เข้าสู่ระบบ“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”
“คุณแม่!”
“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”
ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน
“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง
“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”
“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้
“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ
“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ
“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อยขึ้นมาจะวูบไปเลย พี่ขอร้องให้น้องเจนกลับบ้านตั้งหลายครั้ง น้องเจนเอาแต่ใจ ไม่ยอมฟังพี่เลย คุณแม่พี่ไม่กล้าขอตัวไปพักผ่อน ฝืนอยู่คุยกับน้องเจนจนเป็นแบบนี้!”
“น้องเจนขอโทษ น้องเจนจะปรับปรุงตัวเอง ไม่เอาแต่ใจอีก พี่นัยยกโทษให้น้องเจนนะคะ อย่าโกรธน้องเจนเลย ฮือ...”
ร้องไห้งอแงไม่สนใจสถานที่ ภารนัยเครียดกับอาการป่วยมารดา รำคาญหญิงสาวมากกว่าสงสาร
“พี่ยังไม่อยากคุยกับน้องเจนตอนนี้ กลับไปก่อนเถอะนะ พี่ต้องดูแลคุณแม่ ไม่มีเวลาไปส่ง สมใจ! ส่งแขก!”
ภารนัยสั่งป้าน้อมโทรเร่งรถพยาบาลให้มาถึงเร็วๆ รถยนต์แล่นออกจากหน้าบ้านไปไกล เขาย้อนกลับมากุมมือมารดาที่สั่นน้อยลงกว่าเดิม
“คุณแม่ ไม่เป็นไรแล้วนะครับ หมอกำลังมา ผมจะพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล คุณแม่ได้ยินผมหรือเปล่า อย่าเป็นอะไรไปนะ ผมมีคุณแม่แค่คนเดียว...”
“มีแม่คนเดียว แต่มีปัญหา ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลยนะเจ้าเสือ”
สุภาพสตรีสูงวัยพูดผ่านหน้ากากออกซิเจนที่ครอบเหนือปากกับจมูก ดวงตาใสปิ๊ง มองหน้าลูกชายโทนที่มีอาการสับสนงุนงง หัวคิ้วคู่นั้นขยับเข้ามาชนกัน ปล่อยมือทันทีภายหลังแน่ใจว่าถูกต้มจนเปื่อย
“คุณแม่!”
ภารนัยร้องลั่น แลสายตาไปทางป้าน้อม หน้าป้าเฉยมาก
“ป้าน้อมก็ด้วยเหรอ! เล่นอะไรกันครับเนี่ย ผมตกใจแทบแย่ นึกว่าคุณแม่วูบไปจริงๆ วันหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ ผมไม่ชอบ”
“แทนที่จะขอบคุณกลับมาบ่นแม่ ทำคุณบูชาโทษชัดๆ”
ไม่ยอมถูกลูกบ่นคนเดียว บ่นลูกกลับบ้าง ถอดหน้ากากออกซิเจนออกให้แม่น้อมนำไปเก็บ วางมือค้ำที่นอน ขยับกายท่อนบนขึ้นมานอนพิงหมอน มีแม่น้อมช่วยจัดท่าให้นั่งสบายๆ
ถึงตอนนี้พ่อลูกชายโทนยังทำหน้าไม่พอใจ
“จะให้ผมขอบคุณได้ยังไง คุณแม่เอาความเป็นความตายมาล้อเล่น รถพยาบาลผมก็โทรตามมาแล้ว ให้บอกเขาว่ายังไง”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณนัย ป้าแค่แกล้งโทร ส่วนแพทย์ประจำตัวคุณผู้หญิง ป้าก็ให้เด็กโทรกลับไปบอกแล้วว่าไม่ต้องมา คุณผู้หญิงป่วยจริงป่วยปลอม ป้าวัดระดับออกซิเจนในเลือดก็รู้ค่ะ”
“แต่ผมไม่รู้นี่ครับ ผมไม่ได้ดูกับป้าน้อมตอนตรวจให้คุณแม่”
“งอนไม่เข้าเรื่องเลยนัย เอาเป็นว่าแม่ขอโทษ แม่ผิดไปแล้ว วันหลังจะไม่ทำอีก หรือถ้าทำ แม่จะบอกนัยก่อน โอเคไหม”
มารดาพูดยืดยาวกว่าภารนัยจะยอมยกโทษให้ท่าน
ลองเก็บมาคิดทบทวน วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ดีเกินคาด ไล่เจนจิรากลับไปได้โดยที่เขาไม่ต้องขับรถอ้อมโลกไปส่งหล่อนถึงบ้าน
“เห็นแก่ที่คุณแม่กับป้าน้อมลงทุนลงแรง ผมไม่โกรธก็ได้ครับ”
“ทำเป็นพูดดี” คุณภาวินีมองเหยียดลูกชาย
