Share

แผนการตบหน้าซูซวงซวง

Author: PANYAPON
last update publish date: 2026-08-11 20:05:17

'มาแล้วสินะ นังแพศยา! เตรียมตัวโดนเหยียบย่ำได้เลย!'

ทว่า ทันทีที่ร่างระหงของเซี่ยหลินหวงก้าวเดินเข้ามาในสวน แสงสว่างรอบกายคล้ายจะถูกดึงดูดไปที่นางจนหมดสิ้น หลินหวงไม่ได้แต่งกายด้วยชุดขาวซอมซ่อราวกับผู้พ่ายแพ้ตามที่ซูซวงซวงคาดหวัง

แต่นางกลับอยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมสีแดงชาดปักลวดลายหงส์สยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้เลอค่า ซึ่งเป็นผ้าไหมบรรณาการพิเศษที่แม้แต่ฮูหยินเสนาบดียังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง! บนศีรษะประดับด้วยปิ่นหยกมรกตล้ำค่าที่ส่องประกายระยิบระยับขับผิวขาวผ่องให้ดูสูงศักดิ์ ราวกับพระราชินีผู้ปกครองปฐพี

ท่วงท่าการเดินที่เนิบนาบ มั่นคง และเต็มไปด้วยสง่าราศีของหลินหวง ทำเอาบรรดาฮูหยินชั้นสูงที่ตั้งใจจะเอ่ยปากจิกกัดถึงกับอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อด้วยความกดดันจากออร่าความร่ำรวยและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากสตรีตรงหน้า

“คารวะฮูหยินทุกท่าน” หลินหวงเอ่ยเสียงเรียบ

น้ำเสียงของนางกังวานและทรงพลังจนทุกคนเผลอก้มศีรษะรับโดยไม่รู้ตัว นางปรายสายตามองซูซวงซวงที่นั่งหน้าถอดสีอยู่บนเก้าอี้ประธาน

“อนุซู จัดงานเลี้ยงได้ยิ่งใหญ่ปานนี้ คงต้องใช้เงินทองไปมิใช่น้อยเลยสินะเจ้าคะ? ข้าล่ะเป็นห่วงจริง ๆ ว่าเงินในคลังที่เหลืออยู่ จะพอจ่ายค่าขนมเหล่านี้หรือไม่?”

คำพูดประโยคแรกของหลินหวงราวกระสุนปืนที่ยิงเข้าแสกหน้าของซูซวงซวง แม่นางดอกบัวขาวถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความโกรธระคนอับอาย ที่ถูกทักเรื่องเงินตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน!

“พี่หญิง ท่านพูดเล่นอันใดกันเจ้าคะ?” ซูซวงซวงพยายามระงับอารมณ์ บีบน้ำตาแสร้งทำเป็นถูกรังแก

“จวนหย่งอันโหวของเรามั่งคั่งมหาศาล มีหรือจะไม่มีเงินจ่ายค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ท่านหย่าขาดออกไปแล้ว กลายเป็นเพียงแม่ค้าเปิดร้านยาริมถนน คงจะลืมความมั่งคั่งของจวนโหวไปหมดแล้วกระมังเจ้าคะ?”

ซูซวงซวงจงใจเน้นคำว่าแม่ค้าเปิดร้านยาริมถนน เพื่อเตือนให้เหล่าฮูหยินรู้ว่ายามนี้หลินหวงมีฐานะต่ำต้อยเพียงใด

ฮูหยินเสนาบดีกรมโยธาที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ทีรีบเอ่ยสำทับ

“จริงด้วยเจ้าค่ะ สตรีแต่งออกไปแล้วกลายเป็นสตรีหม้าย ทั้งยังต้องออกไปทำการค้าขายคลุกคลีกับพวกสามัญชนชั้นต่ำ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก คุณหนูเซี่ย หากท่านขัดสนเงินทอง เหตุใดไม่เอ่ยปากขอความเมตตาจากท่านโหวเล่าเจ้าคะ? มิต้องอวดดีใส่ชุดหรูหราปลอมๆ แบบนี้มาออกงานหรอกเจ้าค่ะ”

