Partager

บทที่ 1

last update Date de publication: 2025-12-01 07:01:20

“ไอ้ลูกไม่รักดี! คุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษตระกูลเจียงเดี๋ยวนี้!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วบ้านไม้หลังเล็กที่มีสภาพทรุดโทรมบ่งบอกถึงสถานะทางการเงินของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

บุรุษสูงวัยที่มีผมขาวแซมทั่วศีรษะกำลังกำมือแน่นด้วยความโกรธ คิ้วขมวดแน่น ใบหน้าแดงก่ำ พลางชี้นิ้วสั่งสอนบุตรชายวัยรุ่นที่กำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษอย่างว่าง่าย

“เจียงอวี้เฉิง แกไม่ละอายต่อบรรพบุรุษบ้างเลยหรือไง? แกเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเจียงแล้วนะ ตระกูลของเราเป็น...”

“เคยเป็นตระกูลแม่ทัพที่จงรักภักดีต่อแคว้น จนได้รับตำแหน่งเจิ้นกั๋วกง แต่เพราะโดนใส่ร้ายจากคนสนิทถึงต้องถูกเนรเทศ จนสิ้นเนื้อประดาตัวใช่ไหม? พ่อ”

เจียงอวี้เฉิง บุตรชายคนเดียวและเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเจียงเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงชืด ๆ  

เขาท่องคำสั่งสอนของบิดาได้จนขึ้นใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกบังคับให้มาคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษสีซีดบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ที่แทบจะหักพังลงตรงหน้าแบบนี้

“แกรู้ก็ดีแล้ว แล้วทำไมถึงยังต้องไปรังแกชาวบ้านด้วย” เจียงห้าวถามอย่างไม่เข้าใจ

“พ่อจะให้ผมพูดจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงเบื่อโลกเอ่ยถามขึ้น จนเจียงห้าวต้องสะอึกในใจ

ตระกูลเจียงของพวกเขาเคยเป็นตระกูลแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร จงรักภักดีต่อบ้านเมืองและอุทิศกายเพื่อปกป้องชาวบ้าน จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์แต่งตั้งเป็นเจิ้นกั๋วกง แต่ด้วยอำนาจทางการเมืองของตระกูลพวกเขาดันไปขวางทางขุนนางที่หมายจะโค่นล้มบัลลังก์ของฮ่องเต้

บรรดาขุนนางกังฉินเหล่านั้นจึงได้ใส่ร้ายตระกูลเจียงว่าเจิ้นกั๋วกงสมคบคิดกับแคว้นศัตรู โดยมีหลักฐานเป็นจดหมายโต้ตอบระหว่างสองแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพคนสนิทของเจิ้นกั๋วกงเองก็เป็นพยานชั้นดี

ความผิดของตระกูลเจียงนั้น ต้องโทษประหารเก้าชั่วโคตรเพียงสถานเดียว หากแต่บรรดาแม่ทัพและขุนนางบางส่วนได้วิงวอนขอร้องต่อฮ่องเต้ ทำให้โทษทัณฑ์จึงเหลือเพียงการเนรเทศทั้งตระกูล

ตระกูลเจียงถูกตราหน้าว่าขายชาติ ทรยศต่อแคว้น ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องคาดเดาว่าสภาพการเป็นอยู่ของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ทั้งโดนกลั่นแกล้งจากทางการ ตัดหนทางทำมาหากินของทั้งตระกูล รวมถึงความรังเกียจเดียดฉันท์จากชาวบ้านในเมืองที่อาศัย

แต่ก็ยังโชคดีที่มีชาวบ้านบางส่วนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเจียงในยามสงคราม ไม่เชื่อว่าเจิ้นกั๋วกงที่กล้าหาญชาญชัยออกรบบริเวณชายแดน ยอมเป็นด่านหน้าบุกตะลุย เพื่อปกป้องชีวิตของพวกเขาจะกลายเป็นคนทรยศเช่นนั้นไปได้

