LOGIN“วันไหนครับ”
เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่
“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ
“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้ง
ภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ
“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”
“ก็ได้ครับ”
รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน
“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”
สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับกรอบหน้าคู่หมั้นหนุ่มมาจูบ ก่อนวิ่งกลับไปนั่งไขว่ห้างฯ บนชุดรับแขกเฝ้าเขาทำงาน ระหว่างรอก็ไถหน้าจอโทรศัพท์เข้าสู่ระบบการจอง จ่ายเองหมดทั้งห้องพักและตั๋วเครื่องบินชื่อเขากับหล่อน
เงินแค่ไม่กี่หมื่น เจนจิราเฉยๆ ไม่ได้สนใจว่าเป็นการเลี้ยงผู้ชาย ตัดบัตรเรียบร้อย ส่งข้อมูลทั้งหมดเข้าไปที่ไลน์ชายหนุ่ม ปัดหมุดให้เขาเข้ามาดูบ่อยๆ จะได้ไม่ลืมทริปเที่ยวแสนหวาน
“อาจิรัช สวัสดีครับ”
เลยเที่ยงเล็กน้อย ทั้งคู่มาถึงร้านอาหารที่จองไว้ บนโต๊ะอาหารภายในห้องรับรองภัตตาคารอาหารจีนไม่ได้มีแค่คุณจิรัช แต่ยังมีนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่เป็นญาติฝั่งคุณจิรัชหลายท่าน ท่อนแขนภารนัยถูกควงโดยเจนจิราตั้งแต่มาถึงยกไหว้อย่างไม่ค่อยสบายใจ
“หลานเขย สวัสดี มาๆ เข้ามานั่งด้วยกัน พวกลุงๆ ป้าๆ จัดเตรียมที่นั่งไว้ให้ครบคน อาหารก็สั่งไว้รอแล้ว ตามสบายนะ”
“ขอบคุณครับ”
ภารนัยวางตัวดีมีมารยาทต่อเครือญาติเจนจิรา แต่รอยยิ้มนั้น กลับกลายเป็นรอยยิ้มเดียวที่เขามอบให้ผู้ใหญ่ทุกท่าน เพราะเมื่ออาหารมาเสิร์ฟและเริ่มต้นรับประทาน ผู้ใหญ่ทุกคนไม่ชวนคุยเรื่องอื่นเลย คอยแต่จะถามเขากับเจนจิราเกี่ยวกับการแต่งงาน
จดหมายตอบรับเข้าฝึกงานส่งตรงจากบริษัทถึงมืออาจารย์ที่ปรึกษา แก้มอวบอ้วนของอาจารย์กุ้งขยายออกตอนที่ส่งยิ้มมาให้ธารธารา นักศึกษาตัวปัญหาผู้ซึ่งหวุดหวิดจะเรียนไม่จบหลายครั้ง เพราะปัญหารุมเร้าหลายด้าน เริ่มจากเอาเงินทั้งหมดไปสู้คดีเรื่องแม่ ไม่เหลือกระทั่งเงินส่วนจะนำมาจ่ายค่าเทอม อาจารย์กุ้งวิ่งเต้นช่วยหาทุนจนเวียนหัว จบปัญหานั้น ไม่วายสร้างปัญหาให้อาจารย์ปวดหัวอีก พลาดตั้งครรภ์จำเป็นต้องดร็อปถึงสองเทอม เพื่อคลอดและเลี้ยงลูก
