Home / โรแมนติก / สถานะลับ...ฉบับคู่อริ / บทที่ 14 ไม่ใช่เพราะสงสาร

Share

บทที่ 14 ไม่ใช่เพราะสงสาร

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-10-21 12:04:09

“เหลือเวลาอีกสิบวัน”

ตัวเลขบนปฏิทินกลางห้องสโมสรถูกวงด้วยปากกาสีแดง ขณะที่สมาชิกในทีมสิบกว่าคนนั่งล้อมโต๊ะประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ไฟล์แผนงานเดิมรั่วไหลไปถึงบริษัทคู่แข่ง แม้บริษัทดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี แต่แนวคิดสำคัญหลายส่วนได้ถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกแล้ว

หากทีมยังใช้แผนเดิมต่อไป ต่อให้ชนะการแข่งขันก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นต้นฉบับ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลอกเลียนแบบก่อนงานจริงจะเริ่มขึ้น

ทางเลือกเดียวคือทิ้งงานซึ่งทำมาตลอดหลายเดือนและเริ่มต้นใหม่ภายในสิบวัน

คีตะยืนอยู่หน้ากระดานพร้อมผ้าพันแผลรอบมือขวา บาดแผลทำให้เขาเขียนหนังสือไม่ถนัด แต่ยังคงเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้า

แพรไหมนั่งอยู่ข้างเขา สิทธิ์เข้าถึงระบบและตำแหน่งหัวหน้าร่วมถูกคืนกลับมาแล้ว ทว่าความรู้สึกของสมาชิกในทีมยังไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมด

บางคนหลีกเลี่ยงการสบตาเธอเพราะรู้สึกผิดที่เคยเชื่อข่าว บางคนพยายามเข้ามาขอโทษ แต่ไม่รู้ควรเริ่มต้นอย่างไร

แพรไหมวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนมองสมาชิกทุกคน

“ฉันรู้ว่าหลายคนคงไม่สบายใจ เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ทีมเสียเวลาและเกือบต้องยุติโครงการ”

“มันไม่ใช่ความผิดพี่นะครับ” ปั้นรีบพูด

“ใช่ค่ะ พวกเราต่างหากที่ควรขอโทษ” มินตราสมทบ “ตอนพี่ถูกกล่าวหา พวกเราไม่มีใครกล้าออกมาปกป้องเลย”

เสียงคนอื่นกล่าวเห็นด้วยดังขึ้น

แพรไหมส่ายหน้า “ไม่มีใครต้องรู้สึกผิดที่สับสนกับหลักฐาน แต่นับจากนี้เรามีเวลาเสียใจกันไม่มากแล้ว”

เธอลุกขึ้นและเดินไปหยุดข้างคีตะ

“ถ้าอยากแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น เราต้องสร้างงานซึ่งดีกว่าเดิมให้ได้”

คีตะกดรีโมต ภาพแผนงานเดิมหายไปจากจอ เหลือเพียงพื้นหลังสีขาวว่างเปล่า

“เราจะไม่แก้แผนเก่า” เขาประกาศ “แต่จะสร้างใหม่ทั้งหมด”

สมาชิกในทีมเริ่มซุบซิบด้วยความกังวล

“สิบวันจะทันหรือครับ”

“ทันหรือไม่ก็ต้องทำให้ทัน” คีตะตอบ “แต่ครั้งนี้ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ไม่มีการแบ่งว่าไอเดียของใครเหนือกว่าใคร”

แพรไหมหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาเขียนคำว่า โอกาส ลงกลางกระดาน

“งานครั้งก่อนเน้นภาพลักษณ์กับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมเป็นหลัก แต่เรื่องที่ผ่านมาเพิ่งทำให้ฉันเข้าใจว่า คนจำนวนมากไม่ได้ขาดความสามารถ พวกเขาเพียงขาดโอกาสให้แสดงมันออกมา”

