Share

ตอนที่ 6 ขายผัก

last update Tanggal publikasi: 2026-03-20 10:23:52

            นิลเนตรจับผักใส่ย่ามทั้งสองใบได้หนึ่งร้อยมัดพอดี เสร็จแล้วก็เอาแตงโมใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน ผักบุ้งถุงหนึ่งมัดติดไว้กับเบาะหลังที่เป็นเหล็ก ส่วนอีกถุงเธอสะพายไว้ที่บ่าข้างซ้าย จากนั้นก็ปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่เป็นทางผ่านระหว่างอำเภอ ซึ่งจะมีชาวบ้านนำของหลากหลายมาวางขายข้างทางตรงนั้น ส่วนมากเป็นของป่า จำพวกหนู นก งู กิ้งก่า ไปจนถึง กบ เขียด ปลา ไข่มดแดง และผักต่าง ๆ ทั้งผักป่าผักบ้าน ถนนเส้นนั้นมีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เพราะตรงนั้นเป็นจุดพักรถด้วย มีทั้งร้านอาหารและตลาดให้ผู้คนเลือกซื้อ ถนนเส้นนี้ตัดผ่านภูเขาที่ชาวบ้านเข้าไปหาของมาขาย จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เขาเรียกกันว่าตลาดบ้านห้วย ตลาดบ้านห้วยและหมู่บ้านแถวนี้อยู่ในเขตอำเภอม่วงเขียว

            ก่อนหน้านิลเนตรฝากน้าในหมู่บ้านนำผักไปขายให้ เธอชื่อดาหวัน บางครั้งน้าหวันคนนั้นก็มาเก็บผักช่วยเธอด้วยเพราะความสงสาร แต่ช่วงนี้ดาหวันมีผักขายมากขึ้น นิลเนตรจึงต้องไปเก็บคนเดียวทุกวัน และวันนี้เธอจะนำผักไปขายเอง เพราะดาหวันคงออกไปขายผักตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว 

            

ระยะทางจากหมู่บ้านถึงถนนใหญ่ประมาณห้ากิโลเมตร นิลเนตรปั่นจักรยานมาถึงก็นำผักออกจากถุงแล้วใช้ย่ามรองก่อนจะนำผักเรียงไว้ด้านบน ตลาดแห่งนี้มีร้านค้าอยู่ฝั่งเดียวกันกับทางเข้าหมู่บ้านไม้งาม ซึ่งมีความยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตรต่อจากจุดพักรถ เธอเลือกที่ริมสุดที่ใกล้กับทางเข้าหมู่บ้าน

            “นิล” นิลเนตรละสายตาจากมัดผักแล้วเงยหน้าขึ้นมอง

            “น้าหวัน”

            “วันนี้มาขายผักเองเหรอ” ทุกเย็นนิลเนตรจะนำผักบุ้งที่เก็บได้มาฝากเธอขาย ดาหวันก็จ่ายเงินให้เธอทันที หรือไม่บางวันนิลเนตรก็มายืนขายด้วยอยู่ข้าง ๆ แต่ส่วนมากจะยืนมองเพราะนิลเนตรขายของไม่เป็น

            “ค่ะ วันนี้หนูไปเก็บผักช้าน่ะค่ะ” ปกติเธอเก็บผักตอนเช้า แล้วเอาไปฝากนงนุชก่อนเที่ยง หรือถ้าเก็บช่วงเย็นก็เอาไปฝากตอนเช้า ดาหวันจะออกมาขายผักกับสามีทุกวัน

            “โธ่เอ๋ย มานี่ ๆ ยกผักขึ้นมาวางบนแผงของฉันนี่มา แล้วมายืนขายด้วยกัน”

            “ค่ะ”

            ดาหวันช่วยนิลเนตรขนผักบุ้งขึ้นมาวางบนแผงผักอย่างระมัดระวัง “วันนี้เก็บผักได้เยอะนะ”

            “ค่ะ”

            ดาหวันเหลือบมองไปเห็นแตงโมที่ตะกร้าหน้ารถจักรยานก็เอ่ยถาม “เอาแตงโมมาจากไหนเหรอ”

            “พี่ไชยให้มาค่ะ”

            “ไชยลูกยายเพิ้งอะนะ”

            “ค่ะ เขามาเลี้ยงควาย ผ่านมาเจอหนูพอดีเขาก็เลยเอาให้ลูกนึงค่ะ”