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มฮูหยิน ซูซวงซวงเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ สะใจที่เห็นหลินหวงถูกรุมจิกกัด

ทว่า เซี่ยหลินหวงกลับไม่มีแววสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย นางเพียงยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นแล้วหันไปพยักหน้าให้โมลี่

“โมลี่ ในเมื่อพวกฮูหยินเป็นห่วงเรื่องความขัดสนของข้า เช่นนั้นก็เอาของขวัญร่วมงานเลี้ยงที่ข้าเตรียมมา ออกมาแจกจ่ายให้พวกนางได้เห็นเป็นขวัญตาซะ!”

สิ้นคำสั่ง โมลี่และบ่าวชายของหอเสวียนอู่สี่คนช่วยกันยกถาดทองคำโบราณสิบถาดเข้ามาในสวน บนถาดแต่ละใบมีห่อผ้าไหมเนื้อดีตั้งอยู่ เมื่อโมลี่เปิดผ้าคลุมออก ทั่วทั้งสวนก็เกิดเสียงสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง!

ภายในถาดแต่ละใบ คือตั๋วเงินของหอการค้าเสวียนอู่มูลค่าใบละหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน พร้อมด้วยโสมคนอายุร้อยปีและไข่มุกราตรีเม็ดโตเท่ากำปั้น ซึ่งมีมูลค่ารวมกันนับแสนตำลึง!

“นี่...นี่มัน...” ฮูหยินกรมโยธาถึงกับมือสั่น เทียบเงินทองในจวนตนเองยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของของขวัญที่หลินหวงเอามาแจกจ่ายเลยด้วยซ้ำ

“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับฮูหยินทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้เจ้าค่ะ” หลินหวงเอ่ยเสียงเรียบ แววตาคมกริบของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซูซวงซวงที่บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย

“สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด เงินทองพวกนี้ ข้าหามาได้ด้วยสมองและการค้าของข้าเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ไม่เหมือนสตรีบางคนที่ต้องคอยแบมือขอเงินจากสามีที่ติดหนี้ท่วมหัว หรือต้องแสร้งทำเป็นใจกว้างจัดงานเลี้ยงบังหน้า เพื่อหาคนมาช่วยค้ำจุนจวนที่กำลังจะล่มจม!”

“เซี่ยหลินหวง! เจ้าบังอาจนัก!” ซูซวงซวงกรีดร้องลุกขึ้นชี้หน้าหลินหวงด้วยความโกรธ หมดคราบแม่ดอกบัวขาวที่แสนอ่อนหวานจนสิ้น

ทว่า ยังไม่ทันที่ซวงซวงจะเอ่ยปากด่าทอ เสียงของทหารองครักษ์หน้าจวนก็ดังกังวานลั่นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความกดดันอันมหาศาลที่คืบคลานเข้ามาในสวน

“ฉินอ๋อง เยี่ยเฟิงหาน เสด็จ!”

เงาร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรคาบแก้วก้าวเท้าเข้ามาในสวน แววตาคมปราบดุจพยัคฆ์กวาดมองพวกฮูหยิน จนพากันทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นตระหนก

เยี่ยเฟิงหานไม่ได้สนใจผู้ใดนอกจากเซี่ยหลินหวง เขาก้าวไปหยุดยืนข้างกายของนาง พร้อมกับยื่นกล่องไม้สลักลายหงส์เพลิงส่งให้นางต่อหน้าธารกำนัล

“หลินหวง ข้านำโฉนดที่ดินตรอกทิศอุดรทั้งแถบ มามอบให้เจ้าตามสัญญาในฐานะหุ้นส่วนที่เท่าเทียม” เสียงทุ้มต่ำของฉินอ๋องดังก้อง

“และข้าอยากจะประกาศให้ทุกคนในที่นี้รู้ไว้ ใครก็ตามที่กล้าดูแคลนหรือแตะต้องพันธมิตรของข้า ย่อมถือเป็นศัตรูกับกองทัพเหมันต์!”

เปรี้ยง!