เธอเล่าถึงร้านค้ารายย่อยที่ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในเทศกาลใหญ่ นักศึกษาทุนซึ่งต้องทำงานพิเศษจนไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม และคนพิการซึ่งมักถูกมองข้ามในการออกแบบพื้นที่

“ถ้างานเทศกาลนานาชาติจะพูดถึงความหลากหลาย เราก็ไม่ควรทำเพียงนำอาหารกับการแสดงจากหลายประเทศมาวางรวมกัน แต่ต้องทำให้คนซึ่งมีชีวิตแตกต่างกันสามารถอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้จริง”

คีตะรับช่วงต่อโดยเสนอให้แบ่งงานออกเป็นสามส่วน

ส่วนแรกเป็นตลาดสร้างโอกาส เปิดพื้นที่ฟรีให้ร้านค้าชุมชน นักศึกษาทุน และผู้ประกอบการรายย่อย โดยรายได้จะเข้าผู้ขายโดยตรง

ส่วนที่สองเป็นเวทีกิจกรรมซึ่งออกแบบให้คนพิการสามารถเข้าถึงได้ ทั้งทางลาด ล่ามภาษามือ คำบรรยายบนจอ และพื้นที่รับชมสำหรับผู้ใช้รถเข็น

ส่วนสุดท้ายคือระบบถ่ายทอดสดเพื่อให้ร้านค้าขายสินค้าออนไลน์ได้พร้อมกับงานจริง ผู้ชมซึ่งไม่ได้เดินทางมามหาวิทยาลัยยังสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์มกลาง

แนวคิดซึ่งเคยแบ่งเป็นของคีตะหรือของแพรไหมค่อย ๆ หลอมรวมกันจนไม่มีใครแยกออกว่าเริ่มต้นจากฝ่ายใด

แพรไหมออกแบบเรื่องราวและภาพลักษณ์ของแคมเปญ ส่วนคีตะวางระบบรายได้ งบประมาณ และโครงสร้างการบริหาร

“ปัญหาใหญ่คือเงิน” ปั้นกล่าว “สปอนเซอร์เก่าหลายรายถอนตัวหลังเกิดข่าว แล้วงบจากโรงแรมวัฒนเมธาก็ยังถูกระงับ”

ทุกคนมองไปทางคีตะ

ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความกังวล เขาเพียงเปิดรายชื่อบริษัทชุดใหม่บนจอ

“เราจะไม่ใช้เงินของครอบครัวฉัน”

ตลอดสามวันถัดมา ทีมงานแทบไม่ได้ออกจากห้องสโมสร ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและทำงานหมุนเวียนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

แพรไหมเขียนแคมเปญโดยใช้ชื่อว่า One World, Every Voice - โลกเดียวที่ทุกเสียงมีความหมาย

เธอนำประสบการณ์ของตนเองมาเป็นพื้นฐาน โดยไม่เปิดเผยเรื่องมารดาหรือความลำบากส่วนตัวโดยตรง แต่สร้างเรื่องเล่าผ่านนักศึกษาหลายคนซึ่งต้องทำงานควบคู่กับการเรียน รวมถึงผู้ประกอบการชุมชนที่ขาดช่องทางเข้าถึงลูกค้า

วิดีโอประชาสัมพันธ์ชิ้นแรกถูกเผยแพร่ในคืนวันที่สี่และมียอดรับชมมากกว่าหนึ่งล้านครั้งภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง

ผู้คนเริ่มแชร์เรื่องราวของตนเองภายใต้แฮชแท็กโครงการ ธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งเสนอตัวเข้าร่วม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีประกาศสนับสนุนระบบถ่ายทอดสดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด้านคีตะนัดเจรจากับผู้สนับสนุนตั้งแต่เช้าจนถึงดึก แม้ไม่มีนามสกุลของบิดาเปิดทาง เขายังสามารถใช้ผลงานกับตัวเลขพิสูจน์ศักยภาพของโครงการได้

