แชร์

ตอนที่2ไม่ต้องกังวล

ผู้เขียน: จันทร์ส่องแสง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-05 17:17:04

“ใช่ๆ นี่ฝ่าบาทถึงกับส่งหัวหน้าองครักษ์มาตามเชียว”

หยวนเซียวได้ยินทุกถ้อยคำ จึงถอนหายใจสั้นๆ แล้วพูดเสียงเข้ม 

“นำตัวพระสนมกลับไป”

องครักษ์สองคนเดินเข้ามาขนาบข้างเยว่จือ พยายามประคองนางให้เดิน แต่นางกลับสะบัดมือออกแรงพอควร 

“อย่ามาจับข้านะ ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวข้าต้องชำระกับเถ้าแก่ฉินก่อน ไม่งั้นเขาจะคิดว่าข้าโกง ปล่อย ปล่อยสิ”

องครักษ์พยายามกล่อม 

“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ โปรดอยู่ในความสงบและกลับวังก่อนเถิด...”

“ไม่ ข้ายังไม่ได้กินปลานึ่งที่เพิ่งมา แล้วนั่นใครกินเนื้อเป็ดของข้าไปฮึ” เยว่จือชี้นิ้วไปทั่วก่อนจะหันมาจ้องหยวนเซียวตาแป๋ว 

“ท่านน่ะ ท่านกินหรือเปล่า”

หยวนเซียวขมวดคิ้วแน่น พูดไม่ออกสักคำถอนหายใจรัวๆ เหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบข้างเริ่มหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“ปล่อยนะ ข้ายังไม่ได้รินให้พวกเจ้าดื่มเลย” เยว่จือโวยลั่นพลางดีดมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง 

“ข้าเป็นคนใจกว้าง ดื่มกับข้าก่อนสิ สุรานี่ดีมากเลยนะ ข้าเลือกเอง”

องครักษ์สองคนเริ่มเอาไม่อยู่ทั้งอ้วนและเแรงเยอะ จึงมีอีกสามคนเข้ามาช่วยรวบแขนอีกข้างหนึ่งไว้ คนหนึ่งพยายามอุ้ม แต่เยว่จือดิ้นสุดแรง ขาเตะโต๊ะจนจอกสุราและอาหารปลิวกระเด็นไปทั่ว

เสียงโกลาหลดังขึ้นรอบหอ 

“อย่าทำร้ายพระสนม” 

“โอ้ย ระวังจอกสุรา” 

“เอ๊ะ นั่นสุราข้าหกใส่เท้าแล้ว”

ท่ามกลางความอลหม่าน เหมยจิ้ง สาวใช้คนสนิทของเยว่จือที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะตั้งแต่หัวค่ำเริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตาปรือ มองเห็นภาพตรงหน้า พระสนมผู้เป็นนายกำลังถูกล้อมจับ

“พวกเจ้าคนชั่ว ทำอะไรพระสนมของข้า”

 เสียงแหลมเล็กตะโกนดังลั่นหอเทียนสรวง เหมยจิ้งกระโดดขึ้นยืนบนเก้าอี้โงนเงน แล้วพุ่งเข้าไปผลักองครักษ์ที่จับเยว่จืออยู่ 

“ปล่อยนะ อย่ามาทำร้ายพระสนมของข้า”

“เหมยจิ้ง เจ้าจะไปไหน” เยว่จือร้องกลับเสียงดังไม่แพ้กัน 

“อย่ามายุ่ง ข้ายังไม่ได้ดื่มเลย” ราวกับเล่นวิ่งไล่จับ

แต่เหมยจิ้งไม่ฟัง วิ่งเข้าไปยื้อยุดดึงแขนเจ้านายไว้สุดแรง ผลลัพธ์คือทั้งคู่เซไปชนองครักษ์สองคนจนเกือบล้มลงไปกองบนพื้น

เสียงเชียร์จากคนรอบข้างยิ่งดังขึ้น 

“พระสนมสู้ๆ อย่ายอมสิพระสนม”

“จับให้แน่นๆ เดี๋ยวหลุดอีก”

หยวนเซียวที่ยืนมองอยู่กุมขมับ เหงื่อซึมขมับทั้งสองข้าง 

“สวรรค์ ข้านึกไม่ถึงเลย...ว่าหน้าที่วันนี้จะยากยิ่งกว่าการจับโจรซะอีก...”

