Share

บทที่ 10 คนทรยศ

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-10-21 12:02:52

เสียงโทรศัพท์ปลุกแพรไหมขึ้นมาในช่วงเช้า

หญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องพักแคบ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย กล่องสัมภาระวางเรียงอยู่ข้างผนัง เสื้อผ้าบางส่วนยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อคืนเธอไม่มีแรงมากพอจะจัดอะไรต่อ

ความทรงจำเกี่ยวกับคีตะไหลกลับเข้ามาในความคิด ตั้งแต่บทสนทนาหน้าโต๊ะอาหารไปจนถึงคืนสุดท้ายภายในห้องนอนของเขา

แพรไหมหลับตาลงและพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“คุณแพรพิไลใช่ไหมคะ ดิฉันโทรมาจากสำนักงานคณะกรรมการโครงการ UniVision Asia Challenge ขอให้คุณเข้าพบคณะกรรมการภายในเก้าโมงเช้าวันนี้ค่ะ”

น้ำเสียงเป็นทางการทำให้เธอลุกขึ้นนั่ง

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”

“เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโครงการค่ะ รายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบเมื่อคุณมาถึง”

สายถูกตัดไปหลังจากนั้นไม่นาน

แพรไหมมองหน้าจอด้วยความสับสน ก่อนพบข้อความจำนวนมากจากสมาชิกในทีม บางคนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ขณะที่บางคนส่งภาพหลักฐานการส่งไฟล์ซึ่งกำลังถูกแชร์อยู่ในกลุ่มปิดของสโมสร

ทุกภาพมีชื่อบัญชีของเธอปรากฏอยู่

หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอรีบลุกไปเปิดโน้ตบุ๊ก แต่กลับพบว่าบัญชีอีเมลของตนเองถูกออกจากระบบ รหัสผ่านเดิมไม่สามารถใช้งานได้ และโทรศัพท์เครื่องเก่าซึ่งใช้ยืนยันตัวตนก็หายไป

เธอพยายามค้นในกระเป๋าทุกใบ จึงเพิ่งนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นภายในห้องสโมสร

แพรไหมรีบแต่งตัวและเดินทางไปมหาวิทยาลัยทันที

เมื่อมาถึงอาคารสำนักงาน บรรยากาศแตกต่างจากทุกวัน นักศึกษาหลายคนมองเธอแล้วกระซิบกัน บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นคล้ายกำลังถ่ายภาพ

ข่าวแพร่กระจายไปไกลกว่าที่คิด

แพรไหมสูดลมหายใจลึก ก่อนผลักประตูห้องประชุมเข้าไป

คณะกรรมการห้าคนนั่งรออยู่แล้ว รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาและตัวแทนฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัย บนโต๊ะมีเอกสารหลักฐานหลายชุดวางเรียงกัน

คีตะยังไม่อยู่ในห้อง

“เชิญนั่งค่ะ คุณแพรพิไล”

เธอนั่งลงบนเก้าอี้เพียงตัวเดียวฝั่งตรงข้ามคณะกรรมการ

ภาพบนหน้าจอถูกเปลี่ยนเป็นประวัติการเข้าสู่ระบบแท็บเล็ตส่วนกลาง บัญชีของแพรไหมถูกใช้เปิดไฟล์แผนงานฉบับสมบูรณ์ในเวลาตีสี่สิบเจ็ดนาที หลังจากนั้นไฟล์ดังกล่าวถูกส่งไปยังอีเมลของผู้บริหารบริษัทคู่แข่ง

“บัญชีนี้เป็นของคุณหรือไม่คะ”

“ใช่ค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้เป็นคนเข้าใช้”

“ระบบบันทึกว่าใช้รหัสผ่านถูกต้องและยืนยันตัวตนผ่านหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ”

“โทรศัพท์เครื่องเก่าของดิฉันหายไปค่ะ น่าจะหายในห้องสโมสร”

“คุณแจ้งความหรือแจ้งผู้ดูแลระบบไว้หรือไม่”

“ยังค่ะ เพิ่งรู้ว่าหายเมื่อเช้า”

กรรมการมองหน้ากัน ก่อนเปิดหลักฐานชุดถัดไป

“ในเวลาไล่เลี่ยกัน มีเงินจำนวนห้าแสนบาทโอนจากบริษัทที่เชื่อมโยงกับคู่แข่งเข้าบัญชีธนาคารของคุณ”

