مشاركة

๖ หนทางที่เปลี่ยน

مؤلف: วอลจู
last update تاريخ النشر: 2025-09-20 21:00:11

ในที่สุดยามนี้ก็มาถึง…

ภายในวังหลวงตอนนี้ล้วนประดับประดาตกแต่งไปด้วยโคมไฟสีทองและผ้าสีแดงที่สื่อถึงความมงคล

ฮ่องเต้หนุ่มนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรอย่างสง่าผ่าซ้ำมุมปากยังยกยิ้มเยาะ สงครามที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนานหลายปีได้จบลงเสียทีพร้อมชัยชนะที่ได้นำกลับมา เกรงว่าต่อจากนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าครหาหรือดูหมิ่นต่อต้านขัดขืนในอำนาจที่เขาได้รับมาโดยไม่ยุติธรรมอีก

แววตาคมกริบเปี่ยมด้วยอำนาจน่าหวั่นเกรงกวาดสายตาทั่วท้องพระโรงมองเห็นเหล่าทหารองครักษ์ยืนเรียงรายเป็นแถวสงบนิ่ง เหล่าพวกขุนนางบนล่างนั่งสงบเสงี่ยม

ฉีฮ่องเต้หัวเราะเสียงเย็น ริมสุราแรงลงจอกก่อนจะยกดื่ม

“ยังจะมีผู้ใดบังอาจกล้าข่มขู่ขัดข้าอีกหรือไม่” ฉีฮ่องเต้พึมพำกับขันทีและเหล่าองครักษ์ข้างกาย

การผลัดเปลี่ยนที่นั่งบัลลังก์อย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้หนุ่มต้องเผชิญหน้ากับคำดูถูกและสายตาที่ดูแคลนเหยียดหยามมากมายเพียงเพราะหาใช่รัชทายาทโดยชอบธรรมแต่ตลอดเวลาที่นั่ง บัลลัลก์มา ฉีฮ่องเต้กลับไม่เคยหวั่นเกรงกลัวผู้ใดแม้แต่สักคน และชัยชนะที่ได้จากสงครามครานี้กับยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งทั้งยังเสริมอำนาจในมือที่ไม่มีผู้ใดการต่อกรได้อีก

ค่ำคืนนี้ภายในวังหลวงเปี่ยมไปด้วยเสียงดนตรีและความสนุกสนาน เหล่านักดนตรีประจำราชสำนักบรรเลงเพลงโดยมีเหล่าสาวงามสวมใส่อาภรณ์ผืนบางยามออกร่ายรำดูยั่วยวน

สายตาของฉีฮ่องเต้จดจ้องพวกนางด้วยความอารมณ์ดี

“มาแล้วหรือ”

ขณะเดียวกันฉีฮ่องเต้พลันเห็นบุรุษที่คุ้นตาเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม

มองดูช่างคล้ายกับเทพสงคราม

เหล่าขุนนางที่อวดเบ่งทั้งหลายได้แต่หลบสายตาไม่กล้า จดจ้องแม่ทัพหนุ่มตรงหน้า เกรงว่าคำครหาและสบประมาทเมื่อหลายเดือนก่อนจะถูกล้างแค้นยังไม่สาย

สายตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย มุมปากเยาะยิ้มด้วยความสมเพช

จู่ ๆ ฉีฮ่องเต้พูดขึ้น“สุราไหนี้รสชาติดีนัก!”

“มิสู้สุราในสนามรบของข้า” หลีหลงเว่ยกล่าวถ้อยคำอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ความหวั่นเกรงฮ่องเต้ผู้นี้

ฉีฮ่องเต้หัวเราะเสียงเย็น เสมือนเป็นเรื่องตลก “หากได้ร่ำสุรากับสหายคงดีไม่น้อย”

หลีหลงเว่ยตอบเสียงแข็ง “ซู่กั๋วกงฉีเชียวสหายของข้าผู้นั้นตายไปแล้ว”

“ถ้อยคำของเจ้าร้ายกาจยิ่งนักหลงเว่ย”

แท้จริงแล้วคนผู้นี้คือหลีหลงเว่ยสหายของฉีฮ่องเต้ยามที่ยังคงมีตำแหน่งเป็นเพียงซู่กั๋วกงฉีเชียว

