Se connecterดูก็รู้ว่าเขาคือผู้ล่า ไม่ใช่เหยื่อ
สองมือของกุลจิราทาบลงกับแผ่นท้องแข็งแรงอุดมด้วยกล้ามเนื้อ เธอย่อตัวลงกับพื้น ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนลงไป สาบเสื้อแยกออกกว้างกว่าเดิม
ใจของกุลจิราเต้นแรง กลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอ ใบหน้างดงามผ่าวร้อนอย่างคนกระดากอาย เมื่อมองเห็นบางส่วนของความเป็นชาย
ของจริงกับภาพในหนังโป๊ช่างให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
หรืออาจเพราะชายหนุ่มตรงหน้าคือเขา ร่างกายของเธอถึงได้ตอบสนองไวเช่นนี้
“ออกไปก่อนได้ไหมคะ ฉัน…ขอฉี่แป๊บนึงค่ะ” จู่ ๆ กุลจิราก็เกิดใจเสาะขึ้นมา ต้องการตั้งสติ ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจอีกนิดน่า…
“จะให้ผมออกไปทำไม ยังไงซะผมก็ต้องเห็นทุกอย่างที่เป็นของคุณอยู่ดี” น่าขัน คงไม่ใช่ว่าเธอเกิดใจเสาะหรืออยากถ่วงเวลาหรอกนะ
“มันก็จริงแต่ว่า…” ไม่ทันจะได้ต่อรอง อุ้งมือแข็งแรงก็ตรึงด้านหลังท้ายทอยของหญิงสาว ดันปลายคางเรียวมนให้แหงนเงยขึ้น
ภวินท์บดริมฝีปากลงบนปากอ่อนนุ่ม หญิงสาวเม้มริมฝีปากไว้ ไม่ยอมเผยอออก กระทั่งถูกเขาบีบที่แก้ม
“อ๊ะ!” ริมฝีปากอิ่มแยกแย้มออก ลิ้นสากร้อนแทรกสอดเข้ามารัดรึงเรียวลิ้นของเธอ ภวินท์ดูดปลายลิ้นเล็กแน่นเข้า จุมพิตของเขาดุดันขึ้นเรื่อย ๆ
หัวใจของกุลจิราเต้นรัวเร็ว ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ สองแขนเลื่อนขึ้นไปเกาะกอดบ่ากว้างเอาไว้เพื่อทรงกาย
ทั้งหวาดหวั่นกับค่ำคืนแรกหลังแต่งงาน ทั้งตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังเผชิญ
ภวินท์รัดแขนรอบเอวบางก่อนที่คนตัวเล็กจะล้มลง กุลจิราตอบสนองจุมพิตเร่าร้อนของชายหนุ่ม
ส่วนที่มีเหตุผลพยายามปฏิเสธอีกฝ่าย ทว่าร่างกายของกุลจิรากลับอยากเรียนรู้สัมผัสจากเขาอย่างน่าอาย
ตลอดเจ็ดปีที่เธอทำงานอยู่ในบริษัทของภวินทร์ นอกจากความสามารถ ฐานะทางสังคม ข่าวลือเรื่องผู้หญิง เธอก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา
ตำแหน่งพนักงานฝ่ายการตลาดที่เธอทำอยู่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เธอกับภวินท์จะต้องเจอกันในห้องประชุม แต่ไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ใครจะคิดเล่าว่าพนักงานทำงานบนโต๊ะอย่างเธอ วันหนึ่งจะได้มาอยู่บนเตียงของเขา
เสี้ยววินาทีของความคิดนั้น ภวินท์รวบตัวหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
ตลบชายชุดนอนตัวบางขึ้น รูดแพนตี้ตัวน้อยผ่านท่อนขาเรียวงามด้วยความใจร้อน
ร่างสูงใหญ่เบียดแทรกเข้ามาระหว่างเรียวขาที่แยกออก
ฝ่ามือใหญ่ทาบลงที่เนินเนื้ออิ่มนูนเกลี้ยงเกลา ราวกับต้องการประกาศว่าทุกส่วนของร่างกายเธอ
เขาต้องการจะเป็นเจ้าของมันตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย
นิ้วข้างหนึ่งของเขาสอดผ่านช่องทางคับแน่นเข้ามา เสียงแหบห้าวกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับขยับนิ้วเข้าไป
“ครางชื่อผมสิ” สองแก้มของกุลจิราแดงปลั่งขึ้นสีเรื่อด้วยความคับข้องและอารมณ์ปรารถนาที่ถูกเขาปลุกเร้า
