Home / รักโบราณ / สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1 / บทที่ 2 โชคชะตาที่ไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ

Share

บทที่ 2 โชคชะตาที่ไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ

last update Last Updated: 2025-11-27 19:07:26

เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร

“โธ่ ชีวิตอันน่าสงสารของคุณหนูอย่างฉันทำไมถึงได้อายุสั้นนักนะ ยังไม่ได้กินเที่ยวให้หนำใจกับเงินที่หามาได้ แฟนเฟินก็ยังไม่มีดันมาตายตั้งแต่ยังสาวน่าหดหู่ชะมัด

ฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณพ่อกับคุณแม่อีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทคนรองของมหาเศรษฐีเลยนะ”

“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู ดังนั้นเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นได้”

ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่าง

ชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอันใดความสามารถของเจ้าจากที่นั่น หากนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เจ้าไม่ลำบากแน่นอนข้ารับประกัน”

เซวียนอวิ๋นซีจ้องมองชายชราด้วยแววตาเรียบนิ่ง เพราะไม่คิดจะเชื่อใจคนผู้นี้แม้แต่น้อย “นี่คุณปู่หนวดยาวหนูไม่ใช่เด็กสามขวบนะอย่ามาหลอกกันเสียให้ยากเลย เอางี้เพื่อเป็นหลักประกันว่าชีวิตใหม่จะไม่ลำบาก คุณปู่ต้องมอบสิ่งที่ควรเป็นของหนูในชาติที่แล้วมาด้วย หนูถึงจะยอมเชื่อคำพูดของคุณปู่ว่ายังไงคะ”

ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิดว่าหญิงสาวที่ตนพามา นางต้องการสิ่งใดจากโลกแห่งนั้นบ้างจึงลองแบ่งรับแบ่งสู้ไม่กล้ารับปากได้เต็มที่ “เจ้าลองว่ามาสิ่งที่เจ้าต้องการจากโลกเดิมมีสิ่งใดบ้าง หากไม่ยากเกินไปข้าอาจมอบมันให้เจ้าได้”

เซวียนอวิ๋นซีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่ต้องการ “ก็ไม่มีอะไรมากนะคะคุณปู่ สิ่งที่หนูอยากได้มีแค่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ครบวงจร บริษัทติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์ โรงพยาบาล ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต ระบบซื้อองครักษ์ฝีมือเก่งกาจ สุดท้ายบริษัทผลิตรถไฟฟ้าสุดไฮเทค ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของสามารถนำออกมาใช้ในโลกนี้ได้ทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่หนูบอกว่าอยากได้ค่ะไม่เยอะเลยนะคะคุณปู่”

'ไม่เยอะบ้านเจ้าสิ! นางหนูคนนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่อาจส่งนางไปเกิดใหม่ได้สำเร็จ ฮ้าย นี่ข้าเจอโจรในคราบหญิงสาวหน้าตาดีหรือนี่'

“ก็ได้ ๆ ข้ารับปากแต่ทุกสิ่งที่เจ้าบอกกับข้า จะอยู่ในปานดอกเทียนฮวาอิ่นซึ่งจะติดตัวเจ้าทันทีที่เจ้าฟื้นคืนสติ ทุกอย่างที่เป็นมรดกของเจ้าสามารถใช้ได้ไม่จำกัด เพียงแต่เจ้าไม่อาจใช้สิ่งของที่ข้ามอบให้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เช่นนี้เจ้ารับได้หรือไม่เล่านางหนู”

เซวียนอวิ๋นซีเดินวนไปมาเพื่อคิดทบทวนให้ดี เกี่ยวกับข้อแลกเปลี่ยนที่ชายชราตรงหน้าได้บอกกับเธอ เมื่อคิดตกว่าถึงจะมีปัญหาแต่เธอต้องผ่านไปให้ได้ เพียงแต่เธอเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงลองหยั่งเชิงขอกับท่านเทพอีกเล็กน้อย

“การไม่ทำร้ายคนดีย่อมเป็นเรื่องหนูสมควรทำ เพียงแต่ว่าคุณปู่พอจะอนุโลมบางอย่างให้หนูอีกสักนิดได้ไหมคะ”

