Masuk“ตามผมขึ้นไปบนห้อง ขึ้นไปทำหน้าที่ของคุณให้เสร็จๆเพราะพรุ่งนี้ผมมีประชุมตอนเช้า” เสียงนั้นเยียบเย็น ดูห่างเหินเกินกว่าจะเป็นคนที่เธอเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ด้วย
กุลจิราเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาคู่สวยปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความรู้สึก สายตาคู่นั้นยังคงมองเธอเป็นเพียงผู้หญิงต่ำต้อย ไม่ต่างจากวันแรกที่เจอหน้ากัน “ค่ะ” ในที่สุดเธอก็พยักหน้ารับคำสั่งอย่างคนที่ยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง เวลาต่อมา กุลจิราสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะก้าวขาเข้าไปในห้องนอนของภวินท์หลังจากเคาะประตูบอกอีกฝ่ายแล้ว ทั้งที่เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ดิบดีแต่พอถึงเวลา หัวใจเธอก็เต้นผิดจังหวะอย่างไม่อาจควบคุม ด้านในสุดของห้องขขนาดใหญ่กุลจิรามองเห็นบานกระจกสูงทอดยาวเปิดรับแสงจากดวงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องเข้ามา จากคำบอกเล่าขอลำดวน แม่บ้านคนเก่าแก่ ห้องฝั่งหนึ่งคงจะเป็นห้องแต่งตัว ถัดไปเดาว่าเป็นห้องทำงาน ภวินท์ขึ้นมาข้างบนก่อนเธอราวสิบห้านาทีได้ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดทัคซิโด้แต่สวมเสื้อคลุมสีดำยาวไว้หลวม ๆ เส้นผมที่ชื้นเล็กน้อยบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ในมือถือแก้วคริสตัลอยู่ เจ้าของใบหน้าเคร่งขรึมดูน่าเกรงขามหันมามองเธอเพียงแวบเดียวก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา “มาตรงนี้สิ” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันเอาไว้ กุลจิราข่มความประหม่า ก้าวเข้าไปใกล้ หย่อนตัวลงนั่งที่ปลายเตียงตรงข้ามกับเจ้าของห้องโดยไม่สบตา ฝ่ามือเธอเย็นเฉียบจนต้องกอบกำเข้าหากัน ใจเริ่มเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ กลัวเขาจะรู้ว่าอาการประหม่ามาจากการที่เธอยังไม่เคยผ่านศึกบนเตียงมาก่อน กุลจิราเป็นคนใฝ่เรียนมาตั้งแต่เด็ก เชื่อฟังคำบิดามารดา ในชีวิตไม่เคยนอกลู่นอกทาง ประสบการณ์เรื่องอย่างว่าจึงนับว่าอ่อนหัดนัก แต่ใครเล่าจะยอมถูกคนอย่างเขาดูแคลน เวลาเพียงหนึ่งวันก็พอให้เธอศึกษาเรื่องพวกนี้ แม้ไม่มีสิทธิ์รัก ไม่อาจแสดงความรู้สึก อย่างน้อยเธอไม่ต้องอับอายต่อหน้าเขา… ผู้ชายที่อยู่ในหัวใจเธอมาตลอด เจ็ดปีก่อน ก้องเกียรติ บิดาของเธอได้พาเธอไปพบกับภวินทร์ ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้ารับรับตำแหน่งผู้บริหารได้ไม่นาน เนื่องจากก้องเกียรติตั้งใจจะให้เธอเข้าทำงานในบริษัทของเขา จึงพาไปทำความรู้จักล่วงหน้าก่อนถึงวันสัมภาษณ์งาน โลกช่างกลมเหลือเกิน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่บิดามักเอ่ยชมให้เธอฟังอยู่บ่อย ๆ เป็นคนเดียวกับชายแปลกหน้าที่ฉุดดึงเธอขึ้นมาจากความสิ้นหวังในวันนั้น