LOGINดูก็รู้ว่าเขาคือผู้ล่า ไม่ใช่เหยื่อ
สองมือของกุลจิราทาบลงกับแผ่นท้องแข็งแรงอุดมด้วยกล้ามเนื้อ เธอย่อตัวลงกับพื้น ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนลงไป สาบเสื้อแยกออกกว้างกว่าเดิม
ใจของกุลจิราเต้นแรง กลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอ ใบหน้างดงามผ่าวร้อนอย่างคนกระดากอาย เมื่อมองเห็นบางส่วนของความเป็นชาย
ของจริงกับภาพในหนังโป๊ช่างให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
หรืออาจเพราะชายหนุ่มตรงหน้าคือเขา ร่างกายของเธอถึงได้ตอบสนองไวเช่นนี้
“ออกไปก่อนได้ไหมคะ ฉัน…ขอฉี่แป๊บนึงค่ะ” จู่ ๆ กุลจิราก็เกิดใจเสาะขึ้นมา ต้องการตั้งสติ ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจอีกนิดน่า…
“จะให้ผมออกไปทำไม ยังไงซะผมก็ต้องเห็นทุกอย่างที่เป็นของคุณอยู่ดี” น่าขัน คงไม่ใช่ว่าเธอเกิดใจเสาะหรืออยากถ่วงเวลาหรอกนะ
“มันก็จริงแต่ว่า…” ไม่ทันจะได้ต่อรอง อุ้งมือแข็งแรงก็ตรึงด้านหลังท้ายทอยของหญิงสาว ดันปลายคางเรียวมนให้แหงนเงยขึ้น
ภวินท์บดริมฝีปากลงบนปากอ่อนนุ่ม หญิงสาวเม้มริมฝีปากไว้ ไม่ยอมเผยอออก กระทั่งถูกเขาบีบที่แก้ม
“อ๊ะ!” ริมฝีปากอิ่มแยกแย้มออก ลิ้นสากร้อนแทรกสอดเข้ามารัดรึงเรียวลิ้นของเธอ ภวินท์ดูดปลายลิ้นเล็กแน่นเข้า จุมพิตของเขาดุดันขึ้นเรื่อย ๆ
หัวใจของกุลจิราเต้นรัวเร็ว ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ สองแขนเลื่อนขึ้นไปเกาะกอดบ่ากว้างเอาไว้เพื่อทรงกาย
ทั้งหวาดหวั่นกับค่ำคืนแรกหลังแต่งงาน ทั้งตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังเผชิญ
ภวินท์รัดแขนรอบเอวบางก่อนที่คนตัวเล็กจะล้มลง กุลจิราตอบสนองจุมพิตเร่าร้อนของชายหนุ่ม
ส่วนที่มีเหตุผลพยายามปฏิเสธอีกฝ่าย ทว่าร่างกายของกุลจิรากลับอยากเรียนรู้สัมผัสจากเขาอย่างน่าอาย
ตลอดเจ็ดปีที่เธอทำงานอยู่ในบริษัทของภวินทร์ นอกจากความสามารถ ฐานะทางสังคม ข่าวลือเรื่องผู้หญิง เธอก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา
ตำแหน่งพนักงานฝ่ายการตลาดที่เธอทำอยู่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เธอกับภวินท์จะต้องเจอกันในห้องประชุม แต่ไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ใครจะคิดเล่าว่าพนักงานทำงานบนโต๊ะอย่างเธอ วันหนึ่งจะได้มาอยู่บนเตียงของเขา
เสี้ยววินาทีของความคิดนั้น ภวินท์รวบตัวหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
ตลบชายชุดนอนตัวบางขึ้น รูดแพนตี้ตัวน้อยผ่านท่อนขาเรียวงามด้วยความใจร้อน
ร่างสูงใหญ่เบียดแทรกเข้ามาระหว่างเรียวขาที่แยกออก
ฝ่ามือใหญ่ทาบลงที่เนินเนื้ออิ่มนูนเกลี้ยงเกลา ราวกับต้องการประกาศว่าทุกส่วนของร่างกายเธอ
เขาต้องการจะเป็นเจ้าของมันตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย
นิ้วข้างหนึ่งของเขาสอดผ่านช่องทางคับแน่นเข้ามา เสียงแหบห้าวกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับขยับนิ้วเข้าไป
“ครางชื่อผมสิ” สองแก้มของกุลจิราแดงปลั่งขึ้นสีเรื่อด้วยความคับข้องและอารมณ์ปรารถนาที่ถูกเขาปลุกเร้า
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด
“คุณภะ…ภวินท์” เสียงหวานเล็ดลอดออกจากลำคอก่อนที่หญิงสาวจะกัดริมฝีปากไว้แน่น
นิ้วหัวแม่มือของภวินท์คลึงเนื้อติ่งน้อย ขณะที่ท้องนิ้วสากเสียดสีเข้ากับจุดอ่อนไหวที่ซุกซ่อนอยู่ในโพรงถ้ำ มุมปากยกยิ้ม
กุลจิราจิกเล็บลงกับต้นแขนกำยำของเขา เมื่อกระแสซาบซ่านไหลปราดลงไปยังกึ่งกลางกาย
ยอดทรวงอกชูชันดุนดันชุดนอนตัวบางจนมองเห็นรูปร่างของมัน
แน่นอนว่าเขารู้วิธีล่อลวงร่างกายของผู้หญิงเป็นอย่างดี
“เมื่อกี้ยังดูเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำเหมือนไม่เคย หรือว่าคุณอยากให้ผมประทับใจเลยต้องแสร้งทำว่าตัวเองยังซิงอยู่” ภวินท์กระซิบถาม ออกแรงเคล้นคลึงหนักข้อขึ้น จนได้ยินเสียงน้ำฉ่ำแฉะดังกังวาน
“ฉัน…” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในใจจะเต้นแรงแทบระเบิดออกมา
เธอคิดว่าการเตรียมใจและดูหนังโป๊พวกนั้นจะทำให้เธอรับมือเขาได้ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายเลย
ร่างกายของเธอกำลังโอนอ่อนและตอบสนองเขาอย่างว่าง่าย
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว เรามาเอาจริงกันดีกว่า” จบความคิดร้ายกาจ ภวินท์ก็กระชับร่างเล็กแน่นเข้า
กุลจิราแทบผวาเมื่อมือหนากดแผ่นหลังเธอให้แอ่นอกขึ้น ก่อนจะก้มลงไปซุกไซ้ที่เนื้อเนินอก
การจู่โจมรุนแรงไม่ทันตั้งรับส่งผลให้เธอแหงนใบหน้าไปด้านหลัง สองมือน้อยเกาะไหล่กว้างไว้มั่น ราวกับเชื้อเชิญ
เม็ดทับทิมสีหวานถูกขบเม้มและดูดดึงอย่างรุนแรงทันทีที่สายเดี่ยวของชุดนอนถูกดึงทึ้งลงไป มือข้างหนึ่งบีบขยำหน้าอกเต่งตึงไปด้วย
“อ๊ะ!” หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ปลายลิ้นร้อนไล้เลียกับหน้าอกโต นิ้วยาวเคล้าคลึงเม็ดทับทิมจนแข็งเป็นตุ่มไต
กุลจิรารู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่รอน ๆ ร่างเล็กหอบหายใจราวกับกำลังวิ่งขึ้นภูเขา เสียงลมหายใจเธอประสานกับเสียงลมหายใจของชายหนุ่ม
ร่างกายสูงใหญ่บดเบียดเข้าหาตัวเธอ มือเรียวยาวเลื่อนลงไปลูบไล้เนินอวบอูมผ่านชุดนอนสีขาวไข่มุก ก่อนจะสอดเข้าไปข้างในเพื่อสัมผัสกับส่วนนั้นของเธอ
“เล่นละครเก่งนี่” เป็นน้ำเสียงที่แหบพร่า กุลจิราเม้มริมฝีปากแน่น
ชั่วพริบตาเดียวกางเกงชั้นในตัวบางก็ถูกดึงลงไปข้างล่าง เรียวนิ้วสอดเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาว อีกมือลูบไล้ไปตามเรือนร่างงดงาม ก่อนจะหยุดนวดเฟ้นที่อกเต่งตึงเพื่อระบายความต้องการของตนเอง
เขาเต็มใจช่วยเหลือครอบครัวกุลจิราก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีขนาดจะตบแต่งเธอมาเป็นแค่สิ่งของประดับบ้าน
เธอต้องทำหน้าที่บนเตียงได้ทุกครั้งที่เขามีความต้องการ
ดวงตาคมคายจ้องใบหน้างดงาม ลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้หยาดเยิ้มไปด้วยความต้องการ
“ลองจับมันดูสิ เหมือนว่ามันจะรอให้คุณสัมผัสมันอยู่นะ กุลจิรา”
ภวินท์จับมือของเธอให้ไปสัมผัสกับส่วนนั้นของตัวเอง ให้อุ้งมือของเธอรูดรึงลำเอ็นอวบขึ้นลงจนมันโป่งพองขยายขนาด หญิงสาวรู้สึกได้ถึงเส้นเอ็นขรุขระที่ปูดโปนบนผิวของมัน