‘เจ้าเด็กคนนี้จะมาไม้ไหนกับข้าอีกนะ’ “เจ้าพูดมาสิว่าจะให้ข้าอนุโลมเรื่องอันใด”

“คือว่าสิ่งของต่าง ๆ ในมิติเหล่านี้ในกรณีเร่งด่วน คุณปู่ให้หนูใช้พลังในการสร้างบางสิ่งบางอย่างได้รวดเร็วทันใจ และจะให้คนอื่นเห็นก็ต่อเมื่อหนูตรวจสอบแล้วว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ได้ไหมคะคุณปู่”

ท่านเทพถึงกับพูดไม่ออกกับสิ่งที่อวิ๋นซีต่อรองกับตน แต่สิ่งที่อยู่ในมิติมีความแตกต่างการที่นางขอเช่นนี้ใช่ว่าไม่มีเหตุผล “เฮ้อ ก็ได้ ๆ ๆ ข้าอนุญาตตอนนี้เจ้าพร้อมจะลงไปอยู่ในร่างใหม่ของเจ้าหรือยังล่ะ”

“เย้! ขอบคุณคุณปู่มากค่ะถึงไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วค่ะคุณปู่ ฮึ่ม! เอาล่ะไปตะลุยโลกยุคโบราณกันเล้ยยยย...”

พรึบ ฟิ้ววว

เซวียนอวิ๋นซีถูกเทพชะตาส่งดวงจิตของเธอลงมาในร่างของเด็กหญิงวัยแปดหนาว ที่รูปร่างบอบบางแสนอ่อนแอขี้โรค นื่องจากไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เด็กน้อยเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่น ๆ

เมื่อถูกญาติผู้พี่กลั่นแกล้งจนตกน้ำร่างเล็ก ๆ ก็ล้มป่วยจนสิ้นใจโดยที่บิดามารดาไม่อาจรับรู้ถึงเรื่องนี้

เพราะบิดาเป็นบุตรชายคนกลางของครอบครัว ท่านปู่กับท่านย่าลำเอียงรักบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็กมากกว่า งานทุกอย่างของบ้านเป็นครอบครัวของนางที่รับผิดชอบทั้งหมด

เมื่อตื่นลืมตาในร่างใหม่ที่เป็นเด็กหญิง เซวียนอวิ๋นซีได้รับความทรงจำอันน้อยนิดและเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อลืมตาขึ้นมาพบกับความเป็นจริงตรงหน้า ถึงกับต้องตะโกนถามเทพชะตาอยู่ในใจอย่างโกรธเคือง

“อ๊ายยย!! ไหนบอกว่าไม่ลำบากไงคุณปู่ นี่มันสบายตรงไหนเนี่ยต้องมาอยู่ในครอบครัวลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันแบบเน้!”

‘เอาน่าเรื่องนั้นก็เป็นแค่อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจ้าต้องช่วยครอบครัวข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถผ่านมันไปได้แน่นอน ข้าไปก่อนนะนางหนูจากนี้ไปขอให้เจ้าโชคดี’

“อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของท่านคนเดียวนะสิ ร่างนี้เพิ่งจะแปดขวบเองจะไปทำอะไรได้ โถ ชีวิตใหม่ของฉันน่าอนาถเกินไปแล้ว”

‘เจ้าอยากได้ตัวช่วยข้าก็มอบให้แล้วนี่นา ต่อไปก็เพิ่งพาความสามารถของเจ้าให้ดี กิจการของเจ้าในชาติก่อนพบเจอผู้คนมามากมาย ย่อมมองออกว่าผู้ใดจริงใจผู้ใดหวังเพียงผลประโยชน์ ต่อไปในภายหน้าก็ใช้สิ่งที่มีดูแลครอบครัว เจ้าเป็นคนขยันขันแข็งเรื่องการทำงานมิใช่หรือ คิดทบทวนให้ดีเถิดนางหนู ข้าไปละ’

“เดี๋ยวสิคุณปู่...เฮ้อ งานใหญ่ตั้งแต่เกิดใหม่เลยไหมล่ะซีซี แต่ตอนนี้ยังไม่มีแรงขอบำรุงตัวเองให้แข็งแรงก่อนก็แล้ว ว่าแต่ป่านนี้แล้วท่านพ่อท่านแม่กับพี่ชายของเด็กคนนี้ เหตุใดยังไม่กลับจากการทำงานหรือจะอยู่ด้านนอกลองไปดูหน่อยก็แล้วกัน”