หนึ่งเดือนถัดมา กุลจิราได้เข้าทำงานในบริษัทของเขาผ่านการสัมภาษณ์งานและทดสอบความสามารถเช่นเดียวกับทุก คน เจ็ดปีที่ผ่านมานั้น เธอเป็นเพียงพนักงานธรรมดา แม้ก้องเกียรติจะเป็นถึงเพื่อนของคุณพิศาล บิดาของภวินทร์ ผู้บริหารคนก่อน อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งคนเป็นไปด้วยดีมาตลอด แต่กุลจิราก็ไม่ได้มีสิทธิ์พิเศษเหนือพนักงานคนอื่น เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่อยู่นอกสายตาของเขา ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง ชายหนุ่มผู้ไกลเกินเอื้อมจะเป็นคนที่ยื่นข้อเสนอ ‘แต่งงาน’ แลกกับการปลดหนี้สินให้กับครอบครัวของเธอ เมื่อก่อนกุลจิราเคยคิดว่า ‘การแอบรัก’ เป็นความทุกข์ใจ แต่เมื่อเธอได้มาอยู่ข้างกายเขา ถึงรู้ว่าความทุกข์ที่แท้จริงคือการขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ภรรยานอกหัวใจ’ เป็นผู้หญิงที่เขาใช้เงินซื้อมาต่างหาก เมื่อความคิดของกุลจิราหยุดลง เธอก็พบว่าแววตาคู่คมยังคงมองมาที่เธอ ภวินท์จ้องมองมาที่หญิงสาว เขาอยากรู้นักว่าตัวตนแท้จริงของ กุลจิรา วงษ์เศวต หญิงสาวที่บิดาของเขาชมให้ฟังอยู่บ่อย ๆ เนื้อแท้เป็นคนอย่างไรกันแน่ “ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนกำลังจะถูกเฉือนเนื้อออกมาแบบนั้น” เขาวางแก้วลง เอนตัวพิงพนักโซฟา กวาดสายตามองกุลจิราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจมองผู้หญิงที่จะขึ้นเตียงด้วยกระมัง ที่ผ่านมาเขาแค่ต้องการปลดปล่อยความใคร่ ไม่ได้พิศวาสจนต้องใส่ใจมองอีกฝ่ายขนาดนั้น “เปล่านี่คะ ฉันแค่รู้สึกหนาวนิดหน่อย” เขาแค่นหัวเราะในทันที ไหนก้องเกียรติบอกว่าบุตรสาวคนนี้ของเขาเก่งนักเก่งหนาไง “’ก็ดี งั้นเราก็มาเริ่มกันเลย พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้า” “อ๊ะ” ภวินท์รวบร่างเล็กไปนั่งที่ตักไม่ให้เธอได้ตั้งตัว เขาเชยคางเธอขึ้น นัยน์ตาสีนิลมองเข้ามาในดวงตาเธอ “แอร์ห้องผมมันหนาวจนทำคุณตัวสั่นขนาดนี้เลยเหรอ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปาก คล้ายกำลังดูแคลนเธออยู่กราย ๆ “ก็คุณไม่ให้ฉันได้ตั้งตัวนี่คะ” เธอตอบเสียงแข็ง พยายามกลบเกลื่อนอาการประหม่าเอาไว้ “อ่อ เหรอ งั้นถ้าอยากให้คืนนี้ผ่านไปเร็วๆ ก็อย่ามัวชักช้า รีบแสดงฝีมือของคุณให้ผมดูซะทีสิ” ภวินท์ก้มลงกระซิบทชิดริมหูเธอ ลมหายใจผ่าวร้อนเป่ารดที่ซอกคอระหง ริมฝีปากนุ่มเย็นกดลงที่ข้างลำคอก่อนจะขบเม้มเนื้ออ่อนที่ตรงนั้น กุลจิราตัวเกร็งโดยไม่รู้ตัว ท้องน้อยวูบหวิวขึ้นมา มือข้างหนึ่งดันอกเขาออกห่าง หลุบตามองชุดนอนวาบหวิวสีขาวที่ตัวเองเลือกมากับมือ “จะเริ่มได้รึยัง ผมอยากเห็นคุณแก้ผ้าเต็มทนแล้วนะ” ถ้อยคำห่าม ๆ ของเขาทำให้กุลจิราทั้งฉุนทั้งกระดากอาย “ใจเย็นสิคะ ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” กำลังจะขยับลงจากตักเขา ภวินท์ก็คว้าเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน ผมอยากอาบน้ำ” “อาบน้ำ?” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เขาเพิ่งอาบน้ำมาไม่ใช่หรือไง ทว่าไม่ทันได้คลายความสงสัย ชายหนุ่มก็อุ้มเธอขึ้นจากเตียงเดินผ่านห้องแต่งตัว ตรงไปยังห้องน้ำด้านในแล้ววางตัวเธอลงบนพื้น ร่างสูงใหญ่ขยับใกล้เข้ามา กุลจิราถอยร่นจนบั้นท้ายกลมกลึงชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เขาดึงเธอมาแนบอก “ถอดเสื้อคลุมออกให้ผมสิ” ใบหน้าไม่บอกอารมณ์ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับฉายรอยยิ้ม กุลจิรานิ่งไป กลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอ ในชีวิตเธอเคยถอดเสื้อผ้าให้ใครซะที่ไหน ดวงตาเรียวรีกวาดมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างลืมตัว ดูเหมือนว่านอกจากเสื้อคลุม ข้างในเขาไม่ได้สวมใส่อะไร “คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่ชอบรออะไรนานๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยอำนาทที่อยู่เหนือกุลจิราทุกอย่าง แม้ไม่ใช่เลขาหน้าห้องแต่เวลาเจ็ดปีที่เธอทำงานให้กับเขา ต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างใจร้อน หญิงสาวพยายามข่มอารมณ์แล้วรีบตั้งสติ ข่มอาการประหม่าของตัวเอง นี่มันแค่เริ่มต้น เธอยังต้องยอมให้เขาออกคำสั่ง กดขี่ข่มเหงไปทั้งชีวิตนะกุลจิรา หญิงสาวสูดหายใจลึกเข้า ค่อย ๆ ยื่นมือออกไปปลดสายเชือกที่เอวของชายหนุ่มออก สาบเสื้อคลุมแยกออกจากกัน เผยให้เห็นแผ่นอกแน่นหนั่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ผู้ชายในหนังโป๊ที่เธอดูเพื้อใช้ศึกษาเรื่องบนเตียง หุ่นยังไม่สู้ชายหนุ่มตรงหน้าเธอตอนนี้ ภายนอกว่าดูดีและมีเสน่ห์แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าภายในยิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก แต่ใครได้มาอยู่ตรงหน้าของเขาในสภาพล่อแหลมเช่นนี้ ก็ยากจะห้ามความคิด ร่างกายของภวินท์เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกระชับ ทั้งที่โพรไฟล์เป็นคนชอบกินดื่มสังสรรค์ และการที่คนเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบเช่นเขาลดตัวลงมาแต่งงานกับเธอ คงเพราะต้องการให้เธอกันผู้หญิงที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์พวกนั้น หากผู้หญิงที่เขาจะเอามาไว้ข้างกาย สามารถควบคุมชีวิตได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ไม่มีสิทธิ์มีเสียง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร อยู่ในชีวิตของเขาเพื่อรองรับความใคร่เท่านั้น ผู้หญิงที่มีไว้ใช้เรือนร่างตอบแทนหนี้บุญคุณไปตลอดทั้งชีวิต ในโลกนี้คงมีแค่เธอเท่านั้นที่เหมาะสม กุลจิราช้อนมองอีกฝ่าย ยอมรับว่าภวินท์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ทว่าใบหน้าราวกับปฏิมากรรมงดงาม กลับดูกระด้างและอันตราย กุลจิรายืดตัวขึ้น จุมพิตที่ข้างลำคออีกฝ่าย