Share

บทที่9 ไม่มีทางยอมรับ

Auteur: Midzilee01
last update Date de publication: 2025-11-06 20:28:20

สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่ แสงจันทร์นวลสาดส่องมายังกลางห้อง เผยให้เห็นสองร่างที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่ลดละ

อวี้หลิงหรงปลดเครื่องหัวที่หนักอึ้งทิ้งไว้บนเตียงไม้หลังใหญ่ จนเส้นผมยาวสยายพลิ้วไหวไปตามแรงลม นางก้มหยิบปิ่นทองขึ้นมาอันหนึ่ง ดวงตาของนางจับจ้องไปที่เขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก 

ฉินเฉินอวี้ได้แต่ขมวดคิ้วครุ่นคิดกับภาพเบื้องหน้า นางคิดจะใช้เพียงปิ่นเพื่อต่อกรกับเขา? มือสังหารที่ไหนไม่เตรียมอาวุธมาเพื่อสังหารเหยื่อ อย่างน้อยนางก็ควรมีมีดสั้นหรือดาบซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งมิใช่หรือ

"เจ้าคิดจะต่อกรกับดาบของข้าด้วยปิ่นปักผม?" เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ

 อวี้หลิงหรงไม่ตอบคำถาม เพียงกระชับปิ่นในมือแน่น ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่เขาในพริบตา การโจมตีของนางทั้งรวดเร็วและแม่นยำราวกับนักล่าที่หมายจะปลิดชีพเหยื่อ

ฉินเฉินอวี้ยกดาบขึ้นรับการโจมตี แต่ก็ถูกแรงกระแทกผลักถอยไปหนึ่งก้าว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

นางเร็วกว่าที่เขาคิด..

เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในความเงียบ ดาบในมือเขาสะบัดเป็นวงกว้างเพื่อป้องกันตัว ขณะที่ปิ่นของนางพุ่งทะลวงเข้ามาหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับมองเห็นจุดอ่อนของเขาทุกจุด

อวี้หลิงหรงคล้ายร่ายรำอยู่ในสนามรบ ท่วงท่าอันงดงามและเฉียบขาดของนางทำให้ฉินเฉินอวี้ต้องตั้งสมาธิเต็มที่ หากเพียงเสี้ยววินาที่เขาหยุดชะงัก นางอาจปลิดชีพเขาได้ในทันที

"คราวก่อนก็สันดาบ.. คราวนี้ก็ปิ่นปักผม" เขาคิดในใจ ทว่ากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด

เสียงดาบฟาดฟันและปิ่นที่หมุนวนพุ่งเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่องสร้างแรงลมกระจายไปทั่วห้อง ในที่สุด ด้วยความได้เปรียบด้านอาวุธ ฉินเฉินอวี้ใช้ด้ามดาบกระแทกมือของนางจนปิ่นหลุดจากมือ นางถอยหลังไปสองก้าวด้วยลมหายใจที่ถี่รัว

เขาจับจ้องนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ดาบในมือของเขาเลื่อนขึ้นมาจ่อที่ลำคอของนาง แต่เขาไม่ได้ลงมือสังหาร กลับยืนมองนางที่ทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้า

"เหตุใดจึงไม่ลงมือ" อวี้หลิงหรงเอ่ยถาม เสียงของนางแม้จะแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความเย้ยหยัน

ฉินเฉินอวี้ลดดาบลง สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเย็นชาของนาง เมื่อครู่นี้เขาดูออกว่าการโจมตีแต่ละครั้ง นางจะเลี่ยงจุดตายของเขาเสมอ

"คิดจะดูถูกข้าหรือไง!!" ฉินเฉินอวี้ตวาดเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยว

อวี้หลิงหรงนิ่งเงียบ ก่อนจะกล่าวตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับไร้อารมณ์ "ข้าไม่ได้คิดสังหารท่าน แต่หากท่านจะสังหารข้าก็รีบ ๆ ทำเสีย"

"เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!?" ฉินเฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหงุดหงิด

นางหัวเราะเบา ๆ ราวกับคำพูดของเขาเป็นเรื่องตลก ก่อนจะตอบด้วยแววตาที่หม่นลง "ใคร ๆ ก็ว่าเช่นนั้น"

คำพูดของนางทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ ฉินเฉินอวี้จ้องมองนางที่ยังนั่งอยู่บนพื้น ร่างของนางดูอ่อนแอทว่าในขณะเดียวกันกลับแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง

"ยิ่งเจ้าอยากตาย ข้ายิ่งไม่มีทางยอมให้เจ้าได้สมหวัง" ฉินเฉินอวี้พูดพลางเก็บดาบกลับเข้าฝัก สายตาของเขาแฝงความรู้สึกหนึ่งที่อ่านได้ยาก 

"นอนเสีย..รุ่งขึ้นเราต้องเข้าวังกันแต่เช้า" เขาพูดต่อ ก่อนจะเดินหันหลังออกไปจากห้อง

อวี้หลิงหรงทำได้เพียงมองประตูบานใหญ่ที่ถูกปิดลง พร้อมกับแผ่นหลังของฉินเฉินอวี้ที่ค่อย ๆ เดินหายเข้าไปในความมืด

“หากถูกคนอื่นสังหาร ข้าจะสามารถตายได้จริง ๆ มั้ยนะ..” นางถอนหายใจออกมา พร้อมกับบ่นพึมพำด้วยความเสียดาย

เมื่อฉินเฉินอวี้เดินออกมาจากห้อง เขาก็ได้แต่ครุ่นคิดถึงการต่อสู้เมื่อครู่นี้ นางไม่ได้เป็นคนโง่เขลาอย่างแน่นอน ฝีมือดาบที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้น ต้องมาจากวินัยและความมุ่งมั่นทั้งชีวิต

อีกอย่าง.. บุตรสาวที่มีความสามารถถึงเพียงนี้ ใครกันโง่เขลาส่งนางมาเป็นเชลยถึงต่างแคว้น นางเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางธรรมดาจริง ๆ น่ะหรือ.. เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ทบทวนสิ่งที่หลี่เฉียนอันเคยรายงานไว้ก่อนหน้า

ตอนนี้เขาเข้าใจในสิ่งที่หลี่เฉียนอันพูดไว้อย่างกระจ่างแจ้ง ฉินเฉินอวี้หยุดเดิน พลางมองกลับไปทางประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะหันหลังเดินต่อไป 

แสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก เสียงนกร้องเบา ๆ สอดประสานกับสายลมเย็นที่พัดมากระทบผ้าม่านบางสีขาวไข่มุก

อวี้หลิงหรงยืนอยู่หน้าประตูตำหนักในชุดแพรไหมสีครามอ่อนปักลายดอกบัว เสื้อคลุมสีเข้มช่วยขับให้ผิวขาวนวลของนางยิ่งโดดเด่น เรือนผมดำขลับถูกจัดเรียบง่าย ติดปิ่นเงินเล็ก ๆ ไม่หวือหวา ดวงหน้างดงามของนางเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความสง่า

ข้างกายของนางคือฉินเฉินอวี้ ซึ่งอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆ ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงความเย็นชา ดวงตาคมกริบของเขาไม่เผยอารมณ์ใด ๆ

ทั้งสองเดินเคียงกันไปยังรถม้าสีดำ ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูซึ่งรออยู่ด้านหน้า บรรยากาศในตำหนักยังคงสงบเงียบ ราวกับทุกคนพยายามไม่เอ่ยถึงข่าวลือที่ว่า 

คืนเข้าหอที่ผ่านมา..องค์ชายมิได้อยู่ค้างคืนในห้องหอกับพระชายา

รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากตำหนัก ท่ามกลางสายลมเย็นและเสียงล้อบดไปบนพื้นหิน อวี้หลิงหรงนั่งอย่างสงบ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่ฉินเฉินอวี้นั่งพิงพนักด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่นาง

