Se connecterเดินออกมาอีกครั้งก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่ใต้ต้นกระถินที่เธอนำผักบุ้งมากองไว้ ความจำเดิมบอกกับเธอว่านั่นคือชายเร่ร่อนที่หายไปจากหมู่บ้านนี้เกือบสัปดาห์แล้ว เขามานั่งอยู่ตรงนั้นทำไมนะ ร่างสูงเพรียวตัดสินใจเดินออกมาจากไร่มันสำปะหลังเมื่อรออยู่นานแล้วแต่เขาก็ไม่เดินจากไปไหนสักที เธอเองก็ต้องทำงานเหมือนกัน “พี่ชายหายไปไหนมาเหรอ” นิลเนตรเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ชาวบ้านเรียกเขาว่า ‘ไอ้ชาติ’ ชายผู้นี้หน้าตาเนื้อตัวมอมแมม ผมเขายาวหยักศกเล็กน้อยแต่ชี้ฟูมาก ดูท่ามันคงเหนียวไม่น้อย แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีดกับกางเกงยีนเก่า ๆ ตัวใหญ่แถมยังขาดอีกด้วย เขาจะเดินไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่น หรือบางครั้งก็นอนตามศาลาของหมู่บ้าน บางครั้งเธอยังเคยเจอเขาที่ตลาดบ้านห้วยด้วย และทุกครั้งที่เดินผ่านมาทางนี้เขาก็ไม่เคยคุยกับเธอหรือใครเลย บางครั้งถามไม่ตอบ บางครั้งก็ถามคำตอบคำชาวบ้านแถวนี้บอกว่าเขาเป็นบ้า แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายใคร นิลเนตรเดินเข้ามาใกล้อีก ถึงได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้ามอมแมมนั้นเขาน่าจะหล่อมาก จมูกเป็นสันตรง กรอบหน้าคมเข้มชัดเจน แต่หนวดเครายาวไปหน่อยจึงทำให้เขาน่
นิลเนตรตักต้มปลานิลกับข้าวสวยร้อน ๆ และไข่ต้มอีกสองฟองมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนย่า โต๊ะนี้คือโต๊ะกินข้าวของย่ากับหลาน เธอพยุงย่าให้ลุกขึ้นนั่งเหยียดขาลงข้างเตียงแล้วเริ่มกินข้าวด้วยกัน “กับข้าวหลายอย่างจัง” ปกติแค่ข้าวสวยคลุกน้ำปลาก็อร่อยมากแล้ว “ย่ากินเยอะ ๆ นะคะ จะได้หายไว ๆ” คติของเธอก็คือพรุ่งนี้จะอดก็ช่างแต่วันนี้ต้องกินให้อิ่ม “ไม่ต้องพูดปลอบใจย่าหรอก ย่ารู้ว่าย่าไม่มีทางหายจากโรคนี้” เจิมจันทร์ทำใจไว้แล้ว ว่าต้องป่วยติดเตียงไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย “ไม่แน่หรอกค่ะย่า อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอค่ะ อยู่ดี ๆ ย่าอาจจะลุกขึ้นเดินก็ได้ค่ะ” เธอปอกไข่ต้มให้ย่าหนึ่งฟอง พร้อมกับยกขวดน้ำปลาไปตั้งไว้ด้านข้าง เจิมจันทร์ยิ้มให้หลาน ทำไมวันนี้นิลเนตรถึงได้มีพลังบวกเยอะจัง แววตาเศร้าหมองที่เคยมีหายไปไหน ตักอาหารเข้าปากคำแรกก็รู้สึกถึงรสชาติอาหารที่เปลี่ยนไป ฝีมือการทำอาหารของหลานสาวดีขึ้นมาก มันกลมกล่อมและไม่มีกลิ่นคาวของปลาเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรับประทานอาหารไปพลาง คุยกันไปพลาง บางครั้งส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง ดูเหมือนว่าทั้งย่าแล
