Home / โรแมนติก / สถานะหมดแรงรัก / บทที่ 3   สิ่งที่มองข้าม

Share

บทที่ 3   สิ่งที่มองข้าม

Author: r.mustang
last update publish date: 2026-08-04 22:58:34

“วันนี้มึงไม่มีเวรไม่ใช่เหรอ แล้วมาทำไมวะ” พาริยะถาม จำได้ว่าเพื่อนได้หยุดสองวัน แต่ทำไมถึงเข้ามานอนที่ห้องพักแพทย์แบบนี้

          เป็นเขาจะนอนอยู่บ้านให้หนำใจแบบข้ามวันไปเลย

          “ทำไมไม่อยู่บ้านกับน้องไจ๋ไหม นานๆ จะมีเวลาอยู่ด้วยกัน”

          “ถ้าบ้านมันน่าอยู่ กูจะมาเหรอ”

          “พูดอะไรระวังลุงติเขามาได้ยินบ้าง”

          “แล้วชีวิตกูต้องมีแต่น้องพวกมึงเหรอ กูก็มีสังคม”

          “สังคมน่ะมึงมีได้ แต่มึงก็ต้องมีเมียด้วยไหม แล้วเมื่อวานมึงก็ทิ้งน้องมา”

          “แล้วไง กูก็ควรหาความสุขให้ตัวเองบ้างปะ”

          “มึงพูดเหมือนการที่อยู่กับน้อง ชีวิตมึงไม่มีความสุขเลย”

          “แล้วมึงเห็นกูมีไหม ความสุขอะ” จะสุขได้อย่างไร...ถ้าในชีวิตคู่มันมีคำว่าหักหลังมารวมอยู่ด้วย

          “ดล กูถามจริงนะ ที่มึงเป็นแบบนี้เพราะปรางหรือเปล่า” พาริยะพูดเสียงแผ่วลง เพราะกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินแล้วเอาไปลือกันแบบผิดๆ สุดท้ายมันก็อาจจะกระเด็นไปเข้าหูของสุนิติหรือสิรินดาและคงทำให้หญิงสาวคิดมากน่าดู แค่ทุกวันนี้ต้องมารับมือกับความประสาทแดกของเพื่อนตัวดีก็เหนื่อยมากแล้ว   

          “มึงยังรอปรางหรือวะ”

          “แล้วถ้ากูรอ มันผิดตรงไหน” ดลวัฒน์ขยับตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทีจริงจัง

          “ถามมาได้ มันผิดตรงที่มึงเป็นสามีน้องไจ๋ไง กูขอล่ะ อย่าให้กูต้องเห็นเพื่อนตัวเองตกลงไปในกระทะทองแดงเลยว่ะ” พาริยะอยากเตือนสติ

          ทว่าดลวัฒน์ยังคงมีใบหน้าบึ้งตึง เขามาที่นี่เพราะอยากพัก ไม่ใช่อยากมาฟังใครบ่นอะไร ก่อนตัดสินใจทำบางสิ่ง

          “มึงจะไปไหนดล เรายังคุยกันไม่จบ” พาริยะร้องเรียกเมื่อเห็นเพื่อนตัวดีจะเดินหนีกันไป แล้วก็ได้แต่มองตามอย่างหนักใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสุดท้ายแล้วเพื่อนจะมีสติพอที่จะไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม

บทที่ 3  

สิ่งที่มองข้าม

         

          “ปลายสัปดาห์นี้ พี่ต้องไปต่างจังหวัด” ดลวัฒน์บอกแก่ภรรยาสาวหลังเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาสะบัดผมที่เปียกชื้นแรงๆ สองสามที ก่อนโยนผ้าขนหนูผืนเล็กที่ใช้แล้วลงไปในตะกร้า ในแต่ละวันเขาต้องเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรคทำให้เคร่งครัดเรื่องการสระผมเป็นพิเศษ       

