FAZER LOGIN“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”
“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”
“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า
“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า”
“กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”
“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”
“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”
“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย
“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว
“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่เหมือนน้องเจน ต่างกันมาก เธอเหมือนคุณแม่ครับ ไม่ได้มาจากครอบครัวมีฐานะ ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจ สนับสนุนผมไม่ได้ เข้าสังคมกับผมไม่ได้ ให้ความสุขผมได้แค่ในห้องเล็กๆ ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ แต่... ผมก็ลังเล ถ้าผมคบน้องเจน ผมคงพาบริษัทไปได้ไกลกว่านี้”
“ฟังเหมือนนัยอยากเก็บผู้หญิงที่นัยอ้างว่ารัก ไว้เป็นเมียเก็บเลยนะลูก ถ้านัยเห็นหน้าที่การงานดีกว่าความรัก นัยก็เลิกกับเธอให้เด็ดขาด แล้วเลือกน้องเจนเถอะนะ แบบนั้น จะดีต่อทุกคนมากกว่า...”
“ถึงนัยจะเป็นลูกแม่ แต่แม่ไม่เห็นด้วยที่นัยจะจับปลาสองมือ!”
เสียงไม่มี แต่ยังอุตส่าห์ตะเบ็งเสียงใส่ลูกชายเพราะอินจัด
“มาว่าผู้หญิงแบบแม่ไม่เหมาะสม ไม่คู่ควร แล้วเคยถามผู้หญิงแบบแม่หรือเปล่า ว่าอยากจะอยู่กับผู้ชายที่มีความคิดแบบนี้หรือเปล่า แม่กล้าตอบแทนได้เลย ว่าไม่... ไม่มีทาง...”
“คุณแม่ ผม... ไม่ได้มีเจตนาจะพูดถึงคุณแม่ในแง่ร้ายนะครับ”
“อ๋อ แม่กี้นัยพูดถึงแม่ในแง่ดีงั้นสิ ดีมากเลยแหละ ดีมากๆ” ประชดประชันลูกชายคนเดียว สบประสานสายตาลำบากใจคู่นั้น
“แม่จะบอกให้นัยรู้ไว้ ถึงแม่จะไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่คุณพ่อรักแม่มาก ไม่เคยเอาแม่ไปเปรียบเทียบกับลูกคนรวยบ้านอื่น คุณพ่อยอมปฏิเสธข้อเสนอคุณตาน้องเจน ไม่แต่งงานกับลูกสาวคนเล็กของท่าน เพื่อมาแต่งงานกับแม่ คุณพ่อยอมทำทุกอย่างเพื่อแม่ แต่นัย... กลับทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง... นัยหาผลประโยชน์จากน้องเจน ขณะเดียวกันก็หาความสุขจากผู้หญิงที่นัยอ้างว่ารักเขา ผู้ชายอย่างนัย... น่าขยะแขยง ถ้าแม่เป็นผู้หญิงคนนั้น... แม่จะหนีไปให้ไกล ไม่กลับมาให้นัยเห็นหน้าไปชั่วชีวิต ตัดขาด... ไม่ต้องเผาผี!”
หอบหายใจด้วยความเหนื่อย กว่าคุณภาวินีจะพูดจบ
“โธ่... ผมไม่ได้บอกว่าจะจับปลาสองมือ มีเมียสองคนสักหน่อย ถึงผมจะลังเล แต่ผมก็คิดไว้แล้วว่าจะเลือกใคร ผมแค่อยากได้เวลาอีกนิด เพื่อจัดการปัญหายุ่งเหยิงที่อาจจะตามมา”
“ฝั่งผู้หญิงจะแน่ใจได้ยังไง ว่ารอแล้วจะสมหวัง” สุขภาพสตรีสูงวัยยังคงแย้งลูกชาย
“เวลาในการตัดสินใจของนัยมีเยอะ แต่จงจำไว้ ทุกวินาทีที่นัยลังเล มันคือเวลาที่นัยค่อยๆ ผลักเธอออกจากชีวิต เพราะถ้านัยคิดจะเลือกเธอแต่แรก นัยคงเลือกไปนานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาผ่านมาถึงวันนี้ จนกระทั่งคู่หมั้นตัวจริงของนัยกลับมา!”
“คุณแม่เหนื่อยเกินไปแล้วนะครับ...”
