LOGIN“ใช่ๆ นี่ฝ่าบาทถึงกับส่งหัวหน้าองครักษ์มาตามเชียว”
หยวนเซียวได้ยินทุกถ้อยคำ จึงถอนหายใจสั้นๆ แล้วพูดเสียงเข้ม
“นำตัวพระสนมกลับไป”
องครักษ์สองคนเดินเข้ามาขนาบข้างเยว่จือ พยายามประคองนางให้เดิน แต่นางกลับสะบัดมือออกแรงพอควร
“อย่ามาจับข้านะ ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวข้าต้องชำระกับเถ้าแก่ฉินก่อน ไม่งั้นเขาจะคิดว่าข้าโกง ปล่อย ปล่อยสิ”
องครักษ์พยายามกล่อม
“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ โปรดอยู่ในความสงบและกลับวังก่อนเถิด...”
“ไม่ ข้ายังไม่ได้กินปลานึ่งที่เพิ่งมา แล้วนั่นใครกินเนื้อเป็ดของข้าไปฮึ” เยว่จือชี้นิ้วไปทั่วก่อนจะหันมาจ้องหยวนเซียวตาแป๋ว
“ท่านน่ะ ท่านกินหรือเปล่า”
หยวนเซียวขมวดคิ้วแน่น พูดไม่ออกสักคำถอนหายใจรัวๆ เหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบข้างเริ่มหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“ปล่อยนะ ข้ายังไม่ได้รินให้พวกเจ้าดื่มเลย” เยว่จือโวยลั่นพลางดีดมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง
“ข้าเป็นคนใจกว้าง ดื่มกับข้าก่อนสิ สุรานี่ดีมากเลยนะ ข้าเลือกเอง”
องครักษ์สองคนเริ่มเอาไม่อยู่ทั้งอ้วนและเแรงเยอะ จึงมีอีกสามคนเข้ามาช่วยรวบแขนอีกข้างหนึ่งไว้ คนหนึ่งพยายามอุ้ม แต่เยว่จือดิ้นสุดแรง ขาเตะโต๊ะจนจอกสุราและอาหารปลิวกระเด็นไปทั่ว
เสียงโกลาหลดังขึ้นรอบหอ
“อย่าทำร้ายพระสนม”
“โอ้ย ระวังจอกสุรา”
“เอ๊ะ นั่นสุราข้าหกใส่เท้าแล้ว”
ท่ามกลางความอลหม่าน เหมยจิ้ง สาวใช้คนสนิทของเยว่จือที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะตั้งแต่หัวค่ำเริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตาปรือ มองเห็นภาพตรงหน้า พระสนมผู้เป็นนายกำลังถูกล้อมจับ
“พวกเจ้าคนชั่ว ทำอะไรพระสนมของข้า”
เสียงแหลมเล็กตะโกนดังลั่นหอเทียนสรวง เหมยจิ้งกระโดดขึ้นยืนบนเก้าอี้โงนเงน แล้วพุ่งเข้าไปผลักองครักษ์ที่จับเยว่จืออยู่
“ปล่อยนะ อย่ามาทำร้ายพระสนมของข้า”
“เหมยจิ้ง เจ้าจะไปไหน” เยว่จือร้องกลับเสียงดังไม่แพ้กัน
“อย่ามายุ่ง ข้ายังไม่ได้ดื่มเลย” ราวกับเล่นวิ่งไล่จับ
แต่เหมยจิ้งไม่ฟัง วิ่งเข้าไปยื้อยุดดึงแขนเจ้านายไว้สุดแรง ผลลัพธ์คือทั้งคู่เซไปชนองครักษ์สองคนจนเกือบล้มลงไปกองบนพื้น
เสียงเชียร์จากคนรอบข้างยิ่งดังขึ้น
“พระสนมสู้ๆ อย่ายอมสิพระสนม”
“จับให้แน่นๆ เดี๋ยวหลุดอีก”
หยวนเซียวที่ยืนมองอยู่กุมขมับ เหงื่อซึมขมับทั้งสองข้าง
“สวรรค์ ข้านึกไม่ถึงเลย...ว่าหน้าที่วันนี้จะยากยิ่งกว่าการจับโจรซะอีก...”
