Home / รักโบราณ / สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด / บทที่ 8 มิตรภาพก็เหมือนเงินทอง

Share

บทที่ 8 มิตรภาพก็เหมือนเงินทอง

last update Last Updated: 2026-01-31 13:29:19

"ในเมื่อข้ากล้ามอบให้ท่าน ย่อมยอมรับผลที่จะตามมาได้"

ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความพึงพอใจ ดวงตาคมภายใต้หมวกผ้าคลุมหน้าจ้องมองผ่านสบตากับหญิงงาม พลางงยกจอกชาขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน

"ในเมื่อแม่นางมั่นใจถึงเพียงนี้ ข้า... เหวินเซียว ย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง ขอใช้ชาจอกนี้แทนสุราให้คำมั่น หนึ่งปีต่อจากนี้ข้าจะภักดีและเป็นพันธมิตรที่ซื่อตรงต่อท่านอย่างแน่นอน"

เยว่จื่อรุ่ยยกจอกชาตอบรับก่อนจะดื่มลงคอพลางส่งยิ้มละมุน

"แด่มิตรภาพของเรา"

"แด่มิตรภาพของเรา"

ชายหนุ่มขานรับก่อนจะเก็บของที่หญิงสาวมอบให้แล้วเดินจากไป ดวงตาหวานมองตามแผ่นหลังนั้นพลางหยันยิ้มในใจ... มิตรภาพก็เหมือนเงินทอง หามาได้ง่ายแต่รักษาไว้ได้ยาก ยิ่งเป็นมิตรภาพที่มีผลประโยชน์เป็นตัวขับเคลื่อน ล้วนเป็นเพียงมิตรภาพจอมปลอมที่พร้อมจะพังทลายลงทุกเมื่อ นางไม่ใช่คนโง่ย่อมไม่หลงเชื่อถือในมิตรภาพคำลวงนี้

มือเรียวรินชาลงจอกดื่มอีกครา ทว่าสายตากลับพลั้งเผลอเลื่อนมางไปยังมุมด้านในอันเป็นพื้นที่ต้องห้ามของโรงเตี๊ยม จังหวะนั้นเอง สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านประตูข้างเข้ามาเบาๆ ส่งผลให้ม่านโปร่งพลางตาที่ใช้กั้นแบ่งสัดส่วนพริ้วไหว เผยให้เห็นบุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งดื่มด่ำกับอาหารด้วยท่าทีชวนมอง

เยว่จื่อรุ่ยใช้มือหนึ่งวางตั้งศอกเท้าคาง ดื่มชารสเลิศชื่นชมบุรุษงามด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มือเรียวขาวของเขากำตะเกียบไม้จันทน์ คีบอาหารด้วยท่วงท่าสุขุมสงบนิ่งประหนึ่งภาพวาด อาภรณ์ผ้าไหมสีดำสนิทปักลวดลายนกกระเรียงเหนือเมฆาด้วยดิ้นทองที่เขาสวมใส่ ยิ่งขับเน้นให้ชายหนุ่มดูสง่างามและทรงอำนาจขึ้นเป็นทบทวี แม้ใบหน้าซีกซ้ายจะถูกปิดเร้นภายใต้หน้ากากโลหะสีดำทมิฬ ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยลดทอนความโดดเด่นลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ความลึกลับนั้นกลับยิ่งขับเน้นรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่กำจายออกมาอย่างหนักแน่น เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีที่กดทับบรรยากาศรอบกายจนคนรอบข้างรู้สึกราวกับกำลังถูกบีบคั้นลมหายใจ ทว่า หน้ากากโลหะสีดำทมิฬ สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าทั่วทั้งต้าเป่ยมีเพียงคนผู้นั้นสวมใส่ผู้เดียวหรอกหรือ

หัวใจของเยว่จื่อรุ่ยกระตุกวูบ ท่าทีเพลิดเพลินเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก รีบดึงสายตากลับในทันที เพราะในตอนนี้เยว่จื่อรุ่ยตระหนักได้แล้วว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่นางไม่ควรข้องเกี่ยวที่สุด

ท่านอ๋องเก้า ซ่งกู้เว่ย... บุรุษผู้ถูกขนานนามว่า ปีศาจกินคนแห่งต้าเป่ย

ทว่ายิ่งอยากเลี่ยง กลับยิ่งถูกดึงเข้าหา ในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวออกจากโรงเตี๊ยม องครักษ์ในชุดดำก็เข้ามาขวางทางไว้โรงเตี๊ยมองครักษ์ติดตามของเขาก็เข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน

“แม่นาง คุณชายของข้าต้องการสนทนากับท่าน เชิญ!”