ขนาดของเขาทำให้กุลจิราหวั่นเกรงอยู่ลึก ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจเร็วและแรงขึ้นอีกหลายระดับ
อาจเพราะสัญชาตญาณในกายที่ถูกเขาปลุกเร้าขึ้นมาและเพราะรู้แก่ใจ
เขายอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลก็เพื่อให้เธอมารองรับอารมณ์
กุลจิราค่อย ๆ เรียนรู้กับสิ่งที่เขากำลังยัดเยียด แม้ในใจจะกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งส่วนนั้นของเขาตอบสนองมือเธออย่างรวดเร็ว
กุลจิราขยับมือเนิบช้า นึกถึงภาพของชายหญิงในหนังโป๊ะที่ร่วมรักกันไปด้วย หากแต่เธอไม่กล้ามองอนาคอนด้าใหญ่ยักษ์ในมือตัวเอง
ระหว่างนั้นหัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด ปลายอวบหยักที่ผลุบเข้าออกระหว่างซอกนิ้วของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว
“อืม~” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นในความเงียบ ชายหนุ่มกัดฟันขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากและไรผม
แท่งร้อนเริ่มชื้นด้วยหยดน้ำสีใส แก่นกายที่สะอาดสะอ้านพองตัวขึ้นจนมือของกุลจิราแทบกำไม่มิด
“โอ่ว…” เสียงครางต่ำดังขึ้นในลำคอด้วยความพอใจ มือนุ่มเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ด้วยการรูดรั้งแท่งร้อนขึ้นลงช้า ๆ มองเห็นเส้นเลือดปูดโปนรอบลำยาว ทำให้ตัวตนของภวินท์ยิ่งดูน่าเกรงขาม
ขนาดเกินมาตรฐานชายไทย ขนาดของมันใหญ่กว่าผู้ชายในหนังโป๊มาก ความยิ่งใหญ่ของมันสร้างความวิตกกังวลให้กุลจิราไม่น้อย
แต่มาถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องถอย
ไม่สิ เธอไม่มีสิทธิ์ให้ถอยมากกว่า
“อืม แบบนั้นแหละ โอว่…” กล้ามท้องเกร็งแน่นแข็งเป็นลอน ชายหนุ่มหลับตาพริ้มกัดกรามจนนูนขึ้น
หญิงสาวรู้สึกได้ถึงมือที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำหล่อลื่น มันชุ่มฉ่ำจนไหลไปตามง่ามนิ้วของเธอ ภวินท์หอบหายใจแรง หน้าท้องเต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับขึ้นลงถี่
“ผลเปลี่ยนใจแล้ว เราไปที่เตียงกันดีกว่า” ดวงตาคู่สวยฉายความตกใจออกมา คว้าจับที่ต้นคอแข็งแรงอัตโนมัติ ในตอนที่ถูกเขาพาออกมาจากห้องน้ำ มุ่งตรงมาที่เตียงนอนที่บัดนี้เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
กุลจิรารับรู้ได้ถึงอันตราย หัวใจเต้นระรัว ความรู้สึกวาบหวามเข้าจู่โจมอีกครั้งตอนที่เขาวางเธอลงบนเตียง
แทบจะกลั้นลมหายใจในยามที่ชายหนุ่มก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของตัวเอง
มือไม้เธอพลันอ่อนยวบยาบ ความหวามไหวซาบซ่านแล่นพล่านไปทั้งร่างกาย
ความรุ่มร้อนที่สุมอยู่ในกายของภวินท์หนักอึ้งขึ้นทุกขณะ
ไม่คาดคิดว่ากุลจิรา ผู้หญิงที่เขาใช้เงินซื้อมา จะทำให้เขามีอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้
ขณะเดียวกันสมองของกุลจิราพลันว่างเปล่า
ร่างกายแตกตื่น รับรู้ได้ว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้น
ริมปากหยักหนาเข้าครอบครองริมฝีปากจิ้มลิ้ม ภวินท์รอคอยเวลานี้มานาน
จากลูกเพื่อนบิดา สู่พนักงานคนหนึ่งในบริษัท
จากหญิงสาวที่เขาได้แต่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ
อยากได้ อยากครอบครอง ในสุดวันนี้ก็มาถึง
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอลูก” พิศมัยหันมาเห็นเธอเข้าในจังหวะนั้นรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนกุลจิราวางสีหน้าไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปสายตาของเธอชำเลืองมองภวินท์เล็กน้อยชายหนุ่มกำลังวางต้นหอมที่หั่นเสร็จแล้วลงในชามเซรามิกที่เตรียมไว้“หิวหรือยัง” พิศมัยถามขึ้น“ค่ะ” เธอคลี่ยิ้มบาง ๆ ขณะตอบ“ขึ้นไปอาบน้ำสิ แม่ทำกับข้าวใกล้จะเสร็จพอดี” คนเป็นแม่มองสภาพลูกสาวที่เพิ่งตื่นนอน ก่อนจะหันไปมองภวินท์ที่เวลานี้อาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เหมือนจะรู้ตัว กุลจิรารีบยกมื้อขึ้นมาจัดทรงผมของตัวเอง ก่อนจะกระแอมในลำคอเบา ๆ“งั้นน้ำขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” พิศมัยพยักหน้ารับ เธอหันหลัง ก้าวออกไปแบบกึ่งเดินกึ่งวิ่งทว่าความสงสัยยังวนเวียนอยู่เต็มหัว ขณะก้าวเท้าเหยียบขั้นบันไดไปยังชั้นบนเปิดประตูเข้ามาในห้องก็จัดการถอดชุดนอนบนตัวออก ตั้งใจจะใช้เวลาอาบน้ำไม่นานแต่พอเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอก็พบว่าโฟมล้างหน้าหลอดใหม่ที่เพิ่งซื้อเมื่อวานนี้ไม่ได้
ภวินท์ออกมาในสภาพที่ทำให้หญิงสาวเบือนหน้าหนีแทบไม่ทันร่างสูงเปลือยท่อนบน มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่ที่เอว เผยให้เห็นแผงอกแน่นหนั่นที่หยดน้ำยังเกาะพราว ไล่จากลำคอไหลลงตามแนวกล้ามเนื้ออันแข็งแรงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก้าวช้า ๆ ไปที่หน้าตู้หลังเล็ก หยิบเสื้อยืดสีขาวออกจากไม้แขวนเสื้อก่อนจะสวมมันผ่านศีรษะเนื้อผ้าแนบไปกับอกกว้างของชายหนุ่มกุลจิราพยายามจะไม่สนใจ พลิกตัวหันหลังให้เขา แต่ใบหน้ากลับผ่าวร้อนขึ้นมาชายหนุ่มเห็นอากัปกิริยาของคนบนเตียงทุกอย่าง มุมปากหยักหนาโค้งขึ้น เขาค่อย ๆ ดึงผ้าเช็ดตัวออกจากเอวสอบเพรียวสวมมันอย่างไม่รีบร้อนนัก ราวกลับจะประวิงเวลาเอาไว้สายตาคมกริบชำเลืองมองไปที่แผ่นหลังของเธอสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เตียง แสงไฟวอร์มไลท์จากหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ร่างเล็กนอนตะแคงอยู่ในท่าเดิม กอดหมอนข้างแนบอกไว้หลวม ๆ ดวงตาคู่สวยยังเปิดอยู่ทว่าคนที่นั่งทำงานก่อนหน้านี้กลับเอนตัวลงนอนข้างเธอ ไม่ได้ดึงผ้านวมขึ้นมาห่ม เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยกุลจิราขยับตัวให้ห่างจากเขา แต่กลับถูกฝ่ายนั้นต่อว่า“หันหน้ามา ผมไม่ชอบให้ใครนอนหันหลังให้” ยอมทำตามแ
หลังจากมื้อค่ำจบลง บ้านทั้งหลังก็ค่อย ๆ กลับเข้าสู่ความเงียบสงบเหมือนอย่างเช่นทุกวันเสียงโทรทัศน์จากห้องรับแขกดังแว่วมาบ้างเป็นระยะ ก่อนจะเงียบหายไปเมื่อพิศมัยขึ้นไปพักผ่อนภายในห้องนอน กุลจิรานั่งอยู่บนปลายเตียง มือข้างหนึ่งถือผ้าขนหนูผืนเล็ก ขยี้เส้นผมที่ยังเปียกชื้นอยู่จากการอาบน้ำสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างความเงียบภายในห้องทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาคืนนี้เธอต้องนอนห้องเดียวกับภวินท์เพียงแค่คิด