Masukนิลเนตรกินข้าวเสร็จแล้วจึงแต่งตัวเตรียมจะออกไปเก็บผัก เธอสวมเสื้อแขนยาวทั้งเก่าทั้งขาดตรงหัวไหล่ และเตรียมเสื้อยืดไปคลุมหน้าหนึ่งตัว
“หนูไปเก็บผักก่อนนะย่า”
“อย่ากลับเย็นนักล่ะ”
“ค่ะ”
เดินลงมาจากบ้านก็เจอป้ามิ่งกับหลานสาวเดินมาหาที่บ้านพอดี วันนี้เป็นวันหยุดแมงมุมจึงไม่ได้ไปโรงเรียน แมงมุมอายุเก้าขวบพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เธอจึงอยู่กับตายายที่บ้าน
“จะไปเก็บผักแล้วเหรอ” มิ่งพรมองนิลเนตรตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมวันนี้นิลเนตรดูแปลกตาไปมากขนาดนี้ เส้นผมตรงเรียงสวยสีดำเงางามถูกรวบไว้ด้านหลังเหมือนหางม้า ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลา ข้างแก้มไม่มีรอยคราบน้ำลายเหมือนเช่นทุกวัน เล็บมือเล็บเท้าตัดสั้นและขาวสะอาด
หรือนิลเนตรกำลังจะเป็นสาวหรือไม่ก็คงกำลังจะมีความรักถึงได้รู้จักดูแลตัวเอง
“ค่ะ”
“ทำไมวันนี้ผมพี่นิลสวยจังเลยคะ” แมงมุมเอ่ยถามเสียงใส “หนูอยากมีผมยาวสวยเหมือนพี่นิลจังเลยค่ะ” แมงมุมพูดพลางเกาหัวตัวเองยิก ๆ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แก้มกลม ๆ ผิวขาวออกเหลืองนิด ๆ ดวงตากลมทอประกายวาววาม
เพียงแต่…
นิลเนตรมองตามมือน้อย ๆ นั้น ก็พบว่ามีเหาฟูขึ้นมาจากเส้นผม
นิลเนตรตาโตและชี้นิ้วไปที่หัวของแมงมุม “นะ นั่นเหา” อารมณ์เหมือนเธอหวีเหาเมื่อคืนเลย
“ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ เดี๋ยววันนี้ฉันจะจัดการมันเอง” มิ่งพรบอกนิลเนตรเหมือนเป็นเรื่องปกติ “ดูสิเหาเต็มหัวจะไว้ผมยาวได้ยังไง” มิ่งพรเอ็ดหลานตัวเอง
นิลเนตรเพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่าเธอได้เหามาจากไหน ที่แท้ก็จากเจ้าเด็กแมงมุมที่อยู่ข้างบ้านนี่เอง เพราะจากความทรงจำ ทั้งคู่ชอบเล่นด้วยกัน
“ถ้าฝนตกหนูรบกวนป้ามิ่งเก็บผ้าให้หน่อยนะคะ” แต่วันนี้เธอคะเนดูแล้วว่ามันคงแดดจัดทั้งวัน
“จ้ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะช่วยดูให้” มิ่งพรกับหลางมีอาชีพสานหวดนึ่งข้าวขาย พวกเขาจึงอยู่บ้านตลอด
นิลเนตรใช้เสื้อยืดคลุมหน้า หยิบหมวกผ้าใบขาด ๆ ขึ้นมาสวมบนศีรษะ
“หนูไปก่อนนะคะป้า”
“จ้า” แมงมุมยกมือขึ้นโบกหย็อย ๆ ให้นิลเนตรพร้อมกับยิ้มกว้าง
นิลเนตรสะพายย่ามที่ทำจากกระสอบปุ๋ยไปด้วยสองใบพร้อมกับตอกสั้นที่ย่าทำไว้ให้ไปด้วย คว้าจักรยานคู่ใจได้ก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งนาที่เธอไปเก็บผักบุ้งเมื่อวาน สองข้างทางมีทั้งไร่อ้อย มันสำปะหลัง แตงโม แตงไทย ข้าวโพด ถั่วฝักยาว และนาข้าวทั้งนาดำและนาหว่าน บางพื้นที่เจ้าของก็ปล่อยโล่งไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ หรือไม่ก็ทิ้งให้รกร้าง