แพรไหมมองตัวเลขบนหน้าจอด้วยความตกตะลึง

“เป็นไปไม่ได้ค่ะ”

“บัญชีปลายทางลงทะเบียนในชื่อคุณ และเงินถูกชำระต่อไปยังโรงพยาบาลซึ่งมารดาของคุณกำลังรักษาตัวอยู่”

“ดิฉันไม่ได้ทำรายการ”

“แต่ผู้ได้รับประโยชน์จากเงินก้อนนี้คือครอบครัวของคุณโดยตรง”

ปลายนิ้วของแพรไหมเย็นเฉียบ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารและพบเงินห้าแสนบาทถูกโอนผ่านบัญชีของตนจริง โดยรายการถูกทำผ่านอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง

“มีคนใช้บัญชีของดิฉันค่ะ”

“คุณทราบหรือไม่ว่าใครมีรหัสผ่าน”

“ไม่มีใคร…”

หญิงสาวหยุดพูดเมื่อคิดถึงโทรศัพท์ที่หายไป ข้อมูลหลายอย่างถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์เครื่องนั้น แต่คนที่จะปลดล็อกได้ต้องรู้รหัสผ่านของเธอ

“ดิฉันขอเวลาตรวจสอบได้ไหมคะ”

“ระหว่างนี้มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องระงับสิทธิ์เข้าถึงระบบและไฟล์โครงการของคุณทั้งหมด”

“แต่การนำเสนอรอบสำคัญกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วัน”

“เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล คุณไม่สามารถทำงานร่วมกับทีมได้จนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด”

แพรไหมรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังพังลงต่อหน้า

เธอทุ่มเทกับโครงการนี้มาหลายเดือน ใช้ทั้งเวลา แรงกาย และความหวังทั้งหมด แต่กลับถูกตัดออกเพราะการกระทำที่ไม่เคยทำ

“ดิฉันไม่ได้ขายข้อมูลค่ะ”

อาจารย์ที่ปรึกษามองเธอด้วยแววตาลำบากใจ “ครูอยากเชื่อเธอนะ แต่ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างชี้มาที่เธอจริง ๆ”

“ชื่อบัญชีกับโทรศัพท์อาจถูกขโมยได้ค่ะ”

“แล้วเรื่องเงินจะอธิบายว่าอย่างไร”

แพรไหมตอบไม่ได้

ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในใจ

คีตะรู้เรื่องค่าผ่าตัด รู้จำนวนเงิน รู้ชื่อโรงพยาบาล และเคยเสนอออกเงินให้เธอหลายครั้ง หรือเขาจะเป็นคนชำระเงินโดยใช้บัญชีของเธอ เพื่อไม่ให้รู้ว่าเงินมาจากเขา

แต่เหตุใดเงินก้อนนั้นจึงถูกโอนมาจากบริษัทคู่แข่ง และเหตุใดต้องเกิดขึ้นพร้อมกับวันที่ไฟล์รั่วไหล

“ดิฉันขอโทรศัพท์สักครู่ได้ไหมคะ”

คณะกรรมการอนุญาต แพรไหมจึงรีบโทรไปยังฝ่ายการเงินของโรงพยาบาล

“สวัสดีค่ะ ดิฉันแพรพิไล อัครภักดี เป็นญาติของคุณพิมพ์ลภัส ห้องพัก 1708 อยากสอบถามเรื่องค่ามัดจำผ่าตัดค่ะ”

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยืนยันว่าเงินห้าแสนบาทถูกชำระเข้ามาเมื่อเวลาหกโมงสี่สิบห้านาทีผ่านระบบออนไลน์ โดยตัดจากบัญชีธนาคารในชื่อของแพรไหม

“สามารถตรวจสอบได้ไหมคะว่าใครเป็นคนทำรายการ”

“ในระบบแสดงเพียงชื่อเจ้าของบัญชีค่ะ แต่รายการชำระสมบูรณ์แล้วและทางโรงพยาบาลล็อกคิวผ่าตัดให้เรียบร้อย”

หลังวางสาย แพรไหมยิ่งสับสนกว่าเดิม

ประตูห้องประชุมเปิดออกในเวลานั้น คีตะเดินเข้ามาพร้อมปั้นกับตัวแทนฝ่ายเทคนิค สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและแทบไม่สบตาเธอ

