Partager

บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 2

last update Date de publication: 2026-03-12 11:48:07

ฉือหวั่นโหรวใจกระตุกวูบ นางพูดไปใครเขาจะเชื่อว่าตัวเองย้อนเวลากลับมา แต่เดิมฮูหยินของเขาต้องเป็นฉือจิ่งมิใช่นาง

ดูเหมือนตอนนี้เขาเข้าใจนางผิดไปใหญ่แล้ว นางจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดีนะ ก่อนจะถูกสายตาพิฆาตจ้องจนพรุนไปยันกระดูก ฉือหวั่นโหรวก็หมุนร่างไปนั่งแหมะลงตรงเตียงนอน

หางตาพลันเหลือบไปเห็นหนังสือปกแดงที่วางเอาไว้ นางหยิบมันขึ้นมาจากนั้นยิ้มกล่าว

“อ้อ เมื่อครู่ข้าก็แค่ฝึกแต่งบทละครเท่านั้น บังเอิญได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเล่มนี้ หากท่านไม่เชื่อก็ลองดูได้” ฉือหวั่นโหรวยื่นหนังสือไปตรงหน้าของเขา

เฟิงไป๋หลางลดตามองสิ่งของในมืออีกฝ่าย เขาเบือนหน้าหนี “เหลวไหล”

“จะเหลวไหลได้อย่างไร ก็ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่ากำลังแต่งบทละคร ท่านดูสิ ดูเลย” ฉือหวั่นโหรวเห็นเขาเสียอาการจึงจงใจกลั่นแกล้งต่อ

นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาด้านในนั้นเป็นสิ่งใด แต่ดูเหมือนว่ามันสามารถทำให้ชายหนุ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง

ฉือหวั่นโหรวปรี่เข้าไปหาเขา จากนั้นก็พลิกเปิดหนังสือหนึ่งหน้า “ท่านดูสิเจ้าคะ หนังสือเล่มนี้น่าสนใจมากใช่หรือไม่ เหตุใดเอาแต่หลบมันเล่า ดูสิเจ้าคะท่านพี่”

“ไร้ยางอาย ไสหัวไป”

“เอ๊ะ ท่านเป็นประเภทผีเข้าผีออกหรือ ถามหาเหตุผลกับข้า พอข้าตอบก็ผลักไสไล่ส่ง ท่านโหวน้อยช่างเอาใจยากเสียจริง”

เฟิงไป๋หลางแค่นเสียง หรือที่นางเอาแต่โอดครวญว่าเขาไร้ความสามารถนกเขาไม่ขัน นั่นเพราะเสียดายที่จะไม่ได้ปฏิบัติตามหนังสือเล่มนี้

เฟิงไป๋หลางปรายตามองหนังสือที่ถูกอ้าออกตรงหน้าของเขา ดูเหมือนหญิงสาวไม่แม้แต่จะมองมันด้วยซ้ำว่าเนื้อหาด้านในคือสิ่งใดกันแน่

“เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้ามาที ว่าเจ้าได้เรียนรู้อะไรจากมันกันแน่”

ฉือหวั่นโหรวยิ้มกว้าง นางคิดว่าปลาติดเบ็ดแล้วจึงเผลอย่ามใจ “ก็ต้องเป็น…”

คำพูดถัดไปถูกกลืนลงคอด้วยความรวดเร็ว ฉือหวั่นโหรวรีบปิดหนังสือปกแดงเล่มนั้นไว้ในฉับพลัน

“นะ…นี่มันไม่ถูกต้อง”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง เสียงทุ้มหัวเราะหยัน “ไหนว่าเจ้าเรียนรู้การเขียนบทละครจากหนังสือเล่มนี้ เช่นนั้นก็คงอธิบายได้หมดทั้งเล่มแล้วกระมัง”

ฉือหวั่นโหรวร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ผู้ใดจะรู้ว่ามันคือตำราวังวสันต์ ขณะที่เขาพิการเดินไม่ได้ก็ยังต้องมีของสิ่งนี้อยู่ติดห้องหรือ

ฉือหวั่นโหรวเชิดหน้าตั้ง นางข่มความอับอายไว้อย่างแนบเนียน หญิงสาวโน้มใบหน้าลงแช่มช้าจนปลายจมูกของคนทั้งสองแทบแตะเข้าด้วยกัน

เฟิงไป๋หลางผงะ ฉือหวั่นโหรวพบจุดอ่อนของเขาแล้ว คนที่พิการนกเขาไม่ขันก็ต้องระบายอารมณ์ด้วยวิธีนี้สินะ

“มิใช่ว่าท่านสนใจจนเก็บไว้ดูก่อนนอนทุกคืนหรือ”

“พูดจาเหลวไหล”

“เหลวไหลอย่างไรเจ้าคะ ก็ในเมื่อนี่มันห้องของท่าน ตำราเล่มนี้จะเป็นของเป่าเปาหรือ”

“เจ้า!”

