เข้าสู่ระบบเจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ
“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้มิน่าอายุของนางถึงได้สั้นนัก อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสกลับมาแก้ไข
กระนั้นการเป็นสตรีร้ายกาจคงไม่อาจถูกใครเขารัก เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเจ้าปลาที่ไม่อาจพูดได้ก็ไม่เลวเช่นเดียวกัน
“ฮูหยินเจ้าคะ”
“ใคร?” ฉือหวั่นโหรวละสายตาจากเจ้าปลาน้อย พลันเหลียวมองไปยังหน้าบานประตู
“คือ บ่าว…บ่าวได้รับหน้าที่มาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”
“เข้ามา”
เสียงห้วนเล็กที่ตอบกลับมานั้นทำให้สาวใช้หน้าห้องสะดุ้งโหยง ฮูหยินที่กล้าแต่งกับปลาผู้นี้จะมีนิสัยแปลกพิสดารเพียงใดกัน แค่คิดก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
ฉือหวั่นโหรวกวาดตามองสตรีร่างบอบบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ
“เงยหน้าขึ้น”
หญิงสาวยังคงก้มหน้าไม่กล้าขยับ แม้แต่ลมหายใจยังไม่อาจพ่นแรง
“เจ้าหูไม่ดีรึ ข้าบอกให้เงยหน้าขึ้น”
สตรีร่างเล็กทิ้งกายลงบนพื้นแข็งกระด้างทันควัน “ฮูหยินไว้ชีวิตบ่าวด้วย วันนี้ท่านโหวน้อยอาการไม่ค่อยดีจึงไม่ได้มาที่ห้องหอ ดังนั้นท่านโหวน้อยจึงส่งบ่าวมาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง
เฟิงไป๋หลางสามีในนามผู้นี้ชิงชังนางเข้าไส้ก็ช่างปะไร ชาติก่อนมีรักไปก็ล้มเหลว ชาตินี้ต่อให้คนพิการผู้หนึ่งรังเกียจนาง ฉือหวั่นโหรวย่อมไม่ถือสา นางขอแค่ได้ใช้อำนาจของจวนโหวให้คุ้มค่าก็เพียงพอ อย่างน้อยตำแหน่งที่สูงส่งของเขาก็จะช่วยให้สกุลฉือรอดพ้นจากความอัปยศอดสู
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นแช่มช้า ทว่าเปลือกตายังหลุบมองต่ำ
“เจ้านามว่าอะไร”
“บ่าวนามว่าฟู่ลี่เจ้าค่ะ”
“ฟู่ลี่ เจ้ามองหน้าข้าให้ดี ข้าน่าเกลียดดั่งปีศาจเพียงนั้นเชียวหรือ”
ฟู่ลี่กล้า ๆ กลัว ๆ นางช้อนเปลือกตาขึ้นแช่มช้า ไม่นานก็ประสานเข้ากับดวงตาเปล่งประกายดั่งดวงดาว หญิงสาวรีบหลุบตาลงต่ำ
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินงดงามมาก เป็นบ่าวเองที่เสียมารยาท”
“รู้ตัวก็ดี ในเมื่อมาปรนนิบัติข้าก็ช่วยปลดเสื้อผ้าหนักอึ้งพวกนี้ออกให้ที”
“เจ้าค่ะ”
ฟู่ลี่กุลีกุจอเข้าช่วยเจ้านายคนใหม่ เพราะมือสั่นเทานางจึงเผลอทำให้ฉือหวั่นโหรวได้รับบาดเจ็บ
“โอ๊ย”
“ขะ…ขออภัยเจ้าค่ะ”
ปิ่นทองวาววับที่ถอดออกมามีเส้นผมสีดำขลับติดมาด้วย ฟู่ลี่ตกใจจนแทบสิ้นสติ ฉือหวั่นโหรวมองท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของหญิงสาวก็รู้สึกเหนื่อยใจ
“ถอยไป ข้าทำเอง”
ฟู่ลี่รีบถอยหลังกลับ จากนั้นคุกเข่าลงทันควัน “ฮูหยินไว้ชีวิตบ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าวไม่ทันระวังทำท่านบาดเจ็บ”