แม้ปากจะบอกว่าเชิญ แต่ท่าทีกลับคุกคามชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้นางเอ่ยคำปฏิเสธออกมา เยว่จื่อรุ่ยผ่อนลมหายใจยาว ในเมื่อหลบไม่ได้นางก็จะไม่เลี่ยง พยักหน้าตอบรับแล้วเดินตามองครักษ์หนุ่มไปพบคน ทว่าเมื่อมาถึงที่โต๊ะอาหารเยว่จื่อรุ่ยกลับไม่ได้นั่งลงแต่เลือกยืนอยู่ในตำแหน่งตรงข้าม ชัดเจนว่าสิ้นสุดบทสนทนานางจะจากไปทันที

“นั่งลง”

น้ำเสียงแหบพร่า ทุ้มต่ำ ราวกับชายชราดั่งออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม คิ้วเรียวขมวดมุ่น... ดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่องที่เขาติดอยู่ในกองเพลิงเมื่อตอนหกขวบจนเส้นเสียงเสียหายคงเป็นเรื่องจริงสินะ

“ขออภัยคุณชายด้วย วันนี้ข้าไม่สะดวกรั้งอยู่นาน เชิญคุณชายกล่าวธุระมาเถิด”

ตะเกียบที่กำลังคีบอาหารพลันหยุดชะงักในทันทีที่ได้ยินคำปฏิเสธของหญิงสาว บรรดาองครักษ์ติดตามต่างลอบสบตากันด้วยความหวาดหวั่น

คำพูดของท่านอ๋อง คนที่กล้าปฏิเสธตอนนี้หญ้าบนหลุมศพสูงเลยเข่าไปแล้ว คุณหนูสามเสิ่นผู้นี้ช่างใจกล้าเหลือเกิน

“เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าปฏิเสธข้าแล้วยังมีลมหายใจ”

คนแรกที่กล้าปฏิเสธข้าแล้วยังมีลมหายใจ ความหมายในประโยคนี้ไม่ใช่ว่ากำลังข่มขู่เอาชีวิตคนหรือ ดวงตาหงส์เลื่อนสบเข้ากับแววตาคมปลาบที่จ้องนิ่ง

เยว่จื่อรุ่ยเม้มริมฝีปากแน่น... นางไม่ได้กลัวความตาย แต่หากต้องตายตอนนี้แผนการทวงแค้นทั้งหมดของนางก็คงจบสิ้น ดังนั้นแม้ในใจจะอยากลงมือสังหารคนตรงหน้าเพียงใด ที่นางแสดงออกมาก็มีเพียงขยับตัวนั่งลง

วันนี้นางช่างซวยจริงๆ... ต้าเป่ยมีคนนับแสน แต่นางกลับได้พบคนที่ไม่ควรพบที่สุด

“ข้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว อยู่กับบุรุษอื่นเพียงลำพังสองคนไม่ค่อยเหมาะสม”

“พวกเขา... ไม่ใช่คน?”

น้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงความยียวนทำให้เยว่จื่อรุ่ยต้องสูดลมหายใจระงับโทสะ ก่อนจะส่งยิ้มแห้งออกมา

“ล้วนเป็นคนเจ้าค่ะ คนทั้งสิ้น ทว่าอย่างไรก็ไม่ควร หากสามีข้ารู้เข้า...”

“อีกหกเดือนก็... ไม่ใช่แล้ว”

.........................................................................