            “เอ็งอย่าไปสนิทกับมันมากนักละ ฉันได้ยินข่าวว่าพวกนี้มันติดยา เดี๋ยววันนึงมันบ้าคลั่งขึ้นมาจะเอามีดแทงเอ็งเข้า”

            “ค่ะ ต่อไปหนูจะระวังตัวให้มากขึ้น” ไม่ใช่นิลเนตรไม่สังเกต แต่ความจำเดิมในหัวนิลเนตรส่วนมากผู้คนที่เธอพบเห็นมีแต่คนใจดีทั้งนั้น เพราะคนในหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยมีใครรังแกเธอทางร่างกาย อย่างมากก็แค่พูดดูถูกเธอที่เธอเกิดมาเป็นแบบนี้

            “อือ ดีแล้ว”

            นิลเนตรถอดหมวกแล้วค่อย ๆ ดึงเสื้อยืดที่ใช้คลุมหน้าออก เพราะมันร้อนอบอ้าวจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก อีกทั้งเสื้อตัวนั้นยังเปียกด้วย เธอเดินไปหยิบหวีที่ตะกร้าหน้ารถจักรยานแล้วหวีผมให้เรียบร้อย จากนั้นก็ใช้ยางรัดผมรัดไว้อย่างสุภาพ

            ดาหวันไม่เคยเห็นเส้นผมและใบหน้าของนิลเนตรในสภาพที่ดูดีเช่นนี้มาก่อน ก็เผลอมองไม่วางตา “ผมนิลสวยมากนะ” ทั้งเป็นประกายและดกดำ อุทิศผู้เป็นสามีก็มองตามและเห็นด้วยตามนั้น

            นิลเนตรหัวเราะน้อย ๆ แต่ในใจอยากจะร้องไห้มากกว่าแล้วกล่าวอย่างขำ ๆ “เมื่อคืนได้เหาเป็นร้อยตัวเลยค่ะ”

            ดาหวันก็ขำกับคำพูดของเธอเหมือนกัน “ที่บ้านฉันมีใบน้อยหน่าไปเก็บเอาก็ได้นะ”

            “ค่ะ”

            ดาหวันยื่นมือไปเชยคางเรียวมนให้เชิดขึ้นเล็กน้อยแล้วแลซ้ายขวา “ใบหน้าก็สวย เมื่อคืนอาบน้ำใช่ไหม” วันนี้กลิ่นตัวนิลเนตรไม่เหม็นสาบเหมือนทุกวัน

            นิลเนตรฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงสวยตัดกับผิวสีแทน “ค่ะ” นิลเอ๊ย น้ำไม่อาบ ผมไม่สระจนคนในหมู่บ้านรู้กันทั่ว น่าอายฉิบหาย

            “ถ้าอาบน้ำทุกวันมีหวังยายเจิมได้หลานเขยในเร็ววันนี้แน่” อุทิศพูดหยอกเย้า นิลเนตรแค่ยืนฟังเท่านั้น เธอเข็ดกับความรักมานักต่อนัก อย่างไรชาตินี้ขออยู่แบบโสด ๆ ดีกว่า ส่วนมากผู้ชายที่เธอเคยคบมีแต่พวกหวังผลประโยชน์กับเธอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนที่เลือกมาเป็นสามีผลสุดท้ายก็ยังแอบมีคนใหม่ ทั้งที่เธอเคยเป็นฝ่ายให้มาตลอด 

            สิ้นเสียงของดาหวันก็มีรถตู้มาจอดและมีคนลงมาเดินเลือกซื้อของประมาณสิบคน ดูคล้ายคงเป็นลูกค้ามาจากทางไกล เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จะข้ามไปยังฝั่งลาว จึงมีนักท่องเที่ยวจากหลายภูมิภาคเดินทางมาที่นี่ ทำให้สินค้าขายดีทุกวัน

            

            “ผักบุ้งมัดละเท่าไรคะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม ผิวพรรณของเธอขาวผ่องนวลเนียนเหมือนผู้ดีไม่มีผิด

            “สิบบาทค่ะ คุณลูกค้ารับกี่มัดดีคะ” นิลเนตรเอ่ยถาม

            “เอาสามมัดค่ะ”

            นิลเนตรยื่นผักบุ้งที่ไม่ได้ใส่ถุงให้ลูกค้าสามมัด “ไม่มีถุงใส่ให้เหรอคะ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้บ่งบอกว่าไม่พอใจเลยสักนิด