ปั่นจักรยานประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึงทุ่งผักบุ้ง พื้นที่นาแห่งนี้มีประมาณเจ็ดไร่ซึ่งเป็นของชายพิการที่อยู่ข้างบ้านเธอทางฝั่งขวา เขาเป็นคนมีอันจะกินจึงปล่อยให้ที่โล่งแบบนี้และไม่ให้คนเช่า ตามความทรงจำร่างเดิมเธอรู้แค่นั้น ความจริงที่เก็บผักบุ้งมีหลายที่ แต่ที่นาแห่งนี้มีมากสุด และยอดอ่อนน่ากินเพราะมีคนมาเก็บอยู่เป็นประจำทำให้มันทอดยอดออกมาเรื่อย ๆ ซ้ำพื้นที่ยังมีน้ำขังตลอดทั้งปีเพราะติดกับลำน้ำจึงทำให้ยอดผักบุ้งอวบและกรอบ
จอดรถจักรยานพิงไว้ข้างต้นกระถินขนาดใหญ่รวมถึงขวดน้ำดื่มที่ห่อมาด้วย จากนั้นถอดรองเท้าแตะคีบไว้บนบกแล้วเดินลุยน้ำไปเก็บผักบุ้ง บางจุดมีโคลนลึกถึงครึ่งแข้งมันค่อนข้างเดินลำบากและทำให้เหนื่อยง่าย แต่ร่างนี้รูปร่างสะโอดสะอง แขนขายาวเรียวไม่อ้วนไม่ผอมเกินไปทำให้เยื้องย่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว นับเป็นความโชคดีที่เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสมบูรณ์แบบเช่นนี้ หากดูแลดี ๆ รับรองว่านิลเนตรจะต้องสวยไม่เป็นรองใคร ผิวพรรณแบบนี้สเปกสายฝอเลยล่ะ
นิลเนตรใช้มีดบางที่นำมาด้วยตัดยอดผักบุ้งเพราะไม่อยากให้เล็บดำแล้วนำไปใส่ย่ามไว้ อีกทั้งการใช้มีดตัดยอดผัก ผักจะได้ไม่ช้ำด้วย ยอดผักบุ้งสวย ๆ ขึ้นเต็มไปทั่วทุ่ง เธอตั้งใจเก็บอย่างเมามัน พอได้เยอะตามที่ต้องการก็นำมามัดใต้ร่มกระถินที่มีจักรยานจอดอยู่ นิลเนตรใช้ตอกมัดผักบุ้งเป็นกำ อากาศร้อนทำให้เหงื่อไหลออกมาไม่หยุดจนผ้าคลุมหน้าเปียกชุ่ม
เธอนั่งมัดผักอยู่เกือบชั่วโมงก็มีแก๊งหนุ่มไทบ้านสองสามคนเดินมาทางนี้ พวกเขามาเลี้ยงควายแถวนี้ ในมือมีหนังสติ๊กคนละอัน พอเดินมาถึงจุดที่นิลเนตรนั่งอยู่พวกมันก็หยุดเดิน
“ให้พี่ช่วยมัดไหมน้องนิล” กิตติชัยหนุ่มวัยยี่สิบสามปีเอ่ยถาม ชายกลุ่มนี้รู้จักนิลเนตรเป็นอย่างดี เพราะพวกเขามาเลี้ยงควายทุกวัน ด้านหลังทุ่งนาที่นิลเนตรมาเก็บผักเป็นภูเขาขนาดใหญ่สองลูกตรงกลางเป็นลำน้ำไหลผ่านให้ชาวบ้านมาหาปลาหากบ ซึ่งภูเขาสองลูกนี้เป็นเขตชายแดนระหว่างไทยกับลาว เชิงเขาบางส่วนเป็นทุ่งหญ้ากว้าง เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์
นิลเนตรละสายตาจากผักบุ้งแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันมัดใกล้เสร็จแล้ว”
“เฮ้ย! พี่โซ่ชอบคนไม่เต็มก็ไม่บอก” สถาพรที่อายุน้อยกว่ากิตติชัยสี่ปีพูดแซวรุ่นพี่
“ฉันมีเมียแล้วโว้ย ว่าแต่เอ็งเถอะ แม่จะหาเมียให้อยู่พอดีไม่ใช่เหรอ จีบนิลได้นะนิลโสดอยู่” ว่าแล้วกิตติชัยก็ขำออกมาเหมือนเยาะเย้ย “ใช่ไหมนิล” ใคร ๆ ก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยปกติ
“อย่ามาลำบากเพราะฉันเลยจ้ะ บ้านฉันยากจน” นิลเนตรกล่าวอย่างถ่อมตน แต่ในใจใครจะรู้ว่าเธอขยาดผู้ชายแค่ไหน
“พวกเอ็งอย่ามัวคุยเล่นกันอยู่ รีบไปทำงานตามที่สั่งเถอะอย่าไปแกล้งนิลมันเลย” ไชยยศหนุ่มโสดวัยยี่สิบแปดเตือนรุ่นน้อง เดินผ่านนิลเนตรทีไรต้องแวะคุยหยอกล้อทุกที
กิตติชัยกับสถาพรเดินไปก่อนแล้วไชยยศจึงถามนิลเนตร “วันนี้เก็บผักได้เยอะนะ” เดิมทีที่เขาเห็นนิลเนตรเก็บผักได้ไม่มากนัก แต่วันนี้นิลเนตรมัดผักได้กองใหญ่ ซ้ำท่าทางการทำงานยังจริงจังมากกว่าทุกวัน