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 36 สถานะที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    "ช่างเป็นวาสนาของหญิงสาวผู้ต่ำต้อยคนนี้นักที่ท่านอ๋องเมตตารับเป็นคนของพระองค์"เมื่อไม่สามารถใช้เหตุผลหลีกเลี่ยง เยว่จื่อรุ่ยจึงทำได้เพียงปะจันหน้ากับอีกฝ่าย ซ่งกู้เว่ยมองท่าทางยินดี แต่สายตาไม่ยินยอมของหญิงสาวแล้วยกยิ้มพอใจ นิ้วยาวจับยึดคางเล็กบังคับให้นางสบสายตาคมที่โน้มลงมาในระยะประชิด หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร องครักษ์หน้าวังก็เข้ามารายงานว่าซ่งกู้หวายมาขอเยี่ยมอาการองค์หญิงหนิงอันผู้เป็นน้องสาว“ทูลท่านอ๋อง ท่านอ๋องสิบเอ็ดซ่งกู้หวาย เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ ตรัสว่าทรงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บขององค์หญิงหนิงอัน จึงนำสมุนไพรและพาหมอหลวงซูมาขอเยี่ยมอาการพ่ะย่ะค่ะ”ซ่งกู้เว่ยปล่อยมือจากปลายคางของหญิงสาว แววตาที่เคยฉายแววหยอกเย้าเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเแข็งกร้าวดุดัน ทว่าแม้ในใจเขาจะนึกรำคาญและไม่อยากต้อนรับคน แต่ซ่งกู้เว่ยก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"มาก็ดี เปิ่นหวางจะได้ทำให้ชัดเจน ว่าเจ้าเป็นคนของใคร" น้ำเสียงทุ้มแหบบอกพลางหันมาสบตาคนบนเตียงด้วยท่าทีที่ของผู้มีชัยเยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่นตั้งแต่ได้ยินว่าซ่งกู้หวายมาเยี่ยมตน นางก็รู้ในทันทีว่างิ้วฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น และเมื่อเห็นว่าตนเองอยู

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 35 คนของเปิ่นหวาง

    เช้าวันต่อมาเยว่จื่อรุ่ยค่อยๆ ลืมตาตื่น ทว่าเพียงแค่ขยับตัวเบาๆ ความเจ็บปวดหนึบที่หัวไหล่ซ้ายก็เข้าโจมตี ทั้งที่แผลหายสนิทแล้ว ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนั้นจะมีบางสิ่งแอบแฝงอยู่ด้วย กึก... เสียงคล้ายพู่กันถูกวางลงดังมาจากห้องข้างๆ เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเรียวขบคิด ที่นี่เป็นวังส่วนตัวของท่านอ๋องเก้าซ่งกู้เว่ย ซึ่งเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นนอกจากเขาผู้เป็นเจ้าของวังแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่กล้าเข้าออกและใช้สอยพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องที่นางพักอาศัยอยู่“ตื่นแล้วหรือ...” เสียงทุ้มแหบพร่าดังแว่วมาจากหลังฉากกั้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงอำนาจกดข่มผู้คนอย่างชัดเจนเยว่จื่อรุ่ยขยับตัวลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แต่เมื่อตระหนักได้ว่า มีสายตาคมคอยจับจ้อง สังเกตพิรุจของนางอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวจึงต้องแสร้งทำเป็นสตรีที่อ่อนแอ ให้สมกับสถานะคุณหนูสามเสิ่นผู้บอบบาง ที่แค่ถูกลมพัดผ่านก็ล้มป่วย“เมื่อวันก่อนสามีของเจ้า เข้าไปคุกเข่าทูลขอต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ กดดันเปิ่นหวางให้ส่งตัวเจ้ากลับไป" น้ำเสียงเย้ยหยันเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตามองคนผ่านม่านกั้นลม "ช่างเป็นสามีที่รักภรรยาจริงๆ” เยว่จื่อรุ่ยขม

