แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: กระดิ่งจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-01 07:02:53

“เฮ้อ...” เจียงห้าวได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย “เอาเถอะ แกก็คุกเข่าสำนึกผิดไป เดี๋ยวพ่อไปทำกับข้าวแล้วกัน”

“ครับ พ่อ” เจียงอวี้เฉิงรับคำอย่างว่าง่าย เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นเพียงการคุกเข่าสำนึกผิดตามมารยาทเท่านั้น ทันทีที่แผ่นหลังของพ่อลับสายตาไป มือใหญ่ก็ยกขึ้นปาดน้ำตาราวกับไม่เคยมีอยู่จริง “เฮ้อ... พ่อนี่หลอกง่ายจริง ๆ ”

ด้วยตระกูลเจียงในตอนนี้ เหลือเพียงเจียงห้าวและเจียงอวี้เฉิงสองพ่อลูก เพราะแม่ของเขาทนความลำบากไม่ไหว จึงได้จากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร

ความจริงแล้ว เหตุการณ์ในวันนี้ ไอ้เด็กแซ่เหอนั่น ไม่ได้กล่าวร้ายตระกูลเจียงรุนแรงถึงขนาดนั้นหรอก แค่ล้อเขาว่าเป็นเด็กไม่มีแม่ แล้วก็ขโมยข้าวกล่องของเขาไปก็เท่านั้น

ขโมยอะไรไม่ขโมย ดันมาขโมยข้าวจากคนจนที่กำลังหิว!!

ไม่ซัดให้ตายคาไม้ตรงนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว

ฮึ่ย! ว่าแล้วก็หิว...

โครก คราก

เสียงท้องของเขาร้องประท้วงสอดรับดังขึ้นมา เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนเที่ยงของวันนี้ กว่าจะจบเรื่องทุกอย่างก็เกือบค่ำ แล้วเขายังต้องมาคุกเข่าทนหิวแบบนี้อีก

“โอ๊ย! เมื่อยไปทั้งตัวเลย” เจียงอวี้เฉิงบิดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า แล้วจึงเหวี่ยงแขนไปมา จนแขนข้างหนึ่งไปโดนโต๊ะบูชาที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ

ทันใดนั้น! หนังสือเล่มหนึ่งก็ตกลงมาบนพื้น เจียงอวี้เฉิงหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นที่หนาเขรอะบนปกหนังสือออก จึงได้เห็นอักษรที่เขียนอยู่บนนั้น

“บันทึก... ตระกูลเจียง...”

เจียงอวี้เฉิงอ่านชื่อหนังสือที่เขียนอยู่หน้าแรกอย่างค่อนข้างลำบากด้วยรูปแบบของอักษรที่โบราณ อีกทั้งความหนาของหนังสือ นั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นบันทึกของบรรพบุรุษทุกรุ่นของตระกูลเป็นแน่

แผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบของบันทึกถูกมือหยาบกระด้างกางออกอ่านอย่างช้า ๆ เจียงอวี้เฉิงใช้สองมือประคองหนังสืออย่างทะนุถนอม แล้วเริ่มอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสอง

ฮ่องเต้ชิงหยางได้ขึ้นครองราชย์ในที่สุด หลังจากที่ทั่วแคว้นผ่านสงครามแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ เพราะฮ่องเต้ชิงหลงเทียน อดีตฮ่องเต้องค์ก่อน ทรงมีพระราชโอรสมากมาย ทั้งประสูติจากฮองเฮา พระสนมเอก สนมรอง แม้กระทั่งนางกำนัล

สงครามแย่งชิงบัลลังก์ของรัชทายาทและพระราชโอรสองค์ต่าง ๆ กินเวลายาวนานนับสิบปี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขุนนางแบ่งออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย

ท่ามกลางสงครามอำนาจนั้น ทำให้ราชโอรสหลายองค์ต้องสิ้นพระชนม์ลงไปไม่น้อย มีเพียงองค์ชายชิงหยางที่ประสูติจากนางกำนัลที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่

เพราะนางกำนัลทราบดีว่าท่ามกลางการแก่งแย่งเช่นนี้ นางไม่สามารถปกป้องพระราชโอรสองค์นี้ได้อย่างแน่นอน นางจึงแอบเข้าไปทูลขอฮ่องเต้ชิงหลงเทียน เพื่อให้องค์ชายชิงหยางได้เข้าไปอยู่ในกองทัพของตระกูลเจียง โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

ฮ่องเต้ชิงหลงเทียนตรัสอนุญาต โดยไม่คิดอะไรมาก เพราะอย่างไร พระองค์ก็มีพระราชโอรสมากมาย การที่มีพระราชโอรสสักพระองค์หนึ่งแอบแฝงอยู่ในกองทัพของตระกูลเจียงย่อมมีแต่ผลดีต่อราชวงศ์

แต่ด้วยความที่พระพักตร์ขององค์ชายชิงหยางละม้ายฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเป็นอย่างยิ่ง เจียงซู่ เจิ้นกั๋วกงก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาคือบุตรแห่งมังกร แต่ด้วยความจงรักภักดีของตระกูลเจียง เขาจึงไม่ได้คิดสิ่งใด เพียงแต่บอกคนในตระกูลให้ทราบและระวังตัวไว้เท่านั้น

เพราะอย่างไรก็ไม่ควรล่วงเกินสายเลือดสวรรค์...

หลังสงครามแย่งชิงบัลลังก์สิ้นสุดลง ฮ่องเต้ชิงหลงเทียนสูญเสียพระราชโอรสไปเป็นจำนวนมาก จึงได้ตรอมพระทัย เสด็จสวรรคตไปในที่สุด

ส่วนรัชทายาทที่ประสูติจากฮองเฮา แม้ว่าจะมีชัยเหนือพระราชโอรสองค์อื่น และกำลังจะได้แต่งตั้งเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป แต่ด้วยพระองค์ที่ไม่อาจทนพิษบาดแผลได้ไหว ไม่นานนักก็สิ้นพระชนม์ตามไป

ในระหว่างนั้นเอง ช่วงที่บ้านเมืองกำลังหวั่นวิตก เพราะขาดผู้ครองบัลลังก์ เจิ้นกั๋วกงจึงนำกองทัพของตระกูลเจียงอารักขาองค์ชายชิงหยางกลับสู่เมืองหลวง เพื่อขึ้นปกครองแคว้นต้าหมิงต่ออย่างชอบธรรม

และเพื่อป้องกันการรุกรานของแคว้นศัตรูในช่วงที่ฮ่องเต้ชิงหยางเพิ่งขึ้นครองราชย์ เจิ้นกั๋วกงจึงได้ทูลขอให้กองทัพตระกูลเจียงประจำการอยู่ที่ชายแดนตั้งแต่นั้นมา

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสาม

ฮ่องเต้ชิงหยางทรงแต่งตั้งนางสนมเข้าวังหลวง เพื่อสืบสายเลือดโอรสสวรรค์ และดูแลความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยคุณธรรม ทำให้ทั่วแคว้นมีแต่ความสงบสุข

รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสี่

ฮ่องเต้ชิงหยางคำนึงถึงพระเชษฐภคินีร่วมอุทร นามว่า ชิงหว่านซิน ซึ่งเป็นพระราชธิดาองค์โตที่ประสูติจากมารดาที่เป็นนางกำนัล โดยพระราชทานตำแหน่งองค์หญิงใหญ่ให้พระนาง

องค์หญิงใหญ่ ชิงหว่านซิน เป็นผู้คอยดูแลฮ่องเต้ชิงหยางมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้สองพี่น้องรักใคร่กันเป็นอย่างมากท่ามกลางวังหลวงที่จ้องแต่จะทำร้ายกันเช่นนั้น

ฮ่องเต้ชิงหยางจึงตัดสินพระทัยจัดงานเลือกคู่ครองให้แก่องค์หญิงใหญ่...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 98

    “ท่านชายสี่ตระกูลจวงเมาสุราแล้วเผลอทำร้ายร่างกายชาวบ้านจนถึงแก่ชีวิต ใช้อำนาจทางการจ่ายเงินชดเชยครอบครัวผู้เสียหายเพียงน้อยนิด แล้วสั่งปิดคดีไป ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวคอยเลี้ยงดูอีกหลายชีวิต”“ท่านชายรองไป๋ ท่านชายที่เกิดจากอนุ รับสินบนจากขุนนางอื่นเพื่อแลกกับการใช้อำนาจช่วยเหลือในทางมิชอบ ร่วมกันข่มเหงชาวบ้าน ริบทรัพย์นั้นมาเป็นของตน”“ท่านชายห้าตระกูลเสิ่นใช้อำนาจในทางมิชอบยึดร้านค้าที่หมายตาของชาวบ้านมาเป็นของตนเอง บังคับทางการให้ทำเรื่องโอนสิทธิ์ โดยที่เจ้าของร้านมิยินยอม”“ท่านชายสามตระกูลซุนชมชอบภรรยาชาวบ้าน จึงดักฉุดและข่มขืน แต่แม่นางผู้นั้นมิยินยอมจึงพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เขาก็สั่งทางการให้ปิดคดีไปอย่างรวดเร็ว”“ท่านชายแปดตระกูลเซี่ย ท่านชายที่เกิดจากอนุ ควบม้าในเมืองหลวงเกินความเร็วที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้เผลอเหยียบสตรีผู้หนึ่งจนกลายเป็นคนพิการ ไม่อาจออกเรือน ไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกครอบครัวละทิ้งให้นอนเสียชีวิตที่นอกเรือน”ชิงหว่านซินร่ายคว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 97

    ในขณะที่ห้องพักรับรองที่ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัวกำลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น อีกฟากหนึ่งของมุมถนนเป็นโรงประมูลที่มีนามว่าหอจินลู่ที่ชั้นห้าของหอจินลู่เป็นห้องพักผ่อนของเจ้าของหอ หน้าต่างบานเล็กปรากฏร่างแม่นางน้อยกำลังยืนชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงอยู่“ยาหลอนประสาทกำลังออกฤทธิ์แล้ว” น้ำเสียงหวานใสพูดขึ้น ทำให้ร่างกำยำของบุรุษที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นเดินไปสังเกตการณ์บ้าง“องครักษ์ลับของท่านลงมือได้รวดเร็วจริง…” เจียงอวี้เฉิงหยุดยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของชิงหว่านซิน มือหนาวางลงบนขอบหน้าต่างที่สูงประมาณไหล่ของนางหอจินลู่เป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ซึ่งมีราชวงศ์เป็นเจ้าของ นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินของชิงหว่านซินไปโดยปริยายที่นี่ถูกออกแบบให้มีขนาดหน้าต่างที่เล็กและสูง เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือลักลอบเข้ามา จึงถูกสร้างด้วยวัตถุประสงค์เพียงแค่ให้สามารถระบายอากาศออกได้โดยง่ายเท่านั้น“คิดไว้มิมีผิด น้องชายของจวงเหวินจิ่นจะต้องนัดสหายมาสังสรรค์กันอีกเป็นแน่” ชิงหว่านซินเขย่งปลายเท้าขึ้นมาดู เมื่อเห็นเง

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 96 (CW: เลือดและความรุนแรง)

    “เช่นนั้นก็สรุปได้ว่าเราจะลงมือกับองค์หญิงใหญ่ในพิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีที่วัดฟาเหมิน” จวงหลิวจื้อสรุป “ส่วนรายละเอียดของแผนการ...”ไป๋ตงหมิง “พิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีมีการแยกที่พักของบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน อย่างไรก็ต้องให้สตรีลงมือด้วยกันเอง เราต้องเลือกว่าจะจัดการด้วยวิธีใด?”“ยาพิษ ลอบฆ่า อุบัติเหตุ?” เสิ่นฟานเป่ยทบทวนวิธีการที่พวกเขาเคยใช้กับบรรดาพระราชโอรสของฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเซี่ยเริ่นซื่อเอามือมาลูบคาง “หากให้สตรีลงมือด้วยกันเอง ก็มีเพียงฮูหยิน คุณหนูและสาวใช้... พวกนางคงจะไม่กล้าลงมือลอบฆ่าหรอกกระมัง?”“ข้าคิดว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ” จวงหลิวจื้อกล่าว “คนของเราที่ลงมืออาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของนาง อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการเผยพิรุธ เมื่อถูกสอบสวนอีกด้วย...”“อื้อ! ข้าเห็นด้วยกับหลิวจื้อ” ซุนจิ้งพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบอีกครั้ง “หากจัดฉากเป็นอุบัติเหตุ เราคงต้องรีบเตรียมการ เข้าไปจัดสถานที่ที่วัดฟาเห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 95

    ซุนจิ้งย้อนถามยิ้ม ๆ “เจ้าบอกผู้ใดกัน ในเมื่อพวกเจ้าคือผู้ที่มาถึงเป็นคนแรก และเป็นคนสั่งอาหาร ข้ากับฟานเป่ยก็เพิ่งมาถึง”“เอาเถิด เอาเถิด...” จวงหลิวจื้อตัดบท ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบ “กลับมาที่เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้ก่อน เอ่อ... เราต้องชิงลงมือก่อนสินะ”เซี่ยเริ่นซื่อจิบสุราตามบ้าง “ยามนี้ มันผิดแผนกันไปหมดแล้ว จากที่ตั้งใจจะให้หมิงรุ่ยได้อภิเษกกับองค์หญิงใหญ่ เจียงซื่อจื่อก็ตัดหน้าไปเสียแทน เราก็ไม่อาจใช้อำนาจขององค์หญิงใหญ่ได้เลย”“หากต้องการล้มล้างบัลลังก์ของฝ่าบาท ต้องร่วมมือกันทั้งวังหน้า วังหลัง และทหาร” เสิ่นฟานเป่ยกล่าว “บัดนี้ วังหลังก็ถูกกำจัดไปแล้ว เท่ากับว่าเรามิอาจเข้าไปถึงตัวของฝ่าบาทได้อีกต่อไป”ไป๋ตงหมิงคีบเนื้อหมูเข้าปาก ก่อนจะกล่าวขึ้น “ข้าว่ายามนี้ เราคงต้องเลือกกันก่อนว่าจะกำจัดผู้ใด ระหว่างฝ่าบาทกับองค์หญิงใหญ่ ต่อให้กำจัดฝ่าบาทได้ องค์หญิงใหญ่ก็สามารถขึ้นครองราชย์ต่อได้”“แต่ถ้าเรากำจัดองค์หญิงใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำจัดฝ่าบาท?” ซุนจิ้งต่

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 94

    จนสุดท้าย ในยามนี้ เมื่อพี่ชายของพวกเขาได้ขึ้นครองจวน ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก พวกเขาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยและสารภาพความจริงกันเรียบร้อยแล้วบรรดาพี่ชายต่างก็เข้าใจและซาบซึ้งที่พวกเขาจริงใจต่อตนและตระกูลเช่นนั้น มองว่าพวกเขาคือมังกรซ่อนอยู่ในบ่อลึกของตระกูล เป็นกำลังสำคัญที่ถูกบังหน้าด้วยภาพของคุณชายเจ้าสำราญมาตลอดทั้งห้าตระกูลจึงได้เกิดเป็นความร่วมมือในการล้มล้างบัลลังก์ของฮ่องเต้ชิงหยางภายใต้บรรยากาศการร่ำสุราของคุณชายเจ้าสำราญทั้งห้าคนนี้ก่อนที่จวงหลิวจื้อจะได้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสามคนรีบหยิบจอกสุราที่วางอยู่ตรงหน้ายกขึ้นมาชนกันในทันที“ชนจอกสุรากันแล้วหรือ?” เสียงทักทายมาพร้อมรอยยิ้มระรื่นของซุนจิ้งที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสิ่นฟานเป่ย ครั้นเมื่อประตูปิดลง คนของพวกเขาต่างก็เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองเสิ่นฟานเป่ยไม่รีรอ รีบนั่งลงแล้วหันไปถามจวงหลิวจื้อในทันที “ข้าได้ยินมาว่าเฝิ่นกงกงตายแล้ว?”จวงหลิวจื้อพยักหน้าอย่างไม่นึกแปลกใจในความรวดเร็วของข่าวสารจากตระกูลเสิ่น เมื่อคราวก่อนที่จวงหมิ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 93

    จวงหลิวจื้อเดินคลี่พัดสีขาว โบกสะบัดข้อมือเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอิงหัวอย่างคุ้นเคย เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมเห็นเขาก็รีบปรี่เข้าไปต้อนรับในทันที“ท่านชายรองจวงมาแล้วหรือขอรับ?”จวงหลิวจื้อระบายรอยยิ้มเจ้าสำราญออกมา “สหายของข้ามากันหรือยัง?”“อา… บัดนี้ ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยเริ่มร่ำสุรากันแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์บอกพลางเดินนำจวงหลิวจื้อไปส่งที่ห้องรับรองชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัว“ได้อย่างไรกัน!? ร่ำสุราโดยที่ไม่รอข้าเลยนี่นะ…” จวงหลิวจื้อแสร้งบ่นเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป เสี่ยวเอ้อร์เปิดประตูห้องรับรองให้ ก่อนที่จะปิดประตูลงบรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา อาหารเลิศรสวางเรียงรายบนโต๊ะ เสียงพูดคุยหัวเราะเริงร่าดังขึ้น“แหม แหม แหม ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยร่ำสุรากัน มิรอสหายเลยรึ?” จวงหลิวจื้อเอ่ยทักขึ้น ก่อนจะเก็บพัดในมือลงเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นกลับหยุดชะงัก บรรยากาศรื่นรมย์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในฉับพลัน ไป๋ตง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status