LOGINดลวัฒน์เหยียดยิ้มเมื่อเห็นสายตาของสาวๆ ที่มองมายังเพื่อนของตนอย่างหลงใหลได้ปลื้ม
พาริยะอาสาเป็นพลขับ พลางพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเคสคนไข้ที่ตนพบเจอมากระทั่งถึงจุดหมาย แล้วดลวัฒน์ก็โบกมือร่ำลาอีกฝ่ายก่อนจะกลับมานั่งหลังพวงมาลัยอีกครั้ง พร้อมเคลื่อนรถออกสู่ท้องถนน แต่แล้วอยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักทั้งที่เมื่อครู่ท้องฟ้ายังแจ่มใส จนการจราจรเคลื่อนตัวช้าลงแทบจะไม่ขยับ
ดลวัฒน์เอื้อมมือไปเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเพื่อเปิดฟังเพลงแก้เบื่อไปพลาง แต่โชคดีที่เหลืออีกไม่กี่กิโลเมตรเขาก็จะถึงบ้านแล้ว ใช้เวลาอีกครู่ใหญ่ชายหนุ่มก็ถึงจุดหมายปลายทาง
เมื่อประตูรั้วอัตโนมัติถูกเปิดออกชายหนุ่มก็พบว่ารถมินิคูเปอร์ของภรรยาได้หายไป จึงเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ด้วยความสงสัย เพราะปกติเวลาจะไปไหนเจ้าหล่อนจะบอกเขาก่อนเสมอ
อีกทั้งในช่วงเวลาที่เขาเลิกงานเช่นนี้ เธอจะยิ่งไม่ออกไปไหน เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อยที่จะได้อยู่ด้วยกัน
ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอคงไม่พ้นทำตัวเป็นเด็กสามขวบ อยากให้เขาตามง้อ ร่างสูงหยิบสัมภาระลงมาจากรถรวมถึงถุงสีน้ำตาลนั่นด้วย
ก่อนจะนำมันไปวางไว้ในครัว ถ้าถามว่ามันคืออะไร มันก็คือมะยมเชื่อม
ของที่ภรรยาตัวดีของเขาอยากจะกิน
เขาไปคว้านซื้อมาเสียถึงสี่ถุง เผื่อว่าเด็กเอาแต่ใจคนนั้นจะได้หายโกรธกันเสียที
หลังจากนั้น จึงเดินต่อมายังห้องนอน
ปี๊บ! ปิ๊บ!
ดลวัฒน์ล้วงหยิบสมาร์ตโฟนที่กำลังส่งเสียงดังออกมาจากกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มรับมันอย่างไว เพราะสายนี้มีความสำคัญกับตน
เขาใช้เวลาคุยอยู่นานนับชั่วโมงก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งทางหน้าบ้าน เมื่อแหวกผ้าม่านออกดูก็พบว่าสิรินดากำลังวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาในตัวบ้าน ขณะที่ประตูรั้วค่อยๆ เลื่อนปิด
ร่างสูงรีบวางสายแล้วจึงโยนโทรศัพท์ไปไว้บนเตียง ก่อนเดินลงไปชั้นล่างพร้อมผ้าขนหนูผืนน้อย เมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวก็สาดคำถามออกไปทันที
“ไปไหนมา แล้วทำไมไม่บอกให้พี่ไปรับ แถมยังเดินตากฝนมาแบบนี้อีก” ชายหนุ่มว่าเสียงดุ อดสงสัยไม่ได้ว่ารถมินิคูเปอร์ที่เขาซื้อให้หายไปไหน “เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”
คนฟังยืนหนาวสั่น เพราะก่อนหน้านี้นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างตากฝนมา ด้วยไม่อยากเป็นภาระให้เขา ที่ผ่านมาเขามองเธอเป็นภาระมาโดยตลอด แต่ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว
“ไจ๋จะดูแลตัวเองค่ะ จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นภาระ พี่ไม่ต้องกังวลค่ะ” เธอไม่ได้ประชดเขา แต่จงใจบอกกับตัวเอง นับจากนี้เธอจะเข้มแข็งขึ้น จะดูแลรักษาตัวเองไม่ปล่อยให้เจ็บป่วยอีก
คนฟังหยุดชะงัก พลางมองหน้าคนที่ยังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็ก
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม จะประชดไปถึงไหน” ดลวัฒน์ถามเสียงเข้มกว่าครั้งก่อนเป็นเท่าตัว “จะโกรธก็ให้มีขอบเขตด้วย”