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 34 บททดสอบ

    “ได้รับเมตตาจากท่านอ๋อง นับเป็นวาสนาของหม่อมฉัน จะรู้สึกผิดหวังได้อย่างไรกันเพคะ”“เช่นนั้นหรือ” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยถาม หางตาของเยว่จื่อรุ่ยก็เห็นคมมีดบินเล่มหนึ่งพุ่งตรงมายังตน หญิงสาวขบกรามกำหมัดแน่นอีกครั้ง รู้ดีว่าคมมีดนี้คือบททดสอบจากอีกฝ่าย หากครั้งนี้นางหลบก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองมีวรยุทธ ไม่ต้องคิดถึงเหตุการณ์ในวันหน้า แค่รักษาลมหายใจในวันนี้ก็คงยากจะทำได้ดังนั้นเยว่จื่อรุ่ยจึงจำต้องอดกลั้น กัดฟันแน่น บังคับร่างกายทุกส่วนให้แข็งทื่อ ก่อนจะแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกหวาดกลัวเบิกตากว้างพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น“กรี๊ดดด!”ฉึก! คมมีดเย็นเฉียบพุ่งผ่านนวลแก้มขาวซีดไปเพียงเสี้ยวเส้นด้าย ปรอยผมยาวสลวยขาดร่วงหล่นลงบนฟูกหนา ก่อนที่ปลายมีดจะปักลึกลงบนเนื้อไม้หัวเตียง เยว่จื่อรุ่ยกัดฟันจนขึ้นสันกราม พยายามอย่างยิ่งที่จะเร่งจังหวะการหายใจของตนเอง เพื่อแสร้งแสดงอาการตื่นตระหนก จนลมหายใจสะดุด และในช่วงพริบตาก็ทิ้งตัวลงสิ้นสติบนเตียงนอน ตึ้ง! เสียงร่างเล็กล้มลงบนฟูก กระตุ้นร่างหนาให้ลุกพรวดพุ่งตรงมายังเตียงากว้าง ภาพหญิงสาวที่สิ้นสติ ล้มลงอย่างสิ้นท่าจนบาดแผลบ่นไหล่ซ้ายฉีกขาดอีกหน โลหิตไหลซ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 33 แท้จริงนางคือใคร

    ภายในห้องอันกว้างขวางของวังเจิ้นเวยฝู่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพรคละคลุ้ม บนเตียงกว้างบุด้วยนวมผ้าไหมชั้นดีมีราคาปรากฏร่างของหญิงสาวที่ไร้สตินอนอยู่ รอบเตียงมีสาวใช้แปดนางคอยยืนรอรับใช้ ถัดมาไม่ไกลนักมุมห้องข้างที่มีเพียงฉากบังลมกั้นขวาง มีชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ สวมหน้ากากมทิฬ กำลังนั่งตรวจฏีกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าความเครียดนี้กลับไม่ได้มาจากข้อความในฏีกาแต่เป็น...“ผ่านมา 6 วันแล้ว หากพรุ่งนี้นางยังไม่ฟื้น ข้าจะให้เจ้าและตระกูลเถียนร่วมนอนเป็นเพื่อนนาง” น้ำเสียงเยือกเย็นแหบพร่าเอ่ยบอก ร่างของหมอชราที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพลันตัวสั่นงันงก เหงื่อตก ลมหายใจติดขัด ได้แต่สวดภาวนาขอให้หญิงสาวบนเตียงเร่งฟื้นโดยไว้ขอสวรรค์โปรดเมตตาให้องค์หญิงหนิงอันผู้นี้เร่งฟื้นขึ้นมาในขณะที่ดวงตาคมเลื่อนสายตาทอดมองไปยังหญิงสาวบนเตียงกว้าง ร่างกายของนางบอบบางจนแทบจะกลืนหายไปกับกองผ้าห่มบนเตียงกว้าง ทว่าความกล้ากลับยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว้าภูเขาไท่ซาน ในขณะที่กำลังขบคิดถึงความกล้าหาญไม่กลัวตายของคนเจ็บ ดวงตาคมก็มองเห็นร่างเล็กดิ้นกระสับกระส่ายไปมา“เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงดุดัน ตวาดถามหมอ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 32 ผู้มีพระคุณ