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด
“คุณภะ…ภวินท์” เสียงหวานเล็ดลอดออกจากลำคอก่อนที่หญิงสาวจะกัดริมฝีปากไว้แน่น
นิ้วหัวแม่มือของภวินท์คลึงเนื้อติ่งน้อย ขณะที่ท้องนิ้วสากเสียดสีเข้ากับจุดอ่อนไหวที่ซุกซ่อนอยู่ในโพรงถ้ำ มุมปากยกยิ้ม
กุลจิราจิกเล็บลงกับต้นแขนกำยำของเขา เมื่อกระแสซาบซ่านไหลปราดลงไปยังกึ่งกลางกาย
ยอดทรวงอกชูชันดุนดันชุดนอนตัวบางจนมองเห็นรูปร่างของมัน
แน่นอนว่าเขารู้วิธีล่อลวงร่างกายของผู้หญิงเป็นอย่างดี
“เมื่อกี้ยังดูเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำเหมือนไม่เคย หรือว่าคุณอยากให้ผมประทับใจเลยต้องแสร้งทำว่าตัวเองยังซิงอยู่” ภวินท์กระซิบถาม ออกแรงเคล้นคลึงหนักข้อขึ้น จนได้ยินเสียงน้ำฉ่ำแฉะดังกังวาน
“ฉัน…” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในใจจะเต้นแรงแทบระเบิดออกมา
เธอคิดว่าการเตรียมใจและดูหนังโป๊พวกนั้นจะทำให้เธอรับมือเขาได้ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายเลย
ร่างกายของเธอกำลังโอนอ่อนและตอบสนองเขาอย่างว่าง่าย
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว เรามาเอาจริงกันดีกว่า” จบความคิดร้ายกาจ ภวินท์ก็กระชับร่างเล็กแน่นเข้า
กุลจิราแทบผวาเมื่อมือหนากดแผ่นหลังเธอให้แอ่นอกขึ้น ก่อนจะก้มลงไปซุกไซ้ที่เนื้อเนินอก
การจู่โจมรุนแรงไม่ทันตั้งรับส่งผลให้เธอแหงนใบหน้าไปด้านหลัง สองมือน้อยเกาะไหล่กว้างไว้มั่น ราวกับเชื้อเชิญ
เม็ดทับทิมสีหวานถูกขบเม้มและดูดดึงอย่างรุนแรงทันทีที่สายเดี่ยวของชุดนอนถูกดึงทึ้งลงไป มือข้างหนึ่งบีบขยำหน้าอกเต่งตึงไปด้วย
“อ๊ะ!” หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ปลายลิ้นร้อนไล้เลียกับหน้าอกโต นิ้วยาวเคล้าคลึงเม็ดทับทิมจนแข็งเป็นตุ่มไต
กุลจิรารู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่รอน ๆ ร่างเล็กหอบหายใจราวกับกำลังวิ่งขึ้นภูเขา เสียงลมหายใจเธอประสานกับเสียงลมหายใจของชายหนุ่ม
ร่างกายสูงใหญ่บดเบียดเข้าหาตัวเธอ มือเรียวยาวเลื่อนลงไปลูบไล้เนินอวบอูมผ่านชุดนอนสีขาวไข่มุก ก่อนจะสอดเข้าไปข้างในเพื่อสัมผัสกับส่วนนั้นของเธอ
“เล่นละครเก่งนี่” เป็นน้ำเสียงที่แหบพร่า กุลจิราเม้มริมฝีปากแน่น
ชั่วพริบตาเดียวกางเกงชั้นในตัวบางก็ถูกดึงลงไปข้างล่าง เรียวนิ้วสอดเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาว อีกมือลูบไล้ไปตามเรือนร่างงดงาม ก่อนจะหยุดนวดเฟ้นที่อกเต่งตึงเพื่อระบายความต้องการของตนเอง
เขาเต็มใจช่วยเหลือครอบครัวกุลจิราก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีขนาดจะตบแต่งเธอมาเป็นแค่สิ่งของประดับบ้าน
เธอต้องทำหน้าที่บนเตียงได้ทุกครั้งที่เขามีความต้องการ
ดวงตาคมคายจ้องใบหน้างดงาม ลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้หยาดเยิ้มไปด้วยความต้องการ
“ลองจับมันดูสิ เหมือนว่ามันจะรอให้คุณสัมผัสมันอยู่นะ กุลจิรา”
