Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-12-01 07:02:53

“เฮ้อ...” เจียงห้าวได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย “เอาเถอะ แกก็คุกเข่าสำนึกผิดไป เดี๋ยวพ่อไปทำกับข้าวแล้วกัน”

“ครับ พ่อ” เจียงอวี้เฉิงรับคำอย่างว่าง่าย เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นเพียงการคุกเข่าสำนึกผิดตามมารยาทเท่านั้น ทันทีที่แผ่นหลังของพ่อลับสายตาไป มือใหญ่ก็ยกขึ้นปาดน้ำตาราวกับไม่เคยมีอยู่จริง “เฮ้อ... พ่อนี่หลอกง่ายจริง ๆ ”

ด้วยตระกูลเจียงในตอนนี้ เหลือเพียงเจียงห้าวและเจียงอวี้เฉิงสองพ่อลูก เพราะแม่ของเขาทนความลำบากไม่ไหว จึงได้จากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร

ความจริงแล้ว เหตุการณ์ในวันนี้ ไอ้เด็กแซ่เหอนั่น ไม่ได้กล่าวร้ายตระกูลเจียงรุนแรงถึงขนาดนั้นหรอก แค่ล้อเขาว่าเป็นเด็กไม่มีแม่ แล้วก็ขโมยข้าวกล่องของเขาไปก็เท่านั้น

ขโมยอะไรไม่ขโมย ดันมาขโมยข้าวจากคนจนที่กำลังหิว!!

ไม่ซัดให้ตายคาไม้ตรงนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว

ฮึ่ย! ว่าแล้วก็หิว...

โครก คราก

เสียงท้องของเขาร้องประท้วงสอดรับดังขึ้นมา เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนเที่ยงของวันนี้ กว่าจะจบเรื่องทุกอย่างก็เกือบค่ำ แล้วเขายังต้องมาคุกเข่าทนหิวแบบนี้อีก

“โอ๊ย! เมื่อยไปทั้งตัวเลย” เจียงอวี้เฉิงบิดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า แล้วจึงเหวี่ยงแขนไปมา จนแขนข้างหนึ่งไปโดนโต๊ะบูชาที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ

ทันใดนั้น! หนังสือเล่มหนึ่งก็ตกลงมาบนพื้น เจียงอวี้เฉิงหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นที่หนาเขรอะบนปกหนังสือออก จึงได้เห็นอักษรที่เขียนอยู่บนนั้น

“บันทึก... ตระกูลเจียง...”

เจียงอวี้เฉิงอ่านชื่อหนังสือที่เขียนอยู่หน้าแรกอย่างค่อนข้างลำบากด้วยรูปแบบของอักษรที่โบราณ อีกทั้งความหนาของหนังสือ นั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นบันทึกของบรรพบุรุษทุกรุ่นของตระกูลเป็นแน่

แผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบของบันทึกถูกมือหยาบกระด้างกางออกอ่านอย่างช้า ๆ เจียงอวี้เฉิงใช้สองมือประคองหนังสืออย่างทะนุถนอม แล้วเริ่มอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสอง

ฮ่องเต้ชิงหยางได้ขึ้นครองราชย์ในที่สุด หลังจากที่ทั่วแคว้นผ่านสงครามแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ เพราะฮ่องเต้ชิงหลงเทียน อดีตฮ่องเต้องค์ก่อน ทรงมีพระราชโอรสมากมาย ทั้งประสูติจากฮองเฮา พระสนมเอก สนมรอง แม้กระทั่งนางกำนัล

สงครามแย่งชิงบัลลังก์ของรัชทายาทและพระราชโอรสองค์ต่าง ๆ กินเวลายาวนานนับสิบปี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขุนนางแบ่งออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย

ท่ามกลางสงครามอำนาจนั้น ทำให้ราชโอรสหลายองค์ต้องสิ้นพระชนม์ลงไปไม่น้อย มีเพียงองค์ชายชิงหยางที่ประสูติจากนางกำนัลที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่

เพราะนางกำนัลทราบดีว่าท่ามกลางการแก่งแย่งเช่นนี้ นางไม่สามารถปกป้องพระราชโอรสองค์นี้ได้อย่างแน่นอน นางจึงแอบเข้าไปทูลขอฮ่องเต้ชิงหลงเทียน เพื่อให้องค์ชายชิงหยางได้เข้าไปอยู่ในกองทัพของตระกูลเจียง โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

ฮ่องเต้ชิงหลงเทียนตรัสอนุญาต โดยไม่คิดอะไรมาก เพราะอย่างไร พระองค์ก็มีพระราชโอรสมากมาย การที่มีพระราชโอรสสักพระองค์หนึ่งแอบแฝงอยู่ในกองทัพของตระกูลเจียงย่อมมีแต่ผลดีต่อราชวงศ์

แต่ด้วยความที่พระพักตร์ขององค์ชายชิงหยางละม้ายฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเป็นอย่างยิ่ง เจียงซู่ เจิ้นกั๋วกงก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาคือบุตรแห่งมังกร แต่ด้วยความจงรักภักดีของตระกูลเจียง เขาจึงไม่ได้คิดสิ่งใด เพียงแต่บอกคนในตระกูลให้ทราบและระวังตัวไว้เท่านั้น

เพราะอย่างไรก็ไม่ควรล่วงเกินสายเลือดสวรรค์...