เขาปฏิเสธที่จะใช้ชื่อโรงแรมวัฒนเมธาเป็นหลักประกัน ทุกสัญญาถูกเสนอในนามทีมมหาวิทยาลัย และผลประโยชน์ของผู้สนับสนุนถูกออกแบบอย่างโปร่งใส

ภายในห้าวัน คีตะหางบประมาณทดแทนได้เกือบทั้งหมด

ค่ำวันที่หก ขณะที่แพรไหมกำลังตรวจสื่อประชาสัมพันธ์ เธอได้รับข้อความจากคีตะว่าอาจกลับบ้านช้า เพราะต้องไปพบผู้สนับสนุนรายสำคัญ

ทว่าความจริง เขาถูกเรียกไปพบคุณคเชนทร์ที่โรงแรมวัฒนเมธาแกรนด์

ภายในห้องทำงานเดิม บัตรเครดิต กุญแจรถ และเอกสารสิทธิ์ต่าง ๆ ถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะ

“ฉันให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย” คุณคเชนทร์กล่าว “เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น ถอนตัวจากโครงการ แล้วกลับมารับตำแหน่งที่โรงแรม”

คีตะยืนอยู่หน้าโต๊ะด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“แล้วเรื่องเรน่าล่ะครับ”

“ครอบครัวเธอยังไม่ปิดทางทั้งหมด หากแกยอมขอโทษ เรื่องหมั้นยังกลับมาเจรจาใหม่ได้”

“เรน่าประกาศชัดแล้วว่าไม่ต้องการแต่งงานกับผม”

“เด็กคนนั้นแค่ใช้อารมณ์ เมื่อทุกอย่างสงบ ผู้ใหญ่จะจัดการเอง”

“พ่อยังไม่เข้าใจอีกหรือครับว่าเราไม่ใช่ทรัพย์สินที่ผู้ใหญ่จะแลกเปลี่ยนกัน”

สีหน้าของคุณคเชนทร์แข็งขึ้น

“ฉันสร้างทุกอย่างไว้ให้แก แต่แกกำลังทิ้งมันเพราะผู้หญิงคนเดียว”

“ผมไม่ได้ทิ้งทุกอย่างเพราะแพรไหม”

“แล้วจะเรียกว่าอะไร”

“ผมกำลังเลือกตัวเอง”

คีตะนำบัตรเครดิตของครอบครัวออกจากกระเป๋า วางลงข้างกุญแจรถและบัตรสมาชิกทั้งหมด

“ผมไม่ต้องการตำแหน่งซึ่งได้มาเพราะยอมให้พ่อควบคุม และไม่ต้องการธุรกิจที่ใช้อนาคตของคนอื่นเป็นเครื่องต่อรอง”

“ถ้าเดินออกจากห้องนี้ แกจะไม่ได้อะไรกลับไป”

“ผมรู้”

“รถ คอนโด เงินลงทุน รวมถึงสิทธิ์ในหุ้นส่วนที่เตรียมไว้ ทุกอย่างจะถูกระงับ”

“ครับ”

คุณคเชนทร์มองบุตรชายอย่างไม่อยากเชื่อ “คิดว่าตัวเองจะอยู่ได้โดยไม่มีนามสกุลวัฒนเมธาหรือไง”

คีตะสบตาบิดาโดยไม่หลบ

“ผมไม่จำเป็นต้องทิ้งนามสกุล แต่จะพิสูจน์ว่าความสามารถของผมไม่ได้มีเพียงสิ่งนั้น”

เขายกมือไหว้ ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องโดยไม่หยิบสิ่งใดติดตัวไป

คีตะกลับถึงบ้านด้วยรถรับจ้างเกือบเที่ยงคืน

แพรไหมยืนรออยู่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ขับรถคันเดิมกลับมา แววตาก็เต็มไปด้วยคำถาม

“รถนายไปไหน”

“คืนพ่อไปแล้ว”

“หมายความว่าอย่างไร”

เขาเล่าเรื่องข้อเสนอทั้งหมดตามตรง รวมถึงทรัพย์สินและสิทธิ์ต่าง ๆ ซึ่งตัดสินใจคืนให้ครอบครัว