เซวียนอวิ๋นซีหย่อนขาสั้น ๆ ของร่างใหม่ลงจากเตียง จากนั้นค่อย ๆ พาร่างเล็ก ๆ ไปยังหน้าประตูห้องนอนแห่งนี้อย่างช้า ๆ ด้วยเรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิด กว่าจะเดินไปถึงห้องครัวเล่นเอาหยุดไปหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็นางมาถึงจุดหมายและได้ยินเสียงการพูดคุย ที่ฟังแล้วรู้สึกสงสารคนที่ร่ำไห้จับใจ

“ท่านพี่ท่านได้รับบาดเจ็บหนักแต่ท่านพ่อท่านแม่ไม่ยอมให้ข้าไปตามท่านหมอมารักษา หากขาของท่านไม่รีบรักษาอาจเดินไม่ได้อีกแล้วนะ ฮึก ๆ”

หลิ่งเฟิงหยางสงสารภรรยาของตนจับใจ ตั้งแต่นางแต่งงานกับตนก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตดี ๆ เลยสักวัน

“อาเหยาข้าขอโทษเจ้าจริง ๆ ที่พามาตกระกำลำบากกับตระกูลเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังมาขาหักกลายเป็นภาระให้กับเจ้าอีกคน ข้ามันไม่ได้เรื่องปกป้องพวกเจ้าสามคนแม่ลูกก็ไม่ได้”

“ท่านพี่อย่าได้กล่าวโทษตนเองเช่นนั้นเลย ข้าจะพยายามหาทางอื่นเพื่อรักษาขาของท่านให้ได้เจ้าค่ะ”

เซวียนอวิ๋นซีน้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ทั้งที่ตระกูลหลิ่งมีฐานะดีกว่าชาวบ้านคนอื่น ๆ อยู่มาก แต่กลับละเลยและไม่สนใจบุตรชายคนกลางอย่างบิดาของตน ความรักทั้งหมดมีให้เพียงบุตรชายคนโตกับบุตรชายคนเล็กเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้นางจะไม่ยอมให้ครอบครัวต้องทนลำบากอีกแล้ว ร่างน้อย ๆ จึงก้าวไปหาบิดามารดาอย่างแน่วแน่ เพื่อบอกความต้องการของตนกับทั้งสอง แต่การกระทำของเซวียนอวิ๋นซีกลับสร้างความตกใจให้สองสามีภรรยาเสียมากกว่า

“ท่านพ่อ ท่านแม่”

จางซูเหยาผละจากตัวสามีเข้าไปหาบุตรสาว เมื่อได้ยินเสียงเล็ก ๆ เรียกนางกับสามีอย่างไม่เต็มเสียงนัก “ซีซี!! ลูกแม่เจ้าฟื้นตั้งแต่เมื่อใด รู้สึกเจ็บปวดที่ใดอยู่หรือไม่รีบบอกแม่เร็วเข้า”

“ท่านแม่ซีซีแค่รู้สึกเพลียเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะ”

ก่อนที่ซูเหยาจะเอ่ยถามบุตรสาวอีกครั้ง กลับเป็นสามีของนางที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่อยากเชื่อ “อะ อะ อาเหยา สะ สะ ซีซีพูดได้ชัดและยังเป็นประโยค ๆ ด้วยนะ”

ขวับ! “จริงด้วย! ซีซีลูกแม่เจ้าพูดได้คล่องแล้วจริง ๆ ฮือ ๆ ๆ”

เซวียนอวิ๋นซีเพิ่งนึกได้ว่าก่อนหน้าเด็กน้อยคนนี้พูดเป็นคำ ๆ เพราะบิดามารดาต้องทำงานทุกวันไม่มีเวลาในการสอนเรื่องนี้นัก จึงพยายามคิดหาวิธีมาอธิบายให้บิดามารดาได้ฟัง

“เอ่อ การพูดของซีซีอาจเกี่ยวกับเรื่องตกน้ำก็ได้ เพราะความกลัวจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จิตใต้สำนึกถึงได้สั่งให้ซีซีพูดเป็นประโยคได้เจ้าค่ะ”