“ขอโทษที่มาช้าครับ ผมไปตรวจสอบระบบมา”

เขานั่งลงข้างแพรไหม แต่เว้นระยะห่างอย่างเห็นได้ชัด

คณะกรรมการอธิบายหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนถามคีตะว่าเคยเปิดเผยรหัสหรือข้อมูลสำคัญของโครงการให้แพรไหมเข้าถึงโดยลำพังหรือไม่

“เราเป็นหัวหน้าร่วมกัน เธอมีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ทั้งหมดเท่ากับผมครับ”

“คุณทราบเรื่องปัญหาทางการเงินของเธอหรือไม่”

มือของคีตะบนโต๊ะกำเข้าหากัน “ทราบครับ”

“และทราบว่าเธอต้องการเงินห้าแสนบาทภายในสองสัปดาห์?”

“ทราบ”

แพรไหมหันมองเขา แต่ชายหนุ่มยังคงจับจ้องเอกสารตรงหน้า

“คุณเคยให้เงินจำนวนดังกล่าวแก่เธอหรือไม่”

“ไม่ครับ”

“เคยมีใครจากบริษัทคู่แข่งติดต่อเธอหรือเปล่า”

คีตะนิ่งไปครู่หนึ่ง “ผมไม่ทราบ”

กรรมการเลื่อนหลักฐานทั้งหมดให้เขาดู

“ในฐานะหัวหน้าทีมอีกคน คุณคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่คุณแพรพิไลจะส่งข้อมูลเพื่อแลกกับเงินค่ารักษามารดา”

คีตะขบกรามแน่น

หัวใจของเขาอยากตอบทันทีว่าไม่มีทาง แต่ภาพหลักฐานทุกชิ้นกลับชัดเจนจนไม่สามารถใช้อารมณ์ตัดสินแทนข้อเท็จจริงได้

“ผมต้องการตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนครับ”

คำตอบนั้นทำให้แพรไหมรู้สึกเหมือนถูกตบกลางห้อง

เธอไม่ได้ต้องการให้เขาโกหกหรือทำลายหลักฐานเพื่อปกป้อง แต่หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอหวังอย่างน้อยว่าเขาจะเชื่อในตัวเธอ

“ขอพักการสอบสวนสักครู่นะคะ” ประธานกรรมการกล่าว “เราต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพิ่มเติม”

ทุกคนทยอยออกจากห้อง เหลือเพียงแพรไหมกับคีตะ

เธอหันไปหาเขาทันที

“เงินก้อนนั้นมาจากนายหรือเปล่า”

คีตะขมวดคิ้ว “ไม่ใช่”

“นายเคยเสนอจะออกค่ารักษาให้แม่ฉัน”

“แต่เธอปฏิเสธ แล้วฉันก็ไม่เคยแตะบัญชีของเธอ”

“ถ้าไม่ใช่นาย แล้วใครจะรู้ทั้งจำนวนเงินและชื่อโรงพยาบาล”

“เรื่องค่ารักษาอาจมีคนอื่นรู้”

“นายคิดว่าเป็นฉันใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น”

แพรไหมจ้องดวงตาคู่นั้น “งั้นตอบฉันมาตรง ๆ นายคิดว่าฉันขายไฟล์หรือเปล่า”

คีตะนิ่งไป

ความลังเลเพียงชั่วขณะทำให้หัวใจของแพรไหมแตกสลาย

“ตอบสิ”

“หลักฐานทุกอย่างถูกทำผ่านบัญชีของเธอ”

“ฉันถามว่านายเชื่อว่าฉันทำหรือเปล่า ไม่ได้ถามว่าหลักฐานเขียนว่าอะไร!”

“ฉันพยายามแยกเรื่องความรู้สึกออกจากข้อเท็จจริง”

“ความรู้สึก?”