หญิงสาวได้รับความรักและความเมตตาจากอาจารย์ ตั้งตัวได้ รีบกลับมาตั้งใจเรียน ทยอยเก็บหน่วยกิต ไล่ตามเพื่อนรุ่นเดียวกันที่จบไปก่อนมาถึงช่วงฝึกงาน อดทนอีกแค่สามเดือนก็จะเรียนจบตามที่ฝัน
“หนูมาถึงวันนี้ได้เพราะอาจารย์ ขอบพระคุณมากนะคะ”
ธารธาราประนมมือไหว้รับจดหมายตอบรับมาแนบกลางอก ดีใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา กัดฟันพาตัวเองก้าวผ่านช่วงเวลาบอบช้ำ มาถึงวันที่ดอกไม้ภายในกายจะได้เบ่งบานตามธรรมชาติ
“เธอมาถึงวันนี้ได้ด้วยตัวเธอ อาจารย์แค่ช่วยรุนหลังหน่อยเดียว อาจารย์ภูมิใจในตัวเธอ ถ้าแม่เธอยังอยู่ท่านก็คงจะภูมิใจในตัวเธอเหมือนกัน”
อาจารย์กุ้งวางมือบนบ่าเล็ก ลูบเบาๆ ปลอบหญิงสาวไม่ให้บ่อน้ำตาแตก
ธารธาราร้องไห้โฮขยับตัวเข้ากอดอาจารย์ที่เคารพรัก ซาบซึ้งในความเมตตาจากท่าน
กลับมาถึงบ้านหลายชั่วโมงยังดีใจไม่หาย เก็บเอกสารไว้อย่างดี ตั้งหน้าตั้งตารอภารนัยกลับมาถึงบ้าน จะเอาให้เขาดู
แต่จนถึงตอนนี้ ใกล้จะสี่ทุ่มยังไม่เห็นแม้แต่เงา ที่เขาพูดไว้ว่าจะมาค้างคืนด้วย เขาจะมาจริงหรือเปล่า หรือเปลี่ยนใจไม่มา?
ธารธาราดูแลลูกอย่างดี ป้อนข้าว อาบน้ำ เล่านิทานส่งเข้านอน พริกหวานหลับสนิทในมาสเตอร์เบดรูม คุณแม่ไม่ได้นอนกอดลูก ออกมานั่งรอคุณพ่อนานจนแพ็คเสื้อผ้าให้ลูกค้าเสร็จไปทั้งหมดสิบกล่อง เขาก็ยังไม่มา ทนรอไม่ไหว ตัดสินใจกดเบอร์โทรออกหาเขา
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...
โทรไม่ติด คล้ายสายถูกตัดโดยเจ้าของเครื่อง
ธารธาราแตะบนหน้าจอ แสงสีขาวส่องกระทบเข้าที่นัยน์ตาโชว์รูปพริกหวานฉีกยิ้ม บอกเวลาสี่ทุ่มตรง หล่อนค่อนข้างกระวนกระวายใจ เป็นห่วง กลัวจะเกิดเรื่องระหว่างทางกลับบ้าน ก็เขาพูดไว้ ว่าจะกลับมา ถ้าเปลี่ยนใจไม่กลับเขาต้องส่งข้อความมาบอกหล่อนแล้วสิ
ธารธาราหาข้ออ้าง ปลุกเร้าหัวใจ ให้กล้าโทรออกหาเขาอีกครั้ง
หนนี้โทรติด แต่ไม่มีการตอบรับจนสายตัดไปเองอัตโนมัติ
น้ำตาไหล เมื่อความหวังลมๆ แล้งๆ ดับลงด้วยรูปภาพเพียงแค่รูปเดียว เจนจิราสวยสง่าคู่กับภารนัย นั่งข้างกันบนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ซึ่งมีเครือญาตินับสิบชีวิต ความคิดเห็นจากกลุ่มเพื่อนฝ่ายหญิง แซวไปในรูปแบบเดียวกันถึงเรื่องแต่งงาน ฝ่ายหญิงไม่ปิดกั้น ตอบกลับเกือบทุกความคิดเห็นบอกให้เตรียมชุดรอได้เลย
“ฮึก...”
