Compartilhar

สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด
สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด
Autor: ชงเมิ่ง

ปฐมบท

last update Data de publicação: 2026-04-19 23:36:02

"รับโองการจากสวรรค์ จักรพรรดิมีรับสั่งว่า พระชายาจวิ้นอ๋องจิตใจไร้คุณธรรม ประพฤติตนผิดจารีต ... ประหารชีวิตด้วยการจับถ่วงน้ำ ให้เป็นแบบอย่างแก่สตรี"

เสียงแหลมสูงของขันทีดังก้องโสตประสาท ทำให้เยว่จื่อรุ่ยที่ถูกจับขังไว้ในคุกมืดมาครึ่งปีจนร่างกายผอมโซจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกสั่นสะท้าน ดวงตาที่มืดบอดเพราะไม่เคยได้พบแสงสว่างมานานเบิกกว้าง หยาดน้ำตาที่แห้งเหือดไปนานแล้วเอ่อคลอไหลรินอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ที่หลั่งออกมาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวเสียใจ แต่เป็นเพราะความรู้สึกเย้ยหยันสมเพทในชะตาของตนเอง

"พี่ชายของเจ้ายังอายุน้อยและเป็นลูกชายเดียวของตระกุลเยว่ จื่อรุ่ยเด็กดี... เจ้ากับเขาเป็นพี่น้องฝาแฝดคลานตามกันมา ครั้งนี้เจ้าก็ไปยังค่ายราชวงศ์แทนพี่ชายเจ้าเถอะ"

เยว่จื่อรุ่ยจดจำความยินดีในตอนนั้นได้ดี ด้วยเป็นครั้งแรกที่บิดาเอ่ยชมนางว่าเป็นเด็กดี ดังนั้นตัวนางที่โง่เขลาจึงได้ตอบตกลงในทันที

"รับโองการจากสวรรค์ จักรพรรดิมีรับสั่งว่า คุณชายใหญ่ตระกูลเยว่ฝีมือรบโดดเด่น มีราชโองการเรียกเข้าวังเพื่อรับพระราชทานยศเป็นรองแม่ทัพ"

“แปดปีมานี้เป็นเพราะเจ้าใช้ตัวตนของข้า ทำให้ชีวิตของข้าอยู่อย่างยากลำบาก วันนี้ข้าทวงสถานะของข้าคืนก็นับว่าถูกต้อง”

“ในเมื่อตอนนี้พี่ชายของเจ้ากลายเป็นแม่ทัพไปแล้ว เจ้าที่ไม่อาจออกรบได้อีก เช่นนั้นก็แต่งให้องค์ชายสิบเอ็ดเถิด”

ในคืนเข้าหอชายหนุ่มเปิดผ้าคลุมหน้าของนาง จากนั้นก็จับมือบางพร้อมกับให้คำมั่นที่หนักแน่น

“จื่อรุ่ยแม้ข้าเป็นเพียงองค์ชายไร้อำนาจ แต่ข้าขอสัญญาชีวิตนี้จะปกป้อง และรักเพียงเจ้าผู้เดียว”

ภาพอดีตที่เคยอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง บัดนี้กลับกลายเป็นคมดาบที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนลำคอของนางเอง

ริมฝีปากแตกแห้งยกยิ้มเย้ยหยัน นางเติบโตมาบนเส้นทางอันหนาวเหน็บขาดความรักเป็นทุนเดิม เมื่อได้รับไออุ่นจากผู้เป็นสามีจึงหลงใหลไปกับคำหวาน ทุ่มเทสติปัญญาที่ผ่านการฝึกฝนมานานในกองทัพมาช่วยเขากำจัดศัตรู สร้างพันธมิตร กลายเป็นองค์ชายที่โดดเด่นขึ้นมาภายในเวลาแค่ครึ่งปี

หากแต่หลังจากนั้นไม่นานทูตของเผ่าอู๋ห์ก็เดินทางมาเจรจาเจริญสัมพันธไมตรี ตามธรรมเนียมแคว้นหนานจิงแล้วผู้ดูแลทูตต่างแคว้นจะต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ชาย ทว่าเผ่าอู๋ห์เพิ่งรบแพ้หนานจิงไปยังไม่ถึงหนึ่งปี ไฟแค้นยังไม่ทันมอดสนิท ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวเสี่ยงชีวิต ดังนั้นเผือกร้อนนี้จึงตกมาใส่หัวขององค์ชายสิบเอ็ดหนานจวิ้นเฉิน