ยิ่งฟัง สีหน้าของแพรไหมก็ยิ่งเคร่งเครียด

“ทำไมนายไม่ปรึกษาฉันก่อน”

“เพราะเป็นเรื่องระหว่างฉันกับพ่อ”

“แต่การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวกับฉันด้วย”

“ฉันไม่ได้เลิกกับเธอตามคำสั่งของเขา”

“นั่นแหละที่ฉันกำลังพูด นายไม่ควรทิ้งอนาคตทั้งชีวิตเพราะต้องการพิสูจน์ว่ารักฉัน!”

“ฉันไม่ได้ทำเพราะเธอ”

คำตอบนั้นทำให้แพรไหมชะงัก

คีตะจับมือเธอและอธิบายช้าลง

“เธอเป็นคนทำให้ฉันกล้ามองเห็นปัญหา แต่คนที่เลือกเดินออกมาคือฉัน ต่อให้เราไม่รู้จักกัน ฉันก็ควรหยุดปล่อยให้พ่อใช้เงินบังคับชีวิตอยู่ดี”

“แต่นายกำลังเริ่มจากศูนย์”

“ฉันยังมีความรู้ มีประสบการณ์ และมีสองมือ”

เขายกมือข้างที่พันแผลขึ้นเล็กน้อย ก่อนยิ้ม

“ถึงตอนนี้จะใช้ได้ไม่เต็มที่ก็เถอะ”

แพรไหมทั้งอยากโกรธและอยากหัวเราะ สุดท้ายจึงเพียงกำมือเขาแน่นขึ้น

“ต่อไปถ้าจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ บอกฉันก่อน”

“ตกลง”

“ฉันไม่ได้ต้องการให้นายเสียสละทุกอย่างเพื่อฉัน”

“ฉันรู้”

คีตะดึงเธอเข้ามากอด

“เพราะเธอไม่ใช่ภาระที่ฉันต้องเสียสละ เธอเป็นคนที่ฉันอยากสร้างอนาคตด้วย”

สิบวันแห่งความวุ่นวายผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันตัดสินมาถึงพร้อมหอประชุมซึ่งเต็มไปด้วยคณะกรรมการ ผู้สนับสนุน และนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย

คีตะกับแพรไหมยืนอยู่หลังเวทีในชุดสูทสีเข้มและชุดทำงานสีขาวสะอาด ทั้งคู่ถือบัตรนำเสนอคนละชุด แต่ไม่มีใครก้มลงอ่าน

“ตื่นเต้นไหม” แพรไหมถาม

“ไม่”

“โกหก นายขยับนิ้วตลอดเลย”

“ฉันกำลังวอร์มมือ”

“ข้ออ้างแย่มาก”

คีตะมองเธอ ก่อนยื่นมือออกไป “พร้อมหรือยัง”

แพรไหมวางมือลงบนมือเขา

“พร้อมมาตั้งแต่วันที่นายประกาศสงครามกับฉันแล้ว”

ทั้งคู่ขึ้นเวทีพร้อมกัน

การนำเสนอเริ่มจากแพรไหมเล่าถึงความหมายของโอกาสและเสียงของคนซึ่งมักถูกมองข้าม ก่อนส่งต่อให้คีตะอธิบายโครงสร้างงบประมาณ รายได้ และระบบสนับสนุนร้านค้า

พวกเขาไม่แย่งกันพูดเหมือนวันแรกอีกต่อไป แต่รับส่งเนื้อหาอย่างเป็นธรรมชาติ หากคนหนึ่งตอบคำถาม อีกคนจะเสริมข้อมูลส่วนที่ขาดโดยไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ

ช่วงท้าย แพรไหมเปิดวิดีโอรวมเรื่องราวของร้านค้า นักศึกษาทุน และผู้พิการซึ่งสมัครเข้าร่วมโครงการ ตามด้วยตัวเลขผู้สนับสนุนและยอดสั่งซื้อล่วงหน้าซึ่งพิสูจน์ว่าแนวคิดสามารถเกิดขึ้นจริงได้