            “เอ่อ… หนูเพิ่งมาขายวันแรกน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้เตรียมถุงมาด้วย ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ” นิลเนตรเอ่ยพร้อมกับพนมมือไหว้ขอโทษลูกค้า

            “เอาถุงน้าไปใช้ก่อนก็ได้จ้ะ” ดาหวันยื่นถุงพลาสติกให้นิลเนตรหนึ่งแพ็ก

            นิลเนตรขอบคุณแล้วหยิบถุงมาใส่ผักให้ลูกค้า เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเพราะปกติไม่ได้มาขายผักเอง ถึงมาก็ยืนดูเฉย ๆ

            “ขอบใจนะ” ลูกค้าคนนั้นยิ้มให้และไม่โกรธแม่ค้าสาวน้อยเสื้อผ้ามอมแมมคนนั้น เพราะคิดว่าเธอไม่ได้โกหกจริง ๆ 

ลูกค้าคนนั้นกำลังจะเดินไปที่รถตู้ที่จอดรออยู่ไกลออกไปหลายเมตร มือที่ถือกระเป๋าเงินก็หย่อนลงในกระเป๋าถือ ทันใดนั้นก็มีชายผู้หนึ่งวิ่งมาฉกเอากระเป๋าถือในมือของเธอไป 

“ช่วยด้วยค่ะ โจรวิ่งราวกระเป๋าค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นตะโกนให้คนช่วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 9 ชายเร่ร่อน

    เดินออกมาอีกครั้งก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่ใต้ต้นกระถินที่เธอนำผักบุ้งมากองไว้ ความจำเดิมบอกกับเธอว่านั่นคือชายเร่ร่อนที่หายไปจากหมู่บ้านนี้เกือบสัปดาห์แล้ว เขามานั่งอยู่ตรงนั้นทำไมนะ ร่างสูงเพรียวตัดสินใจเดินออกมาจากไร่มันสำปะหลังเมื่อรออยู่นานแล้วแต่เขาก็ไม่เดินจากไปไหนสักที เธอเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน “พี่ชายหายไปไหนมาเหรอ” นิลเนตรเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ชาวบ้านเรียกเขาว่า ‘ไอ้ชาติ’ ชายผู้นี้หน้าตาเนื้อตัวมอมแมม ผมเขายาวหยักศกเล็กน้อยแต่ชี้ฟูมาก ดูท่ามันคงเหนียวไม่น้อย แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีดกับกางเกงยีนเก่า ๆ ตัวใหญ่แถมยังขาดอีกด้วย เขาจะเดินไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่น หรือบางครั้งก็นอนตามศาลาของหมู่บ้าน บางครั้งเธอยังเคยเจอเขาที่ตลาดบ้านห้วยด้วย และทุกครั้งที่เดินผ่านมาทางนี้เขาก็ไม่เคยคุยกับเธอหรือใครเลย บางครั้งถามไม่ตอบ บางครั้งก็ถามคำตอบคำชาวบ้านแถวนี้บอกว่าเขาเป็นบ้า แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายใคร นิลเนตรเดินเข้ามาใกล้อีก ถึงได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้ามอมแมมนั้นเขาน่าจะหล่อมาก จมูกเป็นสันตรง กรอบหน้าคมเข้มชัดเจน แต่หนวดเครายาวไปหน่อยจึงทำให้เขาน่

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 8 ฟาร์มมิติ

    นิลเนตรตักต้มปลานิลกับข้าวสวยร้อน ๆ และไข่ต้มอีกสองฟองมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนย่า โต๊ะนี้คือโต๊ะกินข้าวของย่ากับหลาน เธอพยุงย่าให้ลุกขึ้นนั่งเหยียดขาลงข้างเตียงแล้วเริ่มกินข้าวด้วยกัน “กับข้าวหลายอย่างจัง” ปกติแค่ข้าวสวยคลุกน้ำปลาก็อร่อยมากแล้ว “ย่ากินเยอะ ๆ นะคะ จะได้หายไว ๆ” คติของเธอก็คือพรุ่งนี้จะอดก็ช่างแต่วันนี้ต้องกินให้อิ่ม “ไม่ต้องพูดปลอบใจย่าหรอก ย่ารู้ว่าย่าไม่มีทางหายจากโรคนี้” เจิมจันทร์ทำใจไว้แล้ว ว่าต้องป่วยติดเตียงไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย “ไม่แน่หรอกค่ะย่า อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอค่ะ อยู่ดี ๆ ย่าอาจจะลุกขึ้นเดินก็ได้ค่ะ” เธอปอกไข่ต้มให้ย่าหนึ่งฟอง พร้อมกับยกขวดน้ำปลาไปตั้งไว้ด้านข้าง เจิมจันทร์ยิ้มให้หลาน ทำไมวันนี้นิลเนตรถึงได้มีพลังบวกเยอะจัง แววตาเศร้าหมองที่เคยมีหายไปไหน ตักอาหารเข้าปากคำแรกก็รู้สึกถึงรสชาติอาหารที่เปลี่ยนไป ฝีมือการทำอาหารของหลานสาวดีขึ้นมาก มันกลมกล่อมและไม่มีกลิ่นคาวของปลาเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรับประทานอาหารไปพลาง คุยกันไปพลาง บางครั้งส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง ดูเหมือนว่าทั้งย่าแล