“ข้อตกลงที่องค์ชายเสนอพวกกระหม่อมไม่ขัดข้อง เพียงแต่พระชายาขององค์ชายสิบเอ็ดช่างงดงามจริง หากว่าคืนนี้...” เยว่จื่อรุ่ยได้ยินคำพูดหยาบโลน ดูแคลนจากทูตของเผ่าอู๋ห์ก็เดือดดาลโกรธแค้นจนแทบอยากจะคว้าดาบไปบั่นคอคน เพียงแต่ยังไม่ทันขยับตัวหนานจวิ้นเฉินที่ควรปกป้องนางในฐานะสามีกลับส่งสายตาให้องครักษ์คนสนิทสองคนจับตัวนางเอาไว้ ในขณะที่อีกคนนำยาปลุกกำหนัดกรอกใส่ปากนาง

"พระชายาของข้าค่อนข้างดุดัน ขอท่านทูตโปรดระวังตัวด้วย"

เยว่จื่อรุ่ยตวัดสายตามองดูองค์ชายสิบเอ็ดผู้เป็นสามีด้วยความรู้สึก เสียใจระคนคับแค้น ช่างเป็นบุรุษขี้ขลาดและต่ำช้าเหลือจะบรรยาย

"องค์ชายหม่อมฉันเป็นชายาของพระองค์ ถูกคนเหล่านี้หยามเกียรติก็เท่ากับทำลายเกียรติของพระองค์ด้วย ส่วนท่านเป็นตัวแทนของเผ่าอู๋ห์เพื่อสุขสมกับสตรีนางหนึ่งยอมให้ชนเผ่าของตนเองเสียผลประโยชน์เช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือ"

"ชายารัก คืนนี้เป็นเจ้าที่สำส่อน เห็นท่านทูตแล้วอดใจไม่ไหว ลักลอบเข้าไปยั่วยวนเขาถึงในเรือนรับรองจะโทษพวกเราได้อย่างไร"

เยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่น เดือดดาลโกรธแค้นจนแทบอยากจะคว้าดาบไปบั่นคอคน เพียงแต่แค่ขยับตัวลุกขึ้น ร่างกายก็อ่อนแรงสติพร่าเรือน ทรุดตัวลงในอัอมแขนของชายต่างแดนกลายเป็นหญิงบำเรอบนเตียงให้กับเหล่าคณะทูตต่ำช้าทั้งห้าคนถึงสามวันสามคืน

ทว่าความอับยศกลับไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากที่ทูตเผ่าอู๋ห์กลับไปแล้ว องค์ชายสิบเอ็ดหนานจวิ้นเฉินกลับไร้เยื่อใยโดยสิ้นเชิงถวายฏีการ้องเรียนกล่าวหาว่าเยว่จื่อรุ่ยลักลอบมีสัมพันธ์กับทูตเผ่าอู๋ห์ สุดท้ายจึงถูกสั่งคุมขังถึงหกเดือน ก่อนจะประหารด้วยวิธีถ่วงกรงหมู

"คนสำส่อน? ลักลอบคบชู้? หึ..."

นางเค้นเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอที่แห้งผาก รสชาติความแค้นนั้นขมปร่าและเผ็ดร้อนยิ่งกว่ายาพิษใดๆ

ยามที่นางถูกยัดลงกรงหมูและแห่ประจาน ก้อนหินและคำด่าทอที่ซัดสาดลงมากลับไม่เจ็บปวดเท่ากับภาพใบหน้าเย็นชาของสามีที่มองลงมาจากหอสูง ดวงตาคมที่ทอดมองนางด้วยความรักใคร่นักหนา บัดนี้เหลือเพียงความเหยียดหยามราวกับนางเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง

เมื่อลมหายใจสุดท้ายใกล้จะสิ้นสุดภายใต้สายน้ำอันหนาวเหน็บ ความเย็นเยียบของสายน้ำโอบอุ้มร่างอันแหลกเหลวของนางไว้ ทว่าไฟแค้นกลับลุกโชนสวนทางกับอุณหภูมิกาย

หากชาติหน้ามีจริง... หากสวรรค์ยังพอมีตา... ข้าขอเอาชีวิตที่เหลือนับพันชาติ แลกกับการกลับมาทวงคืนหนี้เลือดนี้ให้สิ้นซาก!

