เข้าสู่ระบบหลี่เซวียนอี้ ไม่เคยต้องใช้เวลานานในการที่จะมองหาร่างสูงสง่าของเจาจ้าวหลง ไม่ว่าอยู่ท่ามกลางผู้คนมากหรือน้อย เขาก็โดดเด่นที่สุดในสายตาของเซวียนอี้เสมอ
นางรู้ดี ว่าไม่ใช่แค่ความสูงที่เทียบเคียงกับพวกโพ้นทะเลที่เคยเห็นตามเมืองท่าของเขา แต่เนื่องจากจิตวิญญาณของคุณหนูหลี่จดจ่ออยู่ที่เขาต่างหาก...นั่นคือเหตุผลแท้จริง
ย้อนหลังไปก่อนสองเดือนที่แล้ว หลี่เซวียนอี้เคยได้ยินแต่ชื่อเจาจ้าวหลงโดยไม่เคยพบตัวจริงแม้สักครั้ง กระทั่งนางกลับมาอยู่เมืองหลวง หลังจากบิดายื่นคำขาดไม่ยอมให้ไปเที่ยวเล่นอยู่กับพี่ชายที่เดินทางค้าขายแล้ว
นางไม่คิดอยู่กับบ้านรอแม่สื่อเพียงให้ได้สามีมาครอบครอง เสียเวลาไปกับคนที่ใจไม่ได้อยากรัก ความสนใจของนางอยู่ที่การใช้ชีวิตให้สนุกสนาน
หรือพูดให้ถูกก็คือหลี่เซวียนอี้จะแต่งงานก็ต่อเมื่อมีความรักเป็นเหตุผลก็เท่านั้น นางไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ใดให้มีชีวิตรอด หนังสือความรักประโลมโลกที่โด่งดังในหมู่สตรีแคว้นต้าอิ้งล้วนมาจากฝีมือการเขียนของเซวียนอี้ทั้งสิ้น แม้จะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ถ้าหากจะใช้เลี้ยงตนเองคนเดียวก็เพียงพอ แต่ถึงอย่างไรบิดาและพี่ชายก็คงไม่มีวันยอมให้ดวงใจของจวนต้องลำบาก
หลี่กงจานนั้นรักบุตรสาว และหลี่เซวียนอี้ก็รู้ดี ที่เขาให้บุตรสาวเรียนศาสตร์ทั้งสี่เทียบเท่ากับบุตรขุนนางขั้นหนึ่งเป็นประจำตั้งแต่เล็ก ก็เพราะเล็งเห็นว่าลำพังตัวเองอาจอบรมบ่มสอนบุตรสาวได้ไม่ดีพอ และเขาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่ แม้ฮูหยินจะล่วงลับจากไป ตั้งแต่หลี่เซวียนอี้ยังแบเบาะ
หลี่กงจานไม่เคยพูดถึงฮูหยิน เขาลบรอยฮูหยินอย่างไม่ให้มีสิ่งใดเหลือไว้เป็นอนุสรณ์เตือนใจให้คิดถึงแม้รูปวาดสักใบ ขนาดเครื่องประดับและอาภรณ์ที่เคยเป็นของมารดายังไม่มีเหลือไว้สักชิ้น บิดาขายออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็นของใหม่ทั้งหมด
เมื่อยังเล็ก หลี่เซวียนอี้เคยถามบิดาถึงมารดาครั้งหนึ่ง สีหน้าของหลี่กงจานเมื่อได้ยินชื่อฮูหยินคนเดียวของตนจากปากบุตรสาว ทำให้หลี่เซวียนอี้ไม่เคยเอ่ยถึงมารดา หรือพยายามจะให้บิดาเล่าถึงมารดาให้ฟังอีกเลย
หลี่เซวียนอี้ไม่มีความสงสัยใดๆ นอกจากว่าบิดาของนางรักมารดาของนางมาก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แค่ได้ยินใครเอ่ยถึง หรือเอ่ยชื่อฮูหยินที่ล่วงลับ ก็ยังทำให้เขาเจ็บปวด
บิดาของนางนี่เอง ทำให้นางได้พบ และแต่งงานกับเจาจ้าวหลงเพราะเหตุจำเป็นของครอบครัว
นางรู้ว่าการค้า โอกาสผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งความผิดพลาดนี้เองนำมาซึ่งหนี้สิน
สกุลเจาคือเจ้าหนี้รายใหญ่ แล้วก็บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ ที่ชายในบ้านเจ้าหนี้รายใหญ่รายนี้ เกิดติดตาต้องใจบุตรสาวของลูกหนี้ ถึงกับยื่นข้อเสนอ ไม่เพียงแต่จะยกหนี้สิน และช่วยชำระหนี้สินใส่วนอื่น แต่ยังจะร่วมลงทุนในกิจการของบ้านหลี่ทั้งหมด