กลางเสียงหัวเราะปนโกลาหล หัวหน้าองครักษ์ผู้เยือกเย็นถึงกับต้องสูดลมหายใจยาวแล้วสั่งเสียงนิ่ง
“พวกเจ้าเอาจริงได้แล้วลากพระสนมกลับวัง”
และทันใดนั้น หอโคมเขียวทั้งหอก็แทบสั่นสะเทือนจากเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะที่ตามมาอย่างสนุกสนาน เมื่อพระสนมอันดับที่ 87 ถูกอุ้มออกไปกลางอากาศ โดยที่ยังตะโกนเสียงแหลมว่า
“เดี๋ยว ข้ายังไม่ได้ให้ทิปเสี่ยวเอ้อเลย”
เช้าตรู่ของวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวหน้าอ้วนๆ ของเยว่จือ ทำให้เตื่นขึ้นมาในสภาพที่แทบจะไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน สภาพร่างกายตอนนี้คืออาการเมาค้างเต็มตัว ปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว ทั้งร่างกายหนักอึ้ง เหมือนมีรอยย่ำทับเอาไว้ที่ทั้งตัว นอนเคี้ยวฟันจั๊บ ๆ
เยว่จือขยับมือไปคลำหาหมอนแล้วดึงมันมาปิดหน้า ทำเหมือนจะหลับต่อ แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
"สนมอันดับที่ 87 ฝ่าบาทให้นำตัวท่านไปไต่สวน" เสียงขององครักษ์ที่ยืนรอข้างนอกดังแทรกผ่านประตูเข้ามา
เยว่จือขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ร่างอวบๆ ค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพลิกตัวไปข้างหนึ่ง เหมือนจะไล่เสียงนั้นออกไปจากหู ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างขี้เกียจ
"อย่าปลุกสิ...คนกำลังจะนอน..." เสียงอู้อี้ยังคงงึมงำอยู่ใต้หมอน ราวกับไม่ได้ยินคำพูดขององครักษ์
แต่องครักษ์ก็ไม่ยอมแพ้ เขาเคาะประตูอีกครั้ง เสียงเคาะดังขึ้นกว่าเดิม
“พระสนม...ฝ่าบาทให้ส่งท่านไปไต่สวนเดี๋ยวนี้ ท่านต้องไป”
เยว่จือจ้องมองเพดานห้องอย่างงุนงง ปวดหัวไปหมด แต่เมื่อเสียงพยายามขยับร่างอ้วนๆ ของตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากเย็น มือข้างหนึ่งยังคงกุมขมับอีกมือก็ลากผ้าห่มให้คลุมตัว
“ไต่สวนอะไรของท่าน...อะไรของฝ่าบาท...ข้าก็แค่ไปกินดื่มกับเพื่อนๆ เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องใหญ่...อะไร”
เยว่จือพลิกตัวไปอีกครั้ง บ่นพึมพำเสียงเบา ราวกับคนยังไม่ตื่นเต็มที่
“ไม่ไหว...ท่านก็ไปบอกฝ่าบาทให้เลื่อนวันไต่สวนทีเถอะ ข้าก็ยังไม่สร่างเมา...”