“นี่คงเป็นความโชคดีในความโชคร้ายก็ว่าได้ ต่อไปพ่อคงได้ฟังเสียงอันไพเราะของซีซีทุกวันแล้วสินะ”

เซวียนอวิ๋นซีเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าข้าง ๆ บิดาพร้อมกับถามไถ่ถึงอาการบาดเจ็บ รวมถึงคำถามที่สร้างแรงกระเพื่อมขึ้นในใจของผู้เป็นบิดาอย่างยิ่ง และมันยังเป็นคำถามที่จางซูเหยาไม่กล้าถามสามีมานาน

“ท่านพ่อเจ็บมากไหมเจ้าคะ?”

“แผลแค่นี้ทำอันใดพ่อไม่ได้หรอกลูกรัก” แม้รู้ดีว่านี่เป็นคำตอบที่ไม่น่าเชื่อถือแต่เขาก็ยังเลือกตอบกับบุตรสาว

“ท่านพ่อพวกเราไปจากที่นี่ได้หรือไม่ ซีซีไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วเจ้าค่ะ”

คำถามนี่ของบุตรสาวที่เพิ่งฟื้นจากอาการเจ็บป่วยหมาด ๆ ทำเอาหลิ่งเฟิงหยางถึงกับน้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าบุตรสาวของตน จะเอ่ยเรื่องการออกจากตระกูลออกมาได้

เมื่อนึกทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาของตนเองแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตล้วนถูกครอบครัวกระทำประหนึ่งว่าตนเป็นคนมาขออาศัย มิใช่บุตรชายแท้ ๆ ของบิดามารดาเลยสักนิด ยิ่งวันนี้ตัวของหลิ่งเฟิงหยางได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวของเขาย่อมได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

จางซูเหยาตัดสินใจพูดกับสามีอย่างที่บุตรสาวตั้งคำถามเช่นกัน “ท่านพี่ตลอดเวลาที่ผ่านมาในใจของข้าก็เคยคิดอย่างซีซี พวกเราออกไปจากครอบครัวที่รักบุตรหลานลำเอียงนี้ดีไหม ถึงอย่างไรตระกูลจางของข้าถึงแม้ฐานะไม่ดีเท่าบิดาท่าน แต่ท่านพ่อท่านแม่ของข้ามิใช่คนใจดำเช่นนี้แน่ เราพาลูก ๆ ไปเริ่มต้นใหม่ที่หมู่บ้านของข้าในตำบลกู่ซานเถิด ที่นั่นน้ำท่าล้วนอุดมสมบูรณ์กว่าที่แห่งนี้หลายเท่า ลูก ๆ จะได้มีอาหารดี ๆ ให้กินบ้างนะเจ้าคะ”

หลิ่งเฟิงเหยาที่นั่งนิ่งคิดทบทวนกับคำถามของบุตรสาว พอหันไปมองทางภรรยาคู่ชีวิตในดวงตาของนางไม่ต่างจากบุตรสาว แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบคำถามนี้กลับเป็นบุตรชายคนโตอย่างจื่อหาน ที่เอ่ยขึ้นสนับสนุนเรื่องการออกไปจากตระกูลที่ลำเอียงแห่งนี้

“ข้าเห็นด้วยกับซีซีขอรับท่านพ่อ เหตุใดพวกเราต้องยอมอดทนเช่นนี้ ท่านก็เป็นบุตรชายของท่านปู่ท่านย่า แต่กลับไม่เคยได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทนความกตัญญูที่ท่านทำมาตลอดหลายสิบปีเลยสักครั้ง”

หลิ่งจื่อหานบุตรชายคนโตที่อายุมากกว่าน้องสาวสามปี แม้ปีนี้เขาจะมีอายุครบสิบเอ็ดหนาวแต่ร่างกายที่ขาดการบำรุงย่อมเติบโตได้ช้า แตกต่างกับญาติผู้พี่บุตรชายบุตรสาวของลุงใหญ่อย่างมาก

“พี่ใหญ่ท่านก็อยากไปจากที่นี่ใช่ไหมเจ้าคะ”