แค่ภาพนิ่งยังเจ็บจนห้ามน้ำตาไม่อยู่ ธารธารากลับตอกย้ำตัวเองให้เจ็บมากขึ้นไปอีก กดเข้าส่องสตอรี่ฝ่ายหญิง ที่มีเขาอยู่ในนั้น พวกเขาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้า เที่ยง บ่าย จนค่ำ โทรไปเมื่อกี้ ไม่ยอมรับสาย จะเพราะสาเหตุไหน ถ้าไม่ใช่พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน
น้ำตาธารธาราไหลโดยไม่ต้องใช้เวลาบีบคั้น หล่อนน้อยใจในตัวเขา และเสียใจในเวลาเดียวกัน โกรธเขา ว่าทำไมถึงทำกับหล่อนได้ถึงขนาดนี้ หลอกว่าจะกลับมาค้างคืน หล่อนก็รอจนดึกดื่น ซ้ำร้าย เขาโกหกอย่างเลือดเย็นจะถอนหมั้นมาแต่งงานด้วย
ภารนัยลงทุนทำลงไปทั้งหมดเพียงเพื่อให้หล่อนอยู่กับเขาในสถานะนี้ต่อไปงั้นเหรอ ตั้งใจโกหก ไม่ป้องกัน ให้หล่อนถลำลึกทั้งกายและใจจนทนไม่ไหวเป็นฝ่ายเรียกร้องขอสถานะเมียรอง ก็น่าอยู่หรอกที่เขาจะได้ใจ เพราะธารธาราโง่ และไว้ใจเขามากเกินไป
ยังเจ็บได้อีกกับภาพบันทึกหน้าจอแสดงข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ - ภูเก็ต จำนวน 2 ที่นั่งกับโรงแรมหรู 2 คืน 3 วัน เขาไม่รู้เหรอ ว่าไลน์ในโทรศัพท์พ่วงเข้ากับไลน์ในไอแพด ที่เขาลืมไว้ที่บ้าน เขาให้ลูกดูการ์ตูนในนี้ ธารธาราจำรหัสมาจากมือลูก รู้รหัสนานแล้ว แต่ไม่เคยล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวแอบอ่านข้อความเขาสักครั้ง ยกเว้นครั้งนี้ ที่เขาเป็นฝ่ายให้ความหวัง จนธารธาราสูญเสียความเป็นตัวเอง ไม่เหลือแม้กระทั่งความเชื่อใจในตัวเขา ผู้ชายหลอกลวง!
กลับเข้าห้องนอนมายืนมองหน้าลูก สะท้อนภาพตัวเองในวัยเด็กที่เติบโตมาโดยมีแม่เลี้ยงดูตามลำพัง มันไม่แย่นักหรอกกับการมีกันแค่สองคน ดีกว่าปล่อยให้พริกหวานโตมาแล้วลูกว่าพ่อแท้ๆ รักพริกหวานแค่ปาก เอกสารรับรองบุตรเล็กๆ น้อยๆ เขาไม่เคยคิดจะเซ็น
ถ้าปล่อยให้มีอีกคน ไม่แคล้วต้องจบลงเหมือนเดิม น้ำตาร่วงแหมะๆ บนหน้า ไม่เคยทิ้งลูกไว้ในบ้านคนเดียว ไม่เคยออกจากบ้านกลางดึก แต่ตอนนี้ ธารธารากลับเดินออกจากบ้านตามลำพังดึกๆ ดื่นๆ ไปถึงร้านขายยายี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ไกลจากหมู่บ้านจัดสรร มือกำถุงยาคุมฉุกเฉินแน่น ฟุบหน้าบนเข่าร้องไห้ริมถนน ให้ตาย ธารธาราก็จะไม่ยอมปล่อยให้มีท้องสองกับเขา แข็งใจไว้ อีกแค่สามเดือนเท่านั้น ได้บ้านเมื่อไหร่ จะเก็บไว้เป็นมรดกให้พริกหวาน ก่อนพาลูกไปอยู่ที่อื่น
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น