..............................................................................................

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษสุดท้าย (จบ)

    สามวันต่อมา ข่าวคราวการทลายเครือข่ายทุจริตเสบียงทหารชายแดนเหนือก็ถูกประกาศแจ้งให้ทราบไปทั่วทั้งแผ่นดินต้าเป่ย ขุนนางและแม่ทัพที่ฉ้อฉลกว่าสามสิบชีวิตถูกกวาดล้างจับกุม ทรัพย์สินมหาศาลที่ได้จากการยักยอกถูกริบเข้าสู่คลังหลวงจนหมดสิ้น ครอบครัวของเหล่าทหารกล้าที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะอาวุธและเครื่องกันหนาวไม่ได้มาตรฐาน ล้วนได้รับเงินเยียวยาชดเชยอย่างสมเกียรติ อีกทั้งช่างหลอมและคนงานที่ถูกข่มขู่บังคับให้ร่วมขบวนการ ยังได้รับการพิจารณาละเว้นโทษทัณฑ์ส่วนเสิ่นหลี่หนิง ได้รับการล้างมลทินประกาศเกียรติคุณว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นผู้มีความดีความชอบใหญ่หลวงในการเสี่ยงตายเปิดโปงคดีกบฏ ซ่งกู้เฉิงออกพระราชโองการคืนสถานะบุตรีตระกูลเสิ่นให้นางอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งพระราชทานป้ายทองคำอาญาสิทธิ์ เพื่อให้กิจการร้านค้าทุกแห่งในความดูแลของนาง สามารถค้าขายแลกเปลี่ยนกับราชสำนักได้โดยตรงอย่างไร้ข้อจำกัดทว่าหลังจากเรื่องราววุ่นวายทุกอย่างยุติลง เสิ่นหลี่หนิงกลับลงมือเก็บกวาดสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางออกจากตำหนักอวี้หลัน“คุณหนู ท่านจะกลับจวนเสิ่นจริงๆ หรือเจ้าคะ” เสี่ยวจูเอ่ยถาม พลางพับอาภรณ์เก็บลงหีบอย่างอ้อยอิ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษที่ 40 กบฏอ๋องอัน

    ข่าวลือเรื่องฮ่องเต้ถูกลอบปลงพระชนม์แพร่สะพัดไปทั่วทุกหย่อมหญ้าของเมืองหลวงต้าเป่ยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างตื่นตระหนก เร่งเดินทางเข้าวังเพื่อขอทราบพระอาการ ทว่าบานประตูวังหลวงทุกด้านกลับถูกปิดตายสนิท ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ผ่านล่วงเข้าไปได้แม้แต่คนเดียวจวบจนล่วงเข้าสู่ยามโหย่ว กองกำลังรักษาเมืองหลวงจำนวนนับพันนาย ภายใต้ธงสัญลักษณ์ของอ๋องอัน ก็ควบม้าฝุ่นตลบมาหยุดตั้งทัพอยู่เบื้องหน้าประตูเสวียนอู่อ๋องอัน ซ่งกู้หมิง สวมชุดเกราะอ่อนเต็มยศ นั่งตระหง่านอยู่บนหลังอาชาศึกสีดำสนิท ใบหน้าวัยกลางคนแสร้งฉาบไว้ด้วยความร้อนรนและจงรักภักดีเปี่ยมล้น รอบตัวเขายังมีขุนนางอีกหลายสิบคนเข้าร่วมสนับสนุน“ฝ่าบาทถูกคนร้ายลอบปลงพระชนม์! เปิ่นหวางได้รับรายงานว่ามีผู้ก่อกบฏซุกซ่อนตัวอยู่ภายในวังหลวง เร่งเปิดประตูเดี๋ยวนี้! เปิ่นหวางจะนำกำลังทหารเข้าไปอารักขาฝ่าบาทด้วยตนเอง!”แม่ทัพองครักษ์ผู้รักษาประตูเมืองมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ทูลท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีพระราชบัญชาเด็ดขาดให้ปิดประตูวัง ห้ามมิให้ผู้ใดผ่านเข้าออกโดยพลการพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาททรงประชวรหนักจนหมดสติไปแล้ว จะทรงออกพระร