รวมถึงบรรดาทหารที่ยังคงเชื่อใจเจิ้นกั๋วกงต่างลักลอบแอบติดตามมาอยู่อาศัยใกล้ ๆ กับตระกูลเจียง เพราะความช่วยเหลือจากชาวบ้านบางส่วนและทหารที่ยังคงเชื่อมั่น จึงทำให้ตระกูลเจียงยังคงมีทายาทสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ไม่เพียงแต่ทายาทเท่านั้น แต่ยังมีความยากจนข้นแค้นที่ติดตามมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่มีทายาทจำนวนมากอย่างตระกูลเจียงยังเหลือเพียงทายาทคนสุดท้าย

มิต้องกล่าวถึงสายเลือดของชาวบ้านและทหารคนอื่นที่เคยให้ความช่วยเหลือเลย ในปัจจุบัน แทบจะไม่เหลือความช่วยเหลือใด ๆ มาถึงตระกูลเจียงอีกต่อไป

ตระกูลเจียงมิได้ไม่ขยันทำมาหากิน หากแต่ไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของที่ดินได้ด้วยอำนาจของทางการที่มีคำสั่งมาเรื่อย ๆ และข่าวลือแบบปากต่อปากของชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ยังคงจับจ้องประณามตระกูลเจียง

“พ่อจะให้ผมทนฟังพวกนั้นด่าว่าตระกูลเจียงของเราเป็นพวกขายชาติเหรอ?” เจียงอวี้เฉิงส่งเสียงสะอึกสะอื้นอย่างน้อยใจ “ตระกูลของเราจงรักภักดีมากแค่ไหน ทำไมต้องโดนแบบนี้ด้วย? ฮึก!”

“...” เจียงห้าวเถียงไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เพราะอย่างไร มันก็เป็นความอัปยศอดสูของตระกูลที่ลูกผู้ชายอย่างพวกเขาแทบจะทนต่อคำครหานั้นไม่ไหวจริง ๆ

“แต่แกก็ไม่สมควรเอาเพลงทวนของตระกูลไปตีไอ้เด็กแซ่เหออย่างนั้น”

ด้วยตระกูลเจียงเป็นตระกูลแม่ทัพที่โดดเด่นในเพลงทวนเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงแล้วก็ตาม อดีตเจิ้นกั๋วกงก็ยังคงสั่งสอนให้ลูกหลานตระกูลเจียงทุกคนสืบทอดเพลงทวนประจำตระกูล ไม่ปล่อยให้มรดกตกทอดนี้สูญหายไปตามกาลเวลา

เพลงทวนของตระกูลเจียงถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ที่ไม่ว่าตระกูลแม่ทัพใดก็ยากจะโค่นล้มลงได้ เพราะเป็นเพลงทวนที่หมายเอาชีวิตศัตรูในสนามรบทั้งสิ้น ทั้งดุเดือดและป่าเถื่อน เหมาะกับทั้งรุกและรับในคราวเดียวกัน

“ผมยั้งแรงไว้แล้วน่า พ่อ... มันไม่ตายหรอก”

เจียงห้าวหรี่ตามองใบหน้าใสซื่อของลูกชาย

อย่าคิดว่าหน้าตาใสซื่อแบบนี้ แล้วจะมีนิสัยซื่อตรงจริง ๆ

เพราะเจียงอวี้เฉิงนั้น ถือว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลเจียงอย่างแท้จริง ทั้งฉลาด คิดพลิกแพลง และเจ้าคิดเจ้าแค้น...

ตามปกติเพลงทวนเหล่านี้จะเริ่มถ่ายทอดประมาณแปดขวบ ตอนหกขวบจะฝึกฝนพื้นฐานทางร่างกายเสียก่อน

แต่เจียงอวี้เฉิงในวัยเจ็ดขวบที่กำลังนั่งม้าตามคำสั่งของบิดา โดยที่เจียงห้าวได้สาธิตเพลงทวนให้เขาดูทั้งหมดในคราวเดียว ใครจะไปรู้... เมื่อเขานั่งม้าเสร็จก็เดินไปหยิบท่อนไม้ขนาดพอดีมือมารำเพลงทวนตามบิดาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