กลางเสียงหัวเราะปนโกลาหล หัวหน้าองครักษ์ผู้เยือกเย็นถึงกับต้องสูดลมหายใจยาวแล้วสั่งเสียงนิ่ง 

“พวกเจ้าเอาจริงได้แล้วลากพระสนมกลับวัง”

และทันใดนั้น หอโคมเขียวทั้งหอก็แทบสั่นสะเทือนจากเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะที่ตามมาอย่างสนุกสนาน เมื่อพระสนมอันดับที่ 87 ถูกอุ้มออกไปกลางอากาศ โดยที่ยังตะโกนเสียงแหลมว่า 

“เดี๋ยว ข้ายังไม่ได้ให้ทิปเสี่ยวเอ้อเลย”

เช้าตรู่ของวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวหน้าอ้วนๆ ของเยว่จือ ทำให้เตื่นขึ้นมาในสภาพที่แทบจะไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน สภาพร่างกายตอนนี้คืออาการเมาค้างเต็มตัว ปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว ทั้งร่างกายหนักอึ้ง เหมือนมีรอยย่ำทับเอาไว้ที่ทั้งตัว นอนเคี้ยวฟันจั๊บ ๆ 

เยว่จือขยับมือไปคลำหาหมอนแล้วดึงมันมาปิดหน้า ทำเหมือนจะหลับต่อ แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

"สนมอันดับที่ 87 ฝ่าบาทให้นำตัวท่านไปไต่สวน" เสียงขององครักษ์ที่ยืนรอข้างนอกดังแทรกผ่านประตูเข้ามา

เยว่จือขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ร่างอวบๆ ค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพลิกตัวไปข้างหนึ่ง เหมือนจะไล่เสียงนั้นออกไปจากหู ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างขี้เกียจ

"อย่าปลุกสิ...คนกำลังจะนอน..." เสียงอู้อี้ยังคงงึมงำอยู่ใต้หมอน ราวกับไม่ได้ยินคำพูดขององครักษ์

แต่องครักษ์ก็ไม่ยอมแพ้ เขาเคาะประตูอีกครั้ง เสียงเคาะดังขึ้นกว่าเดิม 

“พระสนม...ฝ่าบาทให้ส่งท่านไปไต่สวนเดี๋ยวนี้ ท่านต้องไป”

เยว่จือจ้องมองเพดานห้องอย่างงุนงง ปวดหัวไปหมด แต่เมื่อเสียงพยายามขยับร่างอ้วนๆ ของตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากเย็น มือข้างหนึ่งยังคงกุมขมับอีกมือก็ลากผ้าห่มให้คลุมตัว

“ไต่สวนอะไรของท่าน...อะไรของฝ่าบาท...ข้าก็แค่ไปกินดื่มกับเพื่อนๆ เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องใหญ่...อะไร”

เยว่จือพลิกตัวไปอีกครั้ง บ่นพึมพำเสียงเบา ราวกับคนยังไม่ตื่นเต็มที่

“ไม่ไหว...ท่านก็ไปบอกฝ่าบาทให้เลื่อนวันไต่สวนทีเถอะ ข้าก็ยังไม่สร่างเมา...”

หลังจากบ่นไปพักใหญ่ เยว่จือก็ปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปอีกครั้งแท่นนอนนุ่ม ร่างอ้วนขดตัวอยู่บนเตียงเหมือนลูกบอล พยายามจะหลับต่อ 

หน้าห้องพักเงียบสงัด มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ ของหยวนเซียวที่ยืนกอดอกมองประตูอย่างหมดความอดทน เขาเหลือบตามองเหมยจิ้งที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าแดงจากฤทธิ์สุราที่ยังไม่ตก

“เหมยจิ้ง เจ้าไปลากเจ้านายเจ้าออกมาเถอะ” หยวนเซียวพูดเสียงต่ำจริงจัง 

“หากช้า ฝ่าบาทจะยิ่งกริ้ว โทษจะยิ่งหนัก เจ้าก็รู้นิสัยฝ่าบาทดีไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร”

เหมยจิ้งหน้าเหลอหลาแต่ก็รีบพยักหน้า ก่อนผลักประตูเข้าไปในห้องอย่างระวัง

ภายในห้อง เยว่จือนอนอืดอยู่บนแท่นนอน ผ้าห่มพันตัวแน่นเหมือนดักแด้ ร่างอวบแน่นอนขยับไปมาช้า ๆ พร้อมเสียงงึมงำอย่างกับเด็กโดนปลุกเช้าเกินไป

