LOGINดูก็รู้ว่าเขาคือผู้ล่า ไม่ใช่เหยื่อ
สองมือของกุลจิราทาบลงกับแผ่นท้องแข็งแรงอุดมด้วยกล้ามเนื้อ เธอย่อตัวลงกับพื้น ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนลงไป สาบเสื้อแยกออกกว้างกว่าเดิม
ใจของกุลจิราเต้นแรง กลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอ ใบหน้างดงามผ่าวร้อนอย่างคนกระดากอาย เมื่อมองเห็นบางส่วนของความเป็นชาย
ของจริงกับภาพในหนังโป๊ช่างให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
หรืออาจเพราะชายหนุ่มตรงหน้าคือเขา ร่างกายของเธอถึงได้ตอบสนองไวเช่นนี้
“ออกไปก่อนได้ไหมคะ ฉัน…ขอฉี่แป๊บนึงค่ะ” จู่ ๆ กุลจิราก็เกิดใจเสาะขึ้นมา ต้องการตั้งสติ ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจอีกนิดน่า…
“จะให้ผมออกไปทำไม ยังไงซะผมก็ต้องเห็นทุกอย่างที่เป็นของคุณอยู่ดี” น่าขัน คงไม่ใช่ว่าเธอเกิดใจเสาะหรืออยากถ่วงเวลาหรอกนะ
“มันก็จริงแต่ว่า…” ไม่ทันจะได้ต่อรอง อุ้งมือแข็งแรงก็ตรึงด้านหลังท้ายทอยของหญิงสาว ดันปลายคางเรียวมนให้แหงนเงยขึ้น
ภวินท์บดริมฝีปากลงบนปากอ่อนนุ่ม หญิงสาวเม้มริมฝีปากไว้ ไม่ยอมเผยอออก กระทั่งถูกเขาบีบที่แก้ม
“อ๊ะ!” ริมฝีปากอิ่มแยกแย้มออก ลิ้นสากร้อนแทรกสอดเข้ามารัดรึงเรียวลิ้นของเธอ ภวินท์ดูดปลายลิ้นเล็กแน่นเข้า จุมพิตของเขาดุดันขึ้นเรื่อย ๆ
หัวใจของกุลจิราเต้นรัวเร็ว ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ สองแขนเลื่อนขึ้นไปเกาะกอดบ่ากว้างเอาไว้เพื่อทรงกาย
ทั้งหวาดหวั่นกับค่ำคืนแรกหลังแต่งงาน ทั้งตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังเผชิญ
ภวินท์รัดแขนรอบเอวบางก่อนที่คนตัวเล็กจะล้มลง กุลจิราตอบสนองจุมพิตเร่าร้อนของชายหนุ่ม
ส่วนที่มีเหตุผลพยายามปฏิเสธอีกฝ่าย ทว่าร่างกายของกุลจิรากลับอยากเรียนรู้สัมผัสจากเขาอย่างน่าอาย
ตลอดเจ็ดปีที่เธอทำงานอยู่ในบริษัทของภวินทร์ นอกจากความสามารถ ฐานะทางสังคม ข่าวลือเรื่องผู้หญิง เธอก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา
ตำแหน่งพนักงานฝ่ายการตลาดที่เธอทำอยู่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เธอกับภวินท์จะต้องเจอกันในห้องประชุม แต่ไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ใครจะคิดเล่าว่าพนักงานทำงานบนโต๊ะอย่างเธอ วันหนึ่งจะได้มาอยู่บนเตียงของเขา
เสี้ยววินาทีของความคิดนั้น ภวินท์รวบตัวหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
ตลบชายชุดนอนตัวบางขึ้น รูดแพนตี้ตัวน้อยผ่านท่อนขาเรียวงามด้วยความใจร้อน
ร่างสูงใหญ่เบียดแทรกเข้ามาระหว่างเรียวขาที่แยกออก
ฝ่ามือใหญ่ทาบลงที่เนินเนื้ออิ่มนูนเกลี้ยงเกลา ราวกับต้องการประกาศว่าทุกส่วนของร่างกายเธอ
เขาต้องการจะเป็นเจ้าของมันตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย
นิ้วข้างหนึ่งของเขาสอดผ่านช่องทางคับแน่นเข้ามา เสียงแหบห้าวกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับขยับนิ้วเข้าไป