หัวใจก็รู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่ได้หวาดกลัวผู้ชายคนนั้น แต่เธอไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรมากกว่าตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา ภวินท์ขีดเส้นแบ่งพื้นที่ของเขากับเธอไว้อย่างชัดเจนห้องนอนของเธอถูกแยกออกมาต่างหาก ไม่ใช่คู่สามีภรรยาทั่วไปที่นอนร่วมห้องเดียวกันขณะที่ความคิดกำลังไหลเวียนเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น กุลจิราชะงัก ก่อนจะหันไปมองตามสัญชาตญาณร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง เดินผ่านกุลจิราไป วางโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะกวาดตามองรอบห้องเงียบ ๆห้องนอนของเธอไม่ได้ให
"ดูเหมือนคุณสองคนจะสนิทกันมากนะ"น้ำเสียงนั้นเรียบเรื่อยเสียจนจับอารมณ์ไม่ได้กุลจิราหันมามองเขา“คุณอาทิตย์น่ะเหรอคะ” หัวใจเธอสะดุดวูบเมื่อมองเห็นบางอย่างในสายตาของเขา“ฉันกับคุณอาทิตย์รู้จักกันมานานแล้วน่ะค่ะ”“เหรอ” เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนคนที่กำลังรับฟัง แม้เขาจะไม่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่น้อยกุลจิราถนัดเรื่องเสแสร้งแกล้งทำจะตายไป“คงมาหาแม่คุณบ่อยสินะ”“ไม่ทราบสิคะ คงงั้นมั้งคะ”“มั้ง?” ดวงตาคมกริบเลื่อนมาสบตาเธอ“แต่ที่ผมเห็นเหมือนผู้ชายคนนั้นจะคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านหลังนี้นะ” ไม่ใช่แค่ความสงสัยแต่สายตาที่มองมาเป็นสายตาของคนที่กำลังจับผิดชัด ๆ“คิดมากไปแล้วค่ะ คุณอาทิตย์แค่มีน้ำใจกับบ้านเราเท่านั้นค่ะ” ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย“ไม่ใช่ว่าจริงๆ แล้ว” เขาจงใจเว้นจังหวะในการพูด หัวใจของกุลจิราเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ“คุณเป็นคนเขาให้ผู้ชายคนนั้นมาอยู่เ
คำพูดของภวินท์ทิ้งบางอย่างไว้ในอากาศบางอย่างที่ไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ แต่ชัดเจนพอจะทำให้สมาชิกบนโต๊ะรับรู้ได้ และดูเหมือนเจ้าตัวจะอ่านความคิดของทุกคนรอบออก“ถ้าลืมบ่อยๆ มันก็กระทบกับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ใช่ไหมครับคุณอาทิตย์” เขามองอีกฝ่ายตรง ๆ ไม่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าต่างกับอาทิตย์ที่แม้จะนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็คลี่ยิ้มบาง ๆ“ครับ ลืมบ่อยๆ ต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน” คำตอบนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่ก็ไม่ใช่การยอมรับเสียทีเดียว“ถ้าคุณอาทิตย์เข้าใจเจตนาของผมก็ดีไปครับ ผมจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาว” น้ำเสียงของภวินท์ยังคงราบเรียบ ไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าถ้อยคำนั้นของเขาซ่อนนัยยะบางอย่างเอาไว้ และอาทิตย์มองออกทั้งหมดสายตาของกุลจิราจับจ้องอยู่ที่ชามข้าว ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวขณะที่พิศมัยเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารตึงเครียดขึ้นทุกขณะ“ผมเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ อยู่แล้วครับ” อาทิตย์เอ่ยขึ้น ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเดิม“แต่กับบางเรื่อง…. ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุและผลของมันหรอกครับ” ปลายนิ้วของกุลจิราสั่นขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ทันทีว่าสิ่ง