คำประกาศของฉินอ๋องทำเอาซูซวงซวงถึงกับเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงกับพื้นหญ้าทันที ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังระคนโกรธแค้น

แผนการที่นางวางไว้เพื่อเหยียบย่ำหลินหวง บัดนี้กลับกลายเป็นเวทีที่หลินหวงและฉินอ๋องใช้ประกาศอำนาจและความมั่งคั่ง ตบหน้าพวกนางทุกคนจนชาหนึบไปถึงทรวงอก!

กลิ่นอายความกดดันและความอัปยศจากงานเลี้ยงน้ำชาชมบุปผายังคงอบอวลอยู่ในสวนของจวนหย่งอันโหวไม่จางหาย คำประกาศกร้าวของฉินอ๋อง เยี่ยเฟิงหาน ที่ว่า ใครก็ตามที่กล้าดูแคลนหรือแตะต้องพันธมิตรของเขา

ย่อมถือเป็นศัตรูกับกองทัพเหมันต์ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของบรรดาสตรีชั้นสูงที่บัดนี้พากันรีบเก็บข้าวของนั่งรถม้าหนีกลับจวนของตนเองราวกับกลัวโดนลูกหลง

ภายในห้องโถงรับรองที่เคยหรูหรา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของแตกหัก

เพล้ง!

“เซี่ยหลินหวง! นังแพศยา! นังแม่มด!”

ซูซวงซวงกรีดร้องปัดแจกันหยกขาวราคาแพงร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย ใบหน้าที่เคยแสร้งทำเป็นอ่อนหวานราวดอกบัวขาว บัดนี้บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ด้วยแรงริษยาและโทสะที่ท่วมท้น

“มันเป็นแค่สตรีหม้ายที่ถูกหย่า! เหตุใดท่านอ๋องผู้สูงส่งถึงได้ลดตัวลงมาปกป้องมันกลางงานเลี้ยงของข้า ทำไมพวกฮูหยินพวกนั้นต้องพากันคุกเข่าให้นังแม่ค้าริมถนนนั่นด้วย!”

“หุบปากของเจ้าซะ! ซูซวงซวง!”

เสียงตวาดกร้าวอันทรงพลังดังมาจากประตูหน้าโถง กู่เหวินชางในชุดขุนนางกรมโยธาเดินสะบัดชายเสื้อเข้ามาด้วยใบหน้ามืดดำสนิท ดวงตาของเขาแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก

ข่าวเรื่องที่ฉินอ๋องเสด็จมาเยือนงานเลี้ยงในจวนของตนเพื่อมอบโฉนดที่ดินฝั่งทิศอุดรทั้งแถบให้แก่เซี่ยหลินหวง หลุดลอยไปถึงหูของเหล่าขุนนางในราชสำนักภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม!

“พี่เหวินชางเจ้าคะ! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับซวงซวงนะเจ้าคะ!”

ซูซวงซวงเห็นสามีเดินเข้ามาก็รีบเปลี่ยนจริต วิ่งเข้าไปเกาะแขนเสื้อบีบน้ำตาให้ไหลพรากราวกับสั่งได้

“เซี่ยหลินหวงมันจงใจมาพังงานเลี้ยง มันเอาตั๋วเงินนับแสนตำลึงมาฟาดหัวพวกฮูหยิน ทั้งยังล่อลวงฉินอ๋องมาข่มขู่ซวงซวงกลางจวนโหวของท่าน ท่านโหวต้องส่งคนไปจัดการหอโอสถร้อยลี้ของมันนะเจ้าคะ!”

เพียะ!