เธอหัวเราะออกมาทั้งที่ดวงตาร้อนผ่าว

“ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นายมองฉันเป็นคนเห็นแก่เงินมาตลอดใช่ไหม ผู้หญิงที่ทำงานในเลานจ์ ผู้หญิงที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินค่าผ่าตัดแม่ พอมีเงินห้าแสนเข้าบัญชี นายก็เลยคิดว่าฉันคงขายนายได้จริง ๆ”

“ฉันไม่เคยมองเธอแบบนั้น”

“แต่นายก็ไม่เชื่อฉัน”

“ฉันแค่ต้องการเวลาตรวจสอบ”

“ถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นเรน่า นายจะลังเลนานขนาดนี้ไหม”

“อย่าเอาเธอมาเกี่ยว”

“เพราะเธอเป็นคนที่ครอบครัวนายเลือก และฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรให้เชื่อถืออย่างนั้นหรือไง”

คีตะเอื้อมมือจะจับเธอ แต่แพรไหมถอยหนี

“อย่าแตะฉัน”

คำพูดนั้นทำให้มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ

“แพรไหม ฉันไม่ได้ตัดสินว่าเธอผิด”

“แต่นายก็ไม่ได้เลือกเชื่อว่าฉันบริสุทธิ์”

ประตูห้องเปิดออกก่อนที่คีตะจะตอบ คณะกรรมการกลับเข้ามาพร้อมเอกสารคำสั่งชั่วคราว

มหาวิทยาลัยประกาศพักการเรียนแพรไหมระหว่างสอบสวน ตัดสิทธิ์เธอจากการแข่งขัน และห้ามเข้าถึงพื้นที่ของสโมสรจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

หญิงสาวนั่งฟังด้วยใบหน้าสงบนิ่ง แม้ปลายนิ้วจะสั่นอยู่ใต้โต๊ะ

ส่วนคีตะได้รับเอกสารอีกชุด เป็นคำรับรองว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลและไม่ทราบแผนการของแพรไหมล่วงหน้า

“หากคุณไม่เซ็น คุณอาจถูกระงับสิทธิ์จากโครงการเช่นกันค่ะ”

คีตะมองเอกสาร ก่อนผลักกลับไป

“ผมจะไม่เซ็นข้อความที่ระบุเหมือนตัดสินว่าเธอผิดแล้ว”

“นี่เป็นเพียงการยืนยันว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“แต่ข้อความบรรทัดนี้ระบุว่าเธอกระทำโดยลำพัง ทั้งที่การสอบสวนยังไม่จบ”

ประธานกรรมการมีสีหน้าหนักใจ “หากไม่มีผู้รับผิดชอบบริหารโครงการ ทีมทั้งหมดอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณต้องคิดถึงสมาชิกคนอื่นด้วย”

คีตะจึงขอเวลาอ่านรายละเอียดก่อนและเก็บเอกสารเอาไว้ โดยยังไม่ลงชื่อ

แต่สำหรับแพรไหม ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะเซ็นหรือไม่ การที่เขาลังเลเมื่อถูกถามว่าเชื่อเธอหรือเปล่าได้ทำลายสิ่งสำคัญไปแล้ว

เธอเดินออกจากห้องประชุมเพียงลำพัง ท่ามกลางสายตาและเสียงกระซิบของนักศึกษาที่รออยู่ด้านนอก

ข่าวถูกเผยแพร่ภายในไม่ถึงชั่วโมง

รองประธานสโมสรชื่อดังถูกพักการเรียน หลังถูกกล่าวหาว่าขายข้อมูลโครงการแลกเงินค่ารักษามารดา

รายละเอียดเรื่องมารดาถูกนำไปเผยแพร่จนกลายเป็นเรื่องซุบซิบ หลายคนตำหนิเธอว่าเห็นแก่ตัว ขณะที่บางคนแสดงความสงสาร แต่แทบไม่มีใครเชื่อว่าแพรไหมถูกใส่ร้าย

หญิงสาวหลบไปนั่งอยู่บริเวณสวนหลังคณะเพียงลำพัง

ไม่นานธันวาก็ตามมา เขายื่นขวดน้ำให้และนั่งลงข้าง ๆ โดยเว้นระยะห่างอย่างสุภาพ

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ทำ”

แพรไหมมองเขา “นายรู้ได้อย่างไร”

“เราทำงานด้วยกันมาตั้งนาน คนที่ทุ่มเทกับโครงการขนาดนี้ไม่มีทางขายมัน”

คำพูดซึ่งเธออยากได้ยินจากคีตะกลับออกมาจากปากของธันวา

“ขอบใจ”

