เข้าสู่ระบบชาติก่อนนางถูกสวามีประทานสุราพิษ และเห็นตระกูลสามร้อยชีวิตถูกตัดหัวต่อหน้าชาตินี้นางฟื้นในร่างลูกสาวของศัตรูไร้อำนาจจึงยืมอำนาจไร้ดาบจึงยืมพยัคฆ์เพื่อทวงหนี้เลือดทั้งราชสำนัก!
ดูเพิ่มเติมแคว้นต้าจิ่ง...
แผ่นดินอันยิ่งใหญ่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เซียวขึ้นชื่อเรื่องความมั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์จากบุญญาธิการของฮ่องเต้เจี้ยนอู่หรือพระนามเดิมคือ เซียวเทียนอี้ ด้วยอานิสงส์จากเทือกเขาหิมะแดนเหนือที่ละลายกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ถึงสามสาย ไหลหล่อเลี้ยงสิบหัวเมืองทั่วแคว้นให้ชุ่มฉ่ำเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ไพร่ฟ้าเบิกบานใจต่างแซ่ซ้องสรรเสริญถึงพระบารมีที่ทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไร้ซึ่งไฟสงครามจากแคว้นเพื่อนบ้านมารุกราน
ทว่า... ภายใต้ฉากหน้าอันสงบร่มเย็นจนรอยยิ้มเปี่ยมสุขของราษฎรเปื้อนหน้าตลอดปี ใครเล่าจะล่วงรู้ว่า ‘สงคราม’ ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ตรงชายแดน แต่อยู่หลังกำแพงสีชาดของวังหลวง โดยเฉพาะในตำหนักขององค์ชายรอง ‘เซียวมู่หาน’ ที่บัดนี้กำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด!
“ดื่มมันเข้าไปเสีย เจินชิงหลี... ถือว่านี่คือความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้สตรีจิตใจคับแคบเยี่ยงเจ้า”
สุราผสมพิษร้อนจอกเล็กถูกยื่นมาตรงหน้า น้ำเสียงของสวามีที่นางเคยรักและเทิดทูนเหนือหัวช่างโหดเหี้ยมและเย็นชา เจินชิงหลี ทรุดกายอยู่บนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ ชุดพระชายาเอกสีแดงสดที่เคยงดงาม บัดนี้ยับเยินและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีคล้ำที่ไหลรินออกมาจากหว่างขา... เลือดของสายเลือดมังกรที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก
ข้อหาที่นางได้รับคือ ‘ริษยาจนหน้ามืด ปองร้ายทายาทในครรภ์ของตนเอง เพียงเพราะไม่อยากให้ชายารองนำไปเลี้ยงดู’
ช่างน่าขันสิ้นดี! สวรรค์เบื้องบนย่อมรู้ดีที่สุดว่าใครกันแน่ที่ลงมือสังหารเด็กคนนี้!
เพียงเพราะนางเจ็บปวดจนกระอักเลือด เมื่อรู้ว่าเซียวมู่หานจะยกบุตรชายคนแรกของนางไปให้ ‘เสิ่นลั่วเหยา’ ชายารองผู้เป็นอดีตนางโลมเลี้ยงดู เรื่องราวแดงไปถึงพระกรรณของฝ่าบาท ทำให้เซียวมู่หานถูกตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าธารกำนัล องค์ชายรองผู้รักหน้าตายิ่งชีพ โกรธเกรี้ยวจนขาดสติ เขากลับมายังตำหนัก ระบายโทสะทั้งหมดด้วยการทุบตีนางอย่างทารุณ... กระทั่งบุตรในครรภ์ของนางไหลทะลักออกมาเป็นลิ่มเลือด!
แต่เพื่อปกปิดความผิดของตนเอง เขากลับยัดเยียดสุราพิษจอกนี้ และตราหน้านางว่าเป็นมารดาที่โหดเหี้ยม! จึงประทานความตายให้
ทว่าความอำมหิตของเซียวมู่หานไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น
แทนที่เขาจะให้นางตายอย่างเงียบงันในตำหนัก เขากลับสั่งให้องครักษ์ลากร่างที่หายใจรวยรินและเต็มไปด้วยเลือดของนางขึ้นรถม้า แล้วนำร่างที่เกือบสิ้นใจออกมากองอยู่เบื้องหน้าประตูจวน ‘เสนาบดีกรมคลัง’ ตระกูลเจินอันยิ่งใหญ่ของบิดานาง!
“เบิกตาดูให้ดี ชิงหลี... ดูจุดจบของตระกูลที่ทะเยอทะยานของเจ้า!”