เสียงปรบมือดังขึ้นทันทีที่การนำเสนอจบลง

หลังคณะกรรมการใช้เวลาพิจารณาเกือบหนึ่งชั่วโมง ประธานจึงขึ้นเวทีเพื่อประกาศผล

“ผู้ชนะโครงการ UniVision Asia Challenge ประจำปีนี้ ได้แก่ทีม One World, Every Voice จากมหาวิทยาลัยยูนิวิชั่น นำโดยคุณคีตภัทร วัฒนเมธากุลและคุณแพรพิไล อัครภักดี”

เสียงเฮของสมาชิกในทีมดังขึ้นทั่วหอประชุม

แพรไหมยืนแข็งค้าง น้ำตาเอ่อขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อของตนเอง คีตะหันไปมองและยิ้ม ก่อนจับมือเธอเดินขึ้นไปรับรางวัลพร้อมกัน

คณะกรรมการชื่นชมแนวคิดใหม่และวิธีรับมือกับวิกฤต รวมถึงประกาศมอบทุนฝึกงานหกเดือนในประเทศสิงคโปร์ให้แพรไหมตามผลคะแนนรายบุคคล

เงินรางวัลหนึ่งล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีโครงการหลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายตามระเบียบ

แพรไหมใช้ส่วนหนึ่งเป็นค่ารักษามารดาตามแผน ส่วนเงินที่เหลือ เธอเสนอจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินสำหรับนักศึกษาซึ่งครอบครัวประสบปัญหา เพื่อไม่ให้ใครต้องทำงานจนสุขภาพพังหรือถอนตัวจากการเรียนเพราะขาดเงินก้อนชั่วคราว

หลังพิธีมอบรางวัล สมาชิกในทีมกรูกันเข้ามากอดและถ่ายภาพ

ปั้นมองมือของคีตะกับแพรไหมซึ่งยังจับกันอยู่ ก่อนถามเสียงดัง

“เดี๋ยวนะครับ พี่สองคนจับมือกันนานไปหรือเปล่า”

ทุกคนเงียบลงและหันมามองพร้อมกัน

แพรไหมกำลังจะปล่อยมือ แต่คีตะกลับจับไว้แน่นกว่าเดิม

“พวกนายสงสัยมานานแล้วไม่ใช่หรือไง”

“สรุปเป็นแฟนกันจริงเหรอครับ!”

เสียงโห่แซวดังขึ้นทันที

แพรไหมมองคีตะอย่างคาดโทษ “นายเปิดเผยโดยไม่ถามฉันอีกแล้วนะ”

“งั้นถามตอนนี้” เขาหันมาหาเธอ “ให้บอกทุกคนได้ไหมว่าเธอเป็นแฟนฉัน”

หญิงสาวพยายามเก็บสีหน้า แต่สุดท้ายก็หลุดยิ้ม

“สายไปแล้วไหม”

คีตะจึงหันไปบอกสมาชิกในทีมอย่างภาคภูมิใจ

“แพรไหมไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันช่วยไว้ เธอเป็นหุ้นส่วนที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ ถ้าไม่มีเธอ เราคงไม่มีวันยืนอยู่ตรงนี้”

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง

นักข่าวจากเพจมหาวิทยาลัยเข้ามาสัมภาษณ์ทันที หนึ่งในนั้นยกไมโครโฟนขึ้นพร้อมคำถามที่ทำให้คนทั้งทีมส่งเสียงเชียร์

“ในเมื่อเริ่มจากการเป็นคู่แข่งกัน อยากทราบว่าใครเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนคะ”

แพรไหมกำลังจะตอบแบบกลาง ๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่คีตะกลับยกไมโครโฟนเข้าหาตนเอง

“ผมครับ”