          “พี่มีประชุมวิชาการ แล้วก็พวกไอ้ไตรนัดเจอในงานเลี้ยงรุ่นต่อ” ชายหนุ่มบอกต่อโดยไม่ได้สนใจว่าคนรับสารนั้นจะมีอากัปกิริยาใด

          “วันไหนหรือคะ” สิรินดาเอ่ยถาม

          “ศุกร์เสาร์อาทิตย์” ชายหนุ่มตอบพร้อมเดินมุ่งไปที่เตียงนอน เพราะตอนนี้เขาอยากหัวถึงหมอนจะแย่อยู่แล้ว วันนี้เขารู้สึกเหนื่อยเหมือนร่างจะพัง

          สิรินดาเงียบไป ไม่ได้มีคำขานรับใดๆ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ ยิ่งเห็นสายตาของเธอจับจ้องไปที่ปฏิทินบนโต๊ะข้างเตียง เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

          “ทำไม สามวันนั้นมันมีอะไร” ชายหนุ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

หญิงสาวเงยหน้ามาสบตากัน ก่อนรู้สึกหน่วงไปทั้งหัวใจ นัยน์ตาที่เคยเปล่งประกายสดใสพลันหม่นแสงลง เพราะเห็นชัดว่า...คนเป็นสามีนั้นไม่ล่วงรู้ถึงความสำคัญของมัน

          ทว่าเพียงครู่เดียวดวงหน้านวลก็ส่ายไปมาพร้อมกับฝืนยิ้ม “เปล่าหรอกค่ะ พี่ดลไปสามวันนะคะ เดี๋ยวไจ๋จัดกระเป๋าให้” พูดจบสิรินดาก็หมุนตัวไปที่ตู้เสื้อผ้าดิไซน์ทันสมัย

           “เธอแน่ใจนะ?” ดลวัฒน์เลิกคิ้ว

           “ค่ะ” หญิงสาวขานรับ พร้อมบอกตัวเองให้คิดบวกเข้าไว้ เขาเป็นหมอ มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ขนาดวันเกิดตัวเองบางปีเขายังหลงลืม นับประสาอะไรกับวันเกิดของเธอ

          ความจริงแล้ว ในสามวันนั้น มีวันหนึ่งที่เป็นวันเกิดของเธอ

           สิรินดาสลัดความคิดที่ทำให้จิตใจว้าวุ่นออกจากสมอง แล้วเริ่มจัดเตรียมสัมภาระให้

         

          เมื่อถึงวันที่ดลวัฒน์ต้องเดินทางไปประชุมวิชาการ ชายหนุ่มก็เลือกจะขับรถไปด้วยตนเองและเลือกออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่

          สิรินดาเองก็ตื่นมาเช็กข้าวของดูความเรียบร้อยให้ ก่อนจะเข้าไปสวมกอดสามี

          “อย่าทำตัวเป็นเด็ก พี่ไปไม่กี่วันเอง แล้วเธอก็รู้นี่ว่าพี่ไม่ชอบให้ทำแบบนี้” หมอหนุ่มดันร่างของภรรยาออก ก่อนตีหน้าดุใส่ อยู่กันมาสามปี สิรินดาไม่รู้เลยหรือว่าเขาไม่ชอบให้มาสกินชิปนอกบ้าน

          “ขับรถดีๆ นะคะ”

          “ครับ” ดลวัฒน์ตอบสั้นๆ แล้วเดินไปขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันมาร่ำลาให้สิรินดาชื่นใจบ้าง

          วันเวลาล่วงเลยไป จากวันศุกร์เข้าสู่เช้าวันเสาร์ สิรินดาตื่นมาเตรียมกับข้าวเพื่อใส่บาตรตั้งแต่เช้าตรู่ พร้อมด้วยช่อดอกกล้วยไม้ รอจนถึงประมาณหกโมงครึ่งพระสองรูปก็มาถึงหน้าบ้าน หญิงสาวนิมนต์ท่านก่อนจะนำของที่จัดเตรียมไว้ใส่บาตร ก่อนจะถอยออกมานั่งลงกรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