เรียวปากอ่อนนุ่มลากไล้ลงมาตามลาดลำคอแข็งแรง กดจูบลงมาที่เหนืออกของชายหนุ่ม มือทั้งสองกำเข้าหากันจนชื้นไปด้วยเหงื่อ ใครจะเชื่อว่าคนอายุยี่สิบเก้าปีอย่างเธอ ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาก่อน สีหน้าของชายหนุ่มเรียบนิ่งไม่บอกอารมณ์ กุลจิราเห็นเพียงว่าส่วนลึกในดวงตาของเขาดำมืดลงทุกที ภวินท์ควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ ดูก็รู้ว่าเขาคือผู้ล่า ไม่ใช่เหยื่อ“ถ้าขืนคุณยังพูดอะไรอีก คืนนี้ผมจะไม่ให้คุณได้นอน”ชายหนุ่มเคลื่อนมือต่ำลงไป ข้อนิ้วไล้ลงบนเนินอกอิ่ม เรื่อยลงไปยังกึ่งกลางระหว่างทรวงอกกลมกลึงทั้งสองข้าง แก่นกลางกายปวดหนึบอยู่ในเป้ากางเกงกุลจิราสูดลมหายใจเข้าลึก ปลายนิ้วของเขาลากลงมายังแผ่นท้องแบนราบ“อ้าขาออก ผมเลียไม่ถนัด” ชายหนุ่มช่างครางต่ำในลำคอ นวลเนื้อที่เห็นเพียงรำไรเกลี้ยงเกลาหมดจด นิ้วเรียวยาวแยกส่วนนั้นของหญิงสาวออก“อ๊ะ!” ร่างเล็กบางสะดุ้ง แผ่นหลังแอ่นโค้งเมื่อถูกท่อนเนื้อแข็งขืนเคล้าคลึงตวัดวนตรงส่วนนั้นของตัวเองเจ้าสิ่งนั้นค่อย ๆ ล่วงล้ำเข้าไปในปากทางคับแคบ พลันหยาดน้ำหวานซึมซาบออกมาหญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้างตาพร่ามัว ภวินท์ยังใช้ส่วงหัวหยักบานมรีดเค้นน้ำหวานให้ซ่านซึมออกมาความกระหายใคร่ส่งให้ความหวิวหวามแล่นลิ่วไปทุกอณูร่างกายของทั้งคู่“อื้ออ” ในกายของหญิงสาวกระตุกวาบ ความซาบซ่านลุกลามไปทั่วทั้งตัว ข้างในท้องน้อยเสียวซ่าน กึ่งกลางกายสั่นระริก บีบรัดความเป็นชายของเขาแน่นเข้า“อ๊า!” คนที่ถูกตรึงมือทั้งสองเอาไว้ส่งเสียงครวญคราง ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วสัมผัสติ่งเนื้อที่บวมฉ่ำ ดวงตาเยิ้มฉ่ำของกุลจ
ความอยากกระหายของเขายังไม่สิ้นสุดหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะออกไปหาความสุขจากข้างนอก ใช้เงินซื้อผู้หญิงสักคนที่พร้อมจะปรนเปรอความใคร่ให้เขาพอใจทว่าค่ำคืนนี้จิตใจของเขากลับเอาแต่คิดถึงใบหน้าของคนที่อยู่ในห้องข้าง ๆภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมาเช่นกัน…เขาอยากผลักประตูเข้าไปในห้องนั้นให้ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าที่ของตัวเองสายตาคมกริบตวัดไปทางประตูห้องที่ปิดอยู่ ชายหนุ่มวางแก้วเหล้าลงที่โต๊ะ ลูบปลายนิ้วกับขอบแก้วเสมือนว่าเขากำลังลูบไล้ผิวของเธออยู่ในขณะที่กุลจิราตกอยู่ในห้วงนิทรา ฝ่ามืออุ่นจัดของใครบางคนสอดเข้าไปใต้ผ่าห่มที่คลุมตัวเธออยู่ นิ้วนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาขาเรียวเล็ก สอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าที่เธอสวมปลายนิ้วลูบโลมต้นขานวลเนียนแล้วแทรกสอดเข้ามา เคล้าคลึงเกสรอันอ่อนโยนที่ซ่อนซุกอยู่ในกลีบเนื้อละมุนกุลจิราลืมตาขึ้น รู้สึกได้ถึงขนอ่อนบนตัวที่กำลังลุกเกรียว หลังข้อนิ้วของใครคนนั้นสัมผัสกึ่งกลางเรียวขาเธออยู่“คุณภวินท์…!!” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ภายใต้แสงสลัวรางค่อย ๆ ปรากฎเป็นใบหน้าของเขา“แอร์ที่ห้องก็เย็นดีนี่แต่ทำไมตรงนี้ของคุณถึงร้อนขนาดนี้” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า นิ้งเคล้าคลึงที่ส