หลี่เซวียนอี้ยอมรับว่าการมีขุนนางหนุ่มใหญ่ เนื้อหอมชื่อดังให้ความสนใจนางถึงกับอยากได้ไปเป็นเจ้าสาว นางทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดหวั่น และคาดหวัง
แค่ครั้งเดียวที่ได้พบเขา หลี่เซวียนอี้ถึงกับทรยศความเชื่อของตัวเอง ยอมตอบตกลงแต่งงานทั้งที่ไม่รู้ว่าเจาจ้าวหลงรักที่ตัวตนหรือเพียงชื่นชอบอย่างผิวเผินเท่านั้น
คุณหนูหลี่ตกหลุมรักหนุ่มใหญ่มาดขรึม ผู้มีสีหน้าแววตาปรากฏริ้วรอยหยามหยันเป็นนิจ แต่ริ้วรอยเหล่านี้หายได้ในพริบตาเพียงแค่ริมฝีปากได้รูปงามอย่างชาย แย้มออกจากกันเป็นรอยยิ้มด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ยิ้มตามมารยาท
ช่วงเวลาที่หมั้นกันอยู่หนึ่งเดือนก่อนแต่ง หลี่เซวียนอี้ได้เรียนรู้ว่า เจ้าบ่าวของนางเป็นผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศ ขนาดมีข่าวออกไปเป็นที่รู้กันทั่วว่าเขาหมั้นหมายแล้วกับบุตรสาวคนเล็กของเศรษฐีหลี่ และจะแต่งงานกันในหนึ่งเดือนข้างหน้า ก็ยังไม่วายมีแม่นางสาวๆ เข้ามาเสนอตัว แม้ไม่ได้เป็นฮูหยินแต่งก็เต็มใจเป็นอนุในบ้าน
หลี่เซวียนอี้ยอมรับ นางเองก็เป็นหนึ่งในแม่นางน้อย ที่หลงเสน่ห์ของจ้าวหลง ยิ่งหลังจากแต่งงานกันแล้ว นางก็ทั้งรักทั้งหลงเขาหมดใจ
หลี่เซวียนอี้ไม่รู้ตัว ว่าขณะมองสามีที่ยืนรวมกลุ่มอยู่กับนักธุรกิจชั้นนำหลายคน แววตาของนางแทบจะหยาดหยดประสาหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก
และดูเหมือนว่าพลังความแน่วแน่ของสายตานาง แรงพอเรียกให้สามีของนางละสายตาจากคู่สนทนา หันมามองสบตาข้ามศีรษะผู้คน
เจาจ้าวหลงขอตัวจากคู่สนทนา โดยไม่ละสายตาไปจากนัยน์ตาคู่สวยของฮูหยินตัวน้อย
ร่างสูงสง่าภายใต้อาภรณ์สีน้ำเงินเงินตัดเย็บอย่างดีให้เข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่อวดไหล่กว้างที่ทำให้เซวียนอี้อบอุ่นเสมอเมื่อได้อิงแอบ เขาเดินแหวกผู้คนเพื่อเข้าถึงร่างอรชรอ้อนแอ้นอันเป็นเป้าหมาย
“รู้หรือไม่” เขาพูดเมื่อเข้าถึงตัวฮูหยิน “อี้เออร์ไม่ควรมองผู้ชายอย่างนี้ต่อหน้าธารกำนัล”
“มองอย่างไหนเจ้าคะ”
“อย่างที่อี้เออร์มองเวลาที่เราเพิ่งแนบชิดจนอากาศแทรกผ่านไม่ได้ มองเหมือนว่าสามีคือของขวัญล้ำค่าที่เง็กเซียนประทานมาให้”
หลี่เซวียนอี้รู้ตัวว่าหน้าแดง เมื่อสบเข้ากับแววตาเข้มจัดที่มองลงมาจากกรอบหน้าคมสันประกอบด้วยกรามแกร่ง
“สามีไม่ห่างกายเจ้าแล้ว ธุระการงานไว้คุยภายหลัง” เจาจ้าวหลงแตะต้นแขนฮูหยินชวนออกไปเดินเล่นเป็นนัยๆ
“ตั้งแต่เข้างานมานี่ เพิ่งจะได้อยู่กับเซวียนอี้แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น นอกนั้นถูกคนอื่นตัดหน้าเข้ามาเจรจาการงานไปจนหมด”