ฉีฮ่องเต้เลย “เจ้าจะทิ้งข้าไปอีกคนงั้นหรือ”

“หากเป็นเช่นนั้นปานนี้ข้าคงได้ใช้ชีวิตเป็นบุรุษจอมเสเพลนั่งดื่มสุราที่จวนไปวัน ๆ ไหนเลยจะลุกขึ้นมาหยิบดาบ” กลับมาครานี้สหายวัยเยาว์ของหลีหลงเว่ยแปรเปลี่ยนไปแล้ว

ทั้งฐานะและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

ทว่าข้าหลังบุรุษผู้นั้นน่อมมีเขาหนึ่งก้าว

“เช่นนั้นข้าคงตกมอบรางวัลให้ท่านแม่ทัพอย่างงาม”

“ของสำคัญของเจ้า” หลีหลงเว่ยไม่สนใจโยนม้วนกระดาษหนึ่งลงบนพื้นตรงหน้าของฉีฮ่องเต้ “รู้หรือไม่กว่าจะได้กระดาษแผ่นนี้มานั้นข้าต้องสังหารผู้คนไปมากเท่าไหร่

ฉีฮ่องเต้ยักไหล่มีท่าทางไม่สนใจ ขอเพียงให้ได้ในสิ่งที่ต้องการก็พอแล้ว “เจ้าทำได้ดี”

หลีหลงเว่ยไม่ต้องการคำเย่อยอเสแสร้ง การศึกในครานี้เขาเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น

ทันใดนั้นเพียงชั่วอึกใจฉีฮ่องเต้ก็มองเห็นเพียงแค่แผ่นหลังของสหานที่เดินจากไปแล้ว “ไม่ดื่มสุราสักไหก่อนหรือไรหลงเว่ย!”

“จวนหลีไม่ขาดแคลนสุรา”

“หรือเพราะที่นี้ไม่มีเมียกบฏผู้นั้น!”

“นางหาใช่เมียกบฏอย่างที่เจ้ากล่าว!” หลีหลงเว่ยกัด ฟันกรอด

ณ โรงหมอ

เฟิ่งหมิงมีความรู้สึกว่าสถานการณ์นี้จะไม่จบลงง่าย ๆ คาดว่าในภายภาคหน้าหากหลีหลงเว่ยยังไม่รู้จักถนอมสตรี เขาคงได้พบหน้านางบ่อยครั้งแน่

พอนึกถึงเรื่องนี้เฟิ่งหมิงจึงทอดถอนหายใจหนักอึ้ง

หลังกลับจากสนามรบชายหนุ่มมีความรู้สึกว่าสมควรพักผ่อนร่ำสุราและคลุกเคล้าสตรีให้สมกับที่ห่างหายไปนาน แต่ไฉนเลยเขากับต้องมาตัวติดอยู่ในโรงหมอนานหลายวันกัน!

บุรุษหนุ่มถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่พอใจ จนคนที่อยู่ด้วยพลันหดหู่

“เอาเถอะเฟิ่งหมิง! ถึงวังหลวงจะมีสุราและสตรีงามมากมายโรงหมอของเจ้าก็มีเช่นกัน” เดิมที่วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะแต่ตัวเอายังคงอยู่ที่นี้เฝ้าสตรีผู้นี้แทน!

จินหัวย่อมไม่พอใจแต่กลับไร้หนทาง

“ข้าขโมยมาจากจวนหลี” น้ำเสียงกล่าวภาคภูมิใจ

“มีเพียงสุรา” น้ำเสียงเย้ยหยัน เฟิ่งหมิงเลิกคิ้วถาม สายตามองด้วยความดูแคลน “สตรีงามของข้าอยู่ที่ใด”

จินหัวอำอึ้งไม่ไปเป็น “เปลี่ยนจากกลิ่นสตรีเป็นกลิ่นยาได้หรือไม่เล่า!” บุรุษผู้นี้ช่างเอาใจยากนิสัยคล้ายคลึงมิปานสตรีผู้หนึ่ง

เฟิ่งหมิงพลางส่ายหน้า หันไปจัดกาลงกำลังวุ่นวายทำความสะอาดบาดแผลให้สตรีที่นอนเตียง

“…..”