“แค่ฟัง ไม่ต้องพูดแทรก...” รู้ว่าลูกชายห่วง กลัวพูดเยอะจะเหนื่อย แต่ท่านจำเป็นต้องพูดให้จบ
“แม่เชื่อว่าเธอมีคำตอบในใจแล้ว ว่ายังไงนัยก็ไม่เลือกเธอ รอทำใจได้เมื่อไหร่ นัยจะไม่เหลือใคร... แม่พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคุณพ่อคิดถูกที่เลือกแม่... อาจจะมีสักแวบที่คุณพ่อรู้ตัวว่าคิดผิด แต่คุณพ่อจับมือแม่ไว้แน่น ไม่เคยปล่อยมือแม่เลยสักครั้ง วันตาย ก็ยังจับมือแม่... สามสิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา แม่มีความสุขมาก แม่ถึงได้อยากให้นัยเลือกอยู่กับคนที่นัยรัก... มากกว่าเลือกอยู่กับคนทำให้นัยไม่อยากกลับบ้าน...”
คุณภาวินีหอบหายใจเสียงดัง
“บ้าน... ไม่ใช่แค่ที่นอน แต่คือนิยามของความสุข นัยอยากกลับมาเจอคนที่นัยไม่ได้รัก หรืออยากกลับมาเจอคนที่นัยรัก และลูกๆ ที่เกิดกับเธอ ความร่ำรวย ชื่อเสียง เงินทอง ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะลูก ครอบครัวอบอุ่นต่างหาก จะทำให้นัยมีความสุขอย่างแท้จริง...”
‘พริกหวาน รัก พ่อพ่อ กับ แม่แม่ ที่สุดในโลก’ เสียงลูกแวบเข้ามาในหัว น้ำตาคลอเลยเขา เกือบทำผิดกับลูกไปแล้วไหมล่ะ
เหมือนอย่างที่มารดาพูดไว้ รอยยิ้มของพริกหวานมีค่ากับเขามาก ใครเอาเงินมากองตรงหน้าเสนอให้เขาพรากรอยยิ้มไปจากลูก เขาก็คงทำไม่ได้ ธารธารากับพริกหวานทำให้เขาอยากกลับบ้านไปกอดลูกกอดเมียทุกวัน บ้านในอุดมคติจะเป็นหลังไหนก็ได้ เล็กหรือใหญ่ได้หมด แต่จะต้องมีสองคนนี้ และลูกๆ ที่อาจจะเกิดมาในอนาคต ภารนัยเลื่อนตัวขึ้นไปกอดท่าน ตัดสินใจเด็ดขาดได้ ณ วินาทีนี้ ว่าควรจะเลือกใคร
“ผมจะรีบเคลียร์เรื่องน้องเจน แล้วพาเธอมากราบคุณแม่ให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ดึกมากแล้ว คุณแม่พักผ่อนเถอะนะครับ”
“รีบไล่แม่นอน เพื่อจะกลับไปหาสาวหรือเปล่านะ” แซวลูก ไม่ได้เร่งรัดว่าลูกจะต้องพาแฟนมาให้เจอหน้าในเร็ววัน ลูกสะดวกวันไหนก็วันนั้น
“ของมันแน่อยู่แล้วครับ ผู้ชายวัยผม ไม่มีใครอยากนอนคนเดียวหรอกครับ กลับไปกอดเมียดีกว่า”
“หมั่นไส้ ยังไม่แต่งงานไปเรียกผู้หญิงว่าเมีย” ฟาดมือเข้ากลางท่อนแขนพ่อลูกชายตัวดี
“ก็เมียทางพฤตินัยไงครับ นิตินัยเอาไว้วันหลัง”
“มั่นใจมากไปไม่ดีนะ แฟนรอไม่ไหว ทิ้งไป จะหน้าแห้ง”
“ไม่ทิ้งหรอกครับ” มีพริกไทยในท้อง จะไปไหนได้
“คุณแม่อย่าห่วงเรื่องผม ผมจัดการเอง ระหว่างนี้คุณแม่พักผ่อนเยอะๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เก็บแรงไว้รับมือกับเด็กของผม ทั้งแสบ ทั้งซน ซุ่มซ่ามอีกด้วย กลัวคุณแม่จะเหนื่อยรับมือจนเป็นลมเข้าออกบ้านกับโรงพยาบาลเดือนละหลายหน”