กุลจิรานอนหลับไปแล้ว ทว่าภายในห้องที่อยู่เชื่อมติดกันมีเพียงประตูบานหนึ่งขวางกั้น ปรากฏร่างของชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียงหลังใหญ่สายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับแก้วเหล้าสีอำพันในมือ แสงสีส้มจากโคมหัวเตียงสะท้อนประกายของสิ่งที่อยู่ในนั้นคล้ายเปลวไฟคุกรุ่นทว่าความร้อนแรงที่สุดกลับซ่อนลึกอยู่ในแววตาของชายหนุ่มเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่…แม้เป็นเพียงคำถามในความเงียบงัน แต่มันกลับดังก้องราวกับเสียงนั้นดังสะท้อนจากผนังทั้งสี่ด้านการทำให้ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งพังลงในชั่วข้ามคืนเขาไม่รู้สึกผิดจริง ๆ น่ะหรือมีวิธีการมากมายที่จะให้ครอบครัววงษ์เศวตชดใช้เงินก้อนนั้นแต่เขากลับเลือกวิธีที่โหดร้ายกับเธอเขาเลือกจะล่ามโซ่กุลจิราไว้กับตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าผลที่จะตามมาคืออะไรแต่ก็ต้องยอมรับว่าร่างเปล่าเปลือยของกุลจิราน่าหลงไหลกว่าที่เขาคิดไว้มากเรือนร่างอรชรที่สั่นไหวใต้อาณัติของเขา ความนุ่มหยุ่นที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาตั้งแต่คืนแรกทุกอย่างของผู้หญิงคนนั้น ล้วนเป็นยาพิษที่เขาเต็มใจที่จะกลืนกินลงไป จนบางครั้งก็คิดว่าเงินห้าสิบล้านนั่น ‘น้อยไปเสียด้วยซ้ำ’ถ้าเทียบกับการได้ครอบครองกุลจิราใบหน้าหวา
สิ่งที่กุลจิรารับรู้มาจากป้าลำดวนผ่านทางโทรศัพท์ สมชายต้องไปจัดการธุระเร่งด่วนให้กับภวินท์ป้าลำดวนไม่ได้อยากโกหกเธอแต่จำต้องทำตามคำสั่งของชายหนุ่มเขาคิดว่าเมื่อกุลจิราผิดหวังที่ไม่มีรถให้นั่งกลับบ้านสบาย ๆ เธอจะยอมลดศักดิ์ศรี มาขอกลับด้วยแต่เขาคิดผิด…ทั้งที่มีมีสิทธิ์และสามารถใช้ตำแหน่งภรรยาเมื่ออยู่ที่บริษัทในการนั่งรถคันเดียวกับเขากลับด้วยกันกุลจิรากลับเลือกจะทิ้งโอกาสนั้นภายใต้แววตาคมกริบที่มองมานั้นคล้ายมีความผิดหวังปะปน ก่อนจะหายวับไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่กุลจิราช่างเป็นผู้หญิงอวดดีเท่าที่เขาเคยพบเจอมาและความอวดดีนี้ของเธอกำลังท้าทายความอดทนของเขาอยู่กุลจิรามองเห็นเมอร์เซเดสสีดำสนิทแล่นผ่านหน้าตัวเองออกไป แน่นอนว่าเธอจำได้ว่ารถหรูคันนี้เป็นของภวินท์เสี้ยววิวินาทีที่รถแล่นผ่านเธอมองเห็นเสี้ยวใบหน้าของชายหนุ่มเขาไม่แม้จะมองมาที่เธอ เหมือนตั้งใจขับผ่านเธอไปฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุดเนื้อตัวของหญิงสาวเปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว รู้สึกหนาวไปถึงกระดูกแต่กระนั้นก็ยังยิ้มออกมาขณะก้าวขาขึ้นไปบนรถประจำทางกุลจิราพาเนื้อตัวที่เปียกชุ่มเดินเดินไปตามตรอกซอกซอย โชคดีที่บ้านเศรษฐวินิจไม่ไ
หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมา ยกมือขึ้นทาบอกแต่เมื่อมองเห็นเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ความตั้งใจที่ต้องการได้รับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายก่อนกลับไปทำงานต่อก็จบลงแค่นั้นกุลจิราผลักประตูออกมา สายตาสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่ม เขากำลังเดินตรงไปยังลิฟท์ที่สุดโถงทางเดินกุลจิราจำต้องก้าวตามหลังของอสูรร้ายไป เมื่อลิฟท์อีกตัวใช้งานไม่ได้ ยังอยู่ในระหว่างซ่อมแซมเธอกลับไปที่ห้องทำงานช้ามากแล้วแต่เท้าทั้งสองข้างยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน มองแค่ปลายรองเท้าของตัวเองแต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่พบเขาแล้วโล่งอกไปที…เธอยังกลัวว่าจะต้องใช้ลิฟท์ตัวเดียวกันกับเขาเมื่อกุลจิราก้าวเข้ามายืนในลิฟต์สายตากลับมองเห็นป้ายรองเท้าหนังมันปลาบ เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างเฉยชาเหมือนเช่นทุกครั้งร่างสูงใหญ่ล่ำสันยืนห่างออกไปเพียงก้าวเดียว กุลจิราถอยร่นไปด้านหลังหนึ่งก้าวพยายามควบคุมสติเมื่อกี้ตอนที่อยู่ในห้องประชุม เธอคงไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรอกนะรัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากชายหนุ่มทั้งคุกคามและปั่นป่วนหัวใจของเธอ คละเคล้ากับกลิ่นโคโลญอ่อนจาง กลิ่นจากร่างกำยำที่มอมเมาเธอในช่วงเวล
กุลจิราเปิดแฟ้มที่ตระเตรียมมาเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินออกเธอลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสุขุม ปรายตามองไปที่สไลด์“ข้อมูลจากโครงการก่อนหน้านี้ งบประมาณลูกค้าต่างชาติสูงกว่าปีนี้สิบห้าเปอร์เซ็นต์ค่ะ ฝ่ายการตลาดสามารถสรุปช่องทางการทำโฆษณาและงบปนะมาณที่ต้องใช้ได้ทันทีค่ะ”สายตาของซีอีโอหนุ่มที่จ้องมองมามีประกายความพึงพอใจวูบหนึ่งปรากฏขึ้นกุลจิราเพียงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนนั่งลงที่เก้าอี้พริษฐ์รีบเสริม“ข้อมูลของคุณกุลจิราเมื่อสักครู่มีประโยชน์มากครับ ผมจะเพิ่มส่วนนี้ลงในรายงานรอบสุดท้าย”ภวินท์ตอบน้ำเสียงราบเรียบ“งั้นก็เอาตามนี้”การประชุมดำเนินต่ออีกราว ๆ สิบห้านาทีภวินท์ก็ทำการปิดประชุม“ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน” ทุกคนลุกขึ้นทยอยเก็บเอกสาร ทะยอยออกจากห้องประชุมรวมทั้งกุลริราด้วยในช่วงเวลาเร่งรีบไม่ทันมีใครสังเกตเห็นสายตาคมกริบคู่หนึ่งที่เหลือบมองไปที่ร่างบางระหงอย่างมีแผนการกลิ่นกาแฟที่กรุ่นค้างในห้องประชุมยังติดปลายลมหายใจของกุลจิราอยู่ หญิงสาวตั้งใจจะใช้เวลาเพียงไม่นานหากาแฟดื่มเพื่อคลายความง่วงก่อนกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง จึงเข้ามาในห้องพักเบรคของพนักงานก่อน เจ้าของร่างเ