จินหัวได้แต่มองสหายนิ่ง ๆ “นางจะฟื้นเมื่อไหร่กัน”

ว่ากันตามตรงวันนั้นผู้เป็นนานสมควรจะเดินหนีปล่อยให้นางตานไปเสียไฉนถึงต้องโอบอุ้มนางมารักษาช่วยเหลืออักครั้ง หากอยากพิสูจน์ว่านางหาใช่นกส่วนหัวแล้วจะแก้ไขแต้งกับผู้ใดกัน

จู่ ๆ องครักษ์จึงเท้าสะเอว เพ่งมองนางครุ่นคิด “เจ้าว่าเพราะเหตุอันใดกันนายท่านถึงข่วยนาง”

เฟิ่งหมิงหยักไหล่ “แค่ช่วยหน้ากลับมาจากหน้าประตูผีได้ก็เกินความสามารถของข้าแล้ว”

เหตุการณ์วันนั้นเขายังจำได้ดี

หลีหลงเว่ยแม่ทัพเอาแต่ใจผู้นั้นโอบอุ้มสตรีผู้นี้เดินพุ่งตรงเข้ามาในโรงหมอของเขาซ้ำยังไม่พูดพร่ำเพรื่อเพียงออกคำสั่งให้เขาช่วยชีวิตนางให้ได้

ทว่าช่างเป็นคนที่เอาแต่ใจยิ่งนัก!

คนผู้นั้นยังออกคำสั่งให้เขารักษานางจนฟื้นหายดี!

เฟิ่งหมิงหัวเราะเสียงเย็นเย้ยหยันตัวเอง “เจ้าจำวันนี้ ไม่ได้หรือ…” น้ำเสียงนิ่ง ๆ เอ่ยขึ้นก่อนจะหันขวับไปมองสหายที่กำลังรินสุรา “นางตายไปแล้ว..”

พอได้สัมผัสนางก็พบว่าเนื้อตัวเย็นเฉียบแล้ว ใบหน้าซีดเซียวขาดเลือด ลมหายใจหยุดลง แต่ไหนเลยจะริอาจสู้ความเอาแต่ใจของหลีหลงเว่ยได้

จินหัวกลืนสุราลงคออย่างยากลำบาก พลางขนลุกซู่

“ลืมไปแล้วหรือไรนายท่านหลีของเจ้าเป็นมัจจุราช หากไม่อนุญาตให้นางตายผู้ใดก็อย่าได้ริอาจขวางทาง”

องครักษ์หนุ่มค่อย ๆ พยักหน้า กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เกรงว่าปรโลกเองก็ไม่กล้าต่อกรกับคนผู้นั้น

“…..” จินหัว

เฟิ่งหมิงละสายตาจากสหายก่อนจะหันมาวุ่ยวายสำรวจร่างกายของนางเล็กน้อยครั้งสุดท้าย เห็นได้ชัดว่าสตรีผู้นี้ผอมผายน่าเวทนาจนเห็นกระดูก โชคดีนักที่ยาของเขาได้ผลบาดแผลที่ฟกซ้ำจึงค่อย ๆ ดีขึ้น

“ข้ารักษามายากลำบากเพียงนี้..นางต้องฟื้นแน่”

จินหัวพยักหน้าเห็นด้วย ซ้ำยังเย่อยอประจบประแจ้ง “เจ้าเป็นหมอที่เก่งในเมืองหลวงแล้วกระมัง หากไม่ได้เจ้าช่วยไว้นางคงสิ้นใจถูกฝังกลบดินไปแล้ว”

ทว่าเฟิ่งหมิงกลับมองว่าเสแสร้งเหลือเกิน

จากนั้นจู่ ๆ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าจะลาออกจากราชการ”

“แล้วเจ้าทำมาหากินอะไร!” จินหัวตกใจแทบเสียสติ

เฟิ่งหมิงตอบ “บิดาข้ารวยนัก เกรงว่าหากข้าเกาะเขากินไปวัน ๆ คงไม่แย่”

“……”

ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก “หากได้ร่ำสุราเมามายเป็นคุณชายจอมเสเพลข้าคงพอใจมากกว่าเป็นหมอที่เก่งกาจ” เพียงแค่จินตนาการถึงวันที่ผ่อนคลายเหล่านัก ชายหนุ่มอยากให้ถึงเร็ววัน