ภวินท์จับมือของเธอให้ไปสัมผัสกับส่วนนั้นของตัวเอง ให้อุ้งมือของเธอรูดรึงลำเอ็นอวบขึ้นลงจนมันโป่งพองขยายขนาด หญิงสาวรู้สึกได้ถึงเส้นเอ็นขรุขระที่ปูดโปนบนผิวของมัน
ขนาดของเขาทำให้กุลจิราหวั่นเกรงอยู่ลึก ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจเร็วและแรงขึ้นอีกหลายระดับ
อาจเพราะสัญชาตญาณในกายที่ถูกเขาปลุกเร้าขึ้นมาและเพราะรู้แก่ใจ
เขายอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลก็เพื่อให้เธอมารองรับอารมณ์
กุลจิราค่อย ๆ เรียนรู้กับสิ่งที่เขากำลังยัดเยียด แม้ในใจจะกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งส่วนนั้นของเขาตอบสนองมือเธออย่างรวดเร็ว
กุลจิราขยับมือเนิบช้า นึกถึงภาพของชายหญิงในหนังโป๊ะที่ร่วมรักกันไปด้วย หากแต่เธอไม่กล้ามองอนาคอนด้าใหญ่ยักษ์ในมือตัวเอง
ระหว่างนั้นหัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด ปลายอวบหยักที่ผลุบเข้าออกระหว่างซอกนิ้วของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว
“อืม~” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นในความเงียบ ชายหนุ่มกัดฟันขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากและไรผม
แท่งร้อนเริ่มชื้นด้วยหยดน้ำสีใส แก่นกายที่สะอาดสะอ้านพองตัวขึ้นจนมือของกุลจิราแทบกำไม่มิด
“โอ่ว…” เสียงครางต่ำดังขึ้นในลำคอด้วยความพอใจ มือนุ่มเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ด้วยการรูดรั้งแท่งร้อนขึ้นลงช้า ๆ มองเห็นเส้นเลือดปูดโปนรอบลำยาว ทำให้ตัวตนของภวินท์ยิ่งดูน่าเกรงขาม
ขนาดเกินมาตรฐานชายไทย ขนาดของมันใหญ่กว่าผู้ชายในหนังโป๊มาก ความยิ่งใหญ่ของมันสร้างความวิตกกังวลให้กุลจิราไม่น้อย
แต่มาถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องถอย
ไม่สิ เธอไม่มีสิทธิ์ให้ถอยมากกว่า
“อืม แบบนั้นแหละ โอว่…” กล้ามท้องเกร็งแน่นแข็งเป็นลอน ชายหนุ่มหลับตาพริ้มกัดกรามจนนูนขึ้น
หญิงสาวรู้สึกได้ถึงมือที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำหล่อลื่น มันชุ่มฉ่ำจนไหลไปตามง่ามนิ้วของเธอ ภวินท์หอบหายใจแรง หน้าท้องเต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับขึ้นลงถี่
“ผลเปลี่ยนใจแล้ว เราไปที่เตียงกันดีกว่า” ดวงตาคู่สวยฉายความตกใจออกมา คว้าจับที่ต้นคอแข็งแรงอัตโนมัติ ในตอนที่ถูกเขาพาออกมาจากห้องน้ำ มุ่งตรงมาที่เตียงนอนที่บัดนี้เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
กุลจิรารับรู้ได้ถึงอันตราย หัวใจเต้นระรัว ความรู้สึกวาบหวามเข้าจู่โจมอีกครั้งตอนที่เขาวางเธอลงบนเตียง
แทบจะกลั้นลมหายใจในยามที่ชายหนุ่มก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของตัวเอง
มือไม้เธอพลันอ่อนยวบยาบ ความหวามไหวซาบซ่านแล่นพล่านไปทั้งร่างกาย
ความรุ่มร้อนที่สุมอยู่ในกายของภวินท์หนักอึ้งขึ้นทุกขณะ
ไม่คาดคิดว่ากุลจิรา ผู้หญิงที่เขาใช้เงินซื้อมา จะทำให้เขามีอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้
ขณะเดียวกันสมองของกุลจิราพลันว่างเปล่า
ร่างกายแตกตื่น รับรู้ได้ว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้น