หญิงสาวหันขวับไปมอง

เสียงกรี๊ดกับเสียงโห่ดังทั่วบริเวณ

คีตะสบตาเธอพร้อมรอยยิ้มซึ่งไม่เหลือความเย็นชาของท่านประธานคนเดิม

“ผมแพ้ตั้งแต่วันที่เธอลากกระเป๋าเข้าบ้านแล้วครับ”

เขายกมือของเธอขึ้นจูบต่อหน้าทุกคน ก่อนพูดประโยคสุดท้ายอย่างไม่คิดปิดบังอีกต่อไป

“แค่ใช้เวลานานกว่าจะยอมรับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 15 จากคู่แข่งสู่คนข้างกาย NC

    หนึ่งปีต่อมาเสียงล้อกระเป๋าเดินทางดังไปตามพื้นอาคารผู้โดยสารขาเข้า แพรไหมก้าวออกมาจากประตูพร้อมเสื้อคลุมสีครีมพาดอยู่บนแขน เส้นผมยาวถูกรวบหลวม ๆ ขณะที่สายตากวาดมองผู้คนซึ่งยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าเธอไม่ต้องใช้เวลาค้นหานานคีตะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในชุดสูทสีเข้ม มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ อีกมือถือป้ายกระดาษซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน คุณอดีตคู่แข่งแพรไหมหลุดหัวเราะ ก่อนลากกระเป๋าเข้าไปหา“มุกเก่ามาก”“แต่เธอยิ้ม”“ฉันสงสารคนอุตส่าห์มายืนถือป้ายต่างหาก”คีตะวางป้ายลงและรับกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ จากนั้นจึงยื่นช่อดอกไม้ให้“ยินดีต้อนรับกลับ”“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”“ตอนนี้ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการแล้ว”“บริษัทมีพนักงานกี่คน”“หกคน”แพรไหมพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ยิ่งใหญ่มากค่ะท่านกรรมการผู้จัดการ”คีตะหรี่ตามองคนชอบประชด ก่อนดึงร่างเธอเข้ามากอดโดยไม่สนใจผู้คนรอบข้างหนึ่งปีที่ต้องอยู่ห่างกันไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทั้งคู่จะวิดีโอคอลกันแทบทุกคืน แต่เวลาทำงานซึ่งแตกต่างและตารางชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายก็ทำให้มีหลายวันที่ได้คุยกันเพียงไม่กี่นาทีแพรไหมฝึกงานกับบริษัทอีเวนต์ระดับเอ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 14 ไม่ใช่เพราะสงสาร

    “เหลือเวลาอีกสิบวัน”ตัวเลขบนปฏิทินกลางห้องสโมสรถูกวงด้วยปากกาสีแดง ขณะที่สมาชิกในทีมสิบกว่าคนนั่งล้อมโต๊ะประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไฟล์แผนงานเดิมรั่วไหลไปถึงบริษัทคู่แข่ง แม้บริษัทดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี แต่แนวคิดสำคัญหลายส่วนได้ถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกแล้วหากทีมยังใช้แผนเดิมต่อไป ต่อให้ชนะการแข่งขันก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นต้นฉบับ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลอกเลียนแบบก่อนงานจริงจะเริ่มขึ้นทางเลือกเดียวคือทิ้งงานซึ่งทำมาตลอดหลายเดือนและเริ่มต้นใหม่ภายในสิบวันคีตะยืนอยู่หน้ากระดานพร้อมผ้าพันแผลรอบมือขวา บาดแผลทำให้เขาเขียนหนังสือไม่ถนัด แต่ยังคงเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้าแพรไหมนั่งอยู่ข้างเขา สิทธิ์เข้าถึงระบบและตำแหน่งหัวหน้าร่วมถูกคืนกลับมาแล้ว ทว่าความรู้สึกของสมาชิกในทีมยังไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมดบางคนหลีกเลี่ยงการสบตาเธอเพราะรู้สึกผิดที่เคยเชื่อข่าว บางคนพยายามเข้ามาขอโทษ แต่ไม่รู้ควรเริ่มต้นอย่างไรแพรไหมวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนมองสมาชิกทุกคน“ฉันรู้ว่าหลายคนคงไม่สบายใจ เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ทีมเสียเวลาและเกือบต้องยุติโครงการ”“มันไม่ใช