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 7 วิ่งราว

    นิลเนตรที่อยู่ใกล้สุดรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งตามสุดกำลัง อุทิศก็วิ่งตามหลังเธอไปเช่นกัน สายตาเธอมองหาอะไรบางอย่าง เธอก้มหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากนั้นกะระยะไว้ที่หัวของมันแล้วเขวี้ยงออกไปสุดแรงเกิด ผู้ชายนั้นกำลังจะวิ่งเข้าไปในป่าตุบ!“โอ๊ย!” ไม่น่าเชื่อว่านักกีฬาเปตองอย่างเธอจะกะระยะได้แม่นยำขนาดนี้ ไม้ท่อนนั้นโดนท้ายทอยของมันพอดี โจรวิ่งราวหัวคะมำไปข้างหน้าและล้มลง อุทิศที่วิ่งตามไปจึงเข้าไปรวบตัวมันไว้ เตรียมส่งตัวให้ตำรวจบ้าน ซึ่งภรรยาของเขาคงโทร. แจ้งไปแล้ว นิลเนตรถือกระเป๋าใบนั้นไปคืนเจ้าของ ผู้หญิงคนนั้นยืนตัวสั่นงันงก เพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันก็เริ่มเดินกลับมาที่รถ เห็นเหตุการณ์ก็พากันตกใจ นิลเนตรยื่นกระเป๋าคืนให้ “กระเป๋าของคุณค่ะ” “ขอบใจมากนะ เธอชื่ออะไร” “ชื่อนิลค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งพันบาทออกมาจากกระเป๋าจำนวนหนึ่งใบพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งแล้วยื่นให้เธอ “ฉันให้เธอ ถ้ามีอะไรก็โทร. หาฉัน ฉันเขียนเบอร์โทร. ไว้ให้แล้ว” “เอ่อ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” เงินหนึ่งพันบาทมันมากเกินไปสำหรั

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 6 ขายผัก

    นิลเนตรจับผักใส่ย่ามทั้งสองใบได้หนึ่งร้อยมัดพอดี เสร็จแล้วก็เอาแตงโมใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน ผักบุ้งถุงหนึ่งมัดติดไว้กับเบาะหลังที่เป็นเหล็ก ส่วนอีกถุงเธอสะพายไว้ที่บ่าข้างซ้าย จากนั้นก็ปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่เป็นทางผ่านระหว่างอำเภอ ซึ่งจะมีชาวบ้านนำของหลากหลายมาวางขายข้างทางตรงนั้น ส่วนมากเป็นของป่า จำพวกหนู นก งู กิ้งก่า ไปจนถึง กบ เขียด ปลา ไข่มดแดง และผักต่าง ๆ ทั้งผักป่าผักบ้าน ถนนเส้นนั้นมีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เพราะตรงนั้นเป็นจุดพักรถด้วย มีทั้งร้านอาหารและตลาดให้ผู้คนเลือกซื้อ ถนนเส้นนี้ตัดผ่านภูเขาที่ชาวบ้านเข้าไปหาของมาขาย จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เขาเรียกกันว่าตลาดบ้านห้วย ตลาดบ้านห้วยและหมู่บ้านแถวนี้อยู่ในเขตอำเภอม่วงเขียว ก่อนหน้านิลเนตรฝากน้าในหมู่บ้านนำผักไปขายให้ เธอชื่อดาหวัน บางครั้งน้าหวันคนนั้นก็มาเก็บผักช่วยเธอด้วยเพราะความสงสาร แต่ช่วงนี้ดาหวันมีผักขายมากขึ้น นิลเนตรจึงต้องไปเก็บคนเดียวทุกวัน และวันนี้เธอจะนำผักไปขายเอง เพราะดาหวันคงออกไปขายผักตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว ระยะทางจากหมู่บ้านถึงถนนใหญ่ประมาณห้ากิโลเมตร นิลเนตรปั