“ครางชื่อผมสิ” สองแก้มของกุลจิราแดงปลั่งขึ้นสีเรื่อด้วยความคับข้องและอารมณ์ปรารถนาที่ถูกเขาปลุกเร้า
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด
“คุณภะ…ภวินท์” เสียงหวานเล็ดลอดออกจากลำคอก่อนที่หญิงสาวจะกัดริมฝีปากไว้แน่น
นิ้วหัวแม่มือของภวินท์คลึงเนื้อติ่งน้อย ขณะที่ท้องนิ้วสากเสียดสีเข้ากับจุดอ่อนไหวที่ซุกซ่อนอยู่ในโพรงถ้ำ มุมปากยกยิ้ม
กุลจิราจิกเล็บลงกับต้นแขนกำยำของเขา เมื่อกระแสซาบซ่านไหลปราดลงไปยังกึ่งกลางกาย
ยอดทรวงอกชูชันดุนดันชุดนอนตัวบางจนมองเห็นรูปร่างของมัน
แน่นอนว่าเขารู้วิธีล่อลวงร่างกายของผู้หญิงเป็นอย่างดี
“เมื่อกี้ยังดูเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำเหมือนไม่เคย หรือว่าคุณอยากให้ผมประทับใจเลยต้องแสร้งทำว่าตัวเองยังซิงอยู่” ภวินท์กระซิบถาม ออกแรงเคล้นคลึงหนักข้อขึ้น จนได้ยินเสียงน้ำฉ่ำแฉะดังกังวาน
“ฉัน…” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในใจจะเต้นแรงแทบระเบิดออกมา
เธอคิดว่าการเตรียมใจและดูหนังโป๊พวกนั้นจะทำให้เธอรับมือเขาได้ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายเลย
ร่างกายของเธอกำลังโอนอ่อนและตอบสนองเขาอย่างว่าง่าย
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว เรามาเอาจริงกันดีกว่า” จบความคิดร้ายกาจ ภวินท์ก็กระชับร่างเล็กแน่นเข้า
กุลจิราแทบผวาเมื่อมือหนากดแผ่นหลังเธอให้แอ่นอกขึ้น ก่อนจะก้มลงไปซุกไซ้ที่เนื้อเนินอก
การจู่โจมรุนแรงไม่ทันตั้งรับส่งผลให้เธอแหงนใบหน้าไปด้านหลัง สองมือน้อยเกาะไหล่กว้างไว้มั่น ราวกับเชื้อเชิญ
เม็ดทับทิมสีหวานถูกขบเม้มและดูดดึงอย่างรุนแรงทันทีที่สายเดี่ยวของชุดนอนถูกดึงทึ้งลงไป มือข้างหนึ่งบีบขยำหน้าอกเต่งตึงไปด้วย
“อ๊ะ!” หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ปลายลิ้นร้อนไล้เลียกับหน้าอกโต นิ้วยาวเคล้าคลึงเม็ดทับทิมจนแข็งเป็นตุ่มไต
กุลจิรารู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่รอน ๆ ร่างเล็กหอบหายใจราวกับกำลังวิ่งขึ้นภูเขา เสียงลมหายใจเธอประสานกับเสียงลมหายใจของชายหนุ่ม
ร่างกายสูงใหญ่บดเบียดเข้าหาตัวเธอ มือเรียวยาวเลื่อนลงไปลูบไล้เนินอวบอูมผ่านชุดนอนสีขาวไข่มุก ก่อนจะสอดเข้าไปข้างในเพื่อสัมผัสกับส่วนนั้นของเธอ
“เล่นละครเก่งนี่” เป็นน้ำเสียงที่แหบพร่า กุลจิราเม้มริมฝีปากแน่น
ชั่วพริบตาเดียวกางเกงชั้นในตัวบางก็ถูกดึงลงไปข้างล่าง เรียวนิ้วสอดเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาว อีกมือลูบไล้ไปตามเรือนร่างงดงาม ก่อนจะหยุดนวดเฟ้นที่อกเต่งตึงเพื่อระบายความต้องการของตนเอง
เขาเต็มใจช่วยเหลือครอบครัวกุลจิราก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีขนาดจะตบแต่งเธอมาเป็นแค่สิ่งของประดับบ้าน
เธอต้องทำหน้าที่บนเตียงได้ทุกครั้งที่เขามีความต้องการ
ดวงตาคมคายจ้องใบหน้างดงาม ลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้หยาดเยิ้มไปด้วยความต้องการ
“ลองจับมันดูสิ เหมือนว่ามันจะรอให้คุณสัมผัสมันอยู่นะ กุลจิรา”
ภวินท์จับมือของเธอให้ไปสัมผัสกับส่วนนั้นของตัวเอง ให้อุ้งมือของเธอรูดรึงลำเอ็นอวบขึ้นลงจนมันโป่งพองขยายขนาด หญิงสาวรู้สึกได้ถึงเส้นเอ็นขรุขระที่ปูดโปนบนผิวของมัน
ขนาดของเขาทำให้กุลจิราหวั่นเกรงอยู่ลึก ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจเร็วและแรงขึ้นอีกหลายระดับ
อาจเพราะสัญชาตญาณในกายที่ถูกเขาปลุกเร้าขึ้นมาและเพราะรู้แก่ใจ
เขายอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลก็เพื่อให้เธอมารองรับอารมณ์
กุลจิราค่อย ๆ เรียนรู้กับสิ่งที่เขากำลังยัดเยียด แม้ในใจจะกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งส่วนนั้นของเขาตอบสนองมือเธออย่างรวดเร็ว
กุลจิราขยับมือเนิบช้า นึกถึงภาพของชายหญิงในหนังโป๊ะที่ร่วมรักกันไปด้วย หากแต่เธอไม่กล้ามองอนาคอนด้าใหญ่ยักษ์ในมือตัวเอง
ระหว่างนั้นหัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด ปลายอวบหยักที่ผลุบเข้าออกระหว่างซอกนิ้วของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว
“อืม~” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นในความเงียบ ชายหนุ่มกัดฟันขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากและไรผม
แท่งร้อนเริ่มชื้นด้วยหยดน้ำสีใส แก่นกายที่สะอาดสะอ้านพองตัวขึ้นจนมือของกุลจิราแทบกำไม่มิด
“โอ่ว…” เสียงครางต่ำดังขึ้นในลำคอด้วยความพอใจ มือนุ่มเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ด้วยการรูดรั้งแท่งร้อนขึ้นลงช้า ๆ มองเห็นเส้นเลือดปูดโปนรอบลำยาว ทำให้ตัวตนของภวินท์ยิ่งดูน่าเกรงขาม
ขนาดเกินมาตรฐานชายไทย ขนาดของมันใหญ่กว่าผู้ชายในหนังโป๊มาก ความยิ่งใหญ่ของมันสร้างความวิตกกังวลให้กุลจิราไม่น้อย
แต่มาถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องถอย
ไม่สิ เธอไม่มีสิทธิ์ให้ถอยมากกว่า
“อืม แบบนั้นแหละ โอว่…” กล้ามท้องเกร็งแน่นแข็งเป็นลอน ชายหนุ่มหลับตาพริ้มกัดกรามจนนูนขึ้น
หญิงสาวรู้สึกได้ถึงมือที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำหล่อลื่น มันชุ่มฉ่ำจนไหลไปตามง่ามนิ้วของเธอ ภวินท์หอบหายใจแรง หน้าท้องเต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับขึ้นลงถี่
“ผลเปลี่ยนใจแล้ว เราไปที่เตียงกันดีกว่า” ดวงตาคู่สวยฉายความตกใจออกมา คว้าจับที่ต้นคอแข็งแรงอัตโนมัติ ในตอนที่ถูกเขาพาออกมาจากห้องน้ำ มุ่งตรงมาที่เตียงนอนที่บัดนี้เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
กุลจิรารับรู้ได้ถึงอันตราย หัวใจเต้นระรัว ความรู้สึกวาบหวามเข้าจู่โจมอีกครั้งตอนที่เขาวางเธอลงบนเตียง
แทบจะกลั้นลมหายใจในยามที่ชายหนุ่มก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของตัวเอง
มือไม้เธอพลันอ่อนยวบยาบ ความหวามไหวซาบซ่านแล่นพล่านไปทั้งร่างกาย
ความรุ่มร้อนที่สุมอยู่ในกายของภวินท์หนักอึ้งขึ้นทุกขณะ