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 13 หลังคืนที่เกือบสูญเสียกลับมาเป็นคืนเสียวแทน NC

    “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”เสียงของคีตะดังสะท้อนทั่วอาคารกิจกรรมเก่าชายหนุ่มยืนอยู่กลางประตูซึ่งถูกกระแทกเปิด แสงจากภายนอกสาดผ่านร่างสูงเข้ามาภายในห้องโถง สายตาคมกวาดมองคนทั้งหมด ก่อนหยุดอยู่ที่แพรไหมซึ่งถูกชายสองคนขวางทางไว้ทันทีที่เห็นว่าเธอยังปลอดภัย ความหวาดกลัวในดวงตาของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ“คีตะ นายไม่ควรมา” ธันวากล่าว“ฉันเคยให้โอกาสนายส่งตัวแพรไหมกลับไป แล้วค่อยเอาหลักฐานไปสู้กันตามกฎหมาย”คีตะก้าวเข้ามาช้า ๆ โดยยังรักษาระยะห่าง“แต่ทันทีที่นายขู่ครอบครัวเธอ ทุกอย่างก็จบ”ธันวาหัวเราะขื่น “พูดเหมือนแกเป็นพระเอก ทั้งที่ครอบครัวแกเป็นคนเริ่มทั้งหมด”“ถ้าพ่อฉันทำผิด นายควรเอาหลักฐานมาเปิดโปงเขา ไม่ใช่ทำร้ายคนบริสุทธิ์”“คนอย่างพ่อแกไม่เคยได้รับโทษหรอก ถ้าไม่มีใครลากแกลงมาจากที่สูงเสียก่อน”“แล้วแพรไหมเกี่ยวอะไรด้วย”“เพราะเธอเป็นจุดอ่อนของแก”แพรไหมเห็นมือของคีตะกำแน่นอยู่ข้างลำตัว แต่เขายังไม่พุ่งเข้าไปอย่างไร้สติ เพราะชายร่างใหญ่สองคนยืนขวางอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าพวกนั้นพกอาวุธหรือไม่คีตะมองเธอเพียงครู่หนึ่ง สายตานั้นคล้ายกำลังถามว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าแพรไหมส่ายหน้าเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 12 เบื้องหลังเดิมพัน

    แพรไหมมองข้อความบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าถ้ายังอยากให้แม่ปลอดภัย ถอนตัวจากทุกอย่าง และอย่าบอกคีตะภาพมารดาซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงโรงพยาบาลถูกถ่ายในระยะใกล้จนเห็นหมายเลขห้องและสายน้ำเกลืออย่างชัดเจน ผู้ส่งภาพต้องอยู่ภายในห้องหรืออย่างน้อยก็ยืนอยู่หน้าประตูในช่วงเวลาไม่นานมานี้เธอรีบเปิดดูรายละเอียดของไฟล์ ภาพถูกถ่ายตอนเกือบตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของคีตะคนร้ายไม่ได้เพียงขู่มันกำลังเฝ้าดูมารดาของเธออยู่จริง ๆแพรไหมหันไปมองชายหนุ่มซึ่งยังหลับอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาในยามหลับดูอ่อนโยนกว่าปกติ แขนยังคงพาดอยู่บนเอวเธอเหมือนกลัวว่าหากปล่อยมือ เธอจะหายไปอีกครั้งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน คีตะเพิ่งให้คำสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญปัญหาตามลำพังแต่ข้อความตรงหน้ากำลังบังคับให้แพรไหมต้องปิดบังเขาหญิงสาวค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากตัว ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำและล็อกประตู เธอพยายามโทรกลับหมายเลขดังกล่าว แต่ระบบแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ไม่นานก็มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพรุ่งนี้ สิบโมง ลานจอดรถด้านหลังห้างร้าง มาคนเดียวถ้าแจ้งตำรวจหรือบอกคีตะ เธอคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแพรไหมกำโทรศัพท์แน่นเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 11 ขย่มแล้วบอกว่าอย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว NC

