Home / รักโบราณ / สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1 / บทที่ 4 รักษาขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/2

Share

บทที่ 4 รักษาขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/2

last update Last Updated: 2025-11-28 14:19:48

ส่วนอวิ๋นซีไม่มองท่าทีตกตะลึงของบิดา นางส่งเสียงเรียกหมอจนดังลั่นไปทั่วมิติ “คุณหมออออ!!! มีคนบาดเจ็บรีบมารับตัวเป็นการด่วนนน!!!”

จากนั้นไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีทั้งหมอและพยาบาล วิ่งมาพร้อมกับรถเข็นและถามเจ้าของมิติว่าต้องการให้ตนทำสิ่งใด “คุณหนูมีใครได้รับบาดเจ็บหรือ แล้วบาดเจ็บที่ใด อาการหนักหรือไม่”

“อือ คุณหมอชายคนนี้คือพ่อของฉันเอง เขาบาดเจ็บเพราะตกเขาจนขาหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้ขาเริ่มบวมคาดว่าน่าจะเกิดการอักเสบ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดไว้วันหลังจะพาเข้ามารักษาในระยะยาวอีกครั้ง”

“ได้เลยครับคุณหนู ทุกคนพาคุณผู้ชายเข้าไปในห้องตรวจเร็วเข้า พวกเราต้องทำเวลาในการรักษาโดยเร็ว”

“ครับคุณหมอ”

หลิ่งเฟิงหยางนั่งนิ่งเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนถูกพาตัวเข้ามาในโรงพยาบาลที่สะอาดสะอ้าน เขาไม่รู้ว่าการรักษาที่บุตรสาวพูดถึงนั้นต้องใช้เครื่องมือหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งมันแตกต่างกับท่านหมอที่ตนเคยได้รับการรักษาอย่างมาก

เนื่องจากกระดูกขาของหลิ่งเฟิงหยางผิดรูปไปเล็กน้อย จึงถูกหมอจัดกระดูกให้เข้าที่และทำการดามขาด้วยวัสดุอย่างดี พร้อมกับฉีดยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบอย่างละหนึ่งเข็ม

“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“พ่อรู้สึกว่าไม่ปวดมากเหมือนก่อนหน้านี้แล้วล่ะซีซีไม่ต้องห่วงนะ”

“อีกประเดี๋ยวหากยาออกฤทธิ์ท่านพ่อจะรู้สึกดีมากขึ้นอีกเจ้าค่ะ พวกเราหายเข้ามานานพอสมควรคงต้องกลับออกไปแล้ว หากท่านแม่กับพี่ใหญ่กลับมาพบว่าไม่มีใครอยู่จะทำให้ตกใจเอาได้เจ้าค่ะ”

“คุณหนูนี่เป็นยาที่คุณผู้ชายต้องกินนะครับ สัดส่วนและเวลาที่ต้องกินมีเขียนบอกไว้เรียบร้อยครับ”

“ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ”

“ยินดีที่ได้ช่วยเหลือครับคุณหนู”

เมื่อจัดการเรื่องขาที่บาดเจ็บของบิดาเสร็จ อวิ๋นซีก็จับมือหนาและนึกถึงห้องที่เพิ่งจากมาทันที ซึ่งเป็นความโชคดีที่นางกับบิดาออกจากมิติ ก่อนที่มารดากับพี่ชายจะกลับมามือเปล่า นั่นก็หมายความว่าเย็นวันนี้ครอบครัวของนางถูกงดอาหารมื้อเย็น

หลิ่งเฟิงหยางที่เห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของภรรยากับบุตรชาย เขาย่อมเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว “หึ ท่านแม่สั่งลงโทษไม่ให้พวกเรากินข้าวอีกแล้วใช่ไหมอาเหยา”

“ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ ทั้งที่เนื้อสัตว์มากมายนั่นเป็นท่านที่หามาได้จนบาดเจ็บ ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่คิดเห็นใจแบ่งให้ท่านสักนิด” จางซูเหยาตอบสามีด้วยดวงตาแดงก่ำเพราะพยายามไม่ร้องไห้นั่นเอง

หลิ่งจื่อหานรู้สึกโกรธจนทนไม่ไหวต้องระบายออกมา “ท่านย่ายังพูดเหมือนกับว่าพวกเราเป็นขอทาน ที่คิดจะแย่งอาหารมากินด้วยขอรับท่านพ่อ ข้าเกลียด ๆ ทุกคนในเรือนนั่น!”