เหมยจิ้งรีบเข้าไปเขย่าตัวนาง 

“คุณหนูเจ้าขา ตื่นเถอะเพคะ ฮืออออ ตื่นเถอะ ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว”

เยว่จือยกมือปัด 

“อย่ากวนสิ ข้ากำลังจะฝันว่าได้กินหมูกรอบ…”

“ไม่ได้เพคะ ไม่มีเวลาฝันถึงหมูกรอบแล้ว” เหมยจิ้งเขย่าต่อแรงกว่าเดิม 

“ฝ่าบาทให้นำตัวพระสนมไปไต่สวนมัวแต่นอน จะกริ้วเอาได้ ต้องไปเดี๋ยวนี้ด้วย”

เยว่จือค่อย ๆ เปิดตาข้างหนึ่งมองเหมยจิ้งอย่างไม่อยากเชื่อ 

“ไต่สวนอะไร ข้าแค่ไปดื่มเล่นเอง…”

“ดื่มเล่นเพคะ แต่คนทั้งเมืองรู้หมดแล้วว่าเพคะเลี้ยงทั้งหอ”

 เหมยจิ้งหน้าซีด 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่51ท่านพ่อมาแล้ว

    ลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่บานสะพรั่งยามเย็น บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อทุกคนตัดสินใจว่าจะค้างคืนที่นี่ เพื่อสำรวจปล่องภูเขาไฟต่อในวันรุ่งขึ้น ทุกคนต่างมีภารกิจของตัวเองในการเตรียมที่พักและเสบียงสำหรับการเดินทางที่ยังคงดำเนินต่อไปหานเย่ยืนขึ้นจากการนั่งพักผ่อนและหันไปบอกกับทุกคน"ข้ากับโจวชวีและชูอวี่จะไปยิงไก่ป่า พวกท่านอยู่ที่นี่สร้างที่พักกันเถอะ เราจะต้องมีที่นอนให้พร้อมสำหรับคืนนี้"จือจื่อยิ้มตอบ"ดีเลย แต่เก็บผลไม้มาด้วยนะ จะได้ไม่ต้องลำบากในการหาอาหารเพิ่ม" พูดไปพลางกวาดตามองทุกคนที่เริ่มขยับตัวทำภารกิจของตัวเองเหมยจิ้งและถานถานเดินไปยังน้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขาด้านล่าง ทั้งสองก้มลงเก็บน้ำใสสะอาดจากธารน้ำแล้วนำมารองใส่ในกระบอกไม้ไผ่ยื่นให้จือจื่อดื่มเพื่อแก้กระหาย"ขอบใจนะ" จือจื่อพูดเสียงเบาแล้วหันไปพูดกับเหมยจิ้งและถานถาน"น้ำนี้ดูใสสะอาด แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หรือปรสิตซ่อนอยู่ไหม เราควรต้มเสียก่อนดีกว่า…"ลุงเฉียวถงที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอบกลับอย่างมีประสบการณ์"ข้าน้อยจะตัดไม้ไผ่ให้ เพื่อรองน้ำแล้วต้มมันให้ทุกคนได้ดื่ม

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่50บอลลูน2

    ทุ่งหญ้าและป่าที่เขียวขจีทอดตัวไปไกลสุดสายตา ด้านล่างมีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลจากหน้าผาสูงลงมา สายลมเบาๆ พัดมาอย่างสดชื่น ทุกคนต่างยืนมองทิวทัศน์ที่น่าทึ่งกันอย่างไม่เชื่อสายตาบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความสดชื่นและความสงบ จือจื่อและทุกคนต่างเดินสำรวจไปตามทางเดินที่ลาดเอียงไปยังลำน้ำตกที่ไหลผ่านด้านข้าง"ที่นี่กว้างมากเลยนะ" จือจื่อพูดขณะเดินไปตามทุ่งหญ้า "ด้านนี้ข้าสามารถเอื้อมมือไปถึงน้ำตกที่ตกจากหน้าผาได้สบายๆ เลย หากข้าผันน้ำลงไปในแปลงเกษตรได้ที่นี่ คงจะได้ผลผลิตดีมากๆ เลย""จริงค่ะนายหญิง ที่นี่เหมาะมากกับการทำเกษตร แปลงข้าวโพด ผัก หรือแม้แต่ปศุสัตว์ก็ยังทำได้" เหมยจิ้งพูดพร้อมกับเดินข้างๆ จือจื่อสายตาของเหมยจิ้งทอประกายแห่งความสนใจและความหวัง"ลานกว้างขนาดนี้ มีพื้นที่มากเกือบ 20 ไร่เลยนะ ที่นี่จะเป็นแหล่งอาหารและทรัพยากรที่สำคัญมาก หากเราสามารถพัฒนาได้ดี" จือจื่อตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ดวงตาของนางจับจ้องไปที่แหล่งน้ำที่ไหลมาอย่างสวยงามพร้อมกับวางแผนในใจว่า จะทำอะไรกับที่นี่ในอนาคต"น่าทึ่งจริงๆ" โจวชวีกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน เขาหันไปมองไปยังพวกเพื่อนร่วมทาง "ที่นี่เหมือนจะเป็นสถานที่ที