“ค่ะพี่ไชย วันนี้เอามีดมาตัดน่ะค่ะ ก็เลยเก็บได้เร็ว” นิ้วโป้งข้างขวาของเธอเล็บกุดไปแล้วเพราะใช้เด็ดผักบุ้งทุกวัน ต่อไปนี้ใช้มีดตัด มันคงดีขึ้น
นิลเนตรใช้ผ้าคลุมหน้าตลอดเวลาไชยยศจึงเห็นเพียงดวงตาดำขลับคู่นั้น มันดูมีประกายวาววับมากขึ้น ไม่หม่นหมองเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาเคยเจอ
“ดี ๆ รู้จักใช้มีดบ้าง ฉันไปเลี้ยงควายก่อนนะ”
“ค่ะ”
“อ้อลืม” ไชยยศล้วงแตงโมออกมาจากย่ามที่สะพายอยู่ แล้วส่งให้นิลเนตร
นิลเนตรรับมาแล้วกล่าวขอบคุณ
เธอมองตามชายหนุ่มทั้งสามด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนัก ชายสามคนนี้รูปร่างผอมโซ รอบดวงตาคล้ายหมีแพนด้า ถ้าไม่ใช่คนรู้จักกันก็ดูน่ากลัวไม่น้อย แม้พวกเขาจะไม่เคยทำอะไรเธอก็ตาม
เดินออกมาอีกครั้งก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่ใต้ต้นกระถินที่เธอนำผักบุ้งมากองไว้ ความจำเดิมบอกกับเธอว่านั่นคือชายเร่ร่อนที่หายไปจากหมู่บ้านนี้เกือบสัปดาห์แล้ว เขามานั่งอยู่ตรงนั้นทำไมนะ ร่างสูงเพรียวตัดสินใจเดินออกมาจากไร่มันสำปะหลังเมื่อรออยู่นานแล้วแต่เขาก็ไม่เดินจากไปไหนสักที เธอเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน “พี่ชายหายไปไหนมาเหรอ” นิลเนตรเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ชาวบ้านเรียกเขาว่า ‘ไอ้ชาติ’ ชายผู้นี้หน้าตาเนื้อตัวมอมแมม ผมเขายาวหยักศกเล็กน้อยแต่ชี้ฟูมาก ดูท่ามันคงเหนียวไม่น้อย แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีดกับกางเกงยีนเก่า ๆ ตัวใหญ่แถมยังขาดอีกด้วย เขาจะเดินไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่น หรือบางครั้งก็นอนตามศาลาของหมู่บ้าน บางครั้งเธอยังเคยเจอเขาที่ตลาดบ้านห้วยด้วย และทุกครั้งที่เดินผ่านมาทางนี้เขาก็ไม่เคยคุยกับเธอหรือใครเลย บางครั้งถามไม่ตอบ บางครั้งก็ถามคำตอบคำชาวบ้านแถวนี้บอกว่าเขาเป็นบ้า แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายใคร นิลเนตรเดินเข้ามาใกล้อีก ถึงได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้ามอมแมมนั้นเขาน่าจะหล่อมาก จมูกเป็นสันตรง กรอบหน้าคมเข้มชัดเจน แต่หนวดเครายาวไปหน่อยจึงทำให้เขาน่
นิลเนตรตักต้มปลานิลกับข้าวสวยร้อน ๆ และไข่ต้มอีกสองฟองมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนย่า โต๊ะนี้คือโต๊ะกินข้าวของย่ากับหลาน เธอพยุงย่าให้ลุกขึ้นนั่งเหยียดขาลงข้างเตียงแล้วเริ่มกินข้าวด้วยกัน “กับข้าวหลายอย่างจัง” ปกติแค่ข้าวสวยคลุกน้ำปลาก็อร่อยมากแล้ว “ย่ากินเยอะ ๆ นะคะ จะได้หายไว ๆ” คติของเธอก็คือพรุ่งนี้จะอดก็ช่างแต่วันนี้ต้องกินให้อิ่ม “ไม่ต้องพูดปลอบใจย่าหรอก ย่ารู้ว่าย่าไม่มีทางหายจากโรคนี้” เจิมจันทร์ทำใจไว้แล้ว ว่าต้องป่วยติดเตียงไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย “ไม่แน่หรอกค่ะย่า อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอค่ะ อยู่ดี ๆ ย่าอาจจะลุกขึ้นเดินก็ได้ค่ะ” เธอปอกไข่ต้มให้ย่าหนึ่งฟอง พร้อมกับยกขวดน้ำปลาไปตั้งไว้ด้านข้าง เจิมจันทร์ยิ้มให้หลาน ทำไมวันนี้นิลเนตรถึงได้มีพลังบวกเยอะจัง แววตาเศร้าหมองที่เคยมีหายไปไหน ตักอาหารเข้าปากคำแรกก็รู้สึกถึงรสชาติอาหารที่เปลี่ยนไป ฝีมือการทำอาหารของหลานสาวดีขึ้นมาก มันกลมกล่อมและไม่มีกลิ่นคาวของปลาเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรับประทานอาหารไปพลาง คุยกันไปพลาง บางครั้งส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง ดูเหมือนว่าทั้งย่าแล
นิลเนตรที่อยู่ใกล้สุดรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งตามสุดกำลัง อุทิศก็วิ่งตามหลังเธอไปเช่นกัน สายตาเธอมองหาอะไรบางอย่าง เธอก้มหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากนั้นกะระยะไว้ที่หัวของมันแล้วเขวี้ยงออกไปสุดแรงเกิด ผู้ชายนั้นกำลังจะวิ่งเข้าไปในป่าตุบ!“โอ๊ย!” ไม่น่าเชื่อว่านักกีฬาเปตองอย่างเธอจะกะระยะได้แม่นยำขนาดนี้ ไม้ท่อนนั้นโดนท้ายทอยของมันพอดี โจรวิ่งราวหัวคะมำไปข้างหน้าและล้มลง อุทิศที่วิ่งตามไปจึงเข้าไปรวบตัวมันไว้ เตรียมส่งตัวให้ตำรวจบ้าน ซึ่งภรรยาของเขาคงโทร. แจ้งไปแล้ว นิลเนตรถือกระเป๋าใบนั้นไปคืนเจ้าของ ผู้หญิงคนนั้นยืนตัวสั่นงันงก เพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันก็เริ่มเดินกลับมาที่รถ เห็นเหตุการณ์ก็พากันตกใจ นิลเนตรยื่นกระเป๋าคืนให้ “กระเป๋าของคุณค่ะ” “ขอบใจมากนะ เธอชื่ออะไร” “ชื่อนิลค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งพันบาทออกมาจากกระเป๋าจำนวนหนึ่งใบพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งแล้วยื่นให้เธอ “ฉันให้เธอ ถ้ามีอะไรก็โทร. หาฉัน ฉันเขียนเบอร์โทร. ไว้ให้แล้ว” “เอ่อ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” เงินหนึ่งพันบาทมันมากเกินไปสำหรั
นิลเนตรจับผักใส่ย่ามทั้งสองใบได้หนึ่งร้อยมัดพอดี เสร็จแล้วก็เอาแตงโมใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน ผักบุ้งถุงหนึ่งมัดติดไว้กับเบาะหลังที่เป็นเหล็ก ส่วนอีกถุงเธอสะพายไว้ที่บ่าข้างซ้าย จากนั้นก็ปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่เป็นทางผ่านระหว่างอำเภอ ซึ่งจะมีชาวบ้านนำของหลากหลายมาวางขายข้างทางตรงนั้น ส่วนมากเป็นของป่า จำพวกหนู นก งู กิ้งก่า ไปจนถึง กบ เขียด ปลา ไข่มดแดง และผักต่าง ๆ ทั้งผักป่าผักบ้าน ถนนเส้นนั้นมีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เพราะตรงนั้นเป็นจุดพักรถด้วย มีทั้งร้านอาหารและตลาดให้ผู้คนเลือกซื้อ ถนนเส้นนี้ตัดผ่านภูเขาที่ชาวบ้านเข้าไปหาของมาขาย จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เขาเรียกกันว่าตลาดบ้านห้วย ตลาดบ้านห้วยและหมู่บ้านแถวนี้อยู่ในเขตอำเภอม่วงเขียว ก่อนหน้านิลเนตรฝากน้าในหมู่บ้านนำผักไปขายให้ เธอชื่อดาหวัน บางครั้งน้าหวันคนนั้นก็มาเก็บผักช่วยเธอด้วยเพราะความสงสาร แต่ช่วงนี้ดาหวันมีผักขายมากขึ้น นิลเนตรจึงต้องไปเก็บคนเดียวทุกวัน และวันนี้เธอจะนำผักไปขายเอง เพราะดาหวันคงออกไปขายผักตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว ระยะทางจากหมู่บ้านถึงถนนใหญ่ประมาณห้ากิโลเมตร นิลเนตรปั