หลังจากบ่นไปพักใหญ่ เยว่จือก็ปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปอีกครั้งแท่นนอนนุ่ม ร่างอ้วนขดตัวอยู่บนเตียงเหมือนลูกบอล พยายามจะหลับต่อ
หน้าห้องพักเงียบสงัด มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ ของหยวนเซียวที่ยืนกอดอกมองประตูอย่างหมดความอดทน เขาเหลือบตามองเหมยจิ้งที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าแดงจากฤทธิ์สุราที่ยังไม่ตก
“เหมยจิ้ง เจ้าไปลากเจ้านายเจ้าออกมาเถอะ” หยวนเซียวพูดเสียงต่ำจริงจัง
“หากช้า ฝ่าบาทจะยิ่งกริ้ว โทษจะยิ่งหนัก เจ้าก็รู้นิสัยฝ่าบาทดีไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร”
เหมยจิ้งหน้าเหลอหลาแต่ก็รีบพยักหน้า ก่อนผลักประตูเข้าไปในห้องอย่างระวัง
ภายในห้อง เยว่จือนอนอืดอยู่บนแท่นนอน ผ้าห่มพันตัวแน่นเหมือนดักแด้ ร่างอวบแน่นอนขยับไปมาช้า ๆ พร้อมเสียงงึมงำอย่างกับเด็กโดนปลุกเช้าเกินไป
เหมยจิ้งรีบเข้าไปเขย่าตัวนาง
“คุณหนูเจ้าขา ตื่นเถอะเพคะ ฮืออออ ตื่นเถอะ ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว”
เยว่จือยกมือปัด
“อย่ากวนสิ ข้ากำลังจะฝันว่าได้กินหมูกรอบ…”
“ไม่ได้เพคะ ไม่มีเวลาฝันถึงหมูกรอบแล้ว” เหมยจิ้งเขย่าต่อแรงกว่าเดิม
“ฝ่าบาทให้นำตัวพระสนมไปไต่สวนมัวแต่นอน จะกริ้วเอาได้ ต้องไปเดี๋ยวนี้ด้วย”
เยว่จือค่อย ๆ เปิดตาข้างหนึ่งมองเหมยจิ้งอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไต่สวนอะไร ข้าแค่ไปดื่มเล่นเอง…”
“ดื่มเล่นเพคะ แต่คนทั้งเมืองรู้หมดแล้วว่าเพคะเลี้ยงทั้งหอ”
เหมยจิ้งหน้าซีด
ลุงหนานซ่งเองก็ยืนกอดอกเงียบๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลเหมยจิ้งเอาแต่ชะเง้อมองเข้าไปด้านในตลอดเวลาหานเย่ยืนพิงเสาอย่างนิ่งสงบส่วนโจวชวี่กับชูอวี่ที่บัดนี้สวมชุดขุนนางจอหงวนเต็มตัว ต่างยังทำตัวเหมือนเดิมไม่มีผิดชูอวี่เดินวนไปวนมาเร็วกว่าพ่อบ้านเสียอีก"ทำไมข้าตื่นเต้นกว่าตอนสอบจอหงวนเสียอีก"โจวชวี่ถอนหายใจ"เจ้าหยุดเดินก่อน ข้าเวียนหัว"ไม่ไกลกัน หลงเกอยืนอยู่ข้างถานถานที่ตอนนี้งดงามสง่าในฐานะไท่จือเฟยแห่งแคว้นเหลียงแต่พอได้ยินเสียงร้องของจื่อจือดังลอดออกมาจากด้านในถานถานก็รีบกำแขนเสื้อหลงเกอแน่นทันที"นายหญิงจะไม่เป็นไรใช่ไหม"หลงเกอลูบมือปลอบเบาๆ"ไม่เป็นไรหรอกน่าอีกเดี๋ยวเราจะต้องได้เห็นหน้าหลานชาย"แต่เขาเอง สีหน้ายังตึงไม่น้อยลุงเฉียวถงถอนหายใจยาว"ตอนสร้างรถยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้"ทุกคนต่างเงียบลงเมื่อเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นกะทันหันอุแว้...ๆๆๆๆทั้งตำหนักหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกหมอตำแยหญิงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ยินดีด้วยเพคะ"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดี"ฮองเฮาประสูติองค์ชายอย่างปลอดภัย"เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกันทันทีชูอวี่กระโดดตัวลอยโจวชวี่ถึง