    “นายไม่ได้เชื่อฉัน นายแค่เพิ่งหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าฉันไม่ผิด หากไม่มีหลักฐานนั้น นายก็คงเลือกเชื่อว่าฉันขายนายอยู่ดี”คำพูดของแพรไหมยังคงดังวนอยู่ในความคิด แม้คีตะจะกลับออกมาจากโรงพยาบาลนานหลายชั่วโมงแล้วเขานั่งอยู่ตามลำพังในห้องสโมสร ท่ามกลางความมืดและแสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเพียงดวงเดียว เอกสารการโอนเงิน ประวัติเข้าใช้ระบบ และภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเปิดเรียงอยู่ตรงหน้าแพรไหมพูดถูกเขาไม่เคยมองเธอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่เมื่อหลักฐานทุกชิ้นชี้ไปทางเดียวกัน เขากลับปล่อยให้ความสงสัยมีน้ำหนักมากกว่าความไว้ใจคำว่าเชื่อใจควรมีความหมายในเวลาที่ทุกอย่างดูไม่น่าเชื่อถือที่สุด ไม่ใช่หลังจากพบหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์แล้วคีตะหลับตาและยกมือกดหว่างคิ้ว ก่อนเสียงแจ้งเตือนจากระบบติดตามรายการทางการเงินจะดังขึ้นฝ่ายบัญชีของโรงแรมช่วยตรวจสอบบริษัทต้นทางซึ่งโอนเงินห้าแสนบาทเข้าบัญชีแพรไหม บริษัทนั้นจดทะเบียนดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาการตลาด แต่ไม่มีสำนักงานจริง ใช้ที่อยู่เดียวกับบริษัทอีกสามแห่ง และเพิ่งเปิดบัญชีก่อนเกิดเหตุไม่ถึงสองเดือนกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวเป็นหญิงวัยหกสิบกว่าปีซึ่งไม่มีประวัต

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 10 คนทรยศ

    เสียงโทรศัพท์ปลุกแพรไหมขึ้นมาในช่วงเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องพักแคบ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย กล่องสัมภาระวางเรียงอยู่ข้างผนัง เสื้อผ้าบางส่วนยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อคืนเธอไม่มีแรงมากพอจะจัดอะไรต่อความทรงจำเกี่ยวกับคีตะไหลกลับเข้ามาในความคิด ตั้งแต่บทสนทนาหน้าโต๊ะอาหารไปจนถึงคืนสุดท้ายภายในห้องนอนของเขาแพรไหมหลับตาลงและพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย“สวัสดีค่ะ”“คุณแพรพิไลใช่ไหมคะ ดิฉันโทรมาจากสำนักงานคณะกรรมการโครงการ UniVision Asia Challenge ขอให้คุณเข้าพบคณะกรรมการภายในเก้าโมงเช้าวันนี้ค่ะ”น้ำเสียงเป็นทางการทำให้เธอลุกขึ้นนั่ง“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”“เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโครงการค่ะ รายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบเมื่อคุณมาถึง”สายถูกตัดไปหลังจากนั้นไม่นานแพรไหมมองหน้าจอด้วยความสับสน ก่อนพบข้อความจำนวนมากจากสมาชิกในทีม บางคนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ขณะที่บางคนส่งภาพหลักฐานการส่งไฟล์ซึ่งกำลังถูกแชร์อยู่ในกลุ่มปิดของสโมสรทุกภาพมีชื่อบัญชีของเธอปรากฏอยู่หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอรีบลุกไปเปิดโน้ตบุ๊ก แต่กลับพบว่าบัญชีอีเมลของตนเองถูกออก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status