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษที่ 39 ความจริงที่ซ่อนเร้น (3)

    “เช่นนั้นระหว่างข้ากับจดหมายพวกนี้ สิ่งไหนสำคัญต่อเจ้ามากกว่ากัน”พวงแก้มของเสิ่นหลี่หนิงพลันร้อนผ่าว ไม่เจอกันหกปีเล่ห์เหลี่ยมของฮ่องเต้น้อยช่างพัฒนาไปได้ดีเสียจริงๆ“ฝ่าบาทอย่าทรงล้อหม่อมฉันเล่นเลยเพคะ” นางดึงมือกลับก่อนจะหยิบรีบยื่นเอกสารปึกหนึ่งส่งให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย“นี่คือสมุดบัญชีซื้อขายเหล็กกล้าที่ถูกลักลอบส่งออกนอกแคว้นต้าเป่ย และรายชื่อคหบดีที่รับซื้ออาวุธเถื่อนของกองทัพเพคะ ส่วนตราประทับชิ้นนี้ คือตราคำสั่งลับส่วนตัวของอ๋องอัน หม่อมฉันได้รับมาจากอดีตผู้ดูแลคลังยุทโธปกรณ์ ก่อนที่เขาจะถูกลอบสังหาร”ซ่งกู้เฉิงรับตราทองแดงมาพลิกตรวจสอบ ตรงกลางของตราประทับมีรอยบากลึกซึ่งคงมีไว้เพื่อตรวจสอบกับตราที่อ๋องอัน“เช่นนั้นหลักฐานชี้ตัวที่เจ้าต้องการก็คือ... ตราประทับอีกครึ่งหนึ่งของอ๋องอันใช่หรือไม่”“เพคะ”“แต่ต่อให้มีหลักฐานพวกนี้ หากขาดพยานเกรงว่าอ๋องอันคงไม่ยอมรับง่าย”“หม่อมฉันยังมีพยานบุคคลอีกคนเพคะ”“ผู้ใดกัน”“รองแม่ทัพฉู่เหวินเฉิงเพคะ ยามนี้เขากำลังคุมตัวช่างหลอมอาวุธและอดีตนายกองขนส่งเดินทางเข้ามายังเมืองหลวง หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดภายในสามวันน่าจะมาถึงเมืองหลวงเพคะ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษที่ 38 ความจริงที่ซ่อนเร้น (2)

    “ข้าหวังว่าเรื่องที่เจ้ารายงานจะสำคัญมากพอที่จะรักษาชีวิตของเจ้า” ซ่งกู้เฉิงเค้นเสียงข่มขู่คนที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะเขา“ขอฝ่าบาทเมตตาด้วย เมื่อครู่ทางหน่วยสอบสวนเข้ามาแจ้งว่าตรวจพบรอยสักรูปเหยี่ยวสามกรงเล็กที่บริเวณแผ่นหลังของมือสังหารพ่ะย่ะค่ะ”ดวงตาของซ่งกู้เฉิงหรี่แคบลง “เหยี่ยวสามกรงเล็บ...”“นี่เป็นตราสัญลักษณ์ของหน่วยองครักษ์ลับแห่งจวนอ๋องอันไม่ใช่หรือเพคะ” เสิ่นหลี่หนิงพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาบรรยากาศภายในห้องทรงอักษรพลันเย็นเยียบลงในพริบตา ‘อ๋องอัน ซ่งกู้หมิง’ เป็นพระปิตุลาลำดับที่ห้าของซ่งกู้เฉิง ในอดีตเคยนำทัพออกศึกปราบชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือจนสร้างชื่อเสียงเกรียงไกร ได้รับการแต่งตั้งให้กุมอำนาจควบคุมการจัดซื้ออาวุธและเสบียงของกองทัพชายแดนเหนือมานานนับสิบปี แม้ภายหลังซ่งกู้เฉิงจะเสด็จขึ้นครองราชย์ อำนาจในมือของอ๋องอันก็ไม่เคยถูกลิดรอน ตรงกันข้าม เขายังได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าเป็นแม่ทัพผู้จงรักภักดีและเป็นดั่งเสาหลักของราชสำนัก“ที่ผ่านมา... เจ้าเคลือบแคลงสงสัยอ๋องอันมาโดยตลอดหรือ” ซ่งกู้เฉิงเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายเสิ่นหลี่หนิงพยักหน้ารับ “เพคะ อาวุธที่