“อ๊ะ ๆ ในเมื่อไม่ใช่ เช่นนั้นก็ต้องเป็น…” เปลือกตาบางหรี่ลงจนแคบ

หญิงสาวนางนี้พยายามยั่วโมโหเขาอย่างเห็นได้ชัด ทว่ากลิ่นกายหอมกรุ่นที่มักแช่น้ำมันหอมระเหยเป็นประจำทำให้เลือดในกายของเขากำลังสูบฉีดอย่างรุนแรง

ยี่สิบสามปีแล้วที่เขาไม่เคยมีความรู้สึกกับสตรีคนไหนเลย เหตุใดแค่เพียงได้กลิ่นกายของหญิงตรงหน้า กลับทำให้เขาตื่นตัวอย่างน่าทึ่ง นางกำลังวางยาเขาหรือไม่

“นี่ท่าน! ท่านหน้าแดงคอแดงไปหมดแล้ว ไม่เคยก็บอกไม่เคยสิ เหตุใดต้องปั้นหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก”

“ไสหัวไปให้ห่างจากข้า” ฝ่ามือกว้างผลักร่างระหงออกห่างตน

ฉือหวั่นโหรวไม่ทันตั้งตัวจึงเซไปด้านหลัง ม่านตากลมโตขยายกว้าง ทว่าเพราะชายกระโปรงที่ติดอยู่มุมล้อรถเข็น ทำให้ตัวของนางหมุนคว้างถูกกระโปรงพันท่อนล่างประหนึ่งบ๊ะจ่าง จากนั้นก็นั่งแหมะลงบนตักชายหนุ่มด้วยความบังเอิญ 

“นี่เจ้า กล้าดีอย่างไรมานั่งบนตัวข้า”

ฉือหวั่นโหรวตกใจหน้าเปลี่ยนสี ครั้นจะลุกขึ้นยืนก็ทำไม่ได้ นั่นเพราะว่าสร้อยหยกของนางได้พันเข้ากับปลายเส้นผมของเขา

“โอ๊ย อย่าขยับ”

ฉือหวั่นโหรวตกตะลึง มิใช่เพราะว่าสร้อยหยกที่พันยุ่งเหยิงอยู่ในตอนนี้ แต่กลับเป็นของแข็งขนาดเท่าแขนกำลังทิ่มแทงบั้นท้ายนางอยู่ต่างหาก

‘สวรรค์ นี่เขาไม่ได้นกเขาไม่ขันหรอกหรือ’ 

เชิงอรรถ

^ยามซวี (戌时): 19:00 - 21:00 น. (ยามค่ำ)

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บุตรชายอีกคน ตอนพิเศษ 2

    “ถ้าเช่นนั้นให้ชื่อ… เฟิงซืออิ๋งกับเฟิงซือหมิง เป็นอย่างไร”“โหรวเอ๋อร์ เจ้าชอบหรือไม่” เฟิงไป๋หลางหันไปถามความเห็น“เจ้าค่ะ ไพเราะยิ่งนัก ข้าชอบ”“เช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนให้มาก เด็ก ๆ ก็ส่งให้แม่นมดูแลต่อ ข้าเองก็จะช่วยดูด้วย” เฟิงหมิงหว่านรีบเอ่ยฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าค่ะ”ตั้งแต่ฉือหวั่นโหรวให้กำเนิดบุตร ไม่ว่าจะสามปีก่อนหรือตอนนี้ชายหนุ่มก็ดูแลภรรยาของตนเป็นอย่างดี ทุกคนต่างเล่าลือว่าไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องนั้นรักพระชายามากเพียงใด แม้ในตอนแรกจะให้นางแต่งกับปลาหลีฮื้อก็ตามนักเล่านิทานหยิบเรื่องนี้ไปเล่าคราใด เป็นต้องเรียกเสียงขบขันจากผู้คนอยู่เสมอ และดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเรื่องของไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องกับพระชายาของเขามาก บางคนถึงกับนำความรักของพวกเขาไปเขียนบทละคร ละครที่ถูกใส่สีตีไข่เข้าไปก็ช่างขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าฉือหวั่นโหรวส่ายหน้าพลางดีดขาไปมา “ท่านพี่ ท่านดูสิเจ้าคะ คนพวกนี้ถึงกับเขียนว่าดีที่ข้าไม่ออกลูกเหมือนปลา ไม่เช่นนั้นคงมีลูกจนนับไม่ถ้วน”เฟิงไป๋หลางหัวเราะครืน เขาวางม้วนไม้ไผ่ลงจากนั้นเดินเข้ามาหย่อนกายนั่งลง พลางอุ้มเจ้าของร่างเล็กมานั่งบนตัก“ก็แค่บทละครไม่ใช