เฟิ่งหมิงเก็บอุปกรณ์รักษาจากนั้นจึงเดินมายังโต๊ะน้ำชาคว้าจอกสุราในมือสุรายกดื่ม “เช่นนั้นคงดีไม่น้อย”

“ไม่มีทาง! ข้าไม่ยอม” จินหัวแย้งเอาแต่ใจ

“แล้วเจ้าเป็นเมียข้าหรือไร” เฟิ่งหมิงเบื่อหน่ายกลิ่นยากลิ่นสมุนไพรจนแทบจะอ้วก หากได้กลิ่นสุราสูดดมกลิ่นหอมของสตรีงามคงผ่อนคลายไม่น้อย

สายตาคมมองสตรีบนเตียง “นางคือคนสุดท้ายที่ข้า จะรักษา”

“หากทหารเล่านั้นบาดเจ็บจะให้ข้าทำอย่างไร”

“กองทหารย่อมไม่ขาดเคลนหมอ!”

“แล้วจะมีผู้ใดเก่งกาจเทียบเจ้าได้!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๓๐ ผู้กุมอำนาจไว้ในมือ

    จวนหลีเคยเงียบสงบในยามนี้กับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วของคุณหนูหลี หลีหลงเว่ยกลายเป็นบิดาที่อบอุ่นต่างจากคนในอดีตที่แข็งกร้าว ตั้งแต่ยามรุ่งสางจนอาทิตย์ตกดิน หลีหลงเว่ยโอบอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเดินเล่นรอบจวนเหล่าบ่าวไพร่ทั้งหลายที่พบเอ็นต่างอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ผู้ใดไม่รู้บ้างว่านายท่านหลีหวงแหนคุณหนูหลี จนกระทั่งเมื่อถึงยามหลับนอหลีหลงเว่ยนจึงเป็นผู้เกลี่ยกล่อมเด็กน้อยนอนหลับในซบอก โดยไม่ต้องการร้องขอความข่วยเหลือจากแม่นมหรือแม้กระทั่งภรรยาตน แค่เพียงนางคลอดบุตรสาวน่ารักผู้หนึ่งออกมาให้เขาด้วยความยากลำบากก็เกินพอแล้ว “อวี้เหม่ยนางหลับไปแล้วหรือ” น้ำเสียงของผู้เป็นภรรยาเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นผู้เป็นสามีปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอก “วางนางลงบนเตียงแล้วปล่อยให้แม่นมดูแลเถอะ” ลู่อันเองก็จนปัญญาจะพูด บุรุษผู้นี้ลุ่มหลงและห่วงใจบุตรสาวจนเกิดเหตุไปแล้ว จนกระทั่งคลอดออกมาเกือบถึงแปดเดือนแล้วยังไม่ยอมให้ผู้ใดโอบอุ้มหรือกล่อมนอนทั้งสิ้น หลีหลงเว่ยพูด “นางคือบุตรสาวของข้า” “นางก็เป็นลูกข้าเช่นกัน” ลู่อันเท้าสะเอว จ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แม่นมที่

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒๙ เจ้าเม็ดถั่ว

    หลายเดือนต่อมา…ภายในวังหลวงล้วนตลบอบไปด้วยบรรยากาศที่สื่อความมงคล ทั่วทั้งวังหลวงถูกตกแต่งประดับประดาตกไปด้วยผ้าแพร สีแดงสดและโคมไฟที่แขวนเรียงรายอย่างประณีตงดงาม ความสว่างจากโคมไฟหลายร้อยดวงที่แขวนอยู่ทั่วบริเวณยิ่งแสดงถความยิ่งใหญ่ของงานแต่งงานฉีฮ่องเต้ยืนอยู่แท่งพิธีการหน้าบัลลังก์อย่างสง่างาม อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นสีแดงปักดิ้นทองลวดลายมังกรด้วยความวิจิตรประณีตสลับซับซ้อน ขับให้ใบหน้าดูสง่างามน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นในยามที่สะท้อนแสงจากโคมไฟหลายร้อยดวงส่วนหงส์ที่เคียงข้างมังกรย่อมหญิงงามไม่แพ้กันสตรีต่างแคว้นที่ถูกนำมาเป็นเครื่องบรรณาการยุติความสงครามทางการเมืองย่อมถูกคำสบประมาท ดูหมิ่นและถูกครหา ไม่น้อยเลยทีเดียวทว่าทันทีที่นางปรากฏในชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มปักลายดอกไม้และหงส์สีทองที่เปี่ยมไปด้วยความละเอียดอ่อนอย่างงดงาม ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางที่ปิดบังใบหน้าของนางไว้เพียงบางส่วนยิ่งทำให้นางดูงดงามและลึกลับในคราเดียวกันช่างเหมาะสม!เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกจริง ๆเพียงชั่งพริบตาก็เกิดเสียงกึกก้องดังสนั่นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสนิทว่าสตรีต่างแคว้ยผู้นี้งดงามยิ่งนัก เป็นที่น่าเชิญชู ของแค