“ฝ่ายกฎหมายของบริษัทคู่แข่งกำลังจะดำเนินคดีเรื่องข้อมูล พวกเขาอาจเรียกค่าเสียหายหลายล้าน”

แพรไหมกำขวดน้ำแน่น “ฉันจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ทำ”

“ถ้าเธอยอมรับผิดแล้วบอกว่าส่งไฟล์เพราะความกดดันเรื่องแม่ ฉันช่วยเจรจาให้พวกเขาไม่ฟ้องได้”

เธอหันขวับ “ทำไมฉันต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ทำ”

“เพราะหลักฐานแน่นเกินไป ถ้าสู้ต่อแล้วแพ้ เธออาจเสียมากกว่านี้”

“ต่อให้ต้องขึ้นศาล ฉันก็จะไม่รับผิดแทนคนอื่น”

ธันวาถอนหายใจ ก่อนวางนามบัตรทนายไว้ข้างเธอ

“ถ้าเปลี่ยนใจ โทรหาฉันได้ตลอดนะ”

เขาเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มซึ่งแพรไหมไม่ทันเห็นว่าหายไปทันทีเมื่อหันหลังให้

ด้านคีตะกลับไปยังห้องสโมสรและเริ่มตรวจสอบหลักฐานด้วยตนเอง

เขาขอภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวในอาคาร รวมถึงบันทึกการเข้าออกห้องสโมสรในคืนเกิดเหตุ ภาพช่วงก่อนตีหนึ่งยังเป็นปกติ จนกระทั่งกล้องบริเวณทางเดินดับลงในเวลาเดียวกันทั้งหมด

สิบเจ็ดนาทีต่อมา ภาพจึงกลับมาอีกครั้ง

ช่วงเวลาที่หายไปตรงกับตอนที่แท็บเล็ตส่วนกลางถูกเปิดใช้งาน

“ระบบขัดข้องหรือเปล่า” คีตะถามฝ่ายเทคนิค

“ไม่น่าครับ เพราะกล้องทุกตัวหยุดพร้อมกัน แต่ระบบส่วนอื่นยังทำงานปกติ เหมือนมีคนลบภาพเฉพาะช่วงนี้”

คีตะเปิดดูบันทึกการเข้าถึงระบบและพบว่า มีการใช้รหัสของเจ้าหน้าที่สโมสรคนหนึ่งสั่งปิดการบันทึกชั่วคราว รหัสดังกล่าวถูกเก็บอยู่ในไฟล์ภายในซึ่งสมาชิกทั่วไปไม่ควรรู้

หากแพรไหมคิดขายข้อมูลจริง เธอไม่มีเหตุผลต้องแอบเข้าไปในห้อง เพราะมีสิทธิ์เปิดไฟล์ทั้งหมดได้อยู่แล้ว และยิ่งไม่มีเหตุผลต้องสร้างเส้นทางหลักฐานซึ่งชี้ตรงมาหาตนเองทุกจุด

คีตะจึงตรวจสอบตำแหน่งของเธอในเวลาที่ไฟล์ถูกส่ง

ภาพจากกล้องของโรงพยาบาลแสดงว่า แพรไหมกำลังยืนอยู่หน้าห้องพักมารดาในเวลาเดียวกัน ใบเสร็จร้านสะดวกซื้อภายในโรงพยาบาลยังยืนยันว่าเธอใช้บัตรซื้อของก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที

เธอไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยและไม่สามารถใช้แท็บเล็ตด้วยตนเองได้

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาทันที

แพรไหมพูดความจริงตั้งแต่แรก แต่เขากลับเลือกขอเวลาตรวจสอบ แทนที่จะยืนยันว่ารู้จักเธอดีพอจะเชื่อว่าไม่มีทางทรยศทีม

คีตะรีบเดินทางไปหาเธอที่อพาร์ตเมนต์ แต่ไม่มีใครเปิดประตู เขาจึงตามไปยังโรงพยาบาลและพบแพรไหมนั่งอยู่ตามลำพังบริเวณทางเดินหน้าห้องพักมารดา

เธอดูอ่อนล้าจนแตกต่างจากผู้หญิงมั่นใจที่เขารู้จัก ดวงตาบวมแดง แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง

คีตะหยุดตรงหน้า

“แพรไหม”

เธอเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเขาก็เบือนหน้าหนี

“มาทำไม”

“ฉันพบหลักฐานแล้ว ตอนที่ไฟล์ถูกส่ง เธออยู่ที่โรงพยาบาล กล้องในห้องสโมสรยังถูกลบไปสิบเจ็ดนาที มีคนจงใจจัดฉากทั้งหมด”

“แล้ว?”