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่49บอลลูน

    “ท่านลุงข้าขอดูเข็มทศหน่อย” หยางหลินเอ่ยปากถาม“อ่อ ข้างน้อยไม่ได้พกมาขอรับเพราะเราเดินทางใกล้ๆ” จือจื่อพยักหน้าขึ้นลง“ความจริงแล้วเราควรมีติดไว้นะคะท่านลุง การเดินทางข้างบนสามารถมองเห็นได้ชัดแต่หากว่าเราเดินป่ากันเกรงว่าจะหลง” ท่านลุงหนานซ่ง หยิบเข็มทิิศออกมาจากอกเสื้อ“ข้าน้อยมีมาพอดี” เขายื่นเข็มทิศให้กับหยางหลิน ที่พิจารณาเข็มทิศเพื่อช่วยนำทางให้กับลุงเฉียวถง“เราจะไปทางทิศตะวันตกขอรับ” ลุงเฉียวถงพูดหยางวหลินพยักหน้าขึ้นลงบอลลูนลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ไกลออกไปจากทุ่งนาของเมืองอี้ที่มองเห็นได้ชัดจากมุมนี้ ท่ามกลางลมที่พัดเย็นสบายและท้องฟ้าสีคราม ทุกคนที่อยู่บนบอลลูนต่างมองไปข้างหน้า เมื่อมองไปเบื้องหน้าผ่านทะเลเมฆบางๆ พวกเขาเห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ทอดตัวไปบนทิวเขา สภาพป่ารอบๆ ก็ยังคงอุดมสมบูรณ์ และท่ามกลางป่านั้นยังมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาหินสูงมองเห็นสีขาวแต่ไกล"นั่นมัน... ปล่องภูเขาไฟจริงๆ ด้วย" หานเย่พูดเสียงเบา ขณะที่ตาเหลือบมองไปที่ภูเขาที่สูงชันที่เคยได้ยินในตำนาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง"ใช่แล้ว" จือจื่อตอบพลางมองไปข้างหน้า ดวง

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่49คว้าฟ้า

    ทุกคนทยอยกันขึ้นไปอยู่ในตะกร้าใบใหญ่ดวงตาจับจ้องไปที่ลุงเฉียวถงที่มีจขือจื่อคอยกำกับอยู่“ค่อยๆ เร่งไฟตามที่เรา ช่วยกันวางแผนไว้เลยค่ะลุง”ลุงหนานซ่งลงมือจดลงไปตามที่จือจื่อพูด บอลลูนค่อยๆ พองตัวเต็มที่ ผืนผ้าขนาดมหึมาขยับไหวรับลมร้อนที่ถูกพ่นขึ้นไปให้ผ้าพองตัว เปลวไฟจากเตาแก๊สพ่นลมร้อนขึ้นสู่ปากบอลลูน เสียงเปลวไฟดังสม่ำเสมอ ตะกร้าไม้ไผ่และโครงเหล็กเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ยกตัวพ้นพื้นดินอย่างช้าๆ ทีละน้อยสูงจากพื้นดินขึ้นเรื่อยๆ"มันลอยแล้วเจ้าค่ะ ลอยจริงๆ ด้วย" ถานถานจับขอบตะกร้าแน่น ดวงตาเป็นประกายเหมยจิ้งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหัวเราะเบาๆ"เหมือนยืนอยู่บนเมฆเลยเจ้าค่ะมันโครงเครงก็น่าตื่นเต้น” มองเห็นข้างล่างมันเล็กลงเรื่อยๆลุงเฉียวถงยืนประจำเตาแก๊ส มือจับวาล์วอย่างมั่นคง สายตาจับจ้องไปยังผืนผ้าเหนือศีรษะจือจื่อเงยหน้ามองบอลลูนยักษ์พร้อมกับรอยยิ้มมันลอยได้จริงๆ รู้สึกภูมิใจอย่างที่สุด สำเร็จไปอีกขั้นสินะ"ลมคงที่ดีมากขอรับ นายหญิง การลอยตัวเสถียร"ลุงเฉียวถงพูดดังๆลุงหนานซ่งกอดสมุดบันทึกไว้แนบอก มองพื้นดินที่ค่อยๆ ถอยห่างออกไป“ข้าน้อยไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ขึ้นมาสูงขน