นิลเนตรที่อยู่ใกล้สุดรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งตามสุดกำลัง อุทิศก็วิ่งตามหลังเธอไปเช่นกัน สายตาเธอมองหาอะไรบางอย่าง เธอก้มหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากนั้นกะระยะไว้ที่หัวของมันแล้วเขวี้ยงออกไปสุดแรงเกิด ผู้ชายนั้นกำลังจะวิ่งเข้าไปในป่าตุบ!“โอ๊ย!” ไม่น่าเชื่อว่านักกีฬาเปตองอย่างเธอจะกะระยะได้แม่นยำขนาดนี้ ไม้ท่อนนั้นโดนท้ายทอยของมันพอดี โจรวิ่งราวหัวคะมำไปข้างหน้าและล้มลง อุทิศที่วิ่งตามไปจึงเข้าไปรวบตัวมันไว้ เตรียมส่งตัวให้ตำรวจบ้าน ซึ่งภรรยาของเขาคงโทร. แจ้งไปแล้ว นิลเนตรถือกระเป๋าใบนั้นไปคืนเจ้าของ ผู้หญิงคนนั้นยืนตัวสั่นงันงก เพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันก็เริ่มเดินกลับมาที่รถ เห็นเหตุการณ์ก็พากันตกใจ นิลเนตรยื่นกระเป๋าคืนให้ “กระเป๋าของคุณค่ะ” “ขอบใจมากนะ เธอชื่ออะไร” “ชื่อนิลค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งพันบาทออกมาจากกระเป๋าจำนวนหนึ่งใบพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งแล้วยื่นให้เธอ “ฉันให้เธอ ถ้ามีอะไรก็โทร. หาฉัน ฉันเขียนเบอร์โทร. ไว้ให้แล้ว” “เอ่อ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” เงินหนึ่งพันบาทมันมากเกินไปสำหรั
นิลเนตรจับผักใส่ย่ามทั้งสองใบได้หนึ่งร้อยมัดพอดี เสร็จแล้วก็เอาแตงโมใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน ผักบุ้งถุงหนึ่งมัดติดไว้กับเบาะหลังที่เป็นเหล็ก ส่วนอีกถุงเธอสะพายไว้ที่บ่าข้างซ้าย จากนั้นก็ปั่นไปทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่เป็นทางผ่านระหว่างอำเภอ ซึ่งจะมีชาวบ้านนำของหลากหลายมาวางขายข้างทางตรงนั้น ส่วนมากเป็นของป่า จำพวกหนู นก งู กิ้งก่า ไปจนถึง กบ เขียด ปลา ไข่มดแดง และผักต่าง ๆ ทั้งผักป่าผักบ้าน ถนนเส้นนั้นมีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เพราะตรงนั้นเป็นจุดพักรถด้วย มีทั้งร้านอาหารและตลาดให้ผู้คนเลือกซื้อ ถนนเส้นนี้ตัดผ่านภูเขาที่ชาวบ้านเข้าไปหาของมาขาย จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เขาเรียกกันว่าตลาดบ้านห้วย ตลาดบ้านห้วยและหมู่บ้านแถวนี้อยู่ในเขตอำเภอม่วงเขียว ก่อนหน้านิลเนตรฝากน้าในหมู่บ้านนำผักไปขายให้ เธอชื่อดาหวัน บางครั้งน้าหวันคนนั้นก็มาเก็บผักช่วยเธอด้วยเพราะความสงสาร แต่ช่วงนี้ดาหวันมีผักขายมากขึ้น นิลเนตรจึงต้องไปเก็บคนเดียวทุกวัน และวันนี้เธอจะนำผักไปขายเอง เพราะดาหวันคงออกไปขายผักตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว ระยะทางจากหมู่บ้านถึงถนนใหญ่ประมาณห้ากิโลเมตร นิลเนตรปั