สนามหญ้าหน้าบ้านเขากว้างมาก เหมาะเลย ให้พริกหวานมาวิ่งเล่น มีธารธาราตามไปตะครุบลูก ถ้าหล่อนเหนื่อยก็สลับเวรให้ป้าน้อม คุณแม่ กับคนอื่นๆ คอยดูแล
นึกภาพตามแล้วภารนัยมีรอยยิ้ม มารดาเขาคงจะเลื่อนวีลแชร์ไล่ตามหลานทั้งวันไม่เป็นอันพักผ่อน ร้องเรียกพริกหวานๆ
ด้านพริกหวานแสนซน ไม่สนใจ วิ่งหนีให้คุณย่าตามจับ เป็นภาพที่น่ารัก เขาอยากพาลูกเมียเข้าบ้านเร็วๆ จัง
“พูดพิลึก คนโตที่ไหนจะซน ไม่ใช่เด็กประถม มัธยมนะลูก”
เด็กสองขวบครึ่งต่างหาก ส่วนเด็กอีกคนยี่สิบสองขวบ
“เด็กขนาดนั้น ผมโดนจับข้อหาพรากผู้เยาว์กันพอดีครับคุณแม่ แค่มหา’ลัยต่างหาก ปีสี่แล้วด้วย เหลือแค่ฝึกงานสามเดือน”
“แค่กๆๆ” ท่านไอชุดใหญ่จนสำลักน้ำลาย เพิ่งจะเล่าความจริงในเศษเสี้ยวแรกให้ฟัง ก็ทำท่าทางเหมือนจะรับไม่ได้
“ไหวไหมครับ” จับท่านขึ้นนั่ง หาผ้ามาซับรอบขอบปาก
“เด็กขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ใช่ว่านัยไปหลอกเขาหรอกนะลูก”
ห่างจากลูกชายสี่ห้าปีก็ว่าอ่อนมาก ถ้าขนาดนั้น นับถอยไปสิบปีจะพอไหม ปีนี้ลูกชายท่านอายุเท่าไหร่ สามสิบกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ คุณภาวินีจะเป็นลม กลัวลูกชายไปหลอกลูกสาวคนอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ ออกตัวแรงเรียกว่าเมียด้วยแล้ว ฝ่ายหญิงคงจะถูกเจาะไข่แดงไปเรียบร้อย
“หลอกที่ไหนกันครับ ลูกชายแม่เป็นคนดีขนาดนี้ ผู้หญิงต้องเต็มใจอยู่แล้วสิ เราคบกันมาสามปี ไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันครับ”
“สามปี! เลขหน้ายังเป็นเลขหนึ่งไม่ใช่เหรอลูก เฮ้อ จะเป็นลม! ลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ ที่ลูกสาวมาคบกับนัย หรือไม่รู้”
“เสียไปหมดแล้วครับ ตอนนี้เธอมีแค่ผม”
“น่าสงสาร ผู้หญิงตัวคนเดียว นัยต้องดีกับน้องให้มากๆ นะ”
ถูกของท่าน ธารธาราน่าสงสาร ถ้าเขาไม่ดีกับหล่อน ทำให้หล่อนเสียใจ หล่อนคงจะเคว้งน่าดูที่รอบตัวไม่เหลือใครเลยสักคน
แต่ต่อไป เด็กเลี้ยงของเขาจะไม่เหงาอีกแล้ว เขาจะพาลูกเมียย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหญ่ ที่มีมารดา ป้าน้อม กับสาวใช้หลายชีวิต
มารดาไม่ใช่ผู้ใหญ่ประเภทจิกกัดคนอื่น เชื่อว่าธารธาราจะไม่ลำบากใจกับการอยู่ร่วมกันกับท่าน หรือในบางที อาจจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนข้ามหน้าข้ามตาเขาไปเลยก็ได้ มารดาจะต้องเห่อพริกหวานหลานรัก และพริกไทยน้อยที่เขาเพิ่งจะฝากเข้าท้องไปเมื่อเช้า