จื่อหานเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ กับน้องสาวที่น่ารักของตน และพูดกับนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นทุกครั้ง “พี่ใหญ่อยากไปจากที่นี่เช่นกันซีซี ยิ่งท่านพ่อได้รับบาดเจ็บไม่สามารถทำงานได้ ย่อมเป็นท่านแม่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงงานทุกอย่าง ถ้าท่านแม่ล้มป่วยไปอีกคนครอบครัวของเรา คงไม่พ้นถูกไล่ออกไปเหมือนหมูเหมือนสุนัขเป็นแน่”

จางซูเหยาที่ยามนี้หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ก็เรียกสามีด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเป็นครั้งแรก “ท่านพี่ ฮึก ข้าไม่อยากให้ลูกของเราต้องทรมานอีกแล้ว พรุ่งนี้เช้าหากท่านแม่กับพี่สะใภ้เห็นซีซีฟื้นคืนสติ คงไม่พ้นโดนพวกนางสองคนมาลากไปช่วยทำงานบ้านเป็นแน่”

หลิ่งเฟิงหยางจ้องมองภรรยากับบุตรทั้งสอง ก็นึกถึงแต่ภาพที่ทั้งสองถูกกดขี่ข่มเหงจากญาติพี่น้อง ในเมื่อคนในตระกูลนี้ไม่ยุติธรรมกับพวกตน ย่อมไม่มีความจำเป็นต้องทนอยู่เหมือนทาสอีกต่อไป

“ได้! ครอบครัวของเราจะขอแยกบ้านและไม่จะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อีก รอให้ซีซีร่างกายแข็งแรงกว่านี้สักสองสามวัน แล้วเราค่อยเก็บของไปตายเอาดาบหน้า”

“ขอบคุณท่านพ่อที่ตัดสินใจทำเพื่อข้ากับซีซีขอรับ”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พวกท่านไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะมีซีซีคนนี้อยู่ ต่อไปครอบครัวของเราจะร่ำรวยมีกินมีใช้ไม่ลำบากอีกต่อไปแน่นอนเจ้าค่ะ” เซวียนอวิ๋นซีใช้มื้อเล็ก ๆ ตบไปที่หน้าอกของตนอย่างมั่นใจ การกระทำนี้ของนางทำเอาสามคนที่มองอยู่ถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 6 ตัดให้ขาดอย่าได้คิดเสียใจทีหลัง

    ซ่งเหวยทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้มานานหลายปี เรื่องราวการลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันครอบครัวอื่น ๆ ยังไม่หนักหนาเท่าตระกูลหลิ่ง พอได้รับรู้ว่าหลิ่งเฟิงหยางตัดสินใจจะออกจากตระกูลเขาก็รู้สึกและสงสารอยู่ไม่น้อยหลิ่งจื่อหานที่เดินนำซ่งเหวยมาถึงห้องพักของครอบครัว ที่ยามนี้ท่านปู่ท่านย่าของเขายังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ส่วนมารดาช่วยห้ามเลือดที่ศีรษะให้น้องสาวนั่งอยู่อีกด้าน ภาพนี้ทำเอาซ่งเหวยถึงกับโมโหอย่างช่วยไม่ได้“นี่...ตาเฒ่าหลิ่ง นางหลิว พวกเจ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเด็กตัวเล็ก ๆ เพียงนี้เชียวรึ”หลิ่งฉางเปรยตามองซ่งเหวยอย่างเฉื่อยชาและพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ “หัวหน้าหมู่บ้านเรื่องนี้ก็เป็นแค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นใช่การทำร้ายอย่างที่ท่านว่ามาที่ใดกัน ท่านมาเรื่องที่ข้ากับลูกอกตัญญูจะแยกบ้านตัดขาดกันมิใช่หรือ รีบเขียนหนังสือตัดขาดให้ข้าได้แล้ว”“เฮ้อ ข้าเขียนหนังสือตัดขาดให้เจ้าน่ะได้ ว่าแต่เจ้าจะแบ่งทรัพย์สินอันใดให้อาหยางบ้าง...” ซ่งเหวยพูดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกนางหลิวเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่มีการแบ่งทรัพย์สินอันใดทั้งสิ้น ในเมื่อลูกอกตัญญูนี่อยากออกจากตระกูลไปเอง เหตุใดสามีของ