"ถึงแม้ว่าเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก็อย่าคิดว่าข้าจะยอมรับเจ้าเป็นพระชายา" เสียงของเขาเอ่ยขึ้นราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับแฝงความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง

อวี้หลิงหรงหันหน้ามามองพระสวามีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาของนางนิ่งสงบ ไร่ซึ่งแววของความเจ็บปวดหรือความน้อยใจ

"เพคะ" คำตอบสั้น ๆ ที่ดูไร้การต่อต้านนั้น ทำให้ฉินเฉินอวี้รู้สึกไม่พอใจ เพราะมันดูเหมือนว่านางไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูด 

"หากเจ้าเข้าใจอะไรง่ายเช่นนี้ก็ดีแล้ว"

"เพคะ" อวี้หลิงหรงทำเพียงหลับตาลงอย่างสงบ ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัด

“เจ้าไม่มีเรื่องใดที่อยากจะพูดเลยหรือ” 

อวี้หลิงหรงลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังฉินเฉินอวี้ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"พระองค์ประสงค์ให้เป็นเช่นนั้นหรือเพคะ"

ฉินเฉินอวี้ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด ที่เขาเอ่ยถามออกไปเช่นนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้นางได้โต้แย้งหรือยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการแต่งงานในครั้งนี้ ทว่านางกลับไม่แยแสต่อสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย

อีกอย่างเขารู้สึกเหมือนว่านางกำลังรำคาญเขาอยู่เสียด้วยซ้ำ!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่64 นับอนันต์ (จบบริบูรณ์)

    หลังเหตุการณ์กบฏสิ้นสุดลง ชะตาชีวิตของหลายคนก็พลิกผัน แต่ชื่อของเว่ยลี่หลินกลับไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีโทษของผู้ใด ด้วยเพราะนางมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเรื่องราวทั้งสิ้น นางเป็นเพียงหญิงสาวที่ถูกดึงเข้าสู่กระดานหมากใหญ่แห่งราชสำนัก โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือเลือกหนทางให้ตนเองราชโองการให้หย่าขาดจากอดีตองค์รัชทายาทฉินจื่อหยวนผู้ล่วงลับ ถูกประกาศออกมาในวันที่ฟ้าครึ้มฝน แม้นางจะรู้ว่าเรื่องนี้คงถูกนำไปนินทาอย่างสนุกปากจากบรรดาบุตรสาวขุนนาง แต่ถึงกระนั้น นางก็ยอมรับมันโดยสงบ แม้จะต้องทิ้งนามพระชายาที่เคยเป็นทั้งเกียรติและพันธนาการ แต่ก็แลกมาด้วยอิสรภาพที่นางโหยหามานานเว่ยลี่หลินกลับไปใช้สกุลเดิม “เว่ย” ตามเดิม บรรดาผู้คนในวังต่างนินทาว่านางคงตกต่ำลงแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางรู้สึกเบาใจขึ้นเพียงใด เมื่อไม่ต้องฝืนยิ้ม ไม่ต้องสวมหน้ากากให้ใครมองอีกต่อไปหลังจากนั้นไม่นาน นางก็เลือกที่จะหันหลังให้กับเมืองหลวงและออกเดินทางไปทั่วแว่นแคว้น โดยไม่มีรถม้าหรูหรา มีเพียงบ่าวรับใช้เก่าแก่สองคนและหีบเสื้อผ้าใบเล็ก ๆ ที่บรรจุของใช้เท่าที่จำเป็นผู้คนถามว่าสตรีผู้เคยเป็นถึงพระชายาองค์รัชทายาท จะไปที่ใด

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่63 บุคคลที่คู่ควรกับความรัก