“ฉันจะนำหลักฐานไปให้คณะกรรมการ พวกเขาต้องคืนสิทธิ์ให้เธอ”

“ฉันถามว่านายมาบอกฉันทำไม”

คีตะนิ่งไป ก่อนเอ่ยสิ่งที่ควรพูดตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องสอบสวน

“เพราะฉันเชื่อเธอ”

แพรไหมหัวเราะเบา ๆ โดยไม่มีความขบขัน ก่อนลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า

“นายเชื่อฉันเพราะกล้องวงจรปิดยืนยันว่าฉันอยู่ที่นี่”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

“นายเชื่อเพราะพบว่าระบบถูกแทรกแซง เชื่อเพราะมีใบเสร็จ และเชื่อเพราะหลักฐานเริ่มเปลี่ยนทิศทาง”

“แพรไหม ฉันขอโทษที่ลังเล”

ดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อขึ้น แต่ไม่ยอมปล่อยให้ไหล

“นายไม่ได้เชื่อฉัน”

เสียงนั้นแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกคำ

“นายแค่เพิ่งหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าฉันไม่ผิด หากไม่มีหลักฐานนั้น นายก็คงเลือกเชื่อว่าฉันขายนายอยู่ดี”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 15 จากคู่แข่งสู่คนข้างกาย NC

    หนึ่งปีต่อมาเสียงล้อกระเป๋าเดินทางดังไปตามพื้นอาคารผู้โดยสารขาเข้า แพรไหมก้าวออกมาจากประตูพร้อมเสื้อคลุมสีครีมพาดอยู่บนแขน เส้นผมยาวถูกรวบหลวม ๆ ขณะที่สายตากวาดมองผู้คนซึ่งยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าเธอไม่ต้องใช้เวลาค้นหานานคีตะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในชุดสูทสีเข้ม มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ อีกมือถือป้ายกระดาษซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน คุณอดีตคู่แข่งแพรไหมหลุดหัวเราะ ก่อนลากกระเป๋าเข้าไปหา“มุกเก่ามาก”“แต่เธอยิ้ม”“ฉันสงสารคนอุตส่าห์มายืนถือป้ายต่างหาก”คีตะวางป้ายลงและรับกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ จากนั้นจึงยื่นช่อดอกไม้ให้“ยินดีต้อนรับกลับ”“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”“ตอนนี้ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการแล้ว”“บริษัทมีพนักงานกี่คน”“หกคน”แพรไหมพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ยิ่งใหญ่มากค่ะท่านกรรมการผู้จัดการ”คีตะหรี่ตามองคนชอบประชด ก่อนดึงร่างเธอเข้ามากอดโดยไม่สนใจผู้คนรอบข้างหนึ่งปีที่ต้องอยู่ห่างกันไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทั้งคู่จะวิดีโอคอลกันแทบทุกคืน แต่เวลาทำงานซึ่งแตกต่างและตารางชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายก็ทำให้มีหลายวันที่ได้คุยกันเพียงไม่กี่นาทีแพรไหมฝึกงานกับบริษัทอีเวนต์ระดับเอ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 14 ไม่ใช่เพราะสงสาร

