LOGINเช้าวันถัดมา รถมินิคูเปอร์ของสิรินดาก็เคลื่อนตัวออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดสมุทรสงครามที่ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง พร้อมด้วยน้ำส้ม ขนม และของบำรุงอีกมากมายเพื่อนำไปฝากจารวี แม่สามี ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณสองปีแล้ว ส่วนบ้านที่กรุงเทพฯ ในตอนนี้มีเพียงธิตาเท่านั้นที่อาศัยอยู่
“อยู่กับเจ้าดล...เหนื่อยมากใช่ไหม นับวันหนูถึงผอมลงแบบนี้” หลังจากรับไหว้ลูกสะใภ้ จารวีก็สำรวจร่างกายของหญิงสาวที่นับวันมีแต่จะผอมลง
“ไจ๋กินเท่าไรก็ไม่อ้วนเองค่ะ” สิรินดาส่ายหน้าช้าๆ เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วง แม้ว่ามันจะมีส่วนจริงอยู่มาก บางครั้งความเครียดก็เล่นงานเธอจนทำให้เป็นโรคกระเพาะ
จารวียังคงกังวลใจ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าชีวิตแต่งงานของคู่นี้เป็นอย่างไร อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่มีส่วนทำให้ลูกสะใภ้ต้องมีชีวิตแบบนี้ แม้ว่าสิรินดาตัดสินใจแต่งงานเองก็ตาม
“วันนี้แม่สั่งให้แม่บ้านทำอาหารไว้ให้แล้ว ของโปรดเราด้วย” จารวีว่า
“ขอบคุณนะคะ”
“แม่สิต้องขอบคุณที่ยังทนกับลูกชายแม่มาได้ถึงขนาดนี้”
สิรินดายิ้มๆ
“กับเจ้าดล ไม่ต้องไปเอามาใส่ใจมากนะ ดูแลตัวเองบ้าง” หญิงสูงวัยแนะนำ บางครั้งความรักก็ทำให้คนเสียสละมากเกินไปจนทำร้ายตนเอง ที่ผ่านมาสิรินดาเป็นผู้ยอมอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนลูกชายหัวดื้อของเธอนั้นกลับไม่เห็นค่าสิ่งที่ได้มา
“วันนี้เจ้าดลให้มาบ่ายเบี่ยงเรื่องมีลูกอีกแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวไม่ได้คิดจะโกหก เพราะจารวีย่อมรู้ดีอยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับ
“ทำตามที่คุณย่าบอกไหมลูก” จารวีเอ่ยถามพร้อมจูงมือบางมานั่งที่เก้าอี้หินอ่อนหน้าบ้าน ตรงนี้อากาศค่อนข้างดี มีลมพัดผ่านให้สบายตัว
“ไจ๋ว่า...มันคงแย่กว่าเดิม” สิรินดารู้ว่าทั้งธิตาและจารวีเอ็นดูเธอมาก จึงอยากทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ในแบบที่เธอคาดหวังมาตลอด แต่สิ่งที่ธิตาแนะนำคงไม่ใช่ทางออกที่ดี และมิพ้นจะมีปัญหากันใหญ่โต
ท่านแนะนำให้เธอปล่อยท้อง
จารวีบีบมือของลูกสะใภ้เบาๆ “แต่เราก็เห็นแล้วว่าตาดลหัวแข็งแค่ไหน”
ผู้เป็นย่าของสามีเสนอให้เธอหยุดฉีดยาคุมกำเนิด ซึ่งเธอต้องฉีดเป็นประจำทุกๆ สามเดือน แต่ก็มีบางรอบที่ผู้เป็นสามีจะคุมด้วยการใส่ถุงยาง แน่นอนว่าผู้คุมบังเหียนของโรงพยาบาลอย่างท่านสามารถทำให้ดลวัฒน์ไม่รู้เรื่องนี้ได้ ด้วยมองว่าการมีลูกจะทำให้ครอบครัวมีความสุขขึ้น เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจทั้งสองไว้
“ไจ๋ขอโทษนะคะ แต่ไจ๋ไม่อยากหักหลังพี่ดลอีกแล้วค่ะ” ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว เมื่อจารวีได้ยินเช่นนั้นและเห็นลูกสะใภ้ยืนยันชัดเจน ท่านก็พยักหน้าและยอมรับโดยไม่ได้ดื้อดึงต่อ เพราะที่จริงแล้วมันก็ไม่ถูกไม่ควรที่เธอจะยื่นมือเข้าไปยุ่งวุ่นวายในชีวิตคู่ของคนทั้งสองคน
ค่ำคืนนี้ดลวัฒน์ถูกเชิญมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของนายแพทย์รุ่นน้องที่ทำงานในแผนกเดียวกัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีเบจตามธีมที่เจ้าของงานระบุมา หลังจากไปร่วมแสดงความยินดีแล้วก็มานั่งที่โต๊ะเดียวกับเพื่อนสนิทของตน
“ทำไมไม่พาน้องไจ๋มาด้วยวะ ออกงานทั้งที” พาริยะถาม นานๆ เขาจะเห็นมันโผล่หัวมาร่วมงานสักที ปกติดลวัฒน์ไม่ออกงานสักเท่าไร เพราะตอนเด็กๆ ถูกพาออกเสมอจนรู้สึกเอียน เป็นธรรมดาของหลานชายที่ถูกวางตัวให้สืบทอดธุรกิจต่อไป
“ไจ๋ไปหาแม่กู”
“อ้อ ลูกสะใภ้ที่ดี”
ดลวัฒน์ไม่ตอบ แม้เข้าใจว่าเพื่อนพูดเพราะอะไร มันคงอยากจะเสียดสีเขา
“มึงรู้ยัง ไอ้เสี่ยกำลังลงมากรุงเทพฯ” พาริยะเปลี่ยนเรื่อง เขาเพิ่งได้รับข้อความจากไตรฉัตรเมื่อประมาณยี่สิบนาทีก่อนนี้เอง
“ทำไม” หัวคิ้วของดลวัฒน์ยกขึ้น “ถามได้ ทะเลาะกับเมียน่ะสิ เลยหนีออกจากบ้านตามเคย” เพื่อนในกลุ่มต่างรู้ดีว่าเวลามีปัญหาครอบครัวทีไร ไตรฉัตรจะปรึกษาปัญหาในกรุ๊ปแชต แม้กระทั่งตีสามตีสี่ก็ยังส่งมา ไม่เคยคิดเกรงใจ หากไม่อ่านก็จะโทร.มาหาทันที
คนฟังส่ายหน้าเอือมระอา ไม่รู้ว่าภรรยาของไตรฉัตรทนนิสัยขี้งอนเหมือนเด็กนี้ได้อย่างไร
“ย่ามึง” พาริยะว่าและพยักพเยิดไปทางที่ธิตายืนอยู่ หญิงสูงวัยกำลังยืนสนทนากับหุ้นส่วนของโรงพยาบาลที่มีรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ต้องไปยืนตรงนั้นก็พอจะรู้ว่าคงไม่พ้นคุยเรื่องธุรกิจ
“ดูท่าเขามองหามึงอยู่นะ”
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