หากบอกว่าไม่ผิดเพี้ยนคงจะเกินจริงไปสักนิด แต่เจียงอวี้เฉิงสามารถบรรลุท่ารำไปได้มากถึงเก้าส่วน ทำให้เจียงห้าวได้แต่ตกตะลึงในความสามารถของบุตรชายเป็นอย่างมาก ครั้นจะวิ่งไปฟ้องบิดาของตนก็เหลือเพียงแต่ป้ายบรรพชนในห้องนั่งเล่นเท่านั้น

สุดท้าย เจียงห้าวได้แต่แอบหลบเจียงอวี้เฉิงที่กำลังนอนสนิทอยู่ในห้อง ไปนั่งกอดขาโต๊ะบูชาป้ายบรรพบุรุษร้องห่มร้องไห้อย่างดีใจที่บุตรชายสามารถสืบทอดเพลงทวนของตระกูลได้อย่างรวดเร็ว

แต่ก็แอบนึกเสียใจในโชคชะตา หากตระกูลเจียงไม่ตกอับเช่นนี้ อนาคตของเจียงอวี้เฉิงคงจะสดใส พุ่งทะยานเจิดจ้าในวงการต่อสู้เป็นแน่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 140 (จบ)

    สิ้นเสียงประโยคคำถาม น้ำตาของชิงหว่านซินก็ไหลพราก ใบหน้าเล็กพยักหน้ารัว ๆ ราวกับลูกไก่ที่จิกข้าวเปลือกอย่างน่าเอ็นดู“อื้อ! เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลย!” ชิงหว่านซินตอบตกลง พร้อมยื่นมือข้างซ้ายให้เขา แหวนเพชรเม็ดงามถูกบรรจงสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอเหมาะพอดีเจียงอวี้เฉิงรีบลุกขึ้นมาสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ในวินาทีนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องเหนือศีรษะ!ปัง! ปัง! ปัง!พลุไฟนับร้อยนับพันดวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหลายจุดในเมืองหลวง แสงไฟหลากสีกระจายตัวออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงสดสาดส่องลงมายังยอดตึกที่พวกเขาอยู่ ราวกับแสงดาวทั้งหมดบนฟ้าถูกดึงลงมาเพื่อเป็นฉากหลังให้แก่การตอบตกลงแต่งงานของเธอในครั้งนี้เสียง เปรี๊ยะ! ปร๊ะ! ของดอกไม้ไฟที่แตกตัวเหนือพวกเขา ทำให้ชิงหว่านซินถึงกับต้องปิดหูด้วยความตื่นเต้นภาพเมืองหลวงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นด้วยประกายของพลุไฟที่ประดับประดาตึกระฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นเวทีแห่งความยินดีขณะที่ชิงหว่านซินยังคงมองพลุไฟตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ประตูที่ซ่อนอย

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 139

    เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทร่อนลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะพื้น เสียงเครื่องยนต์กังหันเริ่มเบาลงอย่างช้า ๆก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะดับเครื่องยนต์หลักเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวของยามค่ำคืน เขาเปิดช่องระบายอากาศเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ของยอดตึกได้พัดโชยเข้ามาในขณะที่เครื่องกำลังสงบ ชิงหว่านซินที่นั่งข้าง ๆ ก็ขยับตัว สอดร่างบอบบางข้ามแผงควบคุมที่เย็นเฉียบไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางและมิดชิดกว่า ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะข้ามตามไปติด ๆ โดยไม่ให้มีการทิ้งช่วงแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เสียงครางกระเส่าที่ถูกกดเอาไว้ก็เริ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องโดยสารที่มืดมิด เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังประสานกันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของความรักและเหงื่อที่โชยออกมาจากเบาะหนังนับเป็นชั่วโมงกระทั่งเสียงหอบหายใจเหล่านั้นเริ่มผ่อนคลายลง เจียงอวี้เฉิงจึงได้ช่วยชิงหว่านซินแต่งกายจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วจากนั้นเขาจึงได้เปิดประตูเดินลงมาสัมผัสกับความเย็นของพื้นลานจอด แล้วส่งมือรอรับ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 138