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บุตรชายอีกคน ตอนพิเศษ 1

    สามปีผันผ่าน ณ จวนไป๋เซี่ยนเฉินอ๋อง“พระชายาเบ่งเจ้าค่ะ”“อื้อ…เจ็บ…อื้อ…”เจ้าของร่างสูงเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ คิ้วของเขาแทบจะขมวดเป็นปมหลายชั้น“เจ้าจะเดินให้ปวดหัวไปไย เมื่อก่อนก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ก็ต้องได้เหมือนกัน” เฟิงหมิงหว่านรีบปลอบบุตรชาย“ท่านแม่ แต่นางดูทรมานมากเลย ไม่รู้แล้ว ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้นางตั้งท้องอีกแล้ว”“ได้ ๆ แม่ไม่บังคับพวกเจ้าแล้ว เลิกโวยวายเสียที ไปหลานย่าไปหาพ่อของเจ้า” เฟิงหมิงหว่านถอนหายใจ จากนั้นหันไปเอ่ยกับหลานชายวัยสามขวบเด็กน้อยเดินเตาะแตะพลางคว้ามือบิดาเพื่อหวังปลอบโยน “ท่านพ่อ อย่าโมโหเลย”เฟิงไป๋หลางลดตามองอีกฝ่าย ครั้นเห็นดวงตากระจ่างใสไร้เดียงสาจ้องมาที่ตน ความกังวลก็มลายหายไปจนสิ้นสามปีก่อนพวกเขาให้กำเนิดบุตรชายนามว่าเฟิงซูเหมิง แม้อายุเพียงสามขวบทว่าเฟิงซูเหมิงกลับสามารถเขียนอักษรอ่านตำราได้รวดเร็วประหนึ่งอัจฉริยะวัยเยาว์ร่างสูงยอบกายลง จากนั้นอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้บนอ้อมแขน “เด็กดี พ่อไม่ได้โมโห พ่อก็แค่เป็นห่วงแม่ของเจ้าเท่านั้น”เฟิงซูเหมิงเหลียวมองไปยังหน้าประตูที่ปิดสนิท เสียงกรีดร้องของมารดายังดังลอดออกมาไม่หยุด “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอะไรหรือ

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 19 ก้าวไม่ทันความรู้สึก 2

    เฟิงไป๋หลางคุกเข่าลงทันควัน เขาโคกศีรษะ “ลูกอกตัญญูทำให้ท่านแม่ต้องห่วง…”“เจ้าตัวแสบ ทำอะไร พอเลย ๆ แม่ล้อเจ้าเล่น ไม่โกรธแล้ว” เฟิงหมิงหว่านถลาเข้ามาประคองบุตรชายให้ยืน นางยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น“หากเจ้าไม่กตัญญูใครจะเรียกว่ากตัญญูอีก ลูกของแม่เก่งที่สุด ในเมื่อเรื่องทั้งหมดจบแล้วเช่นนั้นก็…” เฟิงหมิงหว่านคว้ามือฉือหวั่นโหรว จากนั้นนำมาประสานกับมือของบุตรชายตน“เรื่องเดียวที่แม่ต้องการคือรีบมีหลานให้อุ้ม เช่นนี้แล้วทำเพื่อแม่ได้หรือไม่”ฉือหวั่นโหรวเขินหน้าแดงเฟิงไป๋หลางยิ้มตอบมารดา “เรื่องเท่านี้เอง ท่านแม่อยากอุ้มกี่คนก็ได้ทั้งนั้น”เฟิงหมิงหว่านดีใจดั่งลิงโลด “จริงหรือ ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็เชื่อฟังแม่แล้ว เช่นนั้นพวกเจ้ารีบไปเถิด เข้าห้องพักผ่อน”“หา…ท่านแม่แต่นี่ยัง…” ฉือหวั่นโหรวกระอักกระอ่วนทว่าเฟิงหมิงหว่านกลับรีบดันหลังให้พวกเขากลับไป “เร็วเข้า หลานข้ารอมาเกิดนานแล้ว ชักช้าจะไม่ทันการณ์ หากฮูหยิน ไม่สิ หากพระชายาไม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องออกจากห้อง”บ่าวรับใช้ในจวนต่างก้มหน้างุดลอบอมยิ้มกันอย่างมีความสุขเฟิงไป๋หลางจนปัญญา เขารีบจูงมือฉือหวั่นโหรวออกมา “ไปกันเถอะ”“ท่านพี่ นี่ท