    หลังจากเหตุการณ์อันเลวร้ายและความสูญเสียผ่านพ้นไป ฤดูร้อนก็เวียนกลับมาอีกครั้ง พร้อมสายลมอบอุ่นและแสงแดดอ่อนที่ราวกับช่วยลบล้างความขมขื่นในหัวใจอวี้หลิงหรงในวัยครรภ์แก่ใกล้คลอดเต็มที ค่อย ๆ ก้าวลงจากรถม้าโดยมีมือของฉินเฉินอวี้คอยประคอง ดวงตานางทอดมองวังหลวงที่คุ้นเคยอย่างเงียบงัน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนบางให้พระสวามีของตนวันนี้เป็นวันมงคลของแผ่นดิน..วันแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นมารดาแห่งแผ่นดินก็คือพระสนมสวี่ซิงเหยียน พระมารดาขององค์ชายหกภายในท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูง องค์ชาย องค์หญิง และเหล่าผู้มีบรรดาศักดิ์ต่างร่วมงานด้วยสีหน้าปีติยินดี เสียงพิณบรรเลงแผ่วเบาประกอบท่วงท่าแห่งพิธีอันสง่างามเมื่อพิธีเสร็จสิ้นลง องค์ฮ่องเต้ฉินเซิ่งหยวนและฮองเฮาสวี่ซิงเหยียนจึงทรงเรียกองค์ชายหกและพระชายาเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว“อวี้เอ๋อร์... ข้ากับมารดาของเจ้าต่างเห็นพ้องกัน ว่าเจ้าคือผู้เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งองค์รัชทายาท” เสียงของฮ่องเต้ฉินเซิ่งหยวนดังขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นฉินเฉินอวี้นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค้อมกายลงด้วยความเคารพ แล

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่62 บทสรุป

    เมื่อฉินจื่อหยวนตระหนักได้ว่าการดวลกับนางต่อไปมีแต่จะเสียเปรียบ เขาจึงหันสายตาไปยัง ฉินเฉินอวี้ที่ตอนนี้กำลังพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ในจังหวะที่กระบี่ของอวี้หลิงหรงฟาดสวนมาทางเขาอีกครั้ง ฉินจื่อหยวนก็เบี่ยงตัวหลบ แล้วเปลี่ยนทิศทางของดาบในมือ พุ่งออกไปทางฉินเฉินอวี้ แต่ก่อนที่ดาบนั้นจะเข้าถึงตัวของชายผู้ที่บาดเจ็บจนแทบยืนไม่ไหว สตรีในชุดดำก็รีบเร่งฝีเท้าพุ่งตัวเข้ามาขวางทางอย่างไม่ลังเล"ไม่!!!" อวี้หลิงหรงกรีดร้องสุดเสียง นางพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้าโดยไม่คิดชีวิต เพื่อที่จะสกัดกั้นคมดาบนั้นให้ได้ นางรู้ดีว่าตนไม่มีทางปัดป้องได้ทันเวลา และในครรภ์ของนางก็ยังมีชีวิตน้อย ๆ อยู่อีกหนึ่งคน ในชั่วพริบตาแห่งการตัดสินใจ นางปล่อยกระบี่ในมือลงกับพื้น ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับคมดาบด้วยตัวเอง!เสียงฉีกขาดของเนื้อดัง ฉัวะ! โลหิตสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นท่วมสองฝ่ามือ“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของอวี้หลิงหรงดังก้องสะท้อนทั่วลาน ฉินเฉินอวี้เงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก สิ่งที่เห็นมีเพียงแผ่นหลังบาง ๆ ของนางที่ยืนขวางเขาเอาไว้ชั่วขณะนั้น..เวลาราวกับหยุดหมุนดวงตาคู่งามสั่นไหวด้วยความปวดร้าว มือทั้งสองที่เปื้