ฉือหวั่นโหรวส่ายหัวเอือมระอาพลางกวาดสายตามองใบหน้าของตนผ่านคันฉ่องสีอำพัน จากนั้นหันมองซ้ายขวาพลางฉีกยิ้มประหลาด
“ข้า…น่าเกลียดขนาดนั้นเชียว”
ฟู่ลี่ตัวสั่นเทา นางเหลือบไปเห็นอีกฝ่ายกำลังปั้นยิ้มไปมาผ่านหน้าคันฉ่องก็ยิ่งหวาดกลัว ใบหน้าของฉือหวั่นโหรวงดงามก็จริงอยู่ กระนั้นนิสัยที่ผู้คนเล่าลือกลับตรงกันข้าม
ว่ากันว่าคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวผู้นี้ เคยลงโทษบ่าวไพร่เพียงเพราะทำอาหารไม่ถูกปากด้วยการกดหัวอีกฝ่ายลงน้ำจนเกือบขาดอากาศตาย
ดังนั้นฟู่ลี่ที่เคยได้ฟังเรื่องนี้มาก่อนจึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
“เจ้าไปเตรียมน้ำให้ข้าที”
ฟู่ลี่ได้ยินเช่นนั้นก็ร้องไห้น้ำตานองหน้า “ฮื่อ…ฮูหยินน้อยเจ้าคะ บ่าวผิดไปแล้ว ต่อไปจะระวังให้มากเจ้าค่ะ อย่าทำโทษบ่าวเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ”
ฉือหวั่นโหรวคิ้วกระตุก หญิงสาวหันหลังกลับ “เป็นอะไรของเจ้า ข้าไม่ได้จะฆ่าแกงเจ้าเสียหน่อย”
“แล้ว…เหตุใดฮูหยินน้อยถึงให้บ่าวเตรียมน้ำเจ้าคะ ท่านไม่ได้จะทำโทษบ่าวด้วยน้ำหรือ”
ฉือหวั่นโหรวหน้ากระตุก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข่าวลือสาดเสียเทเสียพวกนั้นล้วนถูกผู้คนนำไปเล่าใส่สีตีไข่เสียจนสนุกปาก เรื่องทำโทษทารุณบ่าวไพร่พรรคนั้นฉือหวั่นโหรวไม่เคยทำเลยสักนิด
แม้นางจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่นางก็มิใช่หญิงกักขฬะ ผู้ใดร้ายมานางก็ร้ายตอบ ผู้ใดดีมานางก็ดีกลับเช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ต้องประหลาดใจว่าเหตุใดฉือหวั่นโหรวจึงชอบรังแกพวกอนุและน้องสาวต่างมารดาเหล่านั้น
ในเมื่อชอบเอาดีเข้าตัว โยนความชั่วให้คนอื่น ฉือหวั่นโหรวก็แค่ตอบสนองให้พวกนางสมใจเท่านั้นเอง
เอ่ยเช่นนี้คงพอเข้าใจแล้วกระมัง หากอีกฝ่ายไม่เริ่ม นางจะไปหาเรื่องให้รกสมองเพื่อ
“ยื่นมือมา”
ฟู่ลี่น้ำตานองไม่หยุด แต่ก็ต้องยื่นมือขึ้นเหนือศีรษะด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ดูเหมือนว่ามือของนางจะถูกตีหักก็คราวนี้ คุณหนูใหญ่สกุลฉือโหดร้ายสมคำร่ำลือ
แปะ
เสียงบางอย่างถูกวางลงบนฝ่ามือเล็ก ฟู่ลี่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บแสบเลยสักกระผีกริ้น หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น
“อะไรหรือเจ้าคะ”
“น้ำมันหอมระเหยของข้า เวลาอาบน้ำจะต้องผสมมันลงไป ป้องกันผิวแห้งกร้าน เจ้าช่วยผสมลงน้ำอุ่นให้ข้าที อ้อ…อาหารบนโต๊ะนั่นมีแต่ของหวานเลี่ยนข้าไม่ชอบ เจ้าผสมน้ำอาบเสร็จแล้วก็เอาไปกินเถิด”
“หา…” ฟู่ลี่กะพริบตาถี่
“หาอะไร ช่วงนี้คนอายุน้อยหูตึงกันไปหมดแล้วหรืออย่างไร”
“ฮูหยินน้อยแต่นั่นเป็นอาหารมงคลนะเจ้าคะ”
“มิใช่เจ้าบอกเองหรือว่าท่านโหวไม่มา หรือเจ้าจะให้ข้ากินอาหารมงคลกับเป่าเปาสามีตัวน้อยของข้า”