    “อาเฉิงจะพาฉันไปไหน?” เสียงหวานร้องถามอย่างสงสัย ในขณะที่เธอกำลังถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว ชายผ้าที่ผูกปิดตาเธอกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม“เดี๋ยวก็รู้น่า...” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก้าวขายาว ๆ ตรงไปยังพาหนะส่วนตัวของตระกูลที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงสุดในเขตบ้านของตระกูลเจียงชิงหว่านซินกระชับแขนที่โอบรอบคอของเขาให้แน่นขึ้น เธอไว้วางใจผู้ชายที่อุ้มเธออยู่เป็นอย่างมาก หากแต่ความสงสัยมันมีมากกว่า ด้วยแรงลมที่พัดตีเข้าหน้าเธอไม่หยุดเจียงอวี้เฉิงเปิดประตูห้องโดยสารด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือเดียว เขาวางร่างของชิงหว่านซินลงบนเบาะหนังฟอกอย่างทะนุถนอม แล้วจึงดึงสายเข็มขัดนิรภัยห้าจุดออกมาคาดรัดร่างเธออย่างแน่นหนา แล้วปิดประตูลงเขาเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะนักบินอีกด้าน ภายในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมดิจิทัล เขาแตะสวิตช์บางตัวอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไฟฟ้าภายในเริ่มทำงานพร้อมกับเสียงหึ่งต่ำ ๆ ของระบบอัจฉริยะ จากนั้นเจียงอวี้เฉิงดึงคันบังคับที่ควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์กังหันเสียงอ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 137

    สิ้นเสียงบอก คิ้วคมของเจียงอวี้เฉิงก็เลิกขึ้นสูง เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่อย่างตัดสินใจ“ได้... งั้นหยาเจินคุมเกมเองเลย”เจียงอวี้เฉิงพลิกตัวลงนั่งกางขาบนเบาะ สอดมือไปรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางความงงงวยของชิงหว่านซินเพียงเธอพูดแค่ประโยคเดียว โลกทั้งใบก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตลบจากคนที่อยู่ด้านล่างกลายมาเป็นคนคุมเกมเสียอย่างนั้น“หยาเจินพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...”ชิงหว่านซินก้มหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะกดสายตาลงต่ำไปเห็นแกนกายที่ชูชัน สลับขึ้นมามองหน้าเขาอีกคราวทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามีสองสายตาอ้อนวอนมองมาพร้อมกันทั้งบนทั้งล่างเลยล่ะ?เสี่ยวเฉิงมีตาด้วยเหรอ?ในขณะที่เธอกำลังเตรียมใจ มือปีศาจก็ลูบไล้ขาอ่อนของเธอดันให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นสูง ไม่ให้เกะกะกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะไปสแตนด์บายรอที่แก้มก้น จนชิงหว่านซินอดมองค้อนไม่ได้“ไหนบอกว่าให้เราคุมเกมไง”เจียงอวี้เฉิงแสร้งทำหน้าอย่างไร้เดียงสา “เราก็ให้หยาเจินคุมเกมนะ เราแค่เตรียมตัว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 136

    ร่างสูงโผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนจะกดไหล่เล็กให้นอนราบลงบนเบาะหนังด้านหลัง จับสองเรียวขาให้แยกออกจากกัน เรียวขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปบนเบาะ ทำให้กระโปรงที่เธอสวมอยู่ถูกร่นขึ้นมากองที่หน้าท้องมือหนาตะครุบชายเสื้อซับในแล้วดึงออกให้พ้นตัว จนเหลือเพียงบราสีเนื้อที่โอบอุ้มเนินเนื้อขาวผ่องเจียงอวี้เฉิงสอดมือหนาไปทางด้านหลัง ใช้เพียงมือเดียวก็สามารถปลดตะขอบราได้อย่างง่ายดาย อีกมือหยิบบราชิ้นนั้นโยนไปทางเบาะหน้าข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ดวงตาจิ้งจอกพราวระยับ เมื่อเห็นร่างแม่นางน้อยเปลือยเปล่าช่วงบน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย ไหปลาร้าได้รูป ไล่มาถึงความอวบอิ่มสมวัยแต่ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะได้ขยับตัวลงมือทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นมา“รับก่อนเถอะ เผื่อเป็นสายที่บ้าน...” ชิงหว่านซินบอกเสียงเรียบ แม้จะขัดใจไปบ้าง แต่เธอก็รู้จักแยกแยะได้เผื่อจะเป็นคุณป้า เพราะเมื่อครู่ แม่ของเจียงอวี้เฉิงบอกว่าหากเสร็จธุระแล้วจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอ พอไม่เห็นพวกเธอจึงได้โทรมาตามหาเจียงอวี้เฉิงพยักห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 135