          บุคคลแรกที่เธอนึกถึงคือมารดาผู้มีบุญคุณล้นพ้น พลันบังเกิดความคิดถึงขึ้นมา ช่างน่าเศร้าที่เธอจำเรื่องราวเกี่ยวกับท่านแทบไม่ได้เลย เพราะท่านจากไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองขวบ

          บุคคลต่อมาที่อุทิศให้ก็เป็นเครือญาติ รวมถึงบิดาของสามีด้วย

          หลังจากกลับเข้าบ้านมา สิรินดาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู อยากรู้ว่ามีการติดต่อมาจากดลวัฒน์บ้างหรือไม่ ทว่าก็ต้องผิดหวังเมื่ออีกฝ่ายเงียบหายไปเลย     

          แม้จะเข้าสู่วันที่สองแล้ว เธอเก็บความน้อยใจนี้ไว้แล้วเริ่มเก็บกวาดครัวให้สะอาด ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ตั้งใจว่าวันนี้จะไปหาผู้เป็นพ่อ ไม่ลืมทำอาหารเมนูโปรดของท่านอย่างใบเหลียงต้มกะทิไว้ด้วย  

          หญิงสาวมาถึงโรงพยาบาลในเวลาก่อนเที่ยงพอดี เธอแอบเช็กกับเลขาฯ ของพ่อแล้วว่าท่านว่าง ไม่มีตารางงานผ่าตัดหรือมีนัดสำคัญใดๆ

          “คิดถึงพ่อจังค่ะ” สิรินดาเอ่ยทันทีที่เข้ามาในห้องทำงานของสุนิติ ก่อนสวมกอดคนสูงวัยแน่นๆ พ่อของเธอนอกจากเป็นหมอฝีมือเยี่ยมแล้ว ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหาร มีสัดส่วนหุ้นใกล้เคียงกับธิตา

          สุนิติยิ้มพลางกอดตอบลูกสาว ปกติแล้วในเดือนหนึ่งๆ ลูกสาวจะแวะมาหากันที่บ้านอย่างน้อยหนึ่งครั้งเสมอ ทว่าน้อยครั้งที่จะมาหากันที่นี่ ด้วยเพราะเกิดเรื่องซุบซิบนินทาของการแต่งงาน สิรินดาจึงไม่ค่อยมาที่นี่นัก เพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย

          “ไจ๋ทำกับข้าวมาให้ด้วยนะคะ” หญิงสาวยกกล่องข้าวให้ดู

          “งั้นก็ทานพร้อมพ่อ” สุนิติรู้ว่าวันนี้คือวันเกิดของลูกสาว และรู้ด้วยว่าลูกเขยไปงานวิชาการ จึงไม่อยากให้ลูกสาวต้องเหงา

          “ค่ะ วันนี้ไจ๋จะอยู่กับพ่อทั้งวันเลยค่ะ” หญิงสาววางกล่องข้าวลงบนโต๊ะใกล้กับโซฟา ก่อนปรายตามองเอกสารกองโตที่อยู่ต่อหน้า

          “ไจ๋เป็นลูกไม่ดีเลย ปล่อยให้พ่อต้องเหนื่อยแบบนี้” นัยน์ตาของสิรินดาฉายแววรู้สึกผิด หัวใจหดลีบลง “ไจ๋ขอโทษนะคะที่เดินตามเส้นทางที่พ่อหวังไม่ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะหมดแรงรัก      บทที่ 9          ความเปลี่ยนแปลง 2

    บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง

  • สถานะหมดแรงรัก          บทที่ 8           ความเปลี่ยนแปลง 4

    “ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน

  • สถานะหมดแรงรัก          บทที่ 8           ความเปลี่ยนแปลง 3

    ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่

  • สถานะหมดแรงรัก          บทที่ 9          ความเปลี่ยนแปลง 2

    บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “

  • สถานะหมดแรงรัก          บทที่ 8           ความเปลี่ยนแปลง 2

    ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้

  • สถานะหมดแรงรัก          บทที่ 8           ความเปลี่ยนแปลง 1

    DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status