นิลเนตรกินข้าวเสร็จแล้วจึงแต่งตัวเตรียมจะออกไปเก็บผัก เธอสวมเสื้อแขนยาวทั้งเก่าทั้งขาดตรงหัวไหล่ และเตรียมเสื้อยืดไปคลุมหน้าหนึ่งตัว “หนูไปเก็บผักก่อนนะย่า” “อย่ากลับเย็นนักล่ะ” “ค่ะ” เดินลงมาจากบ้านก็เจอป้ามิ่งกับหลานสาวเดินมาหาที่บ้านพอดี วันนี้เป็นวันหยุดแมงมุมจึงไม่ได้ไปโรงเรียน แมงมุมอายุเก้าขวบพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เธอจึงอยู่กับตายายที่บ้าน “จะไปเก็บผักแล้วเหรอ” มิ่งพรมองนิลเนตรตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมวันนี้นิลเนตรดูแปลกตาไปมากขนาดนี้ เส้นผมตรงเรียงสวยสีดำเงางามถูกรวบไว้ด้านหลังเหมือนหางม้า ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลา ข้างแก้มไม่มีรอยคราบน้ำลายเหมือนเช่นทุกวัน เล็บมือเล็บเท้าตัดสั้นและขาวสะอาด หรือนิลเนตรกำลังจะเป็นสาวหรือไม่ก็คงกำลังจะมีความรักถึงได้รู้จักดูแลตัวเอง “ค่ะ” “ทำไมวันนี้ผมพี่นิลสวยจังเลยคะ” แมงมุมเอ่ยถามเสียงใส “หนูอยากมีผมยาวสวยเหมือนพี่นิลจังเลยค่ะ” แมงมุมพูดพลางเกาหัวตัวเองยิก ๆ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แก้มกลม ๆ ผิวขาวออกเหลืองนิด ๆ ดวงตากลมทอประกายวาววาม เพียงแต่…
นิลเนตรตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็นั่งสังเกตบ้านตัวเองด้วยอาการสะลืมสะลือ มันทั้งรกและแคบ ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้หน้าจะกว้างราวสี่เมตร ยาวประมาณห้าเมตร ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น รวมอยู่ตรงนี้หมด ผนังบ้านเป็นไม้ที่ตีเรียงกันไว้ไม่สนิทนักมีแต่ฝุ่นที่เกิดจากมอด และมีหยากไย่เกาะอยู่ทุกมุมห้อง เมื่อคืนฝนพรำลงมาบาง ๆ ตลอดทั้งคืน บรรยากาศรอบกายเย็นจนหนาว ผ้าห่มผืนหนาก็มี แต่พออากาศชื้นผ้าห่มที่ไม่เคยซักเลยก็เหนียวเหนอะ ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิท และเหมือนหายใจเอาฝุ่นเข้าไปในปอดตลอดทั้งคืนวันนี้เธอตั้งใจไว้ว่าก่อนออกไปเก็บผักบุ้งเธอจะต้องทำความสะอาดบ้านก่อน เธอพับผ้าห่มให้เรียบร้อย จากนั้นลองเลิกเสื่อที่ปูไว้ขึ้นดู เพราะดูเหมือนพื้นบ้านจะมีแต่ฝุ่นผงเหลือเกิน นิลเนตรไม่ได้ทำความสะอาดบ้านมาเกือบเดือนแล้ว พอเปิดเสื่อขึ้นดูเธอก็ต้องผงะ บนพื้นไม้มีดินเป็นรอยคดเคี้ยวคล้ายกับงูเลื้อย พอดูใต้เสื่อก็มีคราบดินติดอยู่เช่นกัน บางจุดมีรอยกัดแทะ เธอพูดอะไรไม่ออกทำได้แค่อ้าปากค้างไว้ เพราะดินพวกนั้นมันคือรังปลวกเกือบไปแล้วนิลเนตร เธอเกือบโดนปลวกคาบไปแทะแล้วไหมล่ะ เธอต้องลุกไปหุงหาอาห