ยังไม่ทันได้ตรัสอะไร หยงชิงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ต่างจากทุกวันอย่างเห็นได้ชัดแววตาคมเต็มไปด้วยความยินดีจนปิดไม่มิดไทเฮาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง"เกิดเรื่องอันใด"หยงชิงเดินเข้าไปใกล้ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย"เสด็จแม่"น้ำเสียงของเขาแฝงความตื่นเต้นชัดเจน“มีเรื่องเร่งด่วนใดกัน” ไทเฮาเอ่ยปากถามเมื่อเห็นหยงชิงนั่งลง"จื่อจือกำลังตั้งครรภ์"มือของไทเฮาชะงักทันที"อะไรนะ"นางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วหยงชิงยิ้มออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง"หมอหลวงเพิ่งตรวจเมื่อเช้า"ไทเฮานิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนใบหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยินดีอย่างที่สุด"จริงหรือ"หยงชิงพยักหน้าเพียงเท่านั้น ไทเฮาก็หัวเราะออกมาทันที"ดี"นางตบพนักเบาๆ อย่างพอใจ"ดีเหลือเกิน"สายตาของนางเป็นประกายขึ้นทันที"ในที่สุดราชวงศ์ก็จะมีรัชทายาท"นางรีบหันไปทางขันทีข้างกาย"เร็ว"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น"ส่งราชโองการออกไป"ขันทีรีบประสานมือ"พ่ะย่ะค่ะ"ไทเฮายิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น"จัดงานเลี้ยงฉลองทั่ววังหลวง เปิดคลังหลวงแจกข้าวสารและผ้าไหมแก่ประชาชน"และ...งดเก็บภาษีหัวเมืองต่างๆ สามปี"นางหยุดนิดหนึ่ง ก่อนตรัสเสียงดังชัดเจนขันที
ยามสายภายในตำหนักแปดสิบเจ็ดเงียบสงบผิดปกติ เหล่าขันทีและสาวใช้กำลังช่วยกันปิดประตูหน้าต่างตามคำสั่งของฮ่องเต้หยงชิงยืนกอดอกอยู่กลางห้อง สีหน้าดูพอใจอย่างเห็นได้ชัด"ดี"เขาพยักหน้าเบาๆ"ตั้งแต่วันนี้ ห้ามใครเข้ามารบกวน"หยวนเซียวก้มตัวรับคำสั่ง"ขอรับฝ่าบาท"จังหวะนั้นเองเสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านในห้อง"อุ..."ตามมาด้วยเสียงอาเจียนดังชัดหยงชิงชะงักทันที ก่อนรีบหันขวับ"จื่อจือ"เขาก้าวเร็วแทบจะทันทีเข้าไปด้านในก็พบจื่อจือนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งกุมอก อีกมือยันขอบเตียงไว้ สีหน้าซีดลงเล็กน้อย"อุ๊บ..."นางโก่งคออาเจียนอีกครั้งหยงชิงถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ"จื่อจือ"เขารีบเข้าไปนั่งข้างๆ มือใหญ่ลูบหลังไหล่นางเบาๆ อย่างลนลาน"เป็นอะไร"จื่อจือหอบเบาๆ ยังตอบไม่ได้หยงชิงยิ่งขมวดคิ้วแน่น"หยวนเซียว"เสียงตวาดดังลั่นทันทีหยวนเซียวรีบวิ่งเข้ามา"ขอรับฝ่าบาท""รีบไปตามหมอหลวง"หยงชิงพูดเร็ว สีหน้าตึงเครียดชัดเจนหยวนเซียวชะงัก"แต่ฝ่าบาท..."เขากะพริบตาปริบๆ"ไหนบอกว่าจะปิดตำหนัก"หยงชิงหันมามองทันที"ไม่แล้ว"ตอบเร็วแทบไม่ต้องคิดเขาหันกลับไปประคองจื่อจืออย่างระวัง มือยังคอยลูบหลังให้นางไม่ห