“ก็เราไม่ใช่เหรอ พูดกับแม่ ค้านหัวชนฝาจะไม่ยอมกลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน แม่รอจนพลบค่ำไม่เห็นน้องเจนมาบ้านเรา ก็นึกว่าเปลี่ยนใจไม่มา กลับกลายเป็นว่านัยเองนั่นแหละ พาน้องมาหาแม่ถึงบ้าน”
“ไม่ได้ตั้งใจพามาสักหน่อย”
พูดเสียงอ่อน ไม่อยากขี้ฟ้องเป็นเด็กชายภารนัย แต่ไม่ไหวจริงๆ กับพฤติกรรมตามติดของคู่หมั้นสาว
“น้องเจนมาดักรอผมที่บริษัทตั้งแต่เช้า ผมมีนัดไปดูที่ดินต่างจังหวัดก็ไปไม่ได้ น้องเจนออกตัวว่าจะไปด้วย ตอนเที่ยงลากผมไปกินข้าวกับญาติของเธอ ตอนบ่ายกลับมาเฝ้าผมต่อในห้องทำงาน ผมไม่เป็นอันทำการทำงานก็เพราะเธอ”
“มีสาวๆ สวยๆ ให้กำลังใจถึงห้องทำงาน ไม่ดีเหรอคะคุณหนู”
“ป้าน้อม” คุณหนูคนเดียวในบ้านทำเสียงงอแง ป้าน้อมกับมารดาเห็นเป็นเรื่องตลกเหรอ เขาทุกข์ใจจะแย่ เวลางานก็อยากทำงานให้เต็มที่ ไม่ใช่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เหลืองานค้างบานตะไท ต้องเอาไปทำในวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นวันพักผ่อน
“ไม่ตลกเลยครับ ถ้าสมมุติมีหนุ่มหล่อมาตามติดป้าน้อม คอยเหยียบไม้กวาด ไม้ถูพื้น ไม่ให้ป้าน้อมทำงาน จนบ้านรกสกปรก ป้าน้อมต้องกลับมาทำเพิ่มวันหลัง ป้าน้อมจะมีความสุขเหรอครับ”
“ว้าย เปรียบเทียบซะป้านึกภาพออก”
คนแก่ง้างมือฟาดบนท่อนแขนชายหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่แรกเกิด หมั่นไส้ ไปเปรียบเจนจิราเป็นฝ่าเท้าหน้าตาเฉย
“ไม่กวนแล้วค่ะ เชิญคุยกันตามสบายนะคะ ป้าออกไปดูเด็กเก็บบ้าน เสร็จแล้วจะกลับมาดูแลคุณผู้หญิง”
“ขยับเข้ามาใกล้ๆ แม่อีกนิดสิลูก แม่มีอะไรจะคุยด้วย”
จากแกล้งเหนื่อย ท่านเริ่มเหนื่อยจริงๆ ผิวพรรณบนใบหน้าคุณนายเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม จากอาการป่วยเรื้อรังที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ค่าฝุ่นเมืองไทยเยอะ เปิดเครื่องฟอกอากาศสิบตัวพร้อมกันยังเอาไม่อยู่ ส่งผลให้ไอ จามทุกวัน หนักจนบางครั้งเลือดออกจมูก
ลูกชายเคยเสนอให้ย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ สภาพอากาศดีกว่าประเทศไทย สมัยสาวๆ คุณภควัตมักจะพาไปพักผ่อน ปีละสองสามครั้ง แต่อยู่นานไม่ได้ มีงานในบริษัทให้กลับมาดูแล
ช่วงไปอยู่ที่นั่น สุขภาพคุณภาวินีดีขึ้นมาก ออกมารับลมรับแดดไม่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ ท่านชอบสภาพอากาศ แต่ไม่ชอบความเหงา บ้านในกรุงเทพฯ ยังนานๆ ทีได้เจอหน้าลูก ย้ายไปปักหลักต่างประเทศ ลูกชายคงไม่ไปเยี่ยม
“นัยไม่ชอบน้องเจน แล้วทำไมไม่ปฏิเสธกับคุณจิรัชไปตรงๆ ที่บริษัทมีปัญหาหรือเปล่า ต้องพึ่งพาคุณจิรัชอย่างนั้นเหรอลูก”
“อาจิรัชไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่คุณตาน้องเจน...”
เกริ่นถึงเจ้าสัวคนดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด มารดาไม่ใช่คนในแวดวงธุรกิจ แต่เชื่อว่าท่านรู้จักลักษณะนิสัยของทุกคนจากการบอกเล่าของบิดา ภารนัยไม่อยากลงรายละเอียดมาก ท่านจะได้ไม่เก็บไปคิดให้นอนไม่หลับ
“เคลียร์ใจให้จบ อาจจะส่งผลดีมากกว่าไปหักหน้าเขาทีหลังนะลูก ยกเว้นว่านัยมีเจตนาจะแต่งงานกับน้องเจน และเก็บผู้หญิงอีกคนไว้ในสถานะเมียรอง แบบนั้นนัยจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ”
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น