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒๘ ข่าวดี

    หลีหลงเว่ยคิดว่าถ้อยคำเมื่อครู่เป็นการยั่วยวนแต่ไฉนเลยพอกลับเข้ามาในห้องแล้ว นางถึงเอาแต่นั่งบนเตียงสายตากำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วาง“ถอดอาภารณ์ของเจ้าออก” เขาออกคำสั่งในขณะที่ลู่อันยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ราวกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้นพอเห็นว่านางยังคงนิ่งเฉย หลีหลงเว่ยจึงกระจ่างแจ้งในใจทันทีคิดว่านางยังคงเป็นห่วง สายตาคมกริบก้มมองบาดแผลก็จะเงยหน้าคิด“ข้าแผลนี้ช่างประไรหาได้สำคัญกับข้า”นางหรี่ตามอง “เฟิ่งหมิงบอกว่าท่านจงใจให้ตนเองถูกแทงงั้นหรือ” ความรู้สึกเป็นห่วงวันนั้นนางรู้สึกเสียดายจริง ๆ “ทึ่มทื่อ!” ก่อที่จะโยคหลังจากด่าทออีกฝ่ายความง่วงงุ่นยังคงไม่สาง ลู่อันยกมือปิดปากห้าวก่อนจะล้มตัวนอนราบบนเตียงมันทีหลีหลงเว่ยพลันทำตัวไม่ถูกราวกับว่าเขากำลังถูกภรรยาจับได้หลีหลงเว่ยยกยิ้มมุมปาก “เช่นนั้นข้าจะรู้ได้อย่างได้ว่าผู้ใดหวังหรือต่อข้าหรือต้องการสังหารข้าทิ้ง” เขาพูดพลางถอนอาภรณ์ออกจนเผยท่อนบนเปลือยเปล่านเห็นได้ว่านางเชิญชวนเขาแท้ ๆ แต่กลับเป็นฝ่ายถอยหนีด้วยความใจร้อน หลีหลงเว่ยกระโดดขึ้นเตียงก่อนจะคร่อมร่างของนางไว้ใต้เรือนร่างด้วยความรวดเร็วลู่

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒๗ เรียกร้องความสนใจ

    ยังโชคดีที่นางตื่นมาทัน ไม่เช่นนั้นนางคงจะถูกใส่ใจร้ายบิดเยือนความจริงแน่ลู่หันจ้องมองเหนียวหนิงด้วยสายตาอาฆาต “เหตุใดถึงตามหาเรื่องข้าไม่ยอมปล่อยไปสักที” อีกใจหนึ่งนางก็เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายซ้ำยังไม่ได้อยากมีเรื่องกับผู้อื่นตลอดทั้งวัน ก่อนที่สายตา จะปรายไปมองบุรุษข้างกาย “เพราะท่าน! หลีหลงเว่ย!”จู่ ๆ ผู้กระทำผิดก็พลันกลายเป็นเขาเสียแล้วหลีหลงเว่ยขมวดคิ้วมุ่นแต่ใบหน้ากับมีรอยยิ้มจาง ๆ“นอกจากข้าแล้วเจ้ายังทุบตีผู้อื่นจนหัวแตกอีกหรือ” เขาย้อนถามพวกเหล่าบ่าวรับใช้ได้ยินเช่นนั้นจึงยกมือทาบอกอีกครั้ง เกรงว่าเหนียวหนิงนางคงจะประหม่าสตรีผู้นี้เกินไปแล้วเหนียวหนิงเลิกคิ้ว “เจ้าร้ายกาจจนถึงขั้นทำร้ายหลีหลงเว่ยเชียวหรือ!”ลู่อันก้าวเดินมาตรงหน้า “แม้แต่หลีหลงเว่ยยังต้องยอมข้าแล้วข้ายังมีอันใดต้องหวาดกลัวเจ้าหรือเหนียวหนิง” สายตาของนางกำลังไล่มองสตรีตรงหน้าด้วยความเหยียดหยาม “ไม่ว่าจะ ส่วนใด..ย่อมไม่อาจเทียบเคืองข้าได้”หลีหลงเว่ยปล่อยให้ลู่อันจัดการเรียกนี้ด้วยตนเอง เขาอยากจะรู้นักว่านางจะทำเช่นไรปล่อยไปหรือสังหารทิ้ง?เหตุการณ์ในตอนนี้ใหญ่โตชุลมุ่นวุ่นวายไม่น้อยคนเกือบทั่วทั้งจวนหลี