ริมปากหยักหนาเข้าครอบครองริมฝีปากจิ้มลิ้ม ภวินท์รอคอยเวลานี้มานาน
จากลูกเพื่อนบิดา สู่พนักงานคนหนึ่งในบริษัท
จากหญิงสาวที่เขาได้แต่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ
อยากได้ อยากครอบครอง ในสุดวันนี้ก็มาถึง
“ผมชอบคุณนะ” หัวใจเธอวูบไหวขึ้นมา เสี้ยวหนึ่งในอกเผลอสั่นไหวเขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดทับลงมาที่กลางอกเธออย่างจงใจ“ผมชอบที่คุณฉลาด” ปลายนิ้วร้อนระอุไล้ไปตามลำตัวของหญิงสาวอย่างแผ่วเบากุลจิราปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะ ตรงอกอวบอิ่มกระเพื่อมเล็กน้อย กำมือแน่น เล็กจิกฝ่ามือจนเจ็บ“ฉลาดพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร” นิ้วของเขาขยับต่ำลงมา ฝ่ามือใหญ่สัมผัสลงที่เนินอวบอูมใต้สะดือของเธอฝ่ามือนั้นขยับต่ำลงอีกนิด…“รู้ว่าไม่ควรคิดอะไร…เกินตัว” คำพูดนั้นตกกระทบลงกลางอกเธออีกครั้ง เหมือนว่าประโยคนั้นเพิ่งจะฟาดลงมาที่ใบหน้าของเธอมันชา…จนแทบจะไม่มีความรู้สึกกุลจิรามองตัวเองในกระจก รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย ในขณะที่พยายามกลั้นทุกความรู้สึกไม่ให้เผยออกมาภวินท์ถอนมือออกมา ร่างสูงถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเยียบเย็นจับจ้องที่ร่างระหง สายตาไม่บอกอารมณ์เหมือนเช่นทุกครั้ง“อีกสิบห้านาที ลงไปข้างล่าง” “ฉันขอดูความเรียบร้อยของตัวเองแล้วจะรีบลงไปนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามองเขาน้ำเสียงเฉยชาที่ลอยมาเข้าหูทำให้ภวินท์เกิดความไม่พอใจอยู่ลึก ๆดวงตาชั่วร้ายมืดดำลง…สงสัยเขาต้องสั่งสอนให้กุลจิรา
กระจกฝั่งเบาะด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ภวินท์นั่งอยู่ด้านในในชุดสูทสีเข้ม โดยมีคุณเมธีทำหน้าที่เป็นคนขับรถดวงตาลึกล้ำของประธานหนุ่มยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้าถึง แม้แต่คนที่อยู่ในสถานะภรรยาเช่นเธอสายตาเย็นเยียบคู่นั้นเลื่อนมาหยุดที่หญิงสาวร่างบาง ภวินท์ไม่ได้เอ่ยคำใด สีหน้าไม่บอกอารมณ์แต่เพียงเท่านั้น…ก็พอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดกว่าทุกครั้งกุลจิราสูดหายใจลึก บอกกับตัวเองว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องงานไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องส่วนตัว และไม่มีเหตุผลที่เธอจะรื้อฟื้นสิ่งที่ผ่านไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน…เธอได้ก้าวข้ามมันมาแล้วเธอไม่คิดจะเรียกร้องคำอธิบายใดและไม่คาดหวังคำขอโทษจากใครร่างบางเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลังเมื่อประตูรถคันหรูปิดลง เสียงจากโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดราวกับไม่เคยมีอยู่"ถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ถึงแล้วลุงจะปลุกเอง" คุณเมธีมองหญิงสาวผ่านกระจกส่องหลังด้วยสายตาอ่อนโยน ต่างจากอีกคนที่มองเธอเป็นอากาศธาตุ"ค่ะ" หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง ๆ แทนคำขอบคุณ จากนั้นภายในรถก็เงียบสนิท มีเพียงกลิ่นโคโลญจ์จาง ๆ จากชายหนุ่มที่