“คนอื่นที่ไหนกันคะ ส่วนใหญ่ก็ญาติพี่น้องทั้งนั้นเลย มีแต่คนสงสัยว่าเป็นฮูหยินของท่านพี่แล้วเป็นอย่างไร” เซวียนอี้แย้งยิ้มๆ ขณะพากันเดินไปยังสระน้ำของจวนเสนาบดีใหญ่
“แก่มากใช่หรือไม่”
สามีของเซวียนอี้เคลื่อนไหวช้าๆ ไปตามเสียงดนตรีที่ดังแว่วมาจากไกลๆ เขาเข้าใกล้ใบหน้างามในทุกจังหวะ หลี่เซวียนอี้ต้องแหงนมองเขาอย่างเขินอาย สายตาจึงประสานกันครึ่งทาง
บทพิเศษ 5ท้องฟ้ายามรุ่งสางเหนือหุบเขาฟ้ากระจ่างงดงามราวภาพวาดของจิตรกรสวรรค์ สายหมอกสีเงินบางเบาแผ่คลุมผืนป่าเขียวขจี ลำธารไหลพาดผ่านโขดหินประหนึ่งแพรไหมทอดยาว เสียงนกป่าขับขานท่วงทำนองรับเช้าใหม่ให้แผ่นดินทั้งผืนคึกคัก ท่ามกลางทัศนียภาพสวรรค์นั้น มีขบวนรถม้าสามคันเคลื่อนผ่านทางดินเล็กๆ ลัดเลาะสู่ด้านในหุบเขาของเมืองสุ่ยที่ตั้งอยู่ห่างไกล ม้านำหน้าสะบัดแผงคอพลิ้วสวย บ่งบอกถึงการดูแลอย่างดีของผู้เป็นนาย สองข้างทางมีชาวบ้านมาสอดส่องด้วยได้ยินข่าวลือว่าจะมีขุนนางชั้นสูงมาพักผ่อนผู้นำขบวนคือ เจาจ้าวหลงบุรุษผู้ได้รับการกล่าวขานทั่วแคว้นว่าเฉียบแหลม สงบนิ่ง และมีอำนาจบารมีเพียงพอให้คนทั้งราชสำนักต้องระมัดระวังถ้อยคำ ยิ่งหลังการเรียกตัวด่วนเมื่อปีก่อนอำนาจยิ่งมากล้น เขาสวมอาภรณ์สีครามปักลายเมฆทอง ดวงตาดูสงบแต่ซ่อนประกายเฉียบคม เส้นผมยาวดำขลับรวบด้วยปิ่นหยกอ่อน ยามควบม้าอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ที่ผ่านสมรภูมิการเมืองและงานราชการมานับไม่ถ้วน
บทพิเศษ 4คืนนี้ยาวนานจริงดังคาดการณ์ ช่วงที่ห่างฮูหยินผู้นี้เขาต้องอดทน อดกลั้นไว้เสียมากมาย แม้มีคนมาเสนอสตรีอื่นให้ใช้แก้ขัด เขาก็ไม่อาจปลดปล่อยร่วมหลับนอนได้ลง หากไม่ใช่หลี่เซวียนอี้ฮูหยินคนงามผู้นี้นั้น เพียงแค่ประกบปากมอบรสจูบให้ไป ความปรารถนาอันยากจะระงับก็ถือกำเนิดจึ้นในกายอย่างพุ่งพล่านการตักตวงดูดกินที่มูมมามทิ้งรอยแดงเป็นจ้ำๆ ในทุกตารางนิ้วที่เจาจ้าวหลงก้มลงไปขบเม้ม ยิ่งหลี่เซวียนอี้เองก็โหยหาสัมผัสของสามีอยู่ทุกคืนวัน จึงทำให้กายสาวที่เต่งตึงไม่เหลือความอายมาบดบัง มีแต่จะแอ่นยั่วให้แท่งหยกที่เฝ้าฝันถึงตั้งตรงพร้อมทำร่องรักของนางให้ปั่นป่วนเพียงแค่รสจูบ และการกอบกุมเต้าที่เต่งตึงอวบใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ด้วยร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอวบอั๋นเต็มไม้เต็มมือหลังการมีบุตร ก็ทำให้เลือดในกายข
บทพิเศษ 3ลมราตรีพัดเอื่อย เสียงไผ่เสียดสีกันเบาๆ ราวเสียงลมหายใจแห่งค่ำคืนที่เงียบสงบ ในลานใหญ่ของ จวนรองเสนาบดีเจามีแสงจากโคมแขวนนับสิบส่องสว่างล้อมเรือนนอนของ ฮูหยินหลี่เซวียนอี้ หญิงสาววัยยี่สิบผู้เพิ่งผ่านการคลอดบุตรได้ไม่กี่เดือน ใบหน้าเรียวสวยมีร่องรอยอ่อนล้าจากการรอคอยสามีที่ออกไปทำงานตามนับสั่งที่เมืองเหนือมาเนิ่นนานคืนนี้...เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา นางจุดตะเกียงรออยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปทางประตูใหญ่ที่เงียบงัน“เหยาเหยา ท่านพี่ไม่ส่งจดหมายหาข้ามาเดือนกว่าแล้ว...” เสียงหวานของนางแผ่วเบาแต่สั่นเครือ “…ข้าจะทำอย่างไรดี ไปตามคุณชายเจาที่จวนเล็กที เขาอาจได้จดหมายจากบิดา”เหยาเหยาสาวใช้คนสนิทรีบคุกเข่าลง “ฮูหยินเจ้าคะ คืนนี้ดึกมากแล้ว รอพรุ่งนี้เถิดเจ้าค่ะ ขืนออกไปตอนนี้คงโดนพวกทหารยามดุแน่”