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒๖ โกรธเคือง

    ลู่อันปิดประตูลงก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก พลันนึกถึงคำพูดของเฟิ่งหมิงและฉีฮ่องเต้เมื่อหลายวันที่ผ่านมา อำนาจจวนหลีอยู่ในมือนางแล้วแม้แต่หลีหลงเว่ยยัง ไม่กล้ายุ่งจริงเท็จอย่างไรนางไม่อาจแน่ใจได้“เจ้าอยากมีบิดาหรือไม่” มือน้อย ๆ ยกขึ้นลูบท้องของตนเอง พักหลังมานี้นางพูดพร่ำคนเดียวเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งไม่ว่าผู้ใดพบเห็นล้วนซุบซิบว่านางนั้นสตรีฟั่นเฟือนเพราะโดนตีหัวครานั้นหาได้รู้ความจริงว่าในยามนี้นางกำลังตั้ครรภ์ทายาทสกุลหลีนางพลันถอนหายใจเฮือกใหญ่อาหารมื้อเที่ยงที่กินเข้าไปมากมายยังไม่ทันย่อยแต่กลับรู้สึกหิวอีกแล้ว ซ้ำยังมีความรู้สึกเหนื่อยล้าง่วงงุนแทบปรือตาไม่ขึ้น“เช่นนั้นพวกเรานอนกันเถอะ!”นางยกมือปิดปากพลางห้าว “เอาไว้ค่อยคิดถึงวันข้างหน้า ยามนี้มารดาต้องจะนอนแล้ว”หากฝืนไปก็รั้งแต่จะเหนื่อยล้าซ้ำยังคิดอันใดไม่ออก มิสู้นางนอนเอาพักผ่อนให้เต็มที่ยามตื่นมาค่อยว่ากันไม่ดีกว่าหรือ อีกทั้งหากวันไหนนางไม่ได้งีบนั้นพลันรู้สึกได้ว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงไม่ว่าขยับทำอย่างไรก็เกียจคร้านไปหมดทุกส่วน“ว่าให้ง่ายเช่นนี้ตลอดไป”นางยังพึมพำไม่หยุดอดคิดไม่ได้ส่าหากบุตรออกมาไม