“ที่แม่ยายควรจะพูดกันเองกับลูกเขยไง” ถ้อยคำนั้นทำให้เธอนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆเธอหันไปพูดกับมารดา“แม่พูดกับคุณภวินท์เขาสบายๆ เถอะค่ะ” พิศมัยมองหน้าลูกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าทว่าลึกลงไปในแววตายังมัความระมัดระวังซ่อนอยู่พิศมัยไม่ต้องการให้การรับประทานอาหารร่วมโต๊ะครั้งแรกกับชายหนุ่มหลังการแต่งงานเกิดขึ้น ทำให้กุลจิราตกอยู่ในที่นั่งลำบากมากกว่าทุกวันนี้มื่อเช้าที่บ้านวงษ์เศวตยังคงดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายพิศมัยแนะนำแต่ละเมนูที่ตั้งใจทำอย่างพิถีพิถันให้กับชายหนุ่มลองชิมฝีมือระหว่างนั้น ทุกคนได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองไปยังรั้วประตูที่ถูกต้นตำลึงพันล้อมไว้อย่างแน่นหนาพิศมัยหันไปมองเช่นกัน"ใครกันมาเวลานี้" หญิงวัยกลางคนพึมพำเบา ๆ วางช้อนลงที่จาน“น้ำกับคุณภวินท์กินข้าวไปเถอะ เดี๋ยวแม่ออกไปดูเอง” หญิงวัยกลางคนผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หญิงสาวหันกลับมา สายตาเหลือบไปยังชายหนุ่มที
ปลดปล่อยความต้องการจนพอใจ ภวินท์ก็ลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำห้องวีวีไอพีแห่งนี้มีห้องน้ำอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าชั้นเยี่ยมกุลจิรายังคงนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนโซฟากึ่งกลางลำตัวมีอาการแสบ เพียงขยับกายเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บที่หว่างขาเธอหันไปมองเงาสะท้อนของตัวเอ
"ถ้าวันไหนที่คุณชายตามองผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผม วันนั้นผมจะทำในสิ่งที่คุณคาดไม่ถึง” เขาตรึงสะโพกของเธอกับโต๊ะ ลูบไล้ลงบนเนินเนื้อบอบบางขบเม้มลาดบ่าบอบบางส่วนที่โผล่เนื้อผ้าออกมา ต่ำลงไปอุ้งมือแข็งแรงสอดเข้ามาบีบคลึงทรวงอกกลมกลึงปลุกเร้าอารมณ์พิศวาสในตัวกุลจิราให้ปะทุขึ้นมา
ภวินท์พาเธอมาที่ชั้นสอง แสงไฟหลากสีสะท้อนผ่านผู้คนที่กำลังวาดลวดลายอยู่บนฟลอร์เต้นรำ เสียงดนตรีหนัก ๆ ยังคงดังกระหึ่มชายหนุ่มดึงมือเธอเดินฝ่าบรรยากาศเหล่านั้นไปอย่างไม่สนใจสายตาใครเขาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งที่อยู่ด้านในสุดของชั้นสอง พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืน
กระจกฝั่งเบาะด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ภวินท์นั่งอยู่ด้านในในชุดสูทสีเข้ม โดยมีคุณเมธีทำหน้าที่เป็นคนขับรถดวงตาลึกล้ำของประธานหนุ่มยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้าถึง แม้แต่คนที่อยู่ในสถานะภรรยาเช่นเธอสายตาเย็นเยียบคู่นั้นเลื่อนมาหยุดที่หญิงสาวร่างบาง ภวินท์