นิลเนตรกินข้าวเสร็จแล้วจึงแต่งตัวเตรียมจะออกไปเก็บผัก เธอสวมเสื้อแขนยาวทั้งเก่าทั้งขาดตรงหัวไหล่ และเตรียมเสื้อยืดไปคลุมหน้าหนึ่งตัว “หนูไปเก็บผักก่อนนะย่า” “อย่ากลับเย็นนักล่ะ” “ค่ะ” เดินลงมาจากบ้านก็เจอป้ามิ่งกับหลานสาวเดินมาหาที่บ้านพอดี วันนี้เป็นวันหยุดแมงมุมจึงไม่ได้ไปโรงเรียน แมงมุมอายุเก้าขวบพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เธอจึงอยู่กับตายายที่บ้าน “จะไปเก็บผักแล้วเหรอ” มิ่งพรมองนิลเนตรตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมวันนี้นิลเนตรดูแปลกตาไปมากขนาดนี้ เส้นผมตรงเรียงสวยสีดำเงางามถูกรวบไว้ด้านหลังเหมือนหางม้า ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลา ข้างแก้มไม่มีรอยคราบน้ำลายเหมือนเช่นทุกวัน เล็บมือเล็บเท้าตัดสั้นและขาวสะอาด หรือนิลเนตรกำลังจะเป็นสาวหรือไม่ก็คงกำลังจะมีความรักถึงได้รู้จักดูแลตัวเอง “ค่ะ” “ทำไมวันนี้ผมพี่นิลสวยจังเลยคะ” แมงมุมเอ่ยถามเสียงใส “หนูอยากมีผมยาวสวยเหมือนพี่นิลจังเลยค่ะ” แมงมุมพูดพลางเกาหัวตัวเองยิก ๆ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก แก้มกลม ๆ ผิวขาวออกเหลืองนิด ๆ ดวงตากลมทอประกายวาววาม เพียงแต่…
นิลเนตรตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็นั่งสังเกตบ้านตัวเองด้วยอาการสะลืมสะลือ มันทั้งรกและแคบ ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้หน้าจะกว้างราวสี่เมตร ยาวประมาณห้าเมตร ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น รวมอยู่ตรงนี้หมด ผนังบ้านเป็นไม้ที่ตีเรียงกันไว้ไม่สนิทนักมีแต่ฝุ่นที่เกิดจากมอด และมีหยากไย่เกาะอยู่ทุกมุมห้อง เมื่อคืนฝนพรำลงมาบาง ๆ ตลอดทั้งคืน บรรยากาศรอบกายเย็นจนหนาว ผ้าห่มผืนหนาก็มี แต่พออากาศชื้นผ้าห่มที่ไม่เคยซักเลยก็เหนียวเหนอะ ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิท และเหมือนหายใจเอาฝุ่นเข้าไปในปอดตลอดทั้งคืนวันนี้เธอตั้งใจไว้ว่าก่อนออกไปเก็บผักบุ้งเธอจะต้องทำความสะอาดบ้านก่อน เธอพับผ้าห่มให้เรียบร้อย จากนั้นลองเลิกเสื่อที่ปูไว้ขึ้นดู เพราะดูเหมือนพื้นบ้านจะมีแต่ฝุ่นผงเหลือเกิน นิลเนตรไม่ได้ทำความสะอาดบ้านมาเกือบเดือนแล้ว พอเปิดเสื่อขึ้นดูเธอก็ต้องผงะ บนพื้นไม้มีดินเป็นรอยคดเคี้ยวคล้ายกับงูเลื้อย พอดูใต้เสื่อก็มีคราบดินติดอยู่เช่นกัน บางจุดมีรอยกัดแทะ เธอพูดอะไรไม่ออกทำได้แค่อ้าปากค้างไว้ เพราะดินพวกนั้นมันคือรังปลวกเกือบไปแล้วนิลเนตร เธอเกือบโดนปลวกคาบไปแทะแล้วไหมล่ะ เธอต้องลุกไปหุงหาอาห