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 19 ก้าวไม่ทันความรู้สึก 1

    เฟิงไป๋หลางใช้เวลารักษาตัวถึงหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่ได้บอกความจริงกับมารดาของเขา ทว่าชายหนุ่มเล่าทุกอย่างให้ฉือหวั่นโหรวฟังนับตั้งแต่เขาถูกผลักตกร่องหิมะองค์ชายรองที่เป็นสหายร่วมเรียนของเขาก็ช่วยเฟ้นหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา กระทั่งขาทั้งสองหายดี ทว่าเรื่องนี้ยังต้องปิดเป็นความลับยาวนานเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตและอนาคตของทั้งเขาและองค์ชายรองในภายภาคหน้าระหว่างนี้เฟิงไป๋หลางก็ทำงานให้องค์ชายรองลับ ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นบ่อยครั้งจะมีบาดแผลกลับมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอดทนมาจนบัดนี้เฟิงไป๋หลางก็หาตัวคนที่ทำร้ายตนเองเจอเสียที เพราะเขาเก่งทั้งบุ๋นและบู๊แต่ไม่เคยเลือกฝ่ายรัชทายาท ดังนั้นคนมีฝีมืออย่างเขาเมื่อรัชทายาทนำมาใช้งานไม่ได้ก็ต้องกำจัดคนที่ผลักเขาลงไปก็คือซ่งหลิน เพราะซ่งหลินบังเอิญอยู่กับรัชทายาทในตอนนั้น ซ่งหลินคนนี้ละโมบตั้งแต่วัยเด็ก ครั้นถูกผู้สูงศักดิ์เป่าหูเข้าหน่อยก็ยอมพลีกายถวายหัวนี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า วันร่วมโต๊ะอาหาร ณ จวนสกุลฉือสีหน้าของซ่งหลินร้อนรนจนปิดไม่มิดยามที่ได้เผชิญหน้ากับเฟิงไป๋หลาง เรื่องชั่วช้าแม้จะผ่านนานหลายปีอย่างไรก็มิอาจลบล้างออกได้ ฉือหวั่นโหรวตาแดงก่ำ “คนสารเลว

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 18 ผู้ช่วยชีวิต 2

    ฉือหวั่นโหรวรีบก้มหน้างุด นางพลั้งปากไปแล้ว น้ำที่สาดออกมาเอากลับคืนไม่ได้ “ข้า…”ชายหนุ่มยิ้ม “ขอบคุณที่เจ้าไม่เคยรังเกียจข้า ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ที่ข้าเองก็คิดว่า ข้ารักเจ้า”ฉือหวั่นโหรวประสานสายตากับเขา ทั้งสองจ้องตอบกันดั่งช่วงเวลาหยุดหมุน แต่แล้วหญิงสาวก็สะดุดตากับแพรพกในมือของเขา ฉือหวั่นโหรวถาม“นี่ของท่านหรือ”“ใช่”“ข้าขอดูให้ชัดได้หรือไม่”“ได้สิ หากเจ้าชอบข้าก็มอบให้เจ้าได้”ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบ แต่นางพลิกหน้าพลิกหลังด้วยความร้อนรน “เหมือนมาก ท่านเคยมีแพรพกแบบนี้มาก่อนหรือไม่”เฟิงไป๋หลางครุ่นคิด ไม่นานก็พยักหน้า “เคยมีนะ แต่ว่ามันหายไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก นี่เป็นเส้นไหมทองคำที่ท่านแม่ปักให้ข้าเองกับมือ ตอนนั้นข้าทุกข์ใจเพราะมันหายไป ท่านแม่ก็เลยทำแบบเดียวกันให้กับข้าอีกผืน”ฉือหวั่นโหรวตาเบิกโพลง ความรู้สึกสับสนโถมเข้ามาไม่หยุด “ที่แท้เป็นท่าน เป็นท่านเองหรือ”“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร”“สิบกว่าปีก่อนท่านเคยช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งหรือไม่ นาง…นางเคยจมน้ำที่ธารดอกท้อ”เรื่องนั้นก็นานมาแล้ว เฟิงไป๋หลางจำไม่ค่อยได้ ธารดอกท้อในตอนนั้นเขาเคยไปก่อนที่ตนจะถูกผลักตกร่องน้ำแข็ง ไตร่ตรองไปม