    “เหลือเวลาอีกสิบวัน”ตัวเลขบนปฏิทินกลางห้องสโมสรถูกวงด้วยปากกาสีแดง ขณะที่สมาชิกในทีมสิบกว่าคนนั่งล้อมโต๊ะประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไฟล์แผนงานเดิมรั่วไหลไปถึงบริษัทคู่แข่ง แม้บริษัทดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี แต่แนวคิดสำคัญหลายส่วนได้ถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกแล้วหากทีมยังใช้แผนเดิมต่อไป ต่อให้ชนะการแข่งขันก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นต้นฉบับ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลอกเลียนแบบก่อนงานจริงจะเริ่มขึ้นทางเลือกเดียวคือทิ้งงานซึ่งทำมาตลอดหลายเดือนและเริ่มต้นใหม่ภายในสิบวันคีตะยืนอยู่หน้ากระดานพร้อมผ้าพันแผลรอบมือขวา บาดแผลทำให้เขาเขียนหนังสือไม่ถนัด แต่ยังคงเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้าแพรไหมนั่งอยู่ข้างเขา สิทธิ์เข้าถึงระบบและตำแหน่งหัวหน้าร่วมถูกคืนกลับมาแล้ว ทว่าความรู้สึกของสมาชิกในทีมยังไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมดบางคนหลีกเลี่ยงการสบตาเธอเพราะรู้สึกผิดที่เคยเชื่อข่าว บางคนพยายามเข้ามาขอโทษ แต่ไม่รู้ควรเริ่มต้นอย่างไรแพรไหมวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนมองสมาชิกทุกคน“ฉันรู้ว่าหลายคนคงไม่สบายใจ เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ทีมเสียเวลาและเกือบต้องยุติโครงการ”“มันไม่ใช

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 13 หลังคืนที่เกือบสูญเสียกลับมาเป็นคืนเสียวแทน NC

    “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”เสียงของคีตะดังสะท้อนทั่วอาคารกิจกรรมเก่าชายหนุ่มยืนอยู่กลางประตูซึ่งถูกกระแทกเปิด แสงจากภายนอกสาดผ่านร่างสูงเข้ามาภายในห้องโถง สายตาคมกวาดมองคนทั้งหมด ก่อนหยุดอยู่ที่แพรไหมซึ่งถูกชายสองคนขวางทางไว้ทันทีที่เห็นว่าเธอยังปลอดภัย ความหวาดกลัวในดวงตาของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ“คีตะ นายไม่ควรมา” ธันวากล่าว“ฉันเคยให้โอกาสนายส่งตัวแพรไหมกลับไป แล้วค่อยเอาหลักฐานไปสู้กันตามกฎหมาย”คีตะก้าวเข้ามาช้า ๆ โดยยังรักษาระยะห่าง“แต่ทันทีที่นายขู่ครอบครัวเธอ ทุกอย่างก็จบ”ธันวาหัวเราะขื่น “พูดเหมือนแกเป็นพระเอก ทั้งที่ครอบครัวแกเป็นคนเริ่มทั้งหมด”“ถ้าพ่อฉันทำผิด นายควรเอาหลักฐานมาเปิดโปงเขา ไม่ใช่ทำร้ายคนบริสุทธิ์”“คนอย่างพ่อแกไม่เคยได้รับโทษหรอก ถ้าไม่มีใครลากแกลงมาจากที่สูงเสียก่อน”“แล้วแพรไหมเกี่ยวอะไรด้วย”“เพราะเธอเป็นจุดอ่อนของแก”แพรไหมเห็นมือของคีตะกำแน่นอยู่ข้างลำตัว แต่เขายังไม่พุ่งเข้าไปอย่างไร้สติ เพราะชายร่างใหญ่สองคนยืนขวางอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าพวกนั้นพกอาวุธหรือไม่คีตะมองเธอเพียงครู่หนึ่ง สายตานั้นคล้ายกำลังถามว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าแพรไหมส่ายหน้าเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 12 เบื้องหลังเดิมพัน

    แพรไหมมองข้อความบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าถ้ายังอยากให้แม่ปลอดภัย ถอนตัวจากทุกอย่าง และอย่าบอกคีตะภาพมารดาซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงโรงพยาบาลถูกถ่ายในระยะใกล้จนเห็นหมายเลขห้องและสายน้ำเกลืออย่างชัดเจน ผู้ส่งภาพต้องอยู่ภายในห้องหรืออย่างน้อยก็ยืนอยู่หน้าประตูในช่วงเวลาไม่นานมานี้เธอรีบเปิดดูรายละเอียดของไฟล์ ภาพถูกถ่ายตอนเกือบตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของคีตะคนร้ายไม่ได้เพียงขู่มันกำลังเฝ้าดูมารดาของเธออยู่จริง ๆแพรไหมหันไปมองชายหนุ่มซึ่งยังหลับอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาในยามหลับดูอ่อนโยนกว่าปกติ แขนยังคงพาดอยู่บนเอวเธอเหมือนกลัวว่าหากปล่อยมือ เธอจะหายไปอีกครั้งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน คีตะเพิ่งให้คำสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญปัญหาตามลำพังแต่ข้อความตรงหน้ากำลังบังคับให้แพรไหมต้องปิดบังเขาหญิงสาวค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากตัว ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำและล็อกประตู เธอพยายามโทรกลับหมายเลขดังกล่าว แต่ระบบแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ไม่นานก็มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพรุ่งนี้ สิบโมง ลานจอดรถด้านหลังห้างร้าง มาคนเดียวถ้าแจ้งตำรวจหรือบอกคีตะ เธอคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแพรไหมกำโทรศัพท์แน่นเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 11 ขย่มแล้วบอกว่าอย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว NC