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่61 การก่อกบฏ

    ค่ำคืนมืดครึ้มในวังหลวง ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยเมฆทมิฬ เสียงสายลมหวีดหวิวกรีดผ่านยอดหลังคาตำหนักฟังแล้วชวนขนหัวลุก หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องขณะที่แสงโคมไฟในวังริบหรี่ลงทุกขณะณ ตำหนักเฉียนชิงอันเป็นที่พำนักขององค์ฮ่องเต้ประตูไม้สลักลายมังกรปิดสนิท แผ่นหิมะเกาะขอบหลังคาเงียบงัน ใต้ผ้าห่มแพรแดงลายมังกรบนเตียงไม้แกะสลัก มีสองร่างนอนแนบชิดกันอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่รับรู้ถึงภัยเงาร้ายที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกขณะเสียงฝีเท้าแผ่วเบาแทรกผ่านเสียงลม เงาร่างชุดดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นตามเงาเสา เงียบเชียบราวกับเป็นเพียงเงาจันทร์สาดทาบพื้น พวกมันลอบเข้ามาจากทางระเบียงด้านข้าง ดาบในมือแต่ละเล่มยังเปื้อนเลือดสดจากทหารยามเฝ้าเวรหนึ่งในนั้นยกดาบขึ้นสูงเหนือร่างบนเตียง ก่อนจะแทงลงกลางอกด้วยแรงทั้งหมดโดยไร้ซึ่งความลังเลทว่าร่างที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มนั้นกับนิ่งเงียบไม่ไหวติง มือสังหารรีบกระชากผ้าห่มผืนใหญ่ออกอย่างรุนแรงภายใต้ผ้าห่ม ไม่ใช่ร่างของฮ่องเต้หรือพระสนมสวี่ แต่เป็นเพียงหมอนข้างที่ซ้อนกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มเท่านั้น“กับดัก..?” เสียงพร่าของมือสังหารเพิ่งหลุดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะได้หันไป

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่60 การตัดสินใจ

    หลังจากการประชุมวานนี้ องค์ฮองเฮาถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักอวี้ฮวา ตามพระราชโองการของฮ่องเต้ โดยให้เหตุผลว่าต้องรอการพิสูจน์ความบริสุทธิ์นาง ในขณะเดียวกัน นางกำนัลคนสนิทของฮองเฮากลับถูกลากตัวไปยังคุกหลวง ถูกทรมานเพื่อหาความจริง นางกรีดร้องปานวิญญาณหลุดจากร่าง เสียงนั้นสะท้อนอยู่ในห้องขังแคบ ๆ ส่วนทางด้านพระสนมสวี่ แม้นางจะเป็นสตรีที่ฮ่องเต้รักยิ่ง แต่ในยามนี้พระพักตร์ขององค์จักรพรรดิกลับเย็นชาดุจน้ำแข็งหลายวันมาแล้วที่พระสนมสวี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ใจของนางเหมือนถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ยามคิดถึงบิดาที่กำลังถูกจองจำในคุกหลวง ด้วยใจระทมทุกข์ นางจึงรวบรวมความกล้าขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อทูลขอพระราชทานอนุญาตให้ตนเข้าเยี่ยมบิดาแต่องค์จักรพรรดิก็หาได้เหลียวแลไม่ “ขอฝ่าบาทเมตตา..” พระนางคุกเข่าท่ามกลางลมหนาว หยดน้ำตาของพระสนมคล้ายหยาดพิรุณตกต้องใจใครบางคน แต่ก็ไม่อาจทะลุม่านเย็นชาของผู้เป็นกษัตริย์ได้หิมะค่อย ๆ โปรยปรายลงมา ท่ามกลางความเงียบงันของลานหน้าพระตำหนักเฉียนชิง สตรีผู้สูงศักดิ์ในชุดแพรบางสีครามยังคุกเข่าอยู่กับพื้น หยดน้ำตาไหลเงียบ ๆ ลงบนแก้มซีดเซียว“ฝ่าบาทรับสั่งให้ข้าน้อยมาทูลว่า