สิรินดาไม่ตอบคำถาม เจ้าหล่อนเลือกจะเดินเลี่ยงขึ้นไปบนห้อง เพราะอยากผลัดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มนี้ออกเสียที ขืนไม่รีบจัดการคงจะได้เป็นไข้แน่ ด้วยเธออยู่ในสภาพนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงที่ป้ายรถเมล์ หลังจากรถของเธอเกิดเสียระหว่างขับ จึงต้องเรียกช่างมาพาเข้าอู่เพื่อหาสาเหตุ
การที่หญิงสาวเมินเฉยต่อคำถาม ทำให้ดลวัฒน์หน้าบึ้ง อารมณ์ขุ่นมัวจนเอ่ยเรียกชื่อเสียงต่ำ
“สิรินดา”
ดลวัฒน์เสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่ก่อนจะได้โต้ตอบอะไร โทรศัพท์มือถือของดลวัฒน์ที่วางคว่ำไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบมันมาดู พาริยะเองก็ให้ความสนใจไปด้วย สิ่งที่โชว์เด่นหราทำให้พาริยะเลิกคิ้ว แทนที่จะถูกเมมด้วยชื่อ กลับเป็นอิโมจิรูปก้อนเมฆแทน แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ความทรงจำหนึ่งก็แทรกเข้ามา ทำให้รู้แล้วว่าใครเป็นคนโทร.มา ดนนภา เพราะมันคือสัญลักษณ์ที่ดลวัฒน์เคยใช้เมมชื่อไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน ดลวัฒน์ขยับตัวลุกขึ้น ทำท่าจะกดรับสาย แต่แล้วก็ถูกมือของพาริยะคว้าไว้ก่อน “มึงกับปรางนี่ยังไงกันแน่ คิดจะเป็นชู้กันหรือไง” ดลวัฒน์กระแทกลมหายใจแรงๆ ออกมาและโต้กลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ “กูไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทีหลังอย่ามาใส่ร้ายปราง กูไม่ชอบ” และไม่ชอบที่เพื่อนทำสีหน้าและแววตาแบบนั้น ราวกับเขาเป็นผู้ร้ายใจทราม ส่วนพาริยะก็คำรามเสียงฉุนมากทีเดียว ติดต่อแฟนเก่าลับหลังภรรยา นี่นะไม่ผิด เพื่อนของเขามันคงบ้าไปแล้ว การประชุมสำคัญกับผู้ถือหุ้นเริ่มขึ้นตั้งแต่แปดโมงตรง เกี่ยวกับรายงา
“ไม่มีอะไรหรอก สงสัยคนส่งข้อความผิดน่ะ” สิรินดาไม่ได้เก็บข้อความแปลกๆ นั้นมาใส่ใจมากนัก พลันคว่ำสมาร์ตโฟนลงราวกับต้องการปิดประเด็นนี้ ไม่อยากให้มันมารบกวนจิตใจเธออีก “จ้ะ” “กูตกข่าวอะไรไป” ดลวัฒน์ถามหลังจากทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในร้านกาแฟที่นัดกับพาริยะเอาไว้ เขารู้สึกถึงความผิดปกติตั้งแต่เดินเข้ามาในตึกแล้ว ทั้งแพทย์และพยาบาลดูเหมือนจะจับกลุ่มคุยกันอย่างผิดสังเกต สงสัยต้องมีเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์เกิดขึ้นอีกแน่ ทว่าครั้งนี้เขาคงไม่ใช่ตัวต้นเรื่อง ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงจะหันมามองเขากันทั่วหน้าแล้ว พาริยะกำลังจะอ้าปากเพื่อไขความกระจ่างให้เพื่อน แต่สาวๆ โต๊ะด้านหน้าก็เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน พาริยะจึงพยักพเยิดให้เพื่อนฟังจากปากของสาวๆ แทน “แกได้ข่าวเรื่องคุณหมอวอร์ดเด็กปะ” พยาบาลสาวสวยถามเพื่อนข้างกายที่กำลังยกแก้วดูดกาแฟเข้มๆ “ใคร?” สาวผมตัดสั้นเลิกคิ้วสูงประกอบคำถาม คนถูกถามเหลือบมองซ้ายและขวาเพื่อดูว่าบริเวณนี้ไม่มีบุคคลที่ตนกำลังพูดถึง “หมอชาญไง” พอ