ฝนเมื่อคืนทิ้งเพียงความชื้นไว้ในอากาศท้องฟ้าหลังพายุฝนดูโปร่งใสกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานสูงตึกสูงใหญ่ที่ PSW Asset Group เป็นเจ้าของทั้งหมด ทอดตัวลงมากระทบพื้นหินขัดจนเกิดเงาสะท้อนจาง ๆเสียงพนักงานทักทายกัน เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้น กลิ่นกาแฟลอยอบอวลอยู่ตามโต๊ะทำงานทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติกุลจิรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ดวงตาจดจ่ออยู่กับตัวอักษรในแฟ้มไม่มีใครรู้ว่าวันหยุดที่ผ่านมาเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งเธอเองไม่ได้ต้องการให้ใครมารับรู้แววตาเย็นเยียบของชายหนุ่มในตอนที่ไล่เธอลงจากรถ…ยังวนเวียนอยู่ในความคิดเขาทิ้งเธอไว้ข้างถนนอย่างไม่ไยดีเมื่อคืนนี้ภวินท์ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เธอไม่รู้ว่าเขาไปค้างที่ไหนและนั่นก็เป็นเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้คำถามเหล่านั้น…ไม่ใช่หน้าที่ของภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมาเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น หญิงสาวตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วรีบรับสาย“ฮัลโหลค่ะ”“มีงานด่วนต้องให้น้ำไปทำ” จุฑามาศแจ้งเธอผ่านสายโทรศัพท์“อะไรเหรอคะ”“มีลูกค้ารายใหญ่ที่จังหวัดระยอง เป็นกลุ่มนักลงทุนด้านนิคมอุตสาหกรรมกับคลังสินค้าโลจิสต
"ลงไป" น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นยะเยือกกว่าทุกครั้ง หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ“อะไรนะคะ?” ภวินท์หันมามองเธอ ดวงตาคมคายวาวโรจน์คล้ายคนที่กำลังข่มอารมณ์บางอย่างเอาไว้"ผมบอกให้คุณลงไปจากรถ ไม่ได้ยินเหรอ" หญิงสาวนิ่งงันไปหลังได้เห็นแววตาเฉยชาของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางขยับเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาเขาจะปล่อยให้เธอลงตรงนี้จริง ๆ เหรอ?เธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองมือเล็กค่อย ๆ เอื้อมไปเปิดประตูรถ หน้าเธอไม่หนาพอจะให้เขาพูดจาดูถูกอะไรเธออีกเสียงฟ้าร้องคำรามขึ้นเหนือศีรษะราวกับส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าทันทีที่เท้าแตะพื้นถนน สายฝนก็กระหน่ำลงมา หยดน้ำเย็นเฉียบซัดใส่ร่างบางจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มในพริบตาเมอร์เซเดสคันหรูพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งกุลจิราไว้ข้างหลังขณะที่พายุฝนกำลังโหมกระหน่ำลงมาเจ้าของร่างบางยืนอยู่ที่ริมฟุตบาต สองเท้าเธอเปียกชุ่ม ใบหน้าเปียกชื้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นหยดฝน…หรือหยดน้ำตาเธอทำอะไรผิดนักหนา ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธอถึงเพียงนี้แท็กซี่สีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่จอดลงตรงหน้าของหญิงสาวที่โบกมือเรียกในสภาพที่ร่างกายเปียกปอนเธอเปิดประตูขึ้นไปนั่