แคว้นซีเป่ยภายในห้องทรงงานยามค่ำ แสงตะเกียงส่องสลัว หยงชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ สีหน้าดูเคร่งขรึมผิดปกติหยวนเซียวกับใต้เท้าหลินยืนอยู่เบื้องหน้า ต่างมองหน้ากันเลิ่กลักเล็กน้อยบรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่หยงชิงจะวางพู่กันลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้น"ข้ามีเรื่องจะถาม"น้ำเสียงเรียบ แต่ทำให้ทั้งสองคนตั้งตัวทันที"ฝ่าบาทโปรดตรัส"หยวนเซียวรีบตอบหยงชิงนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจก่อนจะพูดออกมาตรงๆ"ทำอย่างไร..."เขาหยุดเล็กน้อย"จื่อจือจึงจะตั้งครรภ์"คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบทันทีหยวนเซียวเบิกตากว้างใต้เท้าหลินไอแห้งๆ หนึ่งครั้ง"เอ่อ"ทั้งสองคนหันมองหน้ากันอีกครั้งอย่างทำอะไรไม่ถูกหยวนเซียวก้มหน้าลงทันที"เรื่องนี้..."เขาพูดเสียงเบา"ข้าน้อยไม่ถนัดขอรับ"ใต้เท้าหลินถอนหายใจเบาๆ ก่อนก้าวออกมาครึ่งก้าว"ฝ่าบาท อันนี้มันอยู่ที่ความสามารถของฝ่าบาท"น้ำเสียงพยายามนิ่ง"เรื่องนี้...เป็นเรื่องธรรมชาติของสามีภรรยา"หยงชิงขมวดคิ้วนิดหนึ่ง"ข้ารู้"เขาตอบสั้นๆ"แต่ข้าอยากรู้ให้ชัด"ใต้เท้าหลินถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างระมัดระวัง"โดยทั่วไป...ต้องอาศัยเวลา และจังหวะที่เหมาะสม"หยงช
โจวชวี่ ชูอวี่ และหานเย่ยืนรวมกันอยู่ไม่ไกล พอเห็นถานถานเดินออกมาจากด้านใน ทั้งสามคนก็หันมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างชูอวี่เป็นคนแรกที่ตบมือดังลั่น"โอ้ย ดีจริงๆ"โจวชวี่หัวเราะออกมา"ข้านึกว่าจะตึงเครียดกว่านี้"หานเย่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย"แต่ดูแล้ว ฮ่องเต้กับฮองเฮาแคว้นเหลียงไม่ได้รังเกียจนางเลย"ชูอวี่พยักหน้าแรงๆ"ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ"เขายกมือทำท่าประกอบ"ข้าว่าทรงพอพระทัยด้วยซ้ำ"โจวชวี่ถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาทันที"โห แบบนี้พี่สาวถานถานของพวกเราจะได้เป็นไท่จือเฟยจริงๆ แล้วสิ"ชูอวี่ก็ยิ้มตามทันที"เฮ้อ ดีจังคาดไม่ถึงจริงๆ ลุงเฉียวถงจะต้องหายกังวลใจเป็นแน่"หานเย่แม้จะนิ่งกว่า แต่ก็ยกมุมปากขึ้นชัดเจน"นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี"ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกันเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองถานถานที่เดินออกมาได้ยินพอดี ถึงกับชะงัก"พวกเจ้าพูดอะไรกัน"ชูอวี่หันไปยิ้มกว้าง"ก็ดีใจแทนท่านนะสิ"โจวชวี่พยักหน้า"ยินดีด้วย"ถานถานหน้าแดงขึ้นทันที"ยินดีอะไร"หานเย่มองนางนิ่งๆ ก่อนพูดเรียบๆ"อย่างน้อย วันนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธเจ้า"ชูอวี่รีบเสริม"แถมยังเกือบรับเข้าวังไปเป็นไท่จือเฟยอีกต่างหาก"โจวชวี่หัวเราะ"ห