แทนที่ชายหนุ่มจะตอบไปทันที ดลวัฒน์กลับเงียบ แถมยังมองหน้าสิรินดาราวกับว่ากำลังทบทวนบางอย่าง จนเวลาล่วงเลยไปเกือบสองนาที หัวคิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ขณะที่พยายามประมวลความคิดว่าทำไมถึงยังไม่ได้คำตอบ กระทั่งความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงเมโลดีที่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือของสิรินดา จึงทำให้ทั้งสองคนหันไปสนใจเสียงที่ดังขึ้นมาแทน ครั้นเห็นชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ ร่างระหงก็หันมองหน้าคนข้างกาย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา “ไม่ต้องรับ” เขาสั่งห้ามเสียงดุ เพราะปลายสายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น... ธิตา “ถ้าไม่อยากทะเลาะกับพี่ก็ไม่ต้องรับ”ดลวัฒน์ย้ำอีกหนพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง สิรินดาจึงแสดงความหนักใจออกมา แล้วเอ่ยน้ำเสียงอ่อน “ท่านเป็นห่วงพี่ดลตลอดนะคะ” แววตาของหญิงสาวสะท้อนถึงความหวัง แม้จะเคยพูดแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว พยายามให้ย่ากับหลานคืนดีกัน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลย สาเหตุของความบาดหมางก็คือเรื่องความเห็นแก่ตัวและเห็นแก่เงินทองของผู้มีศักดิ์เป็นย่าของดลวัฒน์ ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็ไม่พ
ชายหนุ่มเดินขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านแล้ววางสัมภาระต่างๆ ไว้ที่ห้องทำงาน ก่อนเดินเข้าไปในห้องนอนพบกับสิรินดาที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า กำลังดึงชุดนอนออกจากตู้ พร้อมกับผ้าขนหนู หญิงสาวหันมายิ้มให้สามี แล้วก้าวเท้ามุ่งหน้าไปทางห้องน้ำ ดลวัฒน์ก็เดินตาม ใช้มือดันประตูห้องน้ำไว้ พร้อมบอกความต้องการ “พี่จะอาบด้วย” พูดจบดลวัฒน์ก็ต้องหยุดมองสีหน้าของภรรยา เมื่อใบหน้าของหญิงสาวอยู่ๆ ก็แดงระเรื่อขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ชายหนุ่มก้มหน้าลงมามองใกล้ๆ ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ล่วงรู้ความคิด จนแสยะยิ้มออกมา “นี่เธอคิดอะไร พี่แค่อยากจะนอนแช่น้ำอุ่นกับเธอก็เท่านั้น” สิรินดาเม้มปากแน่นกว่าเก่า ก่อนค้อนเล็กๆ เพราะคำพูดนั้นไม่เคยเป็นจริงเลย “ไจ๋ไม่เคยเห็นว่ามันจะจบที่แช่น้ำอุ่นสักครั้ง” หญิงสาวว่าและพยายามจะซ่อนอาการสั่นไหวในใจ แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นจากสายตาที่จ้องมองมาได้ ดลวัฒน์ไหวไหล่ ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ เพราะมันคือเรื่องจริงอย่างที่สิรินดาว่า เพราะสุดท้ายแล้วไม่เตียงก็ห้องนั่งเล่นที่เขาจะพาหญิงสาวไปจบลงตรงนั้น “งั้นคืนนี้เธอก็ควรคิดไว้เลยว่าอยากไปจบที่ไหน พี่ให้
TRI-69 : ก็นิดหน่อยอะ ชายหนุ่มเบะปากกับคำตอบของเพื่อนแล้วยังอดหมั่นไส้ชื่อไลน์ที่เพื่อนเพิ่งเปลี่ยนไม่ได้ มีอยู่คนเดียวที่มักจะเปลี่ยนเป็นประจำ และล้วนเป็นแนว 18+ ทั้งนั้น ไตรฉัตร เจ้าของอาบอบนวด TRI-69 : ส่งรูปภาพกับภูมิพัฒน์ DONN : ไม่ต้องหาพวก กูรู้ว่าไอ้ภูมิเป็นคนดี ดลวัฒน์รู้ว่ามีตัวการแค่สองคน นั่นคือไตรฉัตรกับพาริยะที่รู้เรื่องเขาไปเสียทุกเรื่อง TRI-69 : ส่งสติกเกอร์แบะมือยักไหล่ DONN : เหอะๆ สุดท้ายดลวัฒน์ก็คว่ำมือถือลง ขืนคุยต่อไมเกรนได้ถามหาแน่ ร่างสูงทิ้งกายลงที่เก้าอี้ตัวประจำ แล้วกดโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานไปยังเบอร์หนึ่ง ชั่วครู่เดียวก็มีเสียงใสๆ ดังขึ้น “สวัสดีค่ะคุณดล” “คุณมาย เรียกทนายเก่งให้ผมหน่อยครับ” “ได้ค่ะ” เลขาฯ สาวรับคำ “แล้วก็ฝากจองที่พักพัทยาให้ผมช่วงปลายเดือนหน้า สัก 3 คืนครับ” “มายจะจัดการให้ค่ะ” “สองเรื่องนี้ ช่วยจัดการเงียบๆ ด้วยครับ” เลขาฯ สาวแอบมองหน้าแบบฉงนใจ
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