“พี่ทิตย์?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทนตรงหน้าแต่งกายด้วยเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนอย่างเรียบง่าย กับกางเกงสแลคสีเข้ม แววตายามที่มองมายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนริมฝีปากของเขาทันทีที่สบตาเธอ“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะได้เจอน้ำที่นี่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเป็น ท่าทางที่ดูเป็นมิตรแบบที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรู้สึกสบายใจ“บ้านที่น้ำอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ค่ะ” อาทิตย์พยักหน้า ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆความเงียบช่วงสั้น ๆ แทรกตัวขึ้นระหว่างทั้งคู่แม้ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา แต่กุลจิรากลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แปลกไปเธอรู้จักอาทิตย์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มรับช่วงดูแลกิจการของครอบครัว ส่วนเธอยังเป็นนักศึกษาแม้จะสนิทสนมกันแต่ด้านความสัมพันธ์พวกเขาไม่เคยเกินเลย เป็นเพียงเพื่อน เป็นพี่น้องทื่ต่างก็หวังดีต่อกันหลังเรียนจบ เธอเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงลำพัง ส่วนอาทิตย์ก็ดูแลธุรกิจครอบครัวอยู่ทางภาคเหนือ ทั้งคู่ยังมีการติดต่อกันผ่านการแชดคุย โทรถามสารทุกข์สุกดิบเป็นครั้งคราวเมื่อใดที่อาทิตย์มีโอกาสม
“ผมไม่อนุญาต” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วกำเข้าหากันครู่เดียวก่อนจะคลายออก“เพราะอะไรคะ” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เมื่อต้องการคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่คำตอบสั้น ๆ แล้วเห็นเธอเป็นเพียงธาตุอากาศที่นี่คือบ้านของเขา เขาคือเจ้าชีวิตเธอ แต่การออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวเพียงแค่นี้ ไม่น่าจะต้องขออนุญาตราวกับนักโทษ“อยากได้อะไรก็ให้คนไปซื้อให้” น้ำเสียงห่างเหินดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เขาไม่ควรจะเสียเวลาอธิบายกุลจิรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามประนีประนอม“ของใช้ส่วนตัวบางอย่าง ฉันต้องไปซื้อเองค่ะ” ภวินท์พลิกหน้านิตยสาร เหมือนคนที่ไม่ต้องการสานต่อบทสนทนาท่าทีเพิกเฉยนั้นยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวหนักอึ้ง“ถ้างั้นให้พี่สมชายไปส่งฉันก็ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปรีบกลับ” กุลจิราพยายามต่อรอง ทั้งที่เขาไม่ควรจะทำให้เรื่องพวกนี้ยุ่งยากภวินท์ลดนิตยสารลงจนใบหน้าคมเข้มปรากฏชัด แววตาร้ายกาจฉายวาบขึ้น“สมชายไม่ใช่คนขับรถของคุณที่จะมาใช้ได้ตามอำเภอใจ” ประโยคนั้นทำให้กุลจิรานิ่งงันความรู้สึกแปลกแยกถาโถมเข้ามาในอก ราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญก้าวเข้ามาในบ้านหลั