หลังสงครามแย่งชิงบัลลังก์สิ้นสุดลง ฮ่องเต้ชิงหลงเทียนสูญเสียพระราชโอรสไปเป็นจำนวนมาก จึงได้ตรอมพระทัย เสด็จสวรรคตไปในที่สุด

ส่วนรัชทายาทที่ประสูติจากฮองเฮา แม้ว่าจะมีชัยเหนือพระราชโอรสองค์อื่น และกำลังจะได้แต่งตั้งเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป แต่ด้วยพระองค์ที่ไม่อาจทนพิษบาดแผลได้ไหว ไม่นานนักก็สิ้นพระชนม์ตามไป

ในระหว่างนั้นเอง ช่วงที่บ้านเมืองกำลังหวั่นวิตก เพราะขาดผู้ครองบัลลังก์ เจิ้นกั๋วกงจึงนำกองทัพของตระกูลเจียงอารักขาองค์ชายชิงหยางกลับสู่เมืองหลวง เพื่อขึ้นปกครองแคว้นต้าหมิงต่ออย่างชอบธรรม

และเพื่อป้องกันการรุกรานของแคว้นศัตรูในช่วงที่ฮ่องเต้ชิงหยางเพิ่งขึ้นครองราชย์ เจิ้นกั๋วกงจึงได้ทูลขอให้กองทัพตระกูลเจียงประจำการอยู่ที่ชายแดนตั้งแต่นั้นมา

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสาม

ฮ่องเต้ชิงหยางทรงแต่งตั้งนางสนมเข้าวังหลวง เพื่อสืบสายเลือดโอรสสวรรค์ และดูแลความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยคุณธรรม ทำให้ทั่วแคว้นมีแต่ความสงบสุข

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสี่

ฮ่องเต้ชิงหยางคำนึงถึงพระเชษฐภคินีร่วมอุทร นามว่า ชิงหว่านซิน ซึ่งเป็นพระราชธิดาองค์โตที่ประสูติจากมารดาที่เป็นนางกำนัล โดยพระราชทานตำแหน่งองค์หญิงใหญ่ให้พระนาง

องค์หญิงใหญ่ ชิงหว่านซิน เป็นผู้คอยดูแลฮ่องเต้ชิงหยางมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้สองพี่น้องรักใคร่กันเป็นอย่างมากท่ามกลางวังหลวงที่จ้องแต่จะทำร้ายกันเช่นนั้น

ฮ่องเต้ชิงหยางจึงตัดสินพระทัยจัดงานเลือกคู่ครองให้แก่องค์หญิงใหญ่...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 140 (จบ)

    สิ้นเสียงประโยคคำถาม น้ำตาของชิงหว่านซินก็ไหลพราก ใบหน้าเล็กพยักหน้ารัว ๆ ราวกับลูกไก่ที่จิกข้าวเปลือกอย่างน่าเอ็นดู“อื้อ! เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลย!” ชิงหว่านซินตอบตกลง พร้อมยื่นมือข้างซ้ายให้เขา แหวนเพชรเม็ดงามถูกบรรจงสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอเหมาะพอดีเจียงอวี้เฉิงรีบลุกขึ้นมาสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ในวินาทีนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องเหนือศีรษะ!ปัง! ปัง! ปัง!พลุไฟนับร้อยนับพันดวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหลายจุดในเมืองหลวง แสงไฟหลากสีกระจายตัวออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงสดสาดส่องลงมายังยอดตึกที่พวกเขาอยู่ ราวกับแสงดาวทั้งหมดบนฟ้าถูกดึงลงมาเพื่อเป็นฉากหลังให้แก่การตอบตกลงแต่งงานของเธอในครั้งนี้เสียง เปรี๊ยะ! ปร๊ะ! ของดอกไม้ไฟที่แตกตัวเหนือพวกเขา ทำให้ชิงหว่านซินถึงกับต้องปิดหูด้วยความตื่นเต้นภาพเมืองหลวงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นด้วยประกายของพลุไฟที่ประดับประดาตึกระฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นเวทีแห่งความยินดีขณะที่ชิงหว่านซินยังคงมองพลุไฟตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ประตูที่ซ่อนอย