ฟู่ลี่มองตามสายตาของฉือหวั่นโหรว ความหวาดกลัวของนางถูกแทนที่ด้วยอาการประดักประเดิด นางลืมไปเสียสนิทว่าฮูหยินที่แต่งเข้าจวนโหวในวันนี้เข้าพิธีกับปลาหลีฮื้อ หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตา ดูเหมือนว่าคุณหนูใหญ่ก็มิได้โหดร้ายเฉกเช่นที่คนโจษจัน
เฟิงไป๋หลางได้ยินทุกคำพูดของหญิงสาว แทนที่นางจะร้องไห้กลับไปฟ้องพ่อ ทว่าอีกฝ่ายกลับยอมอยู่ในห้องหอกับสัตว์เลี้ยงของเขา หนำซ้ำยังเรียกเจ้าเป่าเปาว่าสามีอีก
โจวซานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ท่านโหวน้อย นางไม่เห็นจะโวยวายร้องกลับจวนเหมือนที่ท่านคิดเลยขอรับ หรือว่าเรื่องที่เขาเล่าลือกันจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ฟู่ลี่นางก็มิได้ถูกทุบตีหรือรังแกด้วย”
เฟิงไป๋หลางเองก็คาดไม่ถึง นางใจเย็นยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียอีก ปากบอกไม่ให้เขาย้ำยีศักดิ์ศรีของตน กระนั้นกลับยินยอมกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกับสัตว์เลี้ยงของเขาโดยไม่อิดออด
“นางอาจเสแสร้งอยู่ก็ได้ รอดูว่าพรุ่งนี้นางจะทนได้จริงหรือเปล่า”
“เอ่อ…แล้วเจ้าเป่าเปาจะเอาอย่างไรดีขอรับ มันอยู่ในโหลแก้วที่คับแคบเพียงนั้นจะอึดอัดหรือไม่”
คิ้วเข้มขมวดจนแน่น เป่าเปาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เติบโตกับเขามาตั้งแต่เด็ก เฟิงไป๋หลางย่อมห่วงใยมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก่อนที่เขาจะกังวลใจไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มกลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักแว่วมาจากด้านใน ซ้ำยังมีเสียงน้ำกระเพื่อมดังลอดมาเป็นระยะ นี่นางถึงกับพาเจ้าปลาน้อยเข้าไปอาบน้ำด้วยหรือ
“ฟู่ลี่ โหลแก้วอันนี้คงทำให้สามีข้าอึดอัด เจ้าช่วยไปหาอ่างมาอีกใบ จากนั้นให้คนไปตักเอาน้ำที่มันเคยอยู่มาด้วย”
“ไม่อย่างนั้นให้บ่าวนำไปคืนท่านโหวน้อยหรือไม่เจ้าคะ”
“เรื่องอะไร เป่าเปาแต่งงานกับข้าแล้ว เช่นนั้นมันก็เป็นของข้า หากเขาอยากได้แน่จริงก็ให้โผล่หน้ามาเอง คนขี้ขลาด ชิ”
“เจ้าค่ะ”
โจวซานเหลือบมองสีหน้าเจ้านายของตนด้วยอาการหลุกหลิก ดูเหมือนเจ้าสัตว์เลี้ยงสุดรักของเฟิงไป๋หลางกลายเป็นตัวประกันไปเสียแล้ว หนำซ้ำเจ้านายของเขายังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขี้ขลาด
เฟิงไป๋หลางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากระแอมกลบเกลื่อน “ให้เป่าเปาอยู่กับนางไปก่อนสักคืนก็แล้วกัน”
“อ้อ…ทราบแล้วขอรับ” โจวซานตอบรับด้วยความประดักประเดิด
เจ้าเป่าเปาตัวนี้แทบไม่เคยห่างจากสายตาของเฟิงไป๋หลางสักครา น่าแปลกที่เขากลับเชื่อใจสตรีที่ถูกมองว่าร้ายกาจ ไม่รู้คืนนี้ท่านโหวน้อยจะข่มตาลงหรือไม่ จะว่าไปก็น่าประหลาดอยู่ทีเดียว
เจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้มิน่าอายุของนางถึงได้สั้นนัก อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสกลับมาแก้ไขกระนั้นการเป็นสตรีร้ายกาจคงไม่อาจถูกใครเขารัก เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเจ้าปลาที่ไม่อาจพูดได้ก็ไม่เลวเช่นเดียวกัน“ฮูหยินเจ้าคะ”“ใคร?” ฉือหวั่นโหรวละสายตาจากเจ้าปลาน้อย พลันเหลียวมองไปยังหน้าบานประตู“คือ บ่าว…บ่าวได้รับหน้าที่มาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”“เข้ามา”เสียงห้วนเล็กที่ตอบกลับมานั้นทำให้สาวใช้หน้าห้องสะดุ้งโหยง ฮูหยินที่กล้าแต่งกับปลาผู้นี้จะมีนิสัยแปลกพิสดารเพียงใดกัน แค่คิดก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่างฉือหวั่นโหรวกวาดตามองสตรีร่างบอบบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ“เงยหน้าขึ้น”หญิงสาวยังคงก้มหน้าไม่กล้าขยับ แม้แต่ลมหายใจยังไม่อาจพ่นแรง“เจ้าหูไม่ดีรึ ข้าบอกให้เงยหน้าขึ้น”สตรีร่
ขบวนเกี้ยวแปดคนหามกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนโหว ดนตรีซึ่งบรรเลงอย่างสนุกสนานกับสินเดิมที่ตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวเรียงยาวหลายสิบลี้ [1] ทำให้ผู้คนสองข้างถนนตาโต“หยุด…”เกี้ยวที่โคลงเคลงไม่เคลื่อนไหวต่อ เสียงใสลอดออกมาจากด้านใน “ถึงแล้วหรือ”“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ ทว่าประตูจวนโหวไม่เปิด”คิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน ฉือหวั่นโหรวลดพัดในมือลง นางชะโงกหน้าออกมามอง แม้แต่ผ้าแพรสีชาดหน้าประตูก็ไม่มีประดับเอาไว้“ไม่มีคนอยู่หรือ นี่มิใช่ว่าเป็นวันมงคลที่ตกลงกันไว้แล้วหรือ”“เอ่อ…ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้านในเงียบมาก…”ฉือหวั่นโหรวยกมือปราม นางไม่อยากฟังเสียงแม่สื่อพล่ามอีก ร่างระหงสาวเท้าลงมาจากเกี้ยว“คุณหนู ท่านลงมาเช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ”ฉือหวั่นโหรวปรายตามอง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความหยิ่งผยองทำให้แม่สื่อต้องรีบหดคอกลับ ชื่อเสียงร้ายกาจเอาแต่ใจของฉือหวั่นโหรวยังคงเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน หากพลั้งเผลอทำให้นางโกรธเกรงว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ห้ามมารร้ายเช่นนางไม่อยู่“ในเมื่อประตูปิดอยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเปิด” ฉือหวั่นโหรวหันไปสั่งบ่าวรับใช้นายหนึ่ง“ขอรับ” บ่าวร่างกำยำมุ่งตรงเข้าไปยังหน้าประตูทา
ฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดาทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือสตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลาสงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหากยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติดสกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเ







