Share

คนพิเศษ

last update publish date: 2026-04-01 17:02:39

“ไอ้หมอนี่คือใครวะ” อากาศตื่นขึ้นเมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบฟ้า สายตาเขาหันไปมองด้านข้างตัวเองที่รู้สึกหนักในทันที ด้านข้างตัวเขานั้นในเวลานี้มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้นั่งพิงผนังหัวซบไหล่เขาอยู่

“ไอ้บ้านี่...คือคนเมื่อคืนสินะ”

ความทรงจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานปรากฏขึ้นภายในหัวอากาศ เขาจำเรื่องราวเมื่อคืนได้อย่างรวดเร็ว ว่าไอ้หน้าหล่อที่นอนพิงไหล่ตัวเองอยู่นั้นมันคือคนที่พูดกระตุ้นทำให้เขาเศร้า กักเก็บความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมา

“ตื่น ๆ กันได้แล้วทุกคน”

“อะ”

อากาศได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นจากที่แถวห้องนอนก็ตื่นตัว ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะเริ่มตื่นกันแล้ว อากาศมองสังเกตใบหน้าชายหนุ่มข้างกายก็ลังเลว่า ควรจะปลุกอีกฝ่ายดีไหม แต่ถ้าปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นขึ้น พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากัน เขารู้สึกว่าตัวเองไม่อยากจะเจอใบหน้าอีกฝ่ายที่เห็นช่วงเวลาที่ตัวเองอ่อนแอเลยจริงๆ

“ช่างเถอะ เดี๋ยวมีคนผ่านมาก็คงปลุกมันเอง” สุดท้ายอากาศก็ตัดสินใจที่จะไม่ปลุกอีกฝ่าย ปล่อยให้คนที่นอนหลับสนิทได้นอนต่ออีกสักหน่อย

เขาจับศีรษะอีกฝ่ายยกขึ้นอย่างเบามือ ก่อนที่จะขยับหัวไหล่ตัวเองออกมา ปล่อยให้ร่างกายอีกฝ่ายค่อย ๆ เอนตัวลงไปนอนอยู่กับพื้นอย่างเบามือ ไม่รบกวนเวลานอนของอีกฝ่าย

“ต้องรีบกลับห้องแล้ว ถ้าพวกนั้นตื่นขึ้นมาไม่เห็นหน้ากู คงได้ซักถามไม่จบไม่สิ้นแน่”

“อะ เกือบลืมไปแล้ว ขอบใจสำหรับเสื้อนะ”

อากาศดึงเสื้อที่คลุมตัวเองลงมาคลุมร่างกายช่วงบนของผู้ชายแปลกหน้า คืนเสื้อที่เป็นของอีกฝ่ายให้กับเจ้าของตัวจริง เมื่อไม่มีอะไรแล้วอากาศก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองอย่างไว ให้ทันก่อนที่เพื่อนสนิทตัวเองจะตื่นนอน

โชคดีที่อากาศกลับมาถึงห้อง แล้วพบว่าเพื่อนตัวเองนั้นยังคงนอนหลับสนิทไม่ตื่นกันสักคน เขาค่อย ๆ ย่องกลับไปที่นอนตัวเองเสียงเบากลัวที่จะปลุกเพื่อนตัวเองให้ตื่นขึ้นมา

“มึงตื่นเร็วจังวะอากาศ”

“ปะ...เปล่า พอดีกูนอนไม่ค่อยหลับ งั้นกูไปอาบน้ำก่อนนะ”

อากาศตื่นตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของคิม เขาพูดออกไปรัวเร็วพลางหาข้ออ้างขึ้นมา แล้วรีบหยิบผ้าขนหนูแล้ววิ่งออกไปจากห้องเพื่ออาบน้ำอย่างรวดเร็ว

“แปลก...ทำไมมันถึงทำตัวแปลก ๆ เหมือนคนทำอะไรผิดมา” คิมใช้สายตาที่งัวเงียมองเพื่อนตัวเองที่ลุกลี้ลุกลนวิ่งออกไปด้วยความสงสัย

ซ่า...

ภายใต้สายน้ำที่ไหลรินลงมาจากฝักบัวลงบนร่างกายอากาศ เขาล้างคราบฟองสบู่ที่เปรอะเปื้อนไปตามตัวออกด้วยน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว

ขณะที่อาบน้ำ ภายในหัวเขากลับไม่ได้โดนความเย็นของน้ำทำให้หัวโล่งเลย ภายในหัวอากาศในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความคิดมากมาย กังวลว่าผู้ชายที่เจอเมื่อคืนนั้นจะรู้ความลับของตัวเองเข้า ความลับที่เขาปกปิดมาตลอด ความลับที่ไม่เคยคิดที่จะบอกใคร

อากาศนั้นมีความพิเศษที่ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เหมือนใคร ชื่อของเขานั้นมาจากวันแรกที่ลืมตาดูโลก สภาพอากาศแปรปรวน พายุฝนตกกระหน่ำเข้าไม่หยุด เพื่อเป็นการแก้เคล็ดพ่อและแม่เลยตั้งชื่อเขาว่า อากาศ ที่มาจากชื่อเต็มว่าสภาพอากาศ

ตั้งแต่เด็กอากาศก็มีชื่อเรียกติดตัวมาตลอดว่า เด็กสายฝน เพราะทุกครั้งที่เขาร้องไห้ฝนมักจะตกอยู่เสมอ ซึ่งหลาย ๆ คนต่างก็ไม่ได้สงสัยอะไร คิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญแม้กระทั่งอากาศเองก็เชื่อแบบนั้น เขาไม่ชอบชื่อที่ทุกคนตั้งให้กับตัวเองเอามาก ๆ

จนกระทั่งอากาศเริ่มโตขึ้นเขาก็เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างว่า ตัวเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น เวลาเขาร้องไห้ฝนมักจะตกลงมา เมื่อเขาดีใจหรือมีความสุข ท้องฟ้ามักเปิดโล่ง อากาศเย็นสบาย ทุกที่ที่มีเขาอยู่สภาพอากาศมักแปรปรวนไปตามอารมณ์ที่อากาศรู้สึก

ตั้งแต่ที่อากาศรู้ความจริงเรื่องนี้เขาก็พยายามที่จะควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความเศร้าที่มักมาพร้อมกับพายุฝน เพราะอากาศไม่อาจบังคับได้ว่า ตอนที่เขาเศร้านั้นตัวเองจะไม่เสียใจมากจนทำให้เกิดพายุขึ้น

แต่เมื่อวานนี้คำพูดที่ผู้ชายคนนั้นพูดกับเขา ทำให้อากาศที่ไม่เคยร้องไห้มาตลอดหนึ่งปี ไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้ได้ เมื่อวานความเศร้าที่เขาเก็บกดมาตลอดหนึ่งปีอากาศได้ปลดปล่อยมันออกมาจนหมดไม่