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 139

    เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทร่อนลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะพื้น เสียงเครื่องยนต์กังหันเริ่มเบาลงอย่างช้า ๆก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะดับเครื่องยนต์หลักเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวของยามค่ำคืน เขาเปิดช่องระบายอากาศเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ของยอดตึกได้พัดโชยเข้ามาในขณะที่เครื่องกำลังสงบ ชิงหว่านซินที่นั่งข้าง ๆ ก็ขยับตัว สอดร่างบอบบางข้ามแผงควบคุมที่เย็นเฉียบไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางและมิดชิดกว่า ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะข้ามตามไปติด ๆ โดยไม่ให้มีการทิ้งช่วงแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เสียงครางกระเส่าที่ถูกกดเอาไว้ก็เริ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องโดยสารที่มืดมิด เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังประสานกันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของความรักและเหงื่อที่โชยออกมาจากเบาะหนังนับเป็นชั่วโมงกระทั่งเสียงหอบหายใจเหล่านั้นเริ่มผ่อนคลายลง เจียงอวี้เฉิงจึงได้ช่วยชิงหว่านซินแต่งกายจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วจากนั้นเขาจึงได้เปิดประตูเดินลงมาสัมผัสกับความเย็นของพื้นลานจอด แล้วส่งมือรอรับ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 138

    “อาเฉิงจะพาฉันไปไหน?” เสียงหวานร้องถามอย่างสงสัย ในขณะที่เธอกำลังถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว ชายผ้าที่ผูกปิดตาเธอกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม“เดี๋ยวก็รู้น่า...” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก้าวขายาว ๆ ตรงไปยังพาหนะส่วนตัวของตระกูลที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงสุดในเขตบ้านของตระกูลเจียงชิงหว่านซินกระชับแขนที่โอบรอบคอของเขาให้แน่นขึ้น เธอไว้วางใจผู้ชายที่อุ้มเธออยู่เป็นอย่างมาก หากแต่ความสงสัยมันมีมากกว่า ด้วยแรงลมที่พัดตีเข้าหน้าเธอไม่หยุดเจียงอวี้เฉิงเปิดประตูห้องโดยสารด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือเดียว เขาวางร่างของชิงหว่านซินลงบนเบาะหนังฟอกอย่างทะนุถนอม แล้วจึงดึงสายเข็มขัดนิรภัยห้าจุดออกมาคาดรัดร่างเธออย่างแน่นหนา แล้วปิดประตูลงเขาเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะนักบินอีกด้าน ภายในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมดิจิทัล เขาแตะสวิตช์บางตัวอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไฟฟ้าภายในเริ่มทำงานพร้อมกับเสียงหึ่งต่ำ ๆ ของระบบอัจฉริยะ จากนั้นเจียงอวี้เฉิงดึงคันบังคับที่ควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์กังหันเสียงอ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 137

    สิ้นเสียงบอก คิ้วคมของเจียงอวี้เฉิงก็เลิกขึ้นสูง เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่อย่างตัดสินใจ“ได้... งั้นหยาเจินคุมเกมเองเลย”เจียงอวี้เฉิงพลิกตัวลงนั่งกางขาบนเบาะ สอดมือไปรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางความงงงวยของชิงหว่านซินเพียงเธอพูดแค่ประโยคเดียว โลกทั้งใบก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตลบจากคนที่อยู่ด้านล่างกลายมาเป็นคนคุมเกมเสียอย่างนั้น“หยาเจินพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...”ชิงหว่านซินก้มหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะกดสายตาลงต่ำไปเห็นแกนกายที่ชูชัน สลับขึ้นมามองหน้าเขาอีกคราวทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามีสองสายตาอ้อนวอนมองมาพร้อมกันทั้งบนทั้งล่างเลยล่ะ?เสี่ยวเฉิงมีตาด้วยเหรอ?ในขณะที่เธอกำลังเตรียมใจ มือปีศาจก็ลูบไล้ขาอ่อนของเธอดันให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นสูง ไม่ให้เกะกะกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะไปสแตนด์บายรอที่แก้มก้น จนชิงหว่านซินอดมองค้อนไม่ได้“ไหนบอกว่าให้เราคุมเกมไง”เจียงอวี้เฉิงแสร้งทำหน้าอย่างไร้เดียงสา “เราก็ให้หยาเจินคุมเกมนะ เราแค่เตรียมตัว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 136