    “หื้ม?” ชิงหว่านซินครางในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายผละริมฝีปากออกกะทันหัน ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียเรียวปากตัวเองอย่างเสียดาย“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงทุ้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักขึ้น พาเดินออกจากศาลาตรงไปที่โรงรถด้านนอกทันทีชิงหว่านซินที่ยังมึนเมาในรสจูบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”“อยู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็นเยอะเกินไป...”เจียงอวี้เฉิงอุ้มชิงหว่านซินแนบอก พาเดินตามโถงทางเดินไปยังปีกอาคารด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรถของตระกูล ทันทีที่ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของหนังฟอกชั้นดีและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก็ลอยเข้ามาปะทะภายในโรงรถกว้างขวางปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นตาจากเพดาน เผยให้เห็นคอลเล็กชันรถยนต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งของบิดา ญาติผู้ใหญ่ และบรรดาน้องชายแต่สายตาของเจียงอวี้เฉิงจับจ้องไปยังรถหรูส่วนตัวของเขาที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางลาน รถซีดานหรูหราสีดำขลับ ตัวถังมันวาวดุดันตัดกับกระจกสีเข้มที่ช่วยอำพรางกิจกรรมของคนในรถได้เป็นอย่างดีเจ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 58

    “ทีองค์หญิงยังจำหน้าตาและตัวตนของฉิงเหมยได้เลยมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?” เจียงอวี้เฉิงย้อนถาม “กระหม่อมย่อมต้องได้เห็นฝีมือและหน้าตาทายาทของกระหม่อมสิพ่ะย่ะค่ะ”อาจจะเป็นเพราะความไว้วางใจที่ต่างฝ่ายต่างกล้าที่จะเล่าความลับส่วนตัวให้แก่กันและกัน ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสอง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 64 (CW: ความรุนแรง)

    ประโยคคำถามของเจียงอวี้เฉิงที่ได้รับคำตอบจากชิงหว่านซินเป็นรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พร้อมทั้งเชิดใบหน้าน้อยขึ้นสูง “แล้วหลังจากนั้นเล่า ท่านทำอย่างไรต่อ?”“หลังจากที่ข้าพานางกลับมาถึงตำหนักฉางหนิง คราแรก นางก็ตื่นตาตื่นใจที่ได้เข้าวังหลวง คงจะนึกดีใจที่ตนได้ปีนกิ่งสูง สลัดภา

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 40

    หวังหมัวมัวกระแอมน้ำลายเหนียวในลำคอแล้วกล่าวเสียงกังวานว่า “ในถาดที่พวกท่านเห็นตรงหน้านั้น โปรดหยิบเชือกและมะเขือยาวไปคนละชิ้นเถิด เพื่อที่ข้าจะได้อธิบายกติกาการแข่งขัน”คุณชายทั้งสี่สิบคนค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า บางคนมองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะหยิบเชือกและมะเขือยาวขึ้นมาคนละชุดอย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 38

    เจียงอวี้เฉิงในชุดผ้าไหมชั้นดีสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายมงคล ด้วยรูปร่างสูงใหญ่เช่นแม่ทัพที่ผ่านศึกสงครามมานั้น ยิ่งขับให้เขาดูโดดเด่นท่ามกลางบุรุษสายบุ๋นที่มีรูปร่างบอบบางเช่นหนอนหนังสือเขาเดินอกผายไหล่ผึ่งอย่างองอาจตรงเข้ามารับป้ายหมายเลขจากหวังหมัวมัว ท่าทางขึงขังราวกับทหารชาญศึกชวนสะกดสาย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status