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่48ลงเรือลำเดียวกัน

    ยามสายนั่นเอง"นายหญิงขอรับ บอลลูนของท่านเรียบร้อยแล้วขอรับ ข้าน้อยก็จัดการกับการจัดเก็บแก๊สเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงของบอลลูนเรียบร้อยแล้วด้วย" ลุงเฉียวถงพูดด้วยเสียงตื่นเต้นเขาก้าวเข้ามาพร้อมกับลุงหนานซ่งที่ยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้เห็นผลสำเร็จจากการทำงานหนักหลายวันเพื่อเตรียมบอลลูนที่จือจื่อขอมาจือจื่อยิ้มกว้างและยักคิ้ว"เรียบร้อยแล้วหรือ ดีจัง เราทั้งหมดจะได้ไปสำรวจโลกกันแล้ว"ลุงเฉียวถงและลุงหนานซ่งยิ้มอย่างดีใจ ขณะที่พวกเขามองเห็นความฝันของจือจื่อที่ใกล้จะเป็นจริงขึ้นทุกขณะ ท่านลุงเฉียวถงเก็บอาการตื่นเต้นไม่ไหว"ทั้งหมดหรือขอรับนายหญิง…หมายถึงว่า ข้าน้อยด้วยหรือขอรับ" ท่านลุงเฉียวถงถามอย่างลังเล แต่ในแววตาก็มีความหวังที่เต็มไปด้วยความดีใจ"แน่นอนสิ" จือจื่อตอบด้วยความมั่นใจ"ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ส่วนหนุ่มๆ ทั้งสาม โจวอวี ชูอวี่ และหานเย่ ข้าหวังว่าพวกท่านจะเรียนรู้การบังคับบอลลูนจากท่านลุงเฉียวถง เพราะข้าบอกเทคนิคบางอย่างกับท่านลุงไปแล้ว เราจะต้องเรียนรู้ไปพร้อมกันทุกอย่าง เมื่ออยู่บนฟ้านั่น ทุกคนสามารถช่วยกันตัดสินใจได้"ชูอวี่ที่ยืนฟังอยู่ก็ไม่สามารถเก็บอาการดีใจเอาไว้ได้"ขอรับ ข

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่47เจ็บปวดไหม

    หยงชิงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะในห้องหนังสือของตำหนัก มองไปที่กระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรที่จือจื่อเขียนเอาไว้ ข้อความที่แยกย่อยออกมาทีละประโยคสะท้อนถึงความรู้สึกที่จือจื่อพยายามจะถ่ายทอด ผ่านคำพูดที่เศร้าหมองและเจ็บปวด เขานั่งนิ่งอยู่กับที่ สายตาจับจ้องไปที่ตัวอักษรนั้นราวกับกำลังพยายามเข้าใจและรับรู้ทุกๆ คำที่นางเขียนไว้"ความเจ็บช้ำนี้ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือได้"คำนี้ทำให้หยงชิงรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงที่หัวใจ ความเจ็บปวดที่จือจื่อกำลังเผชิญอยู่ อาจจะมากมายเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจหรือช่วยบรรเทาให้ได้ "ทำไม" หยงชิงคิดในใจ รู้สึกได้ถึงความห่างเหินที่เริ่มจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของจือจื่อ เขาอาจไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหล่านั้นได้เท่ากับที่นางต้องทนทุกข์"ข้าไม่ได้เกลียด ….ไม่ได้รักแต่ทำไมเจ็บปวด"คำนี้ยิ่งทำให้หยงชิงรู้สึกเจ็บแปลบในอก ความรู้สึกของจือจื่อที่ยังคงติดอยู่กับความรู้สึกที่สับสนและไร้ทิศทาง นางไม่สามารถตัดสินใจได้ชัดเจน ว่าจะรักหรือเกลียดเขาดี ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกสับสนและรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะให้สิ่งที่นางต้องการได้"หญิงเช่นเราถวายตัวมาเพื่อนั่งมองหน้าต่างตำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status