ภายในตำหนักตะกายดาว โต๊ะเสวยถูกจัดเตรียมอย่างงดงาม อาหารหลากหลายวางเรียงกันอย่างประณีต กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วห้องฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนและฮองเฮาซูเหวินเยว่นั่งอยู่ด้านบน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงความสนใจขุนนางและคนของเมืองอี้ยืนอยู่สองข้างอย่างเรียบร้อย หนานซ่งยืนรอรีอยู่ข้างจังหวะนั้นเองเสียงฝีเท้าดังเข้ามาหลงเกอก้าวเข้ามาในห้อง สีหน้าดูสบายกว่าตอนก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดข้างกายเขา คือถานถานที่ถูกพามาด้วย นางก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิดสายตาหลายคู่หันมามองทันทีหลงเฉิงเทียนเลิกคิ้วนิดหนึ่งฮองเฮายิ้มบางๆ อย่างสนใจหลงเกอเดินตรงเข้ามา ก่อนหยุดยืนเบื้องหน้า แล้วประสานมือก้มศีรษะเล็กน้อย"ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่"ฮองเฮามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปที่หญิงสาวข้างกายที่ย่อกายลงงดงาม เลื่อนสายตาไปที่มือหลงเกอกำมือนางไว้ ถานถานรีบดึงมืออกจากมือหลงเกอทว่าอีกคนกลับไม่ยอมปล่อย"หญิงงามคนนี้คือ..."น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความหมาย ฮองเฮาเลิกคิ้วหลงเกอหันไปมองถานถานแวบหนึ่งก่อนยิ้มเล็กน้อย"หญิงงามคนนี้...คือผู้ที่ดูแลลูกของท่านตลอดเวลาที่อยู่ที่เมืองอี้"เขาพูดช้าๆ ชัดเจน
ลานกว้างเงียบลงหลังเสียงเปลวไฟใต้กระเช้าดับหาย เหลือเพียงเงาร่างหนึ่งยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้า บอลลูนผืนใหญ่ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เล็กลงทุกขณะราวกับตั้งใจหนีใครบางคนโดยเฉพาะหลงเกอยกมือบังแสงแดด ดวงตาจับจ้องจุดสีสดที่เคลื่อนห่างออกไปอย่างไม่วางตา"ทำไมนางไม่ชวนข้าสักคำร้ายกาจจริงๆ มีของดีดีแบบนี้กลับไม่ให้
ลุงเฉียวถงยิ้มกว้างเมื่อเห็นจือจื่อยกมือขึ้นลูบหลอดไฟที่เขาเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ นี่คือผลงานที่เขาได้ทำขึ้นจากความคิดและการทุ่มเทมาอย่างหนัก หลังจากที่จือจื่อร่างแบบและกำหนดแนวทางในการทำหลอดไฟให้สำเร็จ ลุงเฉียวถงและหานเย่รวมทั้งสองแฝดต้องทำงานหนักเพื่อให้การผลิตเป็นไปตามแบบที่จือจื่อคิดขึ้นมา"นี่คือการ
เสวียนซียืนประจันหน้ากับหรงหลิน สายตาของนางที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตพยาบาทเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อไม่ต่างกับที่เคยมองจือจื่อ"ลากนางเข้าไปในตำหนัก" เสวียนซีสั่งเสียงแข็งขันทีและนางกำนัลร่างยักษ์ลากร่างของหรงหลินไปโดยไม่สนใจเสียงอ้อนวอน หรงหลินถูกอุดปากและปิดจมูกไปจนไม่อาจร้องขอความช่วยเหล
วังหลวง"ฝ่าบาท ไท่จือหลงเกอจะเสด็จเยือนแคว้นซีเป่ย" ขันทีโอหยากล่าวอย่างดัง เมื่อเห็นหยงชิงที่นั่งอยู่กับ หยวนเซียวที่กำลังเดินหมากด้วยกันหยงชิงยิ้มเล็กน้อย ทว่าในแววตาของเขากลับมีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ "นานแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่ได้พบกับหลงเกอ" น้ำเสียงของเขามีความอบอุ่นแบบที่ไม่เคยเห็นในครั้งก่อนๆ