“เหอะ พวกคนใจดำไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พวกท่านไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารอีกแล้วนะเจ้าคะ ครอบครัวของเราจะกินอาหารที่อร่อยและอิ่มท้องทุกมื้อ ไม่ใช่น้ำต้มข้าวใส ๆ กับเศษผักที่เหมือนอาหารหมูอีกแล้วเจ้าค่ะ”

หลิ่งจื่อหานคิดว่าน้องสาวคงหิวจนพูดเพ้อเจ้อ เขาจึงลดเสียงกลับมาพูดเช่นปกติกับน้องสาว “ซีซีน้องพี่พวกเราจะไปหาอาหารอย่างที่เจ้าว่ามาจากที่ใด เงินสักอีแปะก็ไม่มีติดตัวสัตว์ที่ท่านพ่อล่ามาได้ยังกลายเป็นของคนอื่นอีก อาหารอร่อย ๆ พวกเราไม่มีปัญญาหามากินได้หรอกนะ”

อวิ๋นซีหันไปทางบิดาผู้ที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่ในมิติของนางแล้ว คล้ายกับต้องการถามว่าควรบอกมารดากับพี่ชายได้หรือไม่ พอบิดาพยักหน้าให้อวิ๋นซีจึงจับจูงมือมารดากับพี่ชายมานั่งข้าง ๆ บิดา เพื่อบอกเล่าเรื่องที่นางเพิ่งพาบิดาไปพบเจอมาก่อนหน้าไม่นาน

“ท่านแม่ พี่ใหญ่ ซีซีจะบอกเรื่องสำคัญมาก ๆ ให้พวกท่านฟัง เมื่อฟังแล้วจะพาไปดูของจริงเพียงแต่ว่าพวกท่านต้องเก็บเป็นความลับ อย่าได้แพร่งพรายหลุดปากบอกใครหน้าไหนเด็ดขาดนะเจ้าคะ”

“หือ ซีซีอยากเล่าเรื่องอันใดงั้นหรือ ถึงกับต้องเก็บเป็นความลับเช่นนี้”

“หากท่านแม่ฟังที่ซีซีเล่าจนจบก็จะเข้าใจเองเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดถึงต้องเก็บมันเป็นความลับ”

“ได้ ๆ ๆ เล่ามาเถิดแม่กับพี่ใหญ่ของเจ้ารอฟังอยู่นะ”

“พวกท่านตั้งใจฟังให้ดีนะเจ้าค่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า...ฯลฯ...สิ่งที่ซีซีเล่าให้ฟังก็เป็นเช่นนี้ถ้าท่านแม่กับพี่ใหญ่ไม่เชื่อ ลองถามท่านพ่อดูสิเจ้าคะว่าซีซีโกหกหรือไม่”

ซูเหยากับบุตรชายหันไปทางหลิ่งเฟิงหยางพร้อมกัน เพื่อขอคำยืนยันว่าสิ่งที่บุตรสาวพูดมานั้นคือเรื่องจริง “ท่านพี่นี่มัน...”

“อาเหยาที่ซีซีพูดมาล้วนเป็นเรื่องจริง นอกจากนี้อาการบาดเจ็บของพี่ลูกของเราเพิ่งพาเข้าไปรักษา เพราะอาการปวดจากบาดแผลลดลงไปมาก คืนนี้คงนอนหลับได้สนิทกว่าคืนที่ผ่านมาแล้วล่ะ เจ้าดูสิฝีมือการรักษาของท่านหมอดีกว่าหมอในตำบลอีกนะ”

“ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาเห็นใจครอบครัวของพวกเราเจ้าค่ะ หากวันหน้าพวกข้ามีฐานะที่ดีขึ้นจะแบ่งปันให้คนที่ลำบาก เพื่อทำความดีเป็นการตอบแทนท่านนะเจ้าค่ะ” จางซูเหยาคุกเข่าโขกศีรษะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