    ร่างสูงโผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนจะกดไหล่เล็กให้นอนราบลงบนเบาะหนังด้านหลัง จับสองเรียวขาให้แยกออกจากกัน เรียวขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปบนเบาะ ทำให้กระโปรงที่เธอสวมอยู่ถูกร่นขึ้นมากองที่หน้าท้องมือหนาตะครุบชายเสื้อซับในแล้วดึงออกให้พ้นตัว จนเหลือเพียงบราสีเนื้อที่โอบอุ้มเนินเนื้อขาวผ่องเจียงอวี้เฉิงสอดมือหนาไปทางด้านหลัง ใช้เพียงมือเดียวก็สามารถปลดตะขอบราได้อย่างง่ายดาย อีกมือหยิบบราชิ้นนั้นโยนไปทางเบาะหน้าข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ดวงตาจิ้งจอกพราวระยับ เมื่อเห็นร่างแม่นางน้อยเปลือยเปล่าช่วงบน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย ไหปลาร้าได้รูป ไล่มาถึงความอวบอิ่มสมวัยแต่ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะได้ขยับตัวลงมือทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นมา“รับก่อนเถอะ เผื่อเป็นสายที่บ้าน...” ชิงหว่านซินบอกเสียงเรียบ แม้จะขัดใจไปบ้าง แต่เธอก็รู้จักแยกแยะได้เผื่อจะเป็นคุณป้า เพราะเมื่อครู่ แม่ของเจียงอวี้เฉิงบอกว่าหากเสร็จธุระแล้วจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอ พอไม่เห็นพวกเธอจึงได้โทรมาตามหาเจียงอวี้เฉิงพยักห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 135

    “หื้ม?” ชิงหว่านซินครางในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายผละริมฝีปากออกกะทันหัน ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียเรียวปากตัวเองอย่างเสียดาย“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงทุ้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักขึ้น พาเดินออกจากศาลาตรงไปที่โรงรถด้านนอกทันทีชิงหว่านซินที่ยังมึนเมาในรสจูบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”“อยู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็นเยอะเกินไป...”เจียงอวี้เฉิงอุ้มชิงหว่านซินแนบอก พาเดินตามโถงทางเดินไปยังปีกอาคารด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรถของตระกูล ทันทีที่ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของหนังฟอกชั้นดีและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก็ลอยเข้ามาปะทะภายในโรงรถกว้างขวางปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นตาจากเพดาน เผยให้เห็นคอลเล็กชันรถยนต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งของบิดา ญาติผู้ใหญ่ และบรรดาน้องชายแต่สายตาของเจียงอวี้เฉิงจับจ้องไปยังรถหรูส่วนตัวของเขาที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางลาน รถซีดานหรูหราสีดำขลับ ตัวถังมันวาวดุดันตัดกับกระจกสีเข้มที่ช่วยอำพรางกิจกรรมของคนในรถได้เป็นอย่างดีเจ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 120

    แต่เจียงอวี้เฉิงก็ไม่ปล่อยให้ชิงหว่านซินได้ซาบซึ้งใจนาน เพราะร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ก่อนที่จะย่อตัวอุ้มนางขึ้นอีกครั้ง“ท่านจะพาข้าไปไหนรึ?” ชิงหว่านซินเอ่ยถาม ในขณะที่หันซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพานางเดินตรงเข้าไปใกล้น้ำตกอวี้หลิงมากขึ้นเรื่อย ๆเสียงคลื่นสายน้ำกระทบล

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 113

    “ข้าจะรู้ได้อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า...” เจียงอวี้เฉิงย้อนทุกประโยคที่หลี่จู้เคยกล่าว และจากท่าทางที่เขาแสดงออกมาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ใดคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจียงอวี้เฉิงคร้านที่จะต่อความ จึงได้ตะโกนสั่งทุกคน “เตรียมตัวกลับเข้าเมืองซานไห่!!”เสียงขานรับด

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 111

    ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งในป่าทึบ ไม่อาจเทียบได้กับความเงียบงันที่น่าอึดอัดของทหารนับร้อยนาย ทุกคนอยู่ในท่านั่งยองตัวต่ำติดพื้น ต่างกุมอาวุธในมือแน่นและกลั้นหายใจรอคอยการมาของเหยื่อเจียงอวี้เฉิงซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ มือหนึ่งกุมกระบี่ประจำกาย สายตาจับจ้องไปตามเส้นทางที่เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 110

    “รองแม่ทัพใหญ่!!” บรรดารองแม่ทัพของบิดาพากันร้องเรียกเจียงอวี้เฉิงด้วยความตกใจ แม้ว่าทุกคนจะทราบนิสัยมุทะลุดุดันและชอบเป็นด่านหน้าในสงครามของเจียงอวี้เฉิงเป็นอย่างดี“ท่านรองแม่ทัพใหญ่ โปรดใจเย็นก่อนเถิด บริเวณป่าทึบนั้นอยู่ใกล้กับเมืองเทียนเหมินมากเกินไป มันอาจจะเป็นกับด

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-31
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status