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่59 การประชุมที่ท้องพระโรง

    ภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่า บรรยากาศตึงเครียดจนแทบสัมผัสได้ เสนาบดีเจียงยืนอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์ สีหน้าเคร่งขรึมแฝงไปด้วยความมั่นใจ เขากำลังกล่าวถ้อยคำฟังดูหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย“กระหม่อมเห็นว่า...การมีโรงกษาปณ์เถื่อนตั้งอยู่ในหมู่บ้านชิงหลินซึ่งอยู่ในเขตปกครองของสกุลสวี่ ย่อมบ่งชี้ถึงความพยายามในการสะสมกำลังและท้าทายราชอำนาจ เรื่องนี้ไม่อาจมองข้าม หากไม่สอบสวนให้ถึงที่สุด เกรงว่าความมั่นคงของแผ่นดินจะสั่นคลอนพ่ะย่ะค่ะ”เหล่าขุนนางหลายคนพากันพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่บางส่วนก็เหลือบมองกันไปมา ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างอำนาจของตระกูลสวี่และความแข็งแกร่งของกลุ่มเจียงระหว่างที่คำกล่าวหายังไม่สิ้นสุด เสียงฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งของขันทีคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น ฝ่าฝืนความเงียบที่กดดันเขาเข้าไปกระซิบอย่างเร่งร้อนกับกงกงคนสนิทขององค์ฮ่องเต้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมากระซิบรายงานเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นตัว“ฝ่าบาท..พระชายาขององค์ชายหก เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ ทรงกล่าวว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับหมู่บ้านชิงหลิน ที่ต้องทูลต่อหน้าพระพักตร์และเหล่าขุนนางทั้งหลาย”องค์ฮ่องเต้ชะงักเพียงเล็กน้อ

  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่22 เครื่องรางแทนใจ

    หลังจากที่อวี้หลิงหรงใช้ชีวิตในแคว้นฉินอย่างสงบมาได้ระยะหนึ่ง นางก็เริ่มปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ได้ดีขึ้น แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฉินเฉินอวี้จะยังไม่ได้ลึกซึ้งหรือเต็มไปด้วยความรักใคร่ แต่ชีวิตในตำหนักของนางก็ไม่ได้วุ่นวายเกินไป อวี้หลิงหรงใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการดูแลเรื่องภายในตำหนักและอ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่19 ความสงสัย

    ภายในลานกว้างของจวน อวี้หลิงหรงถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าลงตรงกลางลาน บ่าวคนหนึ่งถือแส้หางกระเบนเข้ามาท่ามกลางสายตาของทุกคนในจวน อวี้ซูเม่ยที่ยังเจ็บแค้นมองภาพนั้นด้วยแววตาสะใจ แม้ใบหน้าของนางจะยังมีรอยตบชัดเจน"เริ่มลงโทษ!" เสียงตวาดของอวี้เฉิงดังขึ้น แส้ถูกเงื้อขึ้นสูงก่อนจะฟาดลงบนแผ่นหลังของอวี้ห

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่21 นางมีพี่ชายตั้งแต่ตอนไหน?

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์แรกของวันค่อย ๆ ทอดผ่านม่านฟ้า ละอองหมอกบาง ๆ ยังคงลอยอ้อยอิ่งเหนือพื้นดิน บรรยากาศยามเช้าภายในตำหนักเทียนเหิงนั้นเย็นสบาย สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่ปลูกเรียงรายอยู่สองข้างทาง ส่งกลิ่นหอมมากับสายลมอวี้หลิงหรงก้าวเดินไปตามระเบียงไม้ พลางใช้มือกระชับเสื้อคลุมที่สวมอยู่ แม้ว่าจะยัง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • สตรีผู้นี้..เหนื่อยเกินไปแล้ว   บทที่20 ผู้ที่จิตใจแตกสลาย

    หลังจากที่กลับมาจากจวนสกุลอวี้ เวลาก็ผ่านไปราวหนึ่งอาทิตย์แล้ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมาอวี้หลิงหรงก็หมกมุ่นอยู่กับการเรียนรู้งานในตำหนักจากแม่นมจาง นางพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานเอกสารและเดินสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ความตั้งใจและความเฉลียวฉลาดของพระชายาทำให้แม่นมจางถึงกับเอ่ยปากชมเมื่อก้าวเท้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status