    “นายไม่ได้เชื่อฉัน นายแค่เพิ่งหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าฉันไม่ผิด หากไม่มีหลักฐานนั้น นายก็คงเลือกเชื่อว่าฉันขายนายอยู่ดี”คำพูดของแพรไหมยังคงดังวนอยู่ในความคิด แม้คีตะจะกลับออกมาจากโรงพยาบาลนานหลายชั่วโมงแล้วเขานั่งอยู่ตามลำพังในห้องสโมสร ท่ามกลางความมืดและแสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเพียงดวงเดียว เอกสารการโอนเงิน ประวัติเข้าใช้ระบบ และภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเปิดเรียงอยู่ตรงหน้าแพรไหมพูดถูกเขาไม่เคยมองเธอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่เมื่อหลักฐานทุกชิ้นชี้ไปทางเดียวกัน เขากลับปล่อยให้ความสงสัยมีน้ำหนักมากกว่าความไว้ใจคำว่าเชื่อใจควรมีความหมายในเวลาที่ทุกอย่างดูไม่น่าเชื่อถือที่สุด ไม่ใช่หลังจากพบหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์แล้วคีตะหลับตาและยกมือกดหว่างคิ้ว ก่อนเสียงแจ้งเตือนจากระบบติดตามรายการทางการเงินจะดังขึ้นฝ่ายบัญชีของโรงแรมช่วยตรวจสอบบริษัทต้นทางซึ่งโอนเงินห้าแสนบาทเข้าบัญชีแพรไหม บริษัทนั้นจดทะเบียนดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาการตลาด แต่ไม่มีสำนักงานจริง ใช้ที่อยู่เดียวกับบริษัทอีกสามแห่ง และเพิ่งเปิดบัญชีก่อนเกิดเหตุไม่ถึงสองเดือนกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวเป็นหญิงวัยหกสิบกว่าปีซึ่งไม่มีประวัต

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 10 คนทรยศ

    เสียงโทรศัพท์ปลุกแพรไหมขึ้นมาในช่วงเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องพักแคบ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย กล่องสัมภาระวางเรียงอยู่ข้างผนัง เสื้อผ้าบางส่วนยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อคืนเธอไม่มีแรงมากพอจะจัดอะไรต่อความทรงจำเกี่ยวกับคีตะไหลกลับเข้ามาในความคิด ตั้งแต่บทสนทนาหน้าโต๊ะอาหารไปจนถึงคืนสุดท้ายภายในห้องนอนของเขาแพรไหมหลับตาลงและพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย“สวัสดีค่ะ”“คุณแพรพิไลใช่ไหมคะ ดิฉันโทรมาจากสำนักงานคณะกรรมการโครงการ UniVision Asia Challenge ขอให้คุณเข้าพบคณะกรรมการภายในเก้าโมงเช้าวันนี้ค่ะ”น้ำเสียงเป็นทางการทำให้เธอลุกขึ้นนั่ง“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”“เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโครงการค่ะ รายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบเมื่อคุณมาถึง”สายถูกตัดไปหลังจากนั้นไม่นานแพรไหมมองหน้าจอด้วยความสับสน ก่อนพบข้อความจำนวนมากจากสมาชิกในทีม บางคนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ขณะที่บางคนส่งภาพหลักฐานการส่งไฟล์ซึ่งกำลังถูกแชร์อยู่ในกลุ่มปิดของสโมสรทุกภาพมีชื่อบัญชีของเธอปรากฏอยู่หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอรีบลุกไปเปิดโน้ตบุ๊ก แต่กลับพบว่าบัญชีอีเมลของตนเองถูกออก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status