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒๕ บุรุษเจ้าเล่ห์

    หลีหลงเว่ยไม่ปริปากพูดอันใด สายตากำลังจ้องมองบุรุษตรงหน้านิ่ง ๆ และไม่ได้ลุกลี้ลุกลนแสดงอาการใด ๆ ให้จับผิดได้ทว่าองครักษ์ข้างกายกับมีสีหน้าตื่นตะหนกมีสีหน้าซีดเซียว“ช่วยได้หรือไม่” เป็นลู่อันที่เอ่ยขึ้นจะจงใจหรือพลาดพลั้งก็ช่างเถอะ ยามนี้ต้องช่วยเหลือรักษาชีวิตไว้ให้ปลอดภัยซะก่อนเฟิ่งหมิงพยักหน้าภายหลังสำรวจดูบาดแผลแล้วกลับไม่ได้ลึกอย่างที่คาดคิดไว้แต่กับโดนจุดสำคัญที่ขั้นเลือดไหลไม่หยุดเช่นนี้ เฟิ่งหมิงจัดการบดยาสมุนไพรประคบบาดแผลให้หยุดเลือดไว้ก่อนจะนำผ้าสีขาวมาคาดพันไว้หลายรอบจนกว่าจะรู้สึกแน่น“โชคดีที่บาดแผลไม่เข้มลึกหากแต่โดนจุดสำคัญ” เฟิ่งหมิงพูดโดยไม่ได้หันขึ้นไปมอง “เกรงว่าพวกที่แทงท่านแม่ทัพคงโง่งมเป็นพวกลูกเต่าในกระดอง”ถ้อยคำด่าทอเจ็บแสบเท่าเอาจินหัวกัดฟันกรอด กำมือแน่น “เหอะ! ท่านหมอช่างคาดการณ์ได้แม่นยำ”จินหัวเอ่ยขึ้นความผิดพลาดนี้ไม่ค่อยดีนัก หากร้ายแรงอาจจะถึงแก่ชีวิตของผู้เป็นนาย ในตอนนี้จินหัวได้แต่สำนึกผิดในใจ“หากไม่ตาบอดคงมองออกว่านี้เป็นการจงใจให้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” เฟิ่งหมิงเงยหน้าขึ้นสบตาจินหัวด้วยสายที่ยากจะคาดเดาได้ ไม่ย่อมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไ

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๓ หลีหลงเว่ย

    ลู่อันได้ยินแล้วจึงตกตระลึงร่างกายแข็งทื่อไม่กระจ่างแจ้ง นัยน์ตากลมโตจดจ้องบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจสามส่วน “ข้า..ข้าคิดว่าท่านยังเป็นคนดีผู้หนึ่ง” น้ำเสียงหวานแฝงความผิดหวังเป็นนางที่หลงเชื่อคนง่ายไปหรือมองคนไม่ออกกันแน่“เกรงว่าบาดแผลที่กำลังจะสมานคงแย่ลงขอรับ” เฟิ่งหมิงพูด เขาหาได้จะช่ว

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๒ บุรุษผู้ใจดี

    ถึงสภาพของนางจะใบหน้าจะเปรอะเปื้อนสกปรกมากเพียงใดหรืออาภรณ์ขาดรุ่ยร่ายมีคราบเลือดติดแห้งจนส่งกลิ่นเหม็นแสบจมูก ทว่าเฟิ่งหมิงกับไม่แตะต้องหรืออยู่เกี่ยวกับร่างกายของสตรีผู้นี้แม้แต่ปลายนิ้วเขาเป็นแพทย์ทหารหน้าที่ของเขาคือรักษาผู้บาดเจ็บให้หายเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นหาใช่หน้าที่ที่ต้องทำขณะเดียวกันน

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   ๑ ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไป

    พอหลีหลงเว่ยกลับมาถึงกองทัพท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วทั่วทั้งบริเวณค่ายทหารจุดคบเพลิงจนไฟสว่างวาบ ทั่วบริเวณ หน้าประตูค่ายมีนายทหารเวรยามคอยเฝ้าหน้าประตูทางเอาไว้แต่จู่ ๆ พลันได้ยินเสียงควบม้าวิ่งพุ่งตรงมาทางนี้ ด้วยความตื่นตระหนกเกรงว่าเป็นพวกกบฏที่จะลอบกัดบุกรุกยามค่ำคืนจึงตะโกนร้องเรียกเหล่าทหารกล้าเ

  • สตรีหลังจวนของท่านแม่ทัพ   บทนำ

    แผ่นดินทางตอนใต้ของแคว้นที่เงียบสงบมานานทว่าเมื่อหลายเดือนก่อนกลับถูกรุกรานด้วยเหล่าทหารกบฏที่ร่วมมือกับพวกชนเผ่าเพื่อต้องการมีอำนาจเป็นใหญ่ จนก่อเกิดสงครามและความวุ่นวายที่ยืดเยื้อขัดแย้งกันเนิ่นนานทำให้บ้านเมืองเกิดความโกลาหลบัลลังก์มังกรเกิดความกระสับกระส่ายเหล่าขุนนางต่างแตกแยกไร้ความปองดองสง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status