บทพิเศษ 2ยามรุ่งสางของวันถัดมา แสงอรุณแรกสาดผ่านม่านโปร่งของเรือนใน กลิ่นยาจีนจางๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง หลี่เซวียนอี้เพิ่งตื่นหลังจากหลับพักไปครึ่งคืน นางรู้สึกอ่อนแรงจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นผ้าอ้อมผืนเล็กที่วางอยู่ข้างหมอน ใบหน้างามก็คลี่ยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ฮูหยิน อย่าพยายามลุกเลยเจ้าค่ะ” เหยาเหยารีบเข้ามาประคองเมื่อเห็นนายหญิงพยายามยันตัวขึ้น “หมอตำแยกำชับไว้ ว่าท่านต้องพักให้มาก อย่าได้ฝืน”“ข้าเพียงอยากดูหน้านางอีกสักครั้ง” เซวียนอี้ตอบเสียงแผ่ว “เมื่อคืนยังไม่ทันได้ดูชัด...”เหยาเหยาหัวเราะเบาๆ แล้วชะเง้อมองออกไปทางเฉลียง “คุณชายใหญ่ก็ไม่ยอมวางมือให้แม่นมรับไปดูแลตั้งแต่ฟ้าสาง นางนอนอยู่ในอ้อมแขนคุณชายนั่นแหละเจ้าค่ะ จะให้ข้าไปเอามาให้หรือไม่เจ้าคะ”
บทพิเศษ 1แสงโคมแขวนนับร้อยส่องอร่ามไปทั่วลานใหญ่ของ จวนรองเสนาบดีเจา กลิ่นสุราและเสียงดนตรีแผ่วเบาดังขึ้นคลอบรรยากาศ เสียงหัวเราะของแขกผู้มาร่วมงานดังสอดรับไปทั่วเรือนหลวงอันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงจวนแห่งนี้ในค่ำคืนนี้งามสง่าเกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นทั้งงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบของรองเสนาบดีผู้มีผลงานใหญ่ และเป็นงานแสดงความยินดีต่อ ฮูหยินหลี่เซวียนอี้ ผู้ที่ได้รับพระราชทานตราตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อหลายเดือนก่อน ทว่ายังจัดงานไม่ได้ เพราะนางต้องการให้พี่ชายกลับมาร่วมฉลองพร้อมหน้าหลี่เซวียนอี้ในอาภรณ์ผ้าไหมสีอ่อนปักนายพระจันทร์ นั่งอยู่ข้างสามีบนแท่นรับรอง นางอุ้มท้องกลมโตจนขยับตัวลำบาก ใบหน้างามที่เคยขาวนวลบัดนี้มีเหงื่อเม็ดละเอียดผุดขึ้นตรงขมับ ทว่ารอยยิ้มของนางยังละมุนเช่นเดิม จ
บทที่ 17“ไม่เคยกลัวเลยเจ้าค่ะเรื่องนั้น กลัวจะไม่เป็นที่ต้องการของท่านพี่อีกต่อไปมากกว่า”“นั่นยิ่งไม่ควรกลัวอย่างยิ่ง จะบอกความลับให้อย่างหนึ่ง กับเซวียนอี้ข้าสู้ไม่ถอย แต่กับสตรีอื่นข้าไม่มีอารมณ์เอาเสียเลย”“อาจเว้นนางคณิกาผู้นั้นอีกคนก็ได้” หลี่เซวียนอี้เชิดหน้าขึ้น“คณิกาคนใด”“ทำเป็นลืมเลือน เมื่อครู่ท่านพี่ก็ยังกล่าวถึงมี่เจียอยู่หยกๆ”“จริงสิ” เจาจ้าวหลงลากเสียงแล้วก้มลงยิ้มตาพราว“มี่เจียกับข้าเคยมีเรื่องสัมพันธ์ชั่วคราวอย่างนั้นจริง ข้