“ผมดูแลดีอยู่แล้ว ซื้อบ้านดีๆ ให้ดู ส่งให้เรียนหนังสือ เรียนเก่งมากด้วย ที่จริงผมชวนมาฝึกงานบริษัทผม แต่ดื้อ ไม่ยอมมา”
“ฮึ! ดูแลดีแบบหวังผลประโยชน์ แม่ไม่ชมเชยหรอกนะจ๊ะ”
ลูกชายเม้มปากเพื่อเก็บซ่อนรอยยิ้ม น่ากลัว มากกว่าน่ารัก เหมือนตาแก่หื่นที่จ้องมองเนื้อหวานของเด็กสาว
“แต่ก็เอาเถอะ เลยเถิดกันมาขนาดนี้ก็ดูแลต่อให้ดีๆ แล้วกัน แม่จะรอ นัยพร้อมวันไหนค่อยพาน้องมาให้แม่ดูหน้า ถ้านิสัยดี นิสัยน่ารัก พอไปวัดไปวาได้ แม่จะรักให้เหมือนลูกสาวคนหนึ่ง”
“ขอบคุณครับ ถ้าผมเอาเรื่องนี้ไปบอกน้อง น้องต้องดีใจมาก”
“ลูกมีความสุขก็ดีอยู่หรอก แต่... เฮ้อ! คบเด็กอ่อนกว่าขนาดนั้น จะไหวเหรอลูก แม่อยากอุ้มหลาน จะได้อุ้มสมใจไหม สาวๆ สมัยนี้ชอบความคล่องตัว ไม่ค่อยอยากจะมีลูกมีเต้ามากวนใจด้วยสิ”
คนอยากเป็นคุณย่าโอดครวญ ไม่ห่วงลูกชาย ยังหนุ่มยังแน่น ขยันทำการบ้านอยู่แล้ว ห่วงฝ่ายหญิงจะไม่เต็มใจปล่อย
“จะอุ้มให้เต็มสองแขนเลยไหมครับ ผมจะจัดให้ตามคำขอ” คุณพ่อลูกหนึ่งไม่ยอมเฉลย อมพะนำไว้ในปากทั้งที่จะพูดก็พูดได้
“ให้มันจริงเถอะ กลัวแม่จะตายก่อนได้เห็นหน้าหลาน”
“ไม่ต้องห่วงว่าจะนานหรอกครับ คุณแม่ได้อุ้มหลานแน่นอน แต่ตอนนี้พักก่อนนะครับ หน้าคุณแม่แดงมาก เสียงก็ฟังยาก ถ้ามีอะไรอยากคุยกับผมค่อยคุยกันพรุ่งนี้ ผมจะมารับคุณแม่ไปทำบุญแต่เช้า คราวก่อนครบรอบวันตายคุณพ่อผมไม่ได้ไปทำบุญ ถ้าพรุ่งนี้ไม่ไปอีก กลัวคุณพ่อจะมาเข้าฝันทำหน้าเศร้าว่าลูกไม่รัก”
“ลองคุณพ่อบ่นลูก แม่จะบ่นคุณพ่อกลับ ขอบใจนะจ๊ะ”
“ผมรักคุณแม่นะครับ นอนหลับฝันดี” ภารนัยแนบริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากมารดา นั่งเฝ้าจนท่านหลับก็ยังไม่ลุกออกไปไหน
เขาเสียบิดาไปแล้ว ไม่อยากเสียมารดาไปอีกคน แต่สุขภาพท่านแย่ลงมาก วูบบ่อย เหนื่อยง่าย กว่าจะพูดออกมาได้สักคำลำบากมาก อีกทั้งท่านมีอาการซึมเศร้าอ่อนๆ เพราะอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน แต่ถ้าจะออกไปข้างนอกเจอแสงแดดฝุ่นควัน ร่างกายท่านก็รับไม่ไหว
เขามันแย่ มัวแต่ทำงาน ไม่มีเวลาว่างให้ท่านเลย แต่ถึงว่าง ก็เลือกไปหาลูกอยู่ดี พาลูกเมียย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่น่าจะเป็นทางออกที่ดี มีหลานสาวตัวน้อยๆ น่ารัก วิ่งเก่ง พูดเก่ง แสนซนมาอยู่ในบ้าน อาจช่วยให้สุขภาพจิตมารดาดีขึ้น พริกหวานน้อยของพ่อพ่อกับแม่แม่น่ารักมาก มารดาเขาจะต้องรักหลานหลงหลานจนโงหัวไม่ขึ้น
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น





![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