    “แล้วถ้าเปิ่นหวางไม่คืนเล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกโดยไม่แม้แต่จะปรายตาหันมามองคน“ทะ... ทูลท่านอ๋องเก้า ในฐานะสามี กระหม่อมจิ้งเจิ้นเหยาจะดูแลองค์หญิงเองพ่ะย่ะค่ะ”“เปิ่นหวางเคยถามสถานะเจ้าหรือ” น้ำเสียงเยือกเย็นที่เอ่ยออกมาทำให้จิ้งเจิ้นเหยาตัวสั่นเข่าทรุดในทันที ซ่งกู้หวายขบกรามแน่น มั่นใจเก้าในสิบว่าซ่งกู้เว่ยกำลังคิดจะชิงคนจริงๆ “พี่เก้า ข้าเองก็คิดว่าเรื่องการดูแลองค์หญิงสมควรให้บัณฑิตจิ้งเป็นผู้เป็นสามีดูแลจะเหมาะสมกว่านะพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างตอนนี้งานเลี้ยงก็ยกเลิกไปแล้วเชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถิด”คำพูดของน้องชายต่างสายเลือดที่พยายามเน้นย้ำถึงสถานะความเป็นสามีของจิ้งเจิ้นเหยา ทำให้อารมณ์ของซ่งกู้เว่ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้หตุผล ก่อนจะตวัดสายตาหันหน้ามามองคนทั้งสอง นัยน์ตาคมกริบภายใต้หน้ากากทมิฬตวัดมองซ่งกู้หวายด้วยแววตาดุดัน จากนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาหยุดที่ร่างอันสั่นเทาบนพื้นของจิ้งเจิ้นเหยา“สามี” ซ่งกู้เว่ยทวนคำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เปิ่นหวางจำได้ว่ายามที่คมกระบี่ของนักฆ่าฟาดฟันลงมาที่นางสามีผู้ประเสริฐเช่นเจ้า กลับทอดทิ้งภรรยาแล้วมุดตัวหดหัวเข้าไป

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 31 ไม่อาจลบหลู่ได้

    “หุบปากแล้วรีบมาตรวจดูอาการของนาง! หากนางเป็นอะไรไป เปิ่นหวางจะให้เจ้าตายตามนางไป” ซ่งกู้เว่ยตวาดเสียงแหบพร่า ลอดไรฟัน ไอสังหารที่แผ่ออกมาทำให้หมอหลวงเถียนตัวสั่นงันงก รีบคลานเข่าเข้าไปที่ข้างเตียง ทว่าพอจะยื่นมือออกไปตรวจจับชีพจรของคนเจ็บกลับต้องชะงักเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งออกมาจากบุรุษซึ่งนั่งจดจ้องอยู่บนเตียงคนเจ็บ ความรู้สึกกดดันที่แผ่ซ่านทำให้หมอชราเหงื่อแตกพลั่ก แม้แต่มือที่ยื่นออกไปจับชีพจรของคนเจ็บก็สั่นเทา เอ่ยบอกน้ำเสียงสั่นเครือ"กระหม่อมขออนุญาตตรวจบาดแผลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ" พูดพร้อมกับค่อยๆ ขยับยื่นมือเปิดสาบเสื้อคนเจ็บ สายตาฟ่าฟางลอบมองท่านอ๋องหนุ่มด้วยความลังเลนั่นเพราะบาดแผลของหญิงสาวอยู่ใต้ร่มผ้า อีกทั้งองค์หญิงหนิงอันผู้นี้ยังเป็นภรรยาของบัณฑิตแซ่จิ้งจะเปิดเผยเรือนร่างต่อสายตาบุรุษอื่นได้อย่างไร“ทูลท่านอ๋อง กระหม่อมต้องเปิดดูบาดแผลที่ไหล่ขององค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”“เปิ่นหวางห้ามหรืออย่างไร ยังไม่รีบเปิดอีก” น้ำเสียงเข้มงวด แววตาจริงจัง ชัดเจนว่าต่อให้ฟ้าถล่ม ท่านอ๋องเก้าผู้สำเร็จราชการคนนี้ก็ไม่มีทางลุกจากเตียงไปอย่างแน่นอน หากแต่ไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status