทบขาด“แน่นเหลือเกิน...หลันเอ๋อร์ของข
แรงสั่นสะเทือนของรถม้าคันใหญ่ที่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางหลวงมุ่งสู่แดนเหนือ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในห้องโดยสารลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ม่านไหมเนื้อหนาที่ถูกดึงปิดทึบทุกบานกลับช่วยกักเก็บกลิ่นอายอุ่นซ่านและความปรารถนาอันเข้มข้นของบุรุษเพศเอาไว้จนอึดอัดเยว่หลันรู้สึกเหมือนตนเองเป็นกวางตัวน้อยที่หลงเข้ามาในรังของสัตว์ร้าย แผ่นหลังบางแนบสนิทกับเบาะขนจิ้งจอกหนานุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำของเจิ้นเป่ยอ๋องเซียวจิ้งเหยียนทาบทับอยู่เบื้องบน นัยน์ตาสีนิลคู่คมของเขาในยามนี้วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงราคะที่ปิดไม่มิด มันทั้งหิวโหย ดุดัน และพร้อมจะขย้ำนางให้แหลกคามือ“ท่านอ๋อง... อย่าเพคะ... ด้านนอกยังมีทหารและองครักษ์เงาเดินขนาบข้างอยู่นะเพคะ...” นางประท้วงเสียงสั่น ข้อมือทั้งสองข้างถูกมือหนารวบไว้เหนือศีรษะด้วยพันธนาการที่แน่นหนาดุจปลอกเหล็ก“พวกเขาอยู่ด้านนอก... ย่อมไม่ได้ยินสิ่งใด หากเจ้าไม่ ‘ส่งเสียง’ ดังจนเกินไป... หลันเอ๋อร์”เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะกดจุมพิตหนัก ๆ ลงบนซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนร่างบางสะท้านเฮือก เยว่หลันพยายามกักเก็บเสียงครางซ่านเสียวเอาไ
ทว่าเมื่อฮ่องเต้หนุ่มเพียงแค่ปรายตามองไปทางเจ้าสาวด้วยความชื่นชม...ขวับ!เจิ้นเป่ยอ๋องตวัดสายตาพิฆาตใส่คนที่มีฐานะเป็นหลานชายทันที พร้อมกับขยับวรกายสูงใหญ่บังร่างของเยว่หลันไว้มิดชิด แผ่รังสีหึงหวงออกมาอย่างโจ่งแจ้งไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น! เขาเพิ่งรู้ไม่กี่วันนี้ว่านางไปเดินซื้อของในตลาดกับพ่อบ้านเหล่าบุรุษมองจนเหลียวหลัง จากนั้นเขาก็สั่งห้ามนางออกไปไหนทันที ทำให้ต้องทะเลาะกันอยู่หลายวันสตรีของข้าใครก็ห้ามมองทั้งนั้น!“ฝ่าบาท... สายตาของท่าน มองไปทางอื่นเถิด นี่คือพระชายาของข้า!”วาจาหวงก้างที่หลุดออกมาทำเอาทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องกระแอมไอแล้วเบือนหน้าหนี ทุกคนต่างรู้ซึ้งแล้วว่า พยัคฆ์แดนเหนือผู้นี้ขี้หวงหลังจากพิธีวิวาห์พระราชทานอันยิ่งใหญ่และเหน็ดเหนื่อยผ่านพ้นไป ขบวนเสด็จอันทอดยาวของเจิ้นเป่ยอ๋องและพระชายาก็เคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ดินแดนเหนืออันหนาวเหน็บทว่าอบอุ่นที่สุดในหัวใจแม้หานโจวจะเต็มไปด้วยหิมะ แต่หลิงโจวนั้นจะมีพื้นที่เขียวขจีและแม่น้ำไหลผ่าน ดังนั้นนอกจากเป็นเมืองทหารจะเป็นเส้นทางการค้าที่เอาสินค้าแดนเหนือลงมายังเมืองชิงเหอที่เป็น
ในคุกหลวงกลิ่นอับชื้นและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วคุกหลวงใต้ดินอันมืดมิด เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนชวนให้บรรยากาศยิ่งดูวังเวงน่าขนลุก ทว่า... ร่างระหงในชุดกระโปรงหรูหรากลับก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง เสียงรองเท้าปักลายมงคลกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังมาเยือนเยว่หลันหยุดยืนอยู่หน้าห้องขังชั้นในสุด นัยน์ตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้ทอประกายเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ทอดมองลอดลูกกรงเหล็กเข้าไปยังร่างที่คุดคู้สั่นเทาอยู่มุมห้องร่างที่เคยสวมชุดมังกรสี่เล็บสีทองบัดนี้เหลือเพียงอาภรณ์สีขาวหม่นหมองเปรอะเปื้อนคราบโคลนและสิ่งปฏิกูล องค์ชายรองผู้เคยหยิ่งยโสและหลงระเริงในอำนาจ บัดนี้สภาพอเนจอนาถไม่ต่างจากสุนัขจรจัดที่ตรอมตรมและรอวันตายเยว่หลันได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากท่านอ๋องแล้วใจหนึ่งก็ยังแค้น ใจหนึ่งก็คิดว่าคนโง่เช่นเขาก็สมควรได้รับกรรมเช่นกัน ถูกหลอกใช้สังหารบ้านเดิมนางก็ส่วนหนึ่ง แต่ทำให้ลูกของนางต้องตายอย่างทรมานก็ส่วนหนึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า องค์ชายรองเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่หลังลูกกรงคือสตรีที่กุมหัวใจของเจิ้นเป่ยอ๋อง ดวงตาที่ลึ