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษที่ 37 ความจริงที่ซ่อนเร้น (1)

    ภายในห้องทรงอักษรตกอยู่ในความเงียบงันอันหนักอึ้ง มีเพียงเสียงหมอเถียนที่ถอนลมหายใจด้วยความเคร่งเครียดดังขึ้นเป็นระยะซ่งกู้เฉิงนอนราบอยู่บนเตียงเล็กหลังฉากกั้น ใบหน้าคมซีดเผือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้า ทว่าโอรสสวรรค์กลับไร้ซึ่งท่าทีหวาดหวั่น นัยน์ตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างบอบบางซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ราวกับต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าเสิ่นหลี่หนิงไม่ได้รับบาดเจ็บตรงที่ใดจริงๆ“ฝ่าบาท โปรดอย่าขยับพระวรกายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำการถอนเข็มพิษออกเดี๋ยวนี้” หมอเถียนกราบทูล พลางใช้กรรไกรตัดฉลองพระองค์บริเวณหัวไหล่ให้เปิดกว้างขึ้น ก่อนจะใช้เหล็กคีบเข็มเงินสีดำออกมาอย่างระมัดระวังและทันทีที่ปลายเข็มหลุดพ้นจากผิวเนื้อ โลหิตสีดำข้นก็ไหลทะลักตามออกมา กลิ่นคาวเลือดปะปนกับกลิ่นคล้ายสมุนไพรไหม้คละคลุ้ง ทำเอาหมอชราถึงกับขมวดคิ้วมุ่น“พิษชนิดนี้...” หมอเถียนพึมพำเสียงเครียด“ท่านหมอเถียน ท่านรู้จักพิษชนิดนี้หรือไม่ รักษาฝ่าบาทได้หรือเปล่า” เสิ่นหลี่หนิงรีบเอ่ยถามด้วยความร้อยรน จนน้ำเสียงสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมหมอเถียนใช้นิ้วแตะหยาดโลหิตเพียงเ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทพิเศษที่ 36 ไหน้ำส้มของฮ่องเต้ช่างใหญ่นัก (3)

    “หยุดก่อน!” เสิ่นหลี่หนิงเอ่ยค้านเมื่อคนตรงหน้ากำลังจะเดินเข้ามาใกล้ ทว่าขันทีปลอมผู้นั้นกลับมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งกว่า เขาออกแรงสะบัดพลิกถาดน้ำชาในมือ ถ้วยกระเบื้องเคลือบปลิวว่อนแตกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเข็มเงินอาบยาพิษสีดำสนิทสามเล่ม ที่ถูกซัดออกจากใต้แขนเสื้อพุ่งตรงมาหานางซ่งกู้เฉิงถลันกายเข้ามาขวางการโจมตีของมือสังหารโดยไร้ซึ่งความลังเล แม้เข็มเงินสองเล่มจะถูกปราณกระบี่จากแขนเสื้อของเขาปัดกระเด็นออกไป ทว่าเข็มเงินเล่มสุดท้ายกลับพุ่งเจาะทะลุฝังลึกเข้าที่บริเวณหัวไหล่หนา“ฝ่าบาท!” เสิ่นหลี่หนิงร้องเรียกเขาเสียงหลงซ่งกู้เฉิงขบกรามแน่นข่มความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งรั้งเอวบางดึงนางให้หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้าง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมตวัดชักกระบี่คู่กายที่วางตั้งอยู่ข้างโต๊ะทรงงานออกจากฝักขันทีปลอมเมื่อเห็นว่าการลอบสังหารล้มเหลว จึงพุ่งทะยานเข้าจู่โจมซึ่งหน้า คมกระบี่สีเงินตวัดวาดฟาดฟันแหวกอากาศฉึก! ปลายกระบี่อันคมกริบของซ่งกู้เฉิง แทงทะลุหัวไหล่ของคนร้ายอย่างแม่นยำ ก่อนที่เขาจะตวัดกระบี่พลิกข้อศอก กดร่างของมือสังหารให้ล้มคว่ำกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงฝีเท้าของกององค

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status