เจินชิงหลีเบิกตากว้างจนหางตาแทบฉีกขาด เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่ลุกโชน จวนตระกูลเจินที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กลายเป็นลานประหาร! บิดา มารดา พี่ชาย ญาติพี่น้อง ไปจนถึงบ่าวรับใช้ กำลังถูกกองทหารจับคุกเข่าเรียงราย เสียงกรีดร้องขอชีวิตดังระงมไปทั่ว ทว่าคมดาบกลับตวัดลงมาอย่างเลือดเย็น ศพแล้วศพเล่าล้มระเนระนาด เลือดสีข้นไหลนองย้อมพื้นหินหน้าจวนจนกลายเป็นแอ่งโลหิต
“ลั่วเหยาค้นพบจดหมายลับในหีบสมบัติของเจ้า” เซียวมู่หานเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่เสิ่นลั่วเหยาเดินเข้ามายืนเคียงข้างเขาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย “บิดาของเจ้ามักใหญ่ใฝ่สูง สมคบคิดกับกบฏ ลักลอบยักยอกเงินในท้องพระคลังไปสนับสนุนกองกำลังเถื่อน ข้าจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจเด็ดขาด สั่งประหารก่อนค่อยกราบทูลทีหลัง เพื่อถอนรากถอนโคนพวกกบฏให้สิ้นซาก!”
“ไม่... ไม่จริง! บิดาข้าถูกใส่ร้าย! พวกเจ้ามันเดรัจฉาน!” เจินชิงหลีกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาแห่งความ อยุติธรรมไหลอาบแก้ม
เสิ่นลั่วเหยาป้องปากหัวเราะเบาๆ “จดหมายนั่นเป็นของจริงหรือไม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินย่อมรู้ดีที่สุดเพคะ พระชายาเจิน”
สิ้นคำพูดของชายารอง บุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืด เขาสวมชุดขุนนางขั้นสอง มือข้างหนึ่งถือกระบี่อาญาสิทธิ์ที่หยาดหยดไปด้วยเลือดของคนตระกูลเจิน... ผู้ตรวจการแผ่นดิน ‘จวงห้าวอวี่’ ขุนนางตงฉินผู้ขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรมในการตรวจสอบทุจริตของขุนนาง บัดนี้กลับกลายเป็นสุนัขรับใช้ที่ลงมือเข่นฆ่าคนสามร้อยชีวิตที่ถูกให้ร้ายเพื่อแลกกับความดีความชอบจากองค์ชายรอง!
“ท่านอ๋อง... ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ได้เพคะ ลูกกลัวหมดแล้ว”เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเยว่หลันที่เดินถือจานขนมเข้ามา นางมองภาพสามีผู้ยิ่งใหญ่กำลังยืนทำตาเขียวใส่เด็กแปดขวบและเด็กสองขวบแล้วก็ให้ขบขันนัก เขาก็เอาแต่ใจเช่นนี้ ชอบให้ลูกรักเขาคนเดียว แม้แต่นางมองบุรุษแปลกหน้าแค่แวบเดียวยังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่ให้นางออกจากห้องแรมเดือน สามปีที่ผ่านมาความงดงามของนางยิ่งทวีคูณ บารมีพระชายาแผ่ซ่านดุจนางพญา ผู้คนทั้งแคว้นต่างชื่นชม และหลายคนต่างอิจฉาที่เจิ้นเป่ยอ๋องไม่รับชายาเพิ่ม ทั้งไม่สนใจสตรีอื่น ทำตัวดุจพระที่บวชละทางโลก แต่ยามที่อยู่พระชายาราวกับบุรุษหิวกระหาย“เยว่หลัน ดูลูกสาวเจ้า ยามนี้ข้าดุคำเดียวก็วิ่งโร่ไปหาอี้เฉิน ข้าวของบนโต๊ะทำงานข้าก็ถูกนางรื้อจนพังพินาศ บัญชีเมืองหลวงที่ข้าต้องตรวจส่งคืนฮ่องเต้ ยามนี้กลายเป็นสมุดวาดภาพของนางไปเสียแล้ว!” เจิ้นเป่ยอ๋องเดินเข้าไปฟ้องภรรยาพลางนวดขมับตัวเองเยว่หลันหัวเราะคิก วางจานขนมลงแล้วเอื้อมมือไปลูบแผงอกแกร่งเบา ๆ เป็นการปลอบใจพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังน้อยใจลูกสาว“หนิงเอ๋อร์ยังเด็กนี่เพคะ ท่านก็อย่าไปถือสานางเลย ยามอยู่แดนเหนือนางก็กวนท่