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 5 แผนการแยกบ้านได้เริ่มขึ้นแล้ว

    ยามเช้าของวันใหม่ที่อวิ๋นซีได้มาเกิดในโลกโบราณแห่งนี้ ร่างกายเล็ก ๆ ที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่ภายหลังฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ก็มีแรงมากขึ้นเกือบถึงขั้นของเด็กทั่วไปแล้ว ส่วนมารดาของนางตื่นตั้งแต่ต้นยามเหม่า ไปก่อไฟเตรียมหุงหาอาหารให้ท่านปู่ท่านย่าเช่นกันยามที่มารดากลับมาในห้องขนาดเล็กอีกครั้ง ก็มีเพียงถาดไม้ที่วางถ้วยน้ำต้มเศษข้าวไม่กี่เม็ด นี่ทำให้อวิ๋นซีรู้สึกเวทนาตนเองกับครอบครัวไม่ได้ และแน่นอนว่าเรื่องที่ต้องการไปจากตระกูลลำเอียงนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วอวิ๋นซีหายเข้าไปในมิตินำอาหารที่มีทั้งผักและเนื้อ รวมถึงข้าวสวยเต็มถ้วยออกมาให้ครอบครัวได้กิน และไม่ลืมพูดคุยเรื่องแผนการที่ตนได้คิดเอาไว้ เพราะนางต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด“ท่านพี่กินให้มากหน่อยนะจะได้แข็งแรงและหายไว ๆ พวกลูกสองคนก็กินเยอะ ๆ เช่นกันนะ”“อาเหยาเจ้าเองก็ต้องกินให้มากจะได้มีแรงดูแลลูก ๆ ของเรานะ”“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราทุกคนต้องกินให้อิ่มเข้าไว้ เพราะวันนี้เราจะต่อต้านท่านปู่ท่านย่าโดยการไม่ไปทำงานเจ้าค่ะ หากมีการลงไม้ลงมือรุนแรงนั่นถึงจะเป็นข้ออ้างที่เราต้องใช้ เพื่อจะได้ตัดขาดและออกไปจากที่นี่อย่างไรล่ะเจ้าคะ” อว

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 4 รักษาขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/2

    ส่วนอวิ๋นซีไม่มองท่าทีตกตะลึงของบิดา นางส่งเสียงเรียกหมอจนดังลั่นไปทั่วมิติ “คุณหมออออ!!! มีคนบาดเจ็บรีบมารับตัวเป็นการด่วนนน!!!”จากนั้นไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีทั้งหมอและพยาบาล วิ่งมาพร้อมกับรถเข็นและถามเจ้าของมิติว่าต้องการให้ตนทำสิ่งใด “คุณหนูมีใครได้รับบาดเจ็บหรือ แล้วบาดเจ็บที่ใด อาการหนักหรือไม่”“อือ คุณหมอชายคนนี้คือพ่อของฉันเอง เขาบาดเจ็บเพราะตกเขาจนขาหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้ขาเริ่มบวมคาดว่าน่าจะเกิดการอักเสบ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดไว้วันหลังจะพาเข้ามารักษาในระยะยาวอีกครั้ง”“ได้เลยครับคุณหนู ทุกคนพาคุณผู้ชายเข้าไปในห้องตรวจเร็วเข้า พวกเราต้องทำเวลาในการรักษาโดยเร็ว”“ครับคุณหมอ”หลิ่งเฟิงหยางนั่งนิ่งเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนถูกพาตัวเข้ามาในโรงพยาบาลที่สะอาดสะอ้าน เขาไม่รู้ว่าการรักษาที่บุตรสาวพูดถึงนั้นต้องใช้เครื่องมือหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งมันแตกต่างกับท่านหมอที่ตนเคยได้รับการรักษาอย่างมากเนื่องจากกระดูกขาของหลิ่งเฟิงหยางผิดรูปไปเล็กน้อย จึงถูกหมอจัดกระดูกให้เข้าที่และทำการดามขาด้วยวัสดุอย่างดี พร้อมกับฉ

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 3 รักขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/1

