เข้าสู่ระบบปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน
หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง
“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”
ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ
“น้องเจน!”
คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่น
หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย
“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่าไปอย่าง”
“ก็น้องเจนไม่ชอบนี่คะ น้องเจนคุยอยู่กับพี่นัย แต่พี่นัยไม่สนใจน้องเจน คอยแต่มองโทรศัพท์ คนโทรมา น่าสนใจกว่าน้องเจนเหรอคะ”
เพิ่งกลับไทยได้สองวัน แสดงธาตุแท้ออกมา ว่าเอาแต่ใจขั้นเทพ
“น้องเจนยกโทษให้ เพราะเห็นว่าคนโทรมาเป็นผู้ชายหรอกนะคะ ถ้าเป็นผู้หญิง น้องเจนไม่ยอมแน่ จะฟ้องคุณพ่อกับคุณตาให้เข็ด”
ภารนัยสูดลมหายใจลึก ระงับโทสะ
“ดึกมากแล้ว พี่ว่าน้องเจนกลับบ้านเถอะนะครับ กลับบ้านดึกๆ อาจิรัชกับคุณตาจะเป็นห่วง”
“คุณพ่อกับคุณตาไม่ห่วงหรอกค่ะ ท่านรู้ว่าน้องเจนอยู่กับพี่นัย”
“ป้าว่าจะยิ่งไม่เหมาะนะจ๊ะ พวกท่านอาจจะเข้าใจว่าน้องเจนอยู่กับพี่นัยตามลำพัง ได้โทรบอกไหม ว่าอยู่บ้านป้า”
“ไม่ได้บอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง คุณพ่อกับคุณตาไม่ดุหรอกค่ะ หรือถ้ามีใครถาม น้องเจนก็แค่บอกว่าอยู่ช่วยป้าภาจัดชุดสังฆทาน เตรียมนำไปทำบุญให้ลุงวัต น้องเจนเชื่อว่าคุณพ่อคุณตาจะต้องเข้าใจ”
“แต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วเหมือนอย่างที่พี่นัยพูดนะจ๊ะ น้องเจนกลับบ้านเถอะนะ เหลือแค่นี้ พรุ่งนี้ป้าจะตื่นเช้ามาจัดต่อ”
“น้องเจนทำมาถึงขนาดนี้แล้ว จะล้มเลิกกลางทางได้ยังไงคะ เหลือแค่นี้ ช่วยกันจัดคนละไม้คนละมือก็เสร็จแล้วค่ะ พี่นัยก็อย่ามัวแต่เหม่อสิคะ เอ๊ะ คุณธารานี่ยังไง โทรมาอีกแล้ว”
เจนจิราคว้าโทรศัพท์ภารนัยต่อหน้าต่อตาผู้เป็นแม่ ถูกภารนัยหักหน้ารุนแรง กระแทกกระทั้นดึงโทรศัพท์ออกจากมือหล่อนมากดปิดเสียง คว่ำหน้าจอลงบนโต๊ะไม่พูดไม่จาสักคำ
“ป้าภา” ขอบปากบานออก ไม่ได้สำนึกในสิ่งที่ทำ ทำหน้าทำเสียงงอแงใส่คุณภาวินี ต้องการรับคำปลอบโยนจากท่าน
คุณภาวินีนิ่งเฉย ไม่ออกความคิดเห็น ปลอบไม่ลง หล่อนถือวิสาสะตัดสายทิ้งรอบแรก ลูกชายท่านอุตส่าห์เก็บเงียบไม่ต่อว่า เจนจิราไม่ขอโทษ กลับจะทำซ้ำรอบสอง ไม่ถูกภารนัยต่อว่าก็ดีแค่ไหน
“ดูพี่นัยทำกับน้องเจนสิคะ ดึงจากมือน้องเจนไปเลย” มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน งัดออกมาใช้เร็วทันใจ บีบน้ำตาจนมันไหล
“พรุ่งนี้น้องเจนจะเข้าบริษัท ตามหาคนที่ชื่อธารา เจอเมื่อไหร่ น้องเจนจะต่อว่า ที่เขาเป็นต้นเหตุให้น้องเจนกับพี่นัยทะเลาะกัน!”
“ลองน้องเจนไปอาละวาดในบริษัทให้พี่ขายหน้า พี่ก็จะฟ้องคุณอาจิรัชกับคุณตาน้องเจนกลับเหมือนกัน ถ้าไม่อยากมีปัญหา น้องเจนขีดเส้นห้ามตัวเองไว้ อย่าได้ก้าวข้ามมารบกวนพี่”
“พี่นัย!”
เขาไม่ตามใจไม่พอ ซ้ำร้ายยังหักหน้า พูดจาไม่ดีต่อหน้าป้าภากับคนงานในบ้าน ลูกคุณหนูผู้เอาแต่ใจบีบน้ำตาร้องไห้
“ป้าภา ฟังพี่นัยพูดสิคะ ทำไมพี่นัยพูดกับน้องเจนแบบนั้น”
เอาอย่างไรดี? คุณภาวินีกับป้าน้อมมองหน้ากัน
“สมใจ! บอกลุงเอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน”
“พี่นัย... ไม่เอา ฮือ... น้องเจนไม่อยากไปกับคนขับรถ น้องเจนอยากไปกับพี่นัย น้องเจนกลับก็ได้ แต่พี่นัยไปส่งน้องเจนนะ นะคะ”
เจนจิราร้องไห้ตาบวมแดง เขย่าท่อนแขนคู่หมั้นหนุ่มสุดแรงเกิด
“ถ้าไม่กลับกับคนรถบ้านพี่ ก็โทรเรียกคนรถที่บ้านน้องเจนมารับ! ให้เวลาส่วนตัวพี่บ้างเถอะ จะอยากเห็นหน้าพี่ทั้งวันทั้งคืนอะไรขนาดนั้น น้องเจนคิดว่าพี่อยากผูกติดกับน้องทั้งวันนักเหรอ!”
“แต่เราเป็นคู่หมั้นกันนะคะ! การที่น้องเจนอยากอยู่ใกล้พี่นัย มันผิดนักเหรอ เราห่างกันตั้งหลายปี ไม่เคยได้คบกันจริงจังเลยด้วยซ้ำ หรือพี่นัยไม่อยากแต่งงานกับน้องเจน ถ้าไม่อยาก ตอนกลางวันเจอคุณพ่อทำไมไม่พูดกับท่านล่ะ พี่นัยเบื่อน้องเจน ตะคอกใส่น้องเจน ทั้งที่น้องเจนแคร์พี่นัยมาก รู้ว่าพรุ่งนี้ครบรอบวันเกิดพ่อพี่ น้องเจนก็มีใจอยากชวนพี่นัยกับป้าภาไปทำบุญ แล้วน้องเจนทำผิดตรงไหน พี่นัยถึงได้พูดจาไม่ดีให้น้องเจนเสียความรู้สึก!”
เจนจิราเอาแต่ใจถึงขั้นปัดข้าวของบนโต๊ะลงไปกองบนพื้น
ก่อนหล่อนกับภารนัยจะทะเลาะกันหนักไปมากกว่านั้น เสียงกรีดร้องดังจากป้าน้อม คนเก่าคนแก่ประจำบ้านลุกจากเก้าอี้รุดเข้ามาหาคุณภาวินีที่ขณะนี้วูบหมดสติคอพับหลับไปบนวีลแชร์
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น