อวิ๋นซีเห็นว่านี่เป็นเวลาอาหารมื้อเย็น ซึ่งทุกคนรวมถึงตนย่อมหิวข้าวเป็นแน่ จึงได้เอ่ยชวนพี่ชายเข้าไปเลือกอาหารในมิติมาให้บิดากับมารดา

“ท่านแม่ท่านอยู่ดูแลท่านพ่อสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ ซีซีกับพี่ใหญ่จะไปเอาอาหารออกมาเองเจ้าค่ะ”

“ได้จ้ะ”

“พี่ใหญ่เราไปเลือกของอร่อยมากินกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านอยากกินสิ่งใดก็หยิบออกมาได้เลยนะ”

“อื้อ ขอบใจซีซีมากนะ”

สองสามีภรรยามองดูบุตรของตนหายไปกลางอากาศ หลิ่งเฟิงหยางอาจไม่ตกแต่กับจางซูเหยานั้นไม่ใช่ นางเกือบยกมือปิดปากตนเองไม่ทัน จนผู้เป็นสามีต้องจับมือและปลอบนางให้หายตกใจ

ทางด้านสองพี่น้องที่เข้ามาในมิติก็ตรงไปยังร้านอาหาร ที่ยามนี้ในตู้กระจกมีอาหารหลากหลายรายการวางเรียงรายให้เลือก และที่สำคัญมันยังอุ่นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อวิ๋นซีหยิบถาดมาวางจานอาหารที่พี่ชายเลือก

เมื่อได้อาหารสามสี่อย่างพร้อมข้าวสวยหอม ๆ ก็นำออกไปนั่งกินกับบิดามารดาอย่างเอร็ดอร่อย และนี่เป็นครั้งแรกที่สี่คนพ่อแม่ลูกได้กินอิ่มท้อง นอนหลับได้สนิทไม่ต้องนอนพลิกไปพลิกมาเพราะความหิวอีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 6 ตัดให้ขาดอย่าได้คิดเสียใจทีหลัง

    ซ่งเหวยทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้มานานหลายปี เรื่องราวการลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันครอบครัวอื่น ๆ ยังไม่หนักหนาเท่าตระกูลหลิ่ง พอได้รับรู้ว่าหลิ่งเฟิงหยางตัดสินใจจะออกจากตระกูลเขาก็รู้สึกและสงสารอยู่ไม่น้อยหลิ่งจื่อหานที่เดินนำซ่งเหวยมาถึงห้องพักของครอบครัว ที่ยามนี้ท่านปู่ท่านย่าของเขายังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ส่วนมารดาช่วยห้ามเลือดที่ศีรษะให้น้องสาวนั่งอยู่อีกด้าน ภาพนี้ทำเอาซ่งเหวยถึงกับโมโหอย่างช่วยไม่ได้“นี่...ตาเฒ่าหลิ่ง นางหลิว พวกเจ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเด็กตัวเล็ก ๆ เพียงนี้เชียวรึ”หลิ่งฉางเปรยตามองซ่งเหวยอย่างเฉื่อยชาและพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ “หัวหน้าหมู่บ้านเรื่องนี้ก็เป็นแค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นใช่การทำร้ายอย่างที่ท่านว่ามาที่ใดกัน ท่านมาเรื่องที่ข้ากับลูกอกตัญญูจะแยกบ้านตัดขาดกันมิใช่หรือ รีบเขียนหนังสือตัดขาดให้ข้าได้แล้ว”“เฮ้อ ข้าเขียนหนังสือตัดขาดให้เจ้าน่ะได้ ว่าแต่เจ้าจะแบ่งทรัพย์สินอันใดให้อาหยางบ้าง...” ซ่งเหวยพูดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกนางหลิวเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่มีการแบ่งทรัพย์สินอันใดทั้งสิ้น ในเมื่อลูกอกตัญญูนี่อยากออกจากตระกูลไปเอง เหตุใดสามีของ

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 5 แผนการแยกบ้านได้เริ่มขึ้นแล้ว