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 18 ผู้ช่วยชีวิต 1

    คืนนี้เป็นอีกคืนที่ฉือหวั่นโหรวอยู่เพียงลำพัง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกร้อนรุ่มเป็นพิเศษ คงเพราะหลายวันที่ผ่านมานางมีเรื่องให้คิดให้ทำจนชิน แต่วันนี้ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว อยู่ ๆ ความกังวลก็โถมเข้ามาอย่างแปลกประหลาดฉือหวั่นโหรวมองลอดบานหน้าต่างไปยังห้องตำรา นางยังเห็นแสงจากเปลวเทียนสว่างไสวเช่นทุกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเฟิงไป๋หลางภารกิจรัดตัวอะไรหนักหนา ทั้งที่เขามีเพียงบรรดาศักดิ์โหวน้อยแต่กำเนิด ทว่ากลับมิได้เป็นขุนนางในราชสำนักด้วยซ้ำอากาศราตรีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกวันนางจึงรู้สึกเป็นห่วงเขา แม้ไม่อยากทำตัวจู้จี้แต่ก็อยากดูแลเฟิงไป๋หลางให้สมกับการเป็นฮูหยินสักครั้ง ฉือหวั่นโหรวคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่อร่าง หากแต่ไม่ทันที่นางจะได้ออกไปไหนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่หน้าบานประตูก่อนคิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน “ใครกัน หรือจะเป็นท่านพี่”ขาเสลารีบมุ่งหน้าไปปลดสลักลง หญิงสาวถึงกับผงะเมื่อกลิ่นคาวโลหิตโชยปะทะเข้ามาจนแสบจมูก ขาเล็กถอยกรูดไปเบื้องหลัง เพราะความมืดมิดทำให้นางมองผู้มาเยือนไม่ค่อยชัดนัก“เจ้าเป็นใคร?”เจ้าของร่างสูงขยับใกล้เข้ามา กระทั่งแสงจากโคมไฟที่ฉือหวั่นโหรวถือไว้ส่องกระทบห

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 6 เล่ห์เหลี่ยมของสตรีร้ายกาจ 1

    “มิใช่ว่าเราตกลงกันไว้แล้วหรือ ว่าเจ้าจะแต่งเข้าจวนโหว ส่วนข้าแต่งกับนาง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”“ท่านพี่ ข้าเองก็จนปัญญา นางเป็นคนหัวรั้นเอาแต่ใจ ข้าก็แค่ลูกอนุต่ำต้อยจะค้านนางได้อย่างไร”ซ่งหลินเดินวนไปมาพลางใช้ความคิด แต่เดิมเขาคิดว่าตนสามารถเอาชนะใจของฉือหวั่นโหรวได้แล้ว คาดไม่ถึงเพียงหนึ่งถ้วยชา

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 1

    หลังจากยกน้ำชาในเช้าของวันนี้ฉือหวั่นโหรวก็ไม่พบหน้าสามีของตนอีก ดูเหมือนโหวน้อยคนนี้ชอบทำตัวประหนึ่งเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง หรือไม่เขาก็คงรังเกียจนางมากแม้กระทั่งใบหน้าก็ไม่อยากมองเขาไม่ยอมโผล่มาก็ช่างเถิด นางจะได้ครองที่นอนให้สบายใจแต่เพียงผู้เดียว ฉือหวั่นโหรวนอนตีขาพลิกร่างไปมา จากนั้นย้ายสา

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 4 คำอวยพรจากปลาหลีฮื้อ

    “โหรวเอ๋อร์คารวะท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ” ร่างระหงยอบกายนอบน้อม“เด็กดีไม่ต้องมากพิธี” เฟิงหมิงหว่านเอ่ยพร้อมรอยยิ้มนางกวาดสายตามองฉือหวั่นโหรวด้วยความเอ็นดู ไม่นานคิ้วงดงามก็เคลื่อนเข้าชิดกัน “เจ้าตัวแสบหายไปที่ใด”แม่นมจี้รีบตอบ “ฮูห

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 3 สามีในห้องหอ

    เจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้ม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status