ฝ่ามือหนาของกู่เหวินชางฟาดเข้าที่ใบหน้าเนียนละเอียดของซูซวงซวงอย่างรุนแรงจนร่างของนางกระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะน้ำชา เลือดสีแดงสดไหลซึมมุมปาก ซูซวงซวงเบิกตากว้างด้วยความช็อก นางกุมแก้มมองบุรุษที่รักอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   ช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุดสินะ

    ในขณะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นในตะกร้าเพื่อกรีดเอาพิษออก มือหนาที่เย็นเฉียบเยี่ยงซากศพ กลับพุ่งเข้ามากระชากข้อมือของนางเอาไว้แน่น เฟยเยี่ยหรงปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาปีศาจที่เคยสะกดข่มผู้คนบัดนี้พร่ามัว แต่ยังคงแฝงไปด้วยกระแสไอสังหารอันเข้มข้น“เจ้า เป็นใคร... อย่าแส่หาเรื่องตาย” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแรงบีบที่ข้อมือกลับหนักหน่วงจนน่าเหลือเชื่อมู่หรงเสวี่ยไม่ได้ตื่นตระหนก นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมัจจุราชหนุ่มด้วยสายตาราบเรียบ ดุดัน และเด็ดเดี่ยว เยี่ยงผู้บังคับบัญชาในสนามรบ ทำเอาเฟยเยี่ยหรงถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ด้วยไม่เคยเห็นสตรีสาวชาวบ้านคนใด ที่มีแววตากล้าแกร่งเช่นนี้มาก่อน“หากข้าอยากให้เจ้าตาย ข้าแค่ยืนดูเฉยๆ เจ้าก็ลงนรกไปแล้ว” มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเฉียบขาด“ปล่อยมือซะ ถ้ายังอยากมีขาไว้เดิน และอยากมีชีวิตอยู่ไปแก้แค้นพวกที่ทำกับเจ้าให้อยู่ในสภาพนี้ ข้าเป็นหมอ และตอนนี้ข้าคือคนเดียวที่จะฉุดเจ้าขึ้นมาจากประตูนรกได้!”คำพูดที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของสตรีตรงหน้า ทำให้ส่วนลึกในจิตใจของเฟยเยี่ยหรงยอมคลายแรงบีบที่ข้อมือลง ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปพร้อมกั

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่ระยำสิ้นดี

    ภาพตรงหน้าเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางอกของเฟยเยี่ยหรงอย่างรุนแรงมัจจุราชสีชาดตัวแข็งทื่อ แววตาปีศาจวูบไหวด้วยความตกตะลึงระคนพ่ายแพ้อย่างราบคาบเขาเฝ้ามองดูแววตาคู่คมดุจพยัคฆ์ของเยี่ยเฟิงหาน มันปราศจากความโอหัง มีเพียงความรัก ความภักดี และความสละละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในโลกหล้าเพื่อสตรีผู้เดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในเงามืดเช่นเขาไม่มีวันหยิบยื่นให้นางได้ดีเท่านี้ ความอ่อนโยนและความจริงใจที่ฉินอ๋องมีให้เซี่ยหลินหวง มันเป็นของจริงแท้ที่เหนือชั้นกว่าสิ่งใด‘ข้ายอมแพ้แล้ว’ เฟยเยี่ยหรงเอ่ยขึ้นในใจ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ให้กับความพ่ายแพ้ของตนเองนิ้วเรียวยาวของเขาค่อยๆ ลดกระบี่เหล็กกล้าสีดำทมิฬเก็บเข้าฝักดังกึก แววตามืดมนทอประกาย เขายอมยกธงขาวกลับไปแต่โดยดีมุมปากของเขายกยิ้มหยันอันอันตราย ทว่ารอยยิ้มที่ประดับมุมปากยามนี้กลับแฝงความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีระคนเวทนาตนเอง เขาชุดแดงจ้องมองรอยผ้าพันแผลที่ต้นแขนขวาที่นางเคยทำแผลให้ เศษเสี้ยวความอบอุ่นในถ้ำยามนั้น จะยังคงเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นเดียวที่เขาจะเก็บรักษาไว้เยียวยารอยร้าวในใจไปชั่วชีวิตแม้เขาจะไม่ได้นางมาครอบครอง ทว่านางก็อยู่ในพื้นที่ปล

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   ข้าไม่คิดจะตกเป็นของรางวัลของใคร