    ยามเช้าของวันใหม่ที่อวิ๋นซีได้มาเกิดในโลกโบราณแห่งนี้ ร่างกายเล็ก ๆ ที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่ภายหลังฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ก็มีแรงมากขึ้นเกือบถึงขั้นของเด็กทั่วไปแล้ว ส่วนมารดาของนางตื่นตั้งแต่ต้นยามเหม่า ไปก่อไฟเตรียมหุงหาอาหารให้ท่านปู่ท่านย่าเช่นกันยามที่มารดากลับมาในห้องขนาดเล็กอีกครั้ง ก็มีเพียงถาดไม้ที่วางถ้วยน้ำต้มเศษข้าวไม่กี่เม็ด นี่ทำให้อวิ๋นซีรู้สึกเวทนาตนเองกับครอบครัวไม่ได้ และแน่นอนว่าเรื่องที่ต้องการไปจากตระกูลลำเอียงนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วอวิ๋นซีหายเข้าไปในมิตินำอาหารที่มีทั้งผักและเนื้อ รวมถึงข้าวสวยเต็มถ้วยออกมาให้ครอบครัวได้กิน และไม่ลืมพูดคุยเรื่องแผนการที่ตนได้คิดเอาไว้ เพราะนางต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด“ท่านพี่กินให้มากหน่อยนะจะได้แข็งแรงและหายไว ๆ พวกลูกสองคนก็กินเยอะ ๆ เช่นกันนะ”“อาเหยาเจ้าเองก็ต้องกินให้มากจะได้มีแรงดูแลลูก ๆ ของเรานะ”“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราทุกคนต้องกินให้อิ่มเข้าไว้ เพราะวันนี้เราจะต่อต้านท่านปู่ท่านย่าโดยการไม่ไปทำงานเจ้าค่ะ หากมีการลงไม้ลงมือรุนแรงนั่นถึงจะเป็นข้ออ้างที่เราต้องใช้ เพื่อจะได้ตัดขาดและออกไปจากที่นี่อย่างไรล่ะเจ้าคะ” อว

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 4 รักษาขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/2

    ส่วนอวิ๋นซีไม่มองท่าทีตกตะลึงของบิดา นางส่งเสียงเรียกหมอจนดังลั่นไปทั่วมิติ “คุณหมออออ!!! มีคนบาดเจ็บรีบมารับตัวเป็นการด่วนนน!!!”จากนั้นไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีทั้งหมอและพยาบาล วิ่งมาพร้อมกับรถเข็นและถามเจ้าของมิติว่าต้องการให้ตนทำสิ่งใด “คุณหนูมีใครได้รับบาดเจ็บหรือ แล้วบาดเจ็บที่ใด อาการหนักหรือไม่”“อือ คุณหมอชายคนนี้คือพ่อของฉันเอง เขาบาดเจ็บเพราะตกเขาจนขาหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตอนนี้ขาเริ่มบวมคาดว่าน่าจะเกิดการอักเสบ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดไว้วันหลังจะพาเข้ามารักษาในระยะยาวอีกครั้ง”“ได้เลยครับคุณหนู ทุกคนพาคุณผู้ชายเข้าไปในห้องตรวจเร็วเข้า พวกเราต้องทำเวลาในการรักษาโดยเร็ว”“ครับคุณหมอ”หลิ่งเฟิงหยางนั่งนิ่งเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนถูกพาตัวเข้ามาในโรงพยาบาลที่สะอาดสะอ้าน เขาไม่รู้ว่าการรักษาที่บุตรสาวพูดถึงนั้นต้องใช้เครื่องมือหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย ซึ่งมันแตกต่างกับท่านหมอที่ตนเคยได้รับการรักษาอย่างมากเนื่องจากกระดูกขาของหลิ่งเฟิงหยางผิดรูปไปเล็กน้อย จึงถูกหมอจัดกระดูกให้เข้าที่และทำการดามขาด้วยวัสดุอย่างดี พร้อมกับฉ

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 3 รักขาให้บิดาและพูดคุยกับคนในครอบครัว 1/1