เวลาผันผ่านไปราวกับติดปีกบิน เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาสามปีเต็ม...ดินแดนซูโจวอันขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสายน้ำและสะพานหินที่มีทิวทัศน์สวยงาม ยามนี้เต็มไปด้วยความร่มรื่นในฤดูใบไม้ผลิ ทว่าภายในคฤหาสน์ตงฉินของตระกูลกู้ บรรยากาศที่เคยสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตึกตักพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสดใสของเด็กน้อย“ท่านหญิง! วิ่งช้า ๆ หน่อยเจ้าค่ะ บ่าวตามไม่ทันแล้ว!”เสียงสาวใช้ร้องท้วงมาแต่ไกล หลังจากรับหน้าที่ต่อจากพ่อบ้านหลี่ให้ตามท่านหญิงน้อยมาโดยเร็ว เพราะเกรงจะหกล้ม ร่างกลมป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบเศษในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวดูคล้ายซาลาเปาก้อนนิ่มกำลังวิ่งเตาะแตะอย่างคล่องแคล่ว ตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากผู้เป็นมารดาไม่มีผิดเพี้ยน แก้มยุ้ยสองข้างแดงระเรื่อขณะที่ในอ้อมแขนเล็ก ๆ กำลังกอด ‘ตำราพิชัยสงคราม’ เล่มหนาเตอะของบิดาเอาไว้แน่นจากการขโมยคิดว่าเป็นหนังสือเรื่องราวประหลาดในเมืองซูโจว“ท่านยะทวก! ช่วยด้วยยย!” เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วพยายามจะเรียก ‘ท่านยายทวด’ แต่ด้วยความที่เพิ่งหัดพูดจึงออกเสียงเพี้ยนไปหมด‘เซียวหนิง’ คือท่านหญิงตัวน้อยแห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง แ
“พร้อมแล้วใช่หรือไม่... คนดีของข้า”เซียวจิ้งเหยียนกระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันเต็มไปด้วยความต้องการอันลึกล้ำ ชายหนุ่มคว้าเอวคอดกิ่วของนางไว้มั่น รูดรั้งกางเกงของตนเองลง เผยให้เห็นแก่นกายบุรุษที่ขยายตัวจนตึงแน่น ร้อนระอุและทรงพลังประดุจเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไฟเยว่หลันเหลือบไปเห็นขนาดอันเขื่องของมันก็ให้หวาดหวั่นใจจนแทบสิ้นสติ “ทะ... ท่านอ๋อง... มันใหญ่เกินไป”“ข้าจะเบามือ... สัญญา” ทว่าคำสัญญาของพยัคฆ์ร้ายนั้นหาเชื่อถือได้ไม่ เซียวจิ้งเหยียนจับสะโพกมนให้ยกขึ้นรับกับท่าทางที่จะสร้างความสุข จากนั้นจึงกดกระแทกแก่นกายร้อนระอุบุกทะลวงฝ่าความคับแน่น ล่วงล้ำเข้าสู่ใจกลางความบริสุทธิ์ของนางในคราเดียวจนสุดความยาว!ปึก!“กรี๊ดดด! อื้อออ!...”เยว่หลันเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วสลับกับความจุกเสียดจนน้ำตาไหลพราก นางหวีดร้องออกมาคำหนึ่งแต่กลับถูกริมฝีปากหนาประกบจูบปิดปากกลืนกินเสียงร้องนั้นไปจนสิ้น รสจูบดุดันรุนแรงเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บปวด ขณะที่เบื้องล่างของนางกำลังขยายตัวโอบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างคับแน่นจนชายหนุ่มต้องครางฮึ่มในลำคอด้วยความเสียวซ่านใจแทบขาด“แน่นเหลือเกิน...หลันเอ๋อร์ของข
แรงสั่นสะเทือนของรถม้าคันใหญ่ที่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางหลวงมุ่งสู่แดนเหนือ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในห้องโดยสารลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ม่านไหมเนื้อหนาที่ถูกดึงปิดทึบทุกบานกลับช่วยกักเก็บกลิ่นอายอุ่นซ่านและความปรารถนาอันเข้มข้นของบุรุษเพศเอาไว้จนอึดอัดเยว่หลันรู้สึกเหมือนตนเองเป็นกวางตัวน้อยที่หลงเข้ามาในรังของสัตว์ร้าย แผ่นหลังบางแนบสนิทกับเบาะขนจิ้งจอกหนานุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำของเจิ้นเป่ยอ๋องเซียวจิ้งเหยียนทาบทับอยู่เบื้องบน นัยน์ตาสีนิลคู่คมของเขาในยามนี้วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงราคะที่ปิดไม่มิด มันทั้งหิวโหย ดุดัน และพร้อมจะขย้ำนางให้แหลกคามือ“ท่านอ๋อง... อย่าเพคะ... ด้านนอกยังมีทหารและองครักษ์เงาเดินขนาบข้างอยู่นะเพคะ...” นางประท้วงเสียงสั่น ข้อมือทั้งสองข้างถูกมือหนารวบไว้เหนือศีรษะด้วยพันธนาการที่แน่นหนาดุจปลอกเหล็ก“พวกเขาอยู่ด้านนอก... ย่อมไม่ได้ยินสิ่งใด หากเจ้าไม่ ‘ส่งเสียง’ ดังจนเกินไป... หลันเอ๋อร์”เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะกดจุมพิตหนัก ๆ ลงบนซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนร่างบางสะท้านเฮือก เยว่หลันพยายามกักเก็บเสียงครางซ่านเสียวเอาไ