    ขบวนวิวาห์อันยิ่งใหญ่เคลื่อนผ่านประตูเมืองหลวงเข้ามาอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวเมือง ที่พากันมายืนมุงดูจนถนนสายหลักแทบแตก สตรีทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพากันอิจฉาเซี่ยหลินหวง ที่สามารถสยบพยัคฆ์หนุ่มผู้เกรียงไกรอย่างเยี่ยเฟิงหานให้ยอมละทิ้งจวนอ๋องอันหรูหรา เพื่อแต่งเข้าจวนสตรีและพร้อมอยู่ใต้โอวาทของนางอย่างเต็มใจทว่าในมุมมืดของโรงเตี๊ยมชื่อดังริมถนน สายตาคมกริบคู่หนึ่งในชุดคลุมสีแดงชาด กำลังทอดมองภาพการกุมมืออันหวานชื่นนั้นจากชั้นสอง เฟยเยี่ยหรงหมุนจอกสุราในมือเบาๆ นิ้วเรียวยาวสะกิดกระบี่เหล็กกล้าข้างกายให้เผยคมเงาราวกับกำลังกระหายเลือด“องครักษ์เหมันต์นับพันเช่นนั้นหรือ? ช่างต้อนรับข้าได้ยิ่งใหญ่นัก เยี่ยเฟิงหาน” เฟยเยี่ยหรงแค่นยิ้มหยัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย“คืนเข้าหอนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า สิ่งที่เจ้าคิดว่าปกป้องได้ดีที่สุด ข้าจะแย่งชิงมันมาต่อหน้าต่อตาเจ้าได้อย่างไร!”เสียงมโหรีและเสียงกลองมงคลดังก้องกังวานกลบเสียงลมหนาวของเมืองหลวงเยี่ยนจิงจนหมดสิ้น เกี้ยวเจ้าสาวสีแดงชาดหลังมหึมาปักลวดลายหงส์เพลิงเหยียบเมฆาด้วยดิ้นทองคำแท้ เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองหลวง

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   วาจาเกี้ยวพาราสี

    ขบวนรถม้าหรูหราเนื้อไม้พะยูงคันงามของหอการค้าเสวียนอู่ บัดนี้กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงเยี่ยนจิง หลังจากที่เซี่ยหลินหวงได้ใช้สมองและเงินตราทลายแผนการโกงกิน นางช่วยเหลือจวนตระกูลหลิ่วของท่านตา จนผงาดขึ้นมาได้อีกครั้งในเมืองซู่โจวภายในรถม้าอันกว้างขวางและอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานอันหอมละมุน เซี่ยหลินหวงกำลังนั่งนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะอักษรขนาดเล็ก นางกำลังนั่งตรวจทานฎีกาการค้าและยอดบัญชีผลกำไรของเครือข่ายหอโอสถร้อยลี้อย่างสุขุมเยือกเย็นแววตาคู่สวยสว่างไสวไร้แววเหน็ดเหนื่อย ไม่หลงเหลือความอ่อนแอในอดีตชาติที่ผ่านมาอีก“คุณหนูเจ้าคะ ท่านอ๋องควบม้าศึกตามประกบหน้าต่างรถม้าไม่ยอมห่างเลยเจ้าค่ะ” โมลี่แอบเลิกผ้าม่านหน้าต่างของรถม้าออกดู พลางหันมากระซิบกระซาบด้วยรอยยิ้มกริ่มกับคุณหนูของตนเอง หากเป็นท่านอ๋องผู้นี้นางยอมสนับสนุนอย่างเต็มที่“ตั้งแต่ก้าวออกจากประตูจวนตระกูลหลิ่วมา ท่านอ๋องก็แทบจะไม่ปรายสายตามองสิ่งใดนอกจากจ้องมองแต่คุณหนูเลยเจ้าค่ะ”เซี่ยหลินหวงปรายสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าท่ามกลางแสงแดดอุ่น ร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผยของเยี่ยเฟิงหาน กำลังควบม้าศึกเคียงคู่ไปกับรถม้าของนางอย่า