    เพียงแต่เซวียนอวิ๋นซีที่เพิ่งได้เกิดใหม่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงบ่นที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจก็ดังขึ้นอยู่ด้านนอก และใกล้เข้ามาถึงห้องที่ครอบครัวของตนพักเรื่อย ๆ เป็นจางซูเหยาที่รู้ว่าแม่สามีไม่พอใจด้วยเรื่องอันใด‘ซูเหยา! นางลูกสะใภ้ตัวดีหายหัวไปที่ใด นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วเหตุใดยังไม่ก่อไฟหุงหาอาหารให้พวกข้าอีก’“ท่านพี่ท่านนั่งพักอยู่ตรงนี้รอข้าก่อนนะ ท่านแม่ไม่เห็นควันไฟจากห้องครัวคงเริ่มโมโหแล้ว ไว้ข้าทำอาหารมื้อเย็นเสร็จจะรีบกลับมา”“ลำบากเจ้าแล้วอาเหยา”“ซีซีอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่ออย่าวิ่งออกไปด้านนอกเข้าใจหรือไม่”“อื้อ ซีซีเข้าใจเจ้าค่ะ”ส่วนจื่อหานที่รู้สึกเป็นห่วงมารดาเกรงว่าจะถูกท่านย่าระบายโทสะ เขาจึงอาสาไปช่วยมารดาเตรียมอาหารที่ห้องครัว “ท่านแม่ข้าจะไปช่วยท่านอีกแรงจะได้ทำอาหารเสร็จทันเวลานะขอรับ”จางซูเหยาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับบุตรชาย ทั้งที่บุตรชายของนางเป็นคนฉลาดแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเรื่องการเรียน พ่อแม่สามีเอาแต่ทุ่มเทให้กับบุตรชายของพี่ชายสามีที่เข้าเรียนยังสำนักศึกษามาหลายปี แม้แต่สอบระดับถงเซิงก็ยังสอบไม่ผ่านเลยสักครั้ง พวกเขากลับกล่าวโทษว่าเป็นเพราะอาจารย์สอนไม่ได

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 2 โชคชะตาที่ไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ

    เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร“โธ่ ชีวิตอันน่าสงสารของคุณหนูอย่างฉันทำไมถึงได้อายุสั้นนักนะ ยังไม่ได้กินเที่ยวให้หนำใจกับเงินที่หามาได้ แฟนเฟินก็ยังไม่มีดันมาตายตั้งแต่ยังสาวน่าหดหู่ชะมัดฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณพ่อกับคุณแม่อีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทคนรองของมหาเศรษฐีเลยนะ”“แต่นี่เป็นโชคชะตาของเจ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู ดังนั้นเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เกิดขึ้นได้”ขวับ! “หือ คุณปู่เป็นใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่างชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงวิญญาณหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเจ้าจะกลัวอั

  • สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1   บทที่ 1 ทายาทอันดับสองตระกูลมหาเศรษฐี

    “เซวียนอวิ๋นซี” เป็นชื่อที่หลายคนในวงการธุรกิจอสังหาริมทรพัย์ และบริษัทก่อสร้างระดับประเทศต่างรู้จักกันดี ในฐานะทายาทคนรองของตระกูลเซวียน ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศเจ้าของอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างอาคารสูง บ้านพักตากอากาศ โรงแรมหรู ไปจนถึงเครือซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารระดับห้าดาวและบริษัทติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ครบวงจรถึงแม้เธอจะเป็นทายาทคนรองจากพี่ชาย แต่ไม่เคยใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไปวัน ๆ ตามประสาคุณหนูทั่วไป เนื่องจากเธอเลือกเรียนด้านสถาปัตยกรรมควบวิศวกรรมโยธาจนจบระดับปริญญาโทก่อนอายุยี่สิบสี่ปีด้วยความเก่งกาจรอบด้านจึงช่วยงานของตระกูลอย่างน่าเชื่อถือ ภายหลังเรียนจบเธอได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบโครงการระดับประเทศ โดยเป็นบริษัทในเครือของตระกูลตั้งแต่อายุยังน้อยที่สำคัญเธอยังไม่มีคนรักเช่นหญิงสาวคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะมีหนุ่ม ๆ ในวงการธุรกิจหรือวงการนักแสดงเข้ามาจีบเธอ แต่พวกเขากลับไม่เป็นที่ถูกใจเธอเสียอย่างนั้น“ซีซีวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทนะลูก อย่าลืมเอกสารโครงการที่พ่อสั่งไว้ล่ะ” เสียงของเซวียนไห่ซวนผู้เป็นพ่อต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status