    เพียงแต่เซวียนอวิ๋นซีที่เพิ่งได้เกิดใหม่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงบ่นที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจก็ดังขึ้นอยู่ด้านนอก และใกล้เข้ามาถึงห้องที่ครอบครัวของตนพักเรื่อย ๆ เป็นจางซูเหยาที่รู้ว่าแม่สามีไม่พอใจด้วยเรื่องอันใด‘ซูเหยา! นางลูกสะใภ้ตัวดีหายหัวไปที่ใด นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วเหตุใดยังไม่ก่อไฟหุงหาอาหารให้พวกข้าอีก’“ท่านพี่ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้รอข้าก่อนนะ ท่านแม่ไม่เห็นควันไฟจากห้องครัวคงเริ่มโมโหแล้ว ไว้ข้าทำอาหารมื้อเย็นเสร็จจะรีบกลับมา”“ลำบากเจ้าแล้วอาเหยา”“ซีซีอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่ออย่าวิ่งออกไปด้านนอกเข้าใจหรือไม่”“อื้อ ซีซีเข้าใจเจ้าค่ะ”ส่วนจื่อหานที่รู้สึกเป็นห่วงมารดาเกรงว่าจะถูกท่านย่าระบายโทสะ เขาจึงอาสาไปช่วยมารดาเตรียมอาหารที่ห้องครัว “ท่านแม่ข้าจะไปช่วยท่านอีกแรงจะได้ทำอาหารเสร็จทันเวลานะขอรับ”จางซูเหยาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับบุตรชาย ทั้งที่บุตรชายของนางเป็นคนฉลาดแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเรื่องการเรียน พ่อแม่สามีเอาแต่ทุ่มเทให้กับบุตรชายของพี่ชายสามีที่เข้าเรียนยังสำนักศึกษามาหลายปี แม้แต่สอบระดับถงเซิงก็ยังสอบไม่ผ่านเลยสักครั้ง พวกเขากลับกล่าวโทษว่าเป็นเพราะอาจารย์สอนไม่ได

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 2 โชคชะตาที่ไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ

    เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร“โธ่ ชีวิตอันน่าสงสารของคุณหนูอย่างฉันทำไมถึงได้อายุสั้นนักนะ ยังไม่ได้กินเที่ยวให้หนำใจกับเงินที่หามาได้ แฟนเฟินก็ยังไม่มีดันมาตายตั้งแต่ยังสาวน่าหดหู่ชะมัดฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณพ่อกับคุณแม่อีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทคนรองของมหาเศรษฐีเลยนะ”“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู ดังนั้นเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นได้”ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่างชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอั

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 1 ทายาทอันดับสองตระกูลมหาเศรษฐี

    “เซวียนอวิ๋นซี” เป็นชื่อที่หลายคนในวงการธุรกิจอสังหาริมทรพัย์ และบริษัทก่อสร้างระดับประเทศต่างรู้จักกันดี ในฐานะทายาทคนรองของตระกูลเซวียน ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศเจ้าของอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างอาคารสูง บ้านพักตากอากาศ โรงแรมหรู ไปจนถึงเครือซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารระดับห้าดาวและบริษัทติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ครบวงจรถึงแม้เธอจะเป็นทายาทคนรองจากพี่ชาย แต่ไม่เคยใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไปวัน ๆ ตามประสาคุณหนูทั่วไป เนื่องจากเธอเลือกเรียนด้านสถาปัตยกรรมควบวิศวกรรมโยธาจนจบระดับปริญญาโทก่อนอายุยี่สิบสี่ปีด้วยความเก่งกาจรอบด้านจึงช่วยงานของตระกูลอย่างน่าเชื่อถือ ภายหลังเรียนจบเธอได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบโครงการระดับประเทศ โดยเป็นบริษัทในเครือของตระกูลตั้งแต่อายุยังน้อยที่สำคัญเธอยังไม่มีคนรักเช่นหญิงสาวคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะมีหนุ่ม ๆ ในวงการธุรกิจหรือวงการนักแสดงเข้ามาจีบเธอ แต่พวกเขากลับไม่เป็นที่ถูกใจเธอเสียอย่างนั้น“ซีซีวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทนะลูก อย่าลืมเอกสารโครงการที่พ่อสั่งไว้ล่ะ” เสียงของเซวียนไห่ซวนผู้เป็นพ่อต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status