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 5 เก็บผัก

    นิลเนตรกินข้าวเสร็จแล้วจึงแต่งตัวเตรียมจะออกไปเก็บผัก เธอสวมเสื้อแขนยาวทั้งเก่าทั้งขาดตรงหัวไหล่ และเตรียมเสื้อยืดไปคลุมหน้าหนึ่งตัว “หนูไปเก็บผักก่อนนะย่า” “อย่ากลับเย็นนักล่ะ” “ค่ะ” เดินลงมาจากบ้านก็เจอป้ามิ่งกับหลานสาวเดินมาหาที่บ้านพอดี วันนี้เป็นวันหยุดแมงมุมจึงไม่ได้ไปโรงเรียน แมงมุมอายุเก้าขวบพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เธอจึงอยู่กับตายายที่บ้าน “จะไปเก็บผักแล้วเหรอ” มิ่งพรมองนิลเนตรตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมวันนี้นิลเนตรดูแปลกตาไปมากขนาดนี้ เส้นผมตรงเรียงสวยสีดำเงางามถูกรวบไว้ด้านหลังเหมือนหางม้า ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลา ข้างแก้มไม่มีรอยคราบน้ำลายเหมือนเช่นทุกวัน เล็บมือเล็บเท้าตัดสั้นและขาวสะอาด หรือนิลเนตรกำลังจะเป็นสาวหรือไม่ก็คงกำลังจะมีความรักถึงได้รู้จักดูแลตัวเอง “ค่ะ” “ทำไมวันนี้ผมพี่นิลสวยจังเลยคะ” แมงมุมเอ่ยถามเสียงใส “หนูอยากมีผมยาวสวยเหมือนพี่นิลจังเลยค่ะ” แมงมุมพูดพลางเกาหัวตัวเองยิก ๆ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แก้มกลม ๆ ผิวขาวออกเหลืองนิด ๆ ดวงตากลมทอประกายวาววาม เพียงแต่…

  • สตรีผู้อาภัพกับชายเร่ร่อน   ตอนที่ 4 ทำความสะอาดบ้าน

    นิลเนตรตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็นั่งสังเกตบ้านตัวเองด้วยอาการสะลืมสะลือ มันทั้งรกและแคบ ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้หน้าจะกว้างราวสี่เมตร ยาวประมาณห้าเมตร ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น รวมอยู่ตรงนี้หมด ผนังบ้านเป็นไม้ที่ตีเรียงกันไว้ไม่สนิทนักมีแต่ฝุ่นที่เกิดจากมอด และมีหยากไย่เกาะอยู่ทุกมุมห้อง เมื่อคืนฝนพรำลงมาบาง ๆ ตลอดทั้งคืน บรรยากาศรอบกายเย็นจนหนาว ผ้าห่มผืนหนาก็มี แต่พออากาศชื้นผ้าห่มที่ไม่เคยซักเลยก็เหนียวเหนอะ ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิท และเหมือนหายใจเอาฝุ่นเข้าไปในปอดตลอดทั้งคืนวันนี้เธอตั้งใจไว้ว่าก่อนออกไปเก็บผักบุ้งเธอจะต้องทำความสะอาดบ้านก่อน เธอพับผ้าห่มให้เรียบร้อย จากนั้นลองเลิกเสื่อที่ปูไว้ขึ้นดู เพราะดูเหมือนพื้นบ้านจะมีแต่ฝุ่นผงเหลือเกิน นิลเนตรไม่ได้ทำความสะอาดบ้านมาเกือบเดือนแล้ว พอเปิดเสื่อขึ้นดูเธอก็ต้องผงะ บนพื้นไม้มีดินเป็นรอยคดเคี้ยวคล้ายกับงูเลื้อย พอดูใต้เสื่อก็มีคราบดินติดอยู่เช่นกัน บางจุดมีรอยกัดแทะ เธอพูดอะไรไม่ออกทำได้แค่อ้าปากค้างไว้ เพราะดินพวกนั้นมันคือรังปลวกเกือบไปแล้วนิลเนตร เธอเกือบโดนปลวกคาบไปแทะแล้วไหมล่ะ เธอต้องลุกไปหุงหาอาห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status