ไม่คาดคิดว่ากุลจิรา ผู้หญิงที่เขาใช้เงินซื้อมา จะทำให้เขามีอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้
ขณะเดียวกันสมองของกุลจิราพลันว่างเปล่า
ร่างกายแตกตื่น รับรู้ได้ว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้น
ริมปากหยักหนาเข้าครอบครองริมฝีปากจิ้มลิ้ม ภวินท์รอคอยเวลานี้มานาน
จากลูกเพื่อนบิดา สู่พนักงานคนหนึ่งในบริษัท
จากหญิงสาวที่เขาได้แต่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ
อยากได้ อยากครอบครอง ในสุดวันนี้ก็มาถึง
“ถ้าขืนคุณยังพูดอะไรอีก คืนนี้ผมจะไม่ให้คุณได้นอน”ชายหนุ่มเคลื่อนมือต่ำลงไป ข้อนิ้วไล้ลงบนเนินอกอิ่ม เรื่อยลงไปยังกึ่งกลางระหว่างทรวงอกกลมกลึงทั้งสองข้าง แก่นกลางกายปวดหนึบอยู่ในเป้ากางเกงกุลจิราสูดลมหายใจเข้าลึก ปลายนิ้วของเขาลากลงมายังแผ่นท้องแบนราบ“อ้าขาออก ผมเลียไม่ถนัด” ชายหนุ่มช่างครางต่ำในลำคอ นวลเนื้อที่เห็นเพียงรำไรเกลี้ยงเกลาหมดจด นิ้วเรียวยาวแยกส่วนนั้นของหญิงสาวออก“อ๊ะ!” ร่างเล็กบางสะดุ้ง แผ่นหลังแอ่นโค้งเมื่อถูกท่อนเนื้อแข็งขืนเคล้าคลึงตวัดวนตรงส่วนนั้นของตัวเองเจ้าสิ่งนั้นค่อย ๆ ล่วงล้ำเข้าไปในปากทางคับแคบ พลันหยาดน้ำหวานซึมซาบออกมาหญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้างตาพร่ามัว ภวินท์ยังใช้ส่วงหัวหยักบานมรีดเค้นน้ำหวานให้ซ่านซึมออกมาความกระหายใคร่ส่งให้ความหวิวหวามแล่นลิ่วไปทุกอณูร่างกายของทั้งคู่“อื้ออ” ในกายของหญิงสาวกระตุกวาบ ความซาบซ่านลุกลามไปทั่วทั้งตัว ข้างในท้องน้อยเสียวซ่าน กึ่งกลางกายสั่นระริก บีบรัดความเป็นชายของเขาแน่นเข้า“อ๊า!” คนที่ถูกตรึงมือทั้งสองเอาไว้ส่งเสียงครวญคราง ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วสัมผัสติ่งเนื้อที่บวมฉ่ำ ดวงตาเยิ้มฉ่ำของกุลจ
ความอยากกระหายของเขายังไม่สิ้นสุดหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะออกไปหาความสุขจากข้างนอก ใช้เงินซื้อผู้หญิงสักคนที่พร้อมจะปรนเปรอความใคร่ให้เขาพอใจทว่าค่ำคืนนี้จิตใจของเขากลับเอาแต่คิดถึงใบหน้าของคนที่อยู่ในห้องข้าง ๆภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมาเช่นกัน…เขาอยากผลักประตูเข้าไปในห้องนั้นให้ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าที่ของตัวเองสายตาคมกริบตวัดไปทางประตูห้องที่ปิดอยู่ ชายหนุ่มวางแก้วเหล้าลงที่โต๊ะ ลูบปลายนิ้วกับขอบแก้วเสมือนว่าเขากำลังลูบไล้ผิวของเธออยู่ในขณะที่กุลจิราตกอยู่ในห้วงนิทรา ฝ่ามืออุ่นจัดของใครบางคนสอดเข้าไปใต้ผ่าห่มที่คลุมตัวเธออยู่ นิ้วนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาขาเรียวเล็ก สอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมปลายนิ้วลูบโลมต้นขานวลเนียนแล้วแทรกสอดเข้ามา เคล้าคลึงเกสรอันอ่อนโยนที่ซ่อนซุกอยู่ในกลีบเนื้อละมุนกุลจิราลืมตาขึ้น รู้สึกได้ถึงขนอ่อนบนตัวที่กำลังลุกเกรียว หลังข้อนิ้วของใครคนนั้นสัมผัสกึ่งกลางเรียวขาเธออยู่“คุณภวินท์…!!” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ภายใต้แสงสลัวรางค่อย ๆ ปรากฎเป็นใบหน้าของเขา“แอร์ที่ห้องก็เย็นดีนี่แต่ทำไมตรงนี้ของคุณถึงร้อนขนาดนี้” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า นิ้งเคล้าคลึงที่ส
กุลจิรานอนหลับไปแล้ว ทว่าภายในห้องที่อยู่เชื่อมติดกันมีเพียงประตูบานหนึ่งขวางกั้น ปรากฏร่างของชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียงหลังใหญ่สายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับแก้วเหล้าสีอำพันในมือ แสงสีส้มจากโคมหัวเตียงสะท้อนประกายของสิ่งที่อยู่ในนั้นคล้ายเปลวไฟคุกรุ่นทว่าความร้อนแรงที่สุดกลับซ่อนลึกอยู่ในแววตาของชายหนุ่มเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่…แม้เป็นเพียงคำถามในความเงียบงัน แต่มันกลับดังก้องราวกับเสียงนั้นดังสะท้อนจากผนังทั้งสี่ด้านการทำให้ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งพังลงในชั่วข้ามคืนเขาไม่รู้สึกผิดจริง ๆ น่ะหรือมีวิธีการมากมายที่จะให้ครอบครัววงษ์เศวตชดใช้เงินก้อนนั้นแต่เขากลับเลือกวิธีที่โหดร้ายกับเธอเขาเลือกจะล่ามโซ่กุลจิราไว้กับตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าผลที่จะตามมาคืออะไรแต่ก็ต้องยอมรับว่าร่างเปล่าเปลือยของกุลจิราน่าหลงไหลกว่าที่เขาคิดไว้มากเรือนร่างอรชรที่สั่นไหวใต้อาณัติของเขา ความนุ่มหยุ่นที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาตั้งแต่คืนแรกทุกอย่างของผู้หญิงคนนั้น ล้วนเป็นยาพิษที่เขาเต็มใจที่จะกลืนกินลงไป จนบางครั้งก็คิดว่าเงินห้าสิบล้านนั่น ‘น้อยไปเสียด้วยซ้ำ’ถ้าเทียบกับการได้ครอบครองกุลจิราใบหน้าหวา
สิ่งที่กุลจิรารับรู้มาจากป้าลำดวนผ่านทางโทรศัพท์ สมชายต้องไปจัดการธุระเร่งด่วนให้กับภวินท์ป้าลำดวนไม่ได้อยากโกหกเธอแต่จำต้องทำตามคำสั่งของชายหนุ่มเขาคิดว่าเมื่อกุลจิราผิดหวังที่ไม่มีรถให้นั่งกลับบ้านสบาย ๆ เธอจะยอมลดศักดิ์ศรี มาขอกลับด้วยแต่เขาคิดผิด…ทั้งที่มีมีสิทธิ์และสามารถใช้ตำแหน่งภรรยาเมื่ออยู่ที่บริษัทในการนั่งรถคันเดียวกับเขากลับด้วยกันกุลจิรากลับเลือกจะทิ้งโอกาสนั้นภายใต้แววตาคมกริบที่มองมานั้นคล้ายมีความผิดหวังปะปน ก่อนจะหายวับไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่กุลจิราช่างเป็นผู้หญิงอวดดีเท่าที่เขาเคยพบเจอมาและความอวดดีนี้ของเธอกำลังท้าทายความอดทนของเขาอยู่กุลจิรามองเห็นเมอร์เซเดสสีดำสนิทแล่นผ่านหน้าตัวเองออกไป แน่นอนว่าเธอจำได้ว่ารถหรูคันนี้เป็นของภวินท์เสี้ยววิวินาทีที่รถแล่นผ่านเธอมองเห็นเสี้ยวใบหน้าของชายหนุ่มเขาไม่แม้จะมองมาที่เธอ เหมือนตั้งใจขับผ่านเธอไปฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุดเนื้อตัวของหญิงสาวเปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว รู้สึกหนาวไปถึงกระดูกแต่กระนั้นก็ยังยิ้มออกมาขณะก้าวขาขึ้นไปบนรถประจำทางกุลจิราพาเนื้อตัวที่เปียกชุ่มเดินเดินไปตามตรอกซอกซอย โชคดีที่บ้านเศรษฐวินิจไม่ไ
หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมา ยกมือขึ้นทาบอกแต่เมื่อมองเห็นเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ความตั้งใจที่ต้องการได้รับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายก่อนกลับไปทำงานต่อก็จบลงแค่นั้นกุลจิราผลักประตูออกมา สายตาสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่ม เขากำลังเดินตรงไปยังลิฟท์ที่สุดโถงทางเดินกุลจิราจำต้องก้าวตามหลังของอสูรร้ายไป เมื่อลิฟท์อีกตัวใช้งานไม่ได้ ยังอยู่ในระหว่างซ่อมแซมเธอกลับไปที่ห้องทำงานช้ามากแล้วแต่เท้าทั้งสองข้างยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน มองแค่ปลายรองเท้าของตัวเองแต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่พบเขาแล้วโล่งอกไปที…เธอยังกลัวว่าจะต้องใช้ลิฟท์ตัวเดียวกันกับเขาเมื่อกุลจิราก้าวเข้ามายืนในลิฟต์สายตากลับมองเห็นป้ายรองเท้าหนังมันปลาบ เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างเฉยชาเหมือนเช่นทุกครั้งร่างสูงใหญ่ล่ำสันยืนห่างออกไปเพียงก้าวเดียว กุลจิราถอยร่นไปด้านหลังหนึ่งก้าวพยายามควบคุมสติเมื่อกี้ตอนที่อยู่ในห้องประชุม เธอคงไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรอกนะรัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากชายหนุ่มทั้งคุกคามและปั่นป่วนหัวใจของเธอ คละเคล้ากับกลิ่นโคโลญอ่อนจาง กลิ่นจากร่างกำยำที่มอมเมาเธอในช่วงเวล
กุลจิราเปิดแฟ้มที่ตระเตรียมมาเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินออกเธอลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสุขุม ปรายตามองไปที่สไลด์“ข้อมูลจากโครงการก่อนหน้านี้ งบประมาณลูกค้าต่างชาติสูงกว่าปีนี้สิบห้าเปอร์เซ็นต์ค่ะ ฝ่ายการตลาดสามารถสรุปช่องทางการทำโฆษณาและงบปนะมาณที่ต้องใช้ได้ทันทีค่ะ”สายตาของซีอีโอหนุ่มที่จ้องมองมามีประกายความพึงพอใจวูบหนึ่งปรากฏขึ้นกุลจิราเพียงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนนั่งลงที่เก้าอี้พริษฐ์รีบเสริม“ข้อมูลของคุณกุลจิราเมื่อสักครู่มีประโยชน์มากครับ ผมจะเพิ่มส่วนนี้ลงในรายงานรอบสุดท้าย”ภวินท์ตอบน้ำเสียงราบเรียบ“งั้นก็เอาตามนี้”การประชุมดำเนินต่ออีกราว ๆ สิบห้านาทีภวินท์ก็ทำการปิดประชุม“ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน” ทุกคนลุกขึ้นทยอยเก็บเอกสาร ทะยอยออกจากห้องประชุมรวมทั้งกุลริราด้วยในช่วงเวลาเร่งรีบไม่ทันมีใครสังเกตเห็นสายตาคมกริบคู่หนึ่งที่เหลือบมองไปที่ร่างบางระหงอย่างมีแผนการกลิ่นกาแฟที่กรุ่นค้างในห้องประชุมยังติดปลายลมหายใจของกุลจิราอยู่ หญิงสาวตั้งใจจะใช้เวลาเพียงไม่นานหากาแฟดื่มเพื่อคลายความง่วงก่อนกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง จึงเข้ามาในห้องพักเบรคของพนักงานก่อน เจ้าของร่างเ