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   มัดมือชก

    สายลมยามวสันตฤดูพัดโชยเอาไออุ่นของฤดูกาลใหม่ เข้ามาชะล้างความหนาวเหน็บของเกล็ดหิมะให้ละลายหายไปจนสิ้น เมืองซู่โจวในยามนี้เต็มไปด้วยดอกโบตั๋นและดอกหลีฮวาบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมละมุนโชยอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอยทว่า ณ จวนตระกูลหลิ่วที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์การโกงกินจากตระกูลชางมาหยกๆ บรรยากาศกลับครึกครื้นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาเนิ่นนานภายในศาลารับรองหินหยกใจกลางสวนอันร่มรื่น เซี่ยหลินหวงที่อยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมสีมรกตเนียนสนิทไร้รอยต่อขับผิวพรรณของนางให้ดูขาวผ่องดุจหิมะ กำลังนั่งรินน้ำชาอุ่นๆ ให้แก่ท่านตาหลิ่วซานอย่างช้าๆ ท่วงท่าระหงของนางสง่างามสลัดคราบความเจ็บปวดจากชาติก่อนจนหมดสิ้นแววตาคู่สวยนิ่งสงบ บนโต๊ะไม้พะยูงเต็มไปด้วยขนมมงคลเลิศรสและสมุดบัญชีของโรงสีข้าวเล่มใหม่ ที่มีผลกำไรท่วมท้น และเปลี่ยนแซ่มาเป็นแซ่หลิ่วเรียบร้อยแล้ว“ฮ่า ๆ ๆ หลินหวง ตานึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะฉลาดล้ำเลิศปานนี้”ท่านตาหลิ่วซาน หัวเราะออกมาด้วยความซาบซึ้งใจอันเปี่ยมล้น แววตาของชายชราเป็นประกายจ้องมองหลานสาวคนโตด้วยความรักและความห่วงใยตั้งแต่บุตรสาวของเขาหลิ่วเอ๋อร์ได้จากโลกไป ตาแก่อย่างเข

  • สตรีเช่นข้า ไม่ขอพึ่งพาบุรุษใด   ช่วยเหลือตระกูลเดิมฝั่งมารดา

    ณ จวนลับในหุบเขาเงามืด ที่ตั้งของกองบัญชาการใหญ่ของหอปลิดบุปผากลิ่นอายคาวเลือดและไอสมุนไพรรักษาแผลยังคงอบอวลอยู่รอบเตียงนอนไม้โบราณ ร่างสูงสง่าผ่าเผยในเสื้อคลุมผ้าไหมสีแดงชาดจัดจ้านของเฟยเยี่ยหรง นั่งเอนหลังพิงหมอนอิงอย่างเชื่องช้าแขนขวาของเขาถูกพันด้วยผืนผ้าอย่างแน่นหนาประณีต ด้วยฝีมือของเซี่ยหลินหวง แม้ใบหน้าหล่อเหลาราวปีศาจจำแลงจะยังคงซีดขาว ทว่าแววตาคู่เฉี่ยวคมของเขากลับทอประกายความลุ่มหลงอย่างลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม“นายน้อยขอรับ สายสืบรายงานว่า คุณหนูเซี่ยหลินหวงเดินทางกลับถึงจวนหงส์ร่อนอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ ทว่าฉินอ๋องเยี่ยเฟิงหานนำกองกำลังเหมันต์ควบม้าศึกมารอรับ ด้วยท่าทางหวงใยนางมากเลยขอรับ” หลงจู๊ประจำพรรคคุกเข่ารายงานตัวสั่นเทาเฟยเยี่ยหรงปรายสายตามองกล่องยาหยกขาวและม้วนสัญญาการค้าชายแดนที่เซี่ยหลินหวงทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า มุมปากของเขาประดับรอยยิ้มหยันอันตราย ทว่าแววตาที่มืดมนทอประกายความออกมาอย่างเด่นชัด“หึงหวงเช่นนั้นหรือ? ฉินอ๋องช่างขลาดเขลานัก” เฟยเยี่ยหรงแค่นเสียงหัวเราะออกมา“เซี่ยหลินหวง เจ้าแสร้งทำเป็นเย็นชาเฉยชาบอกว่าข้ามีประโยชน์เพียงแค่สัญญาการค้า ทว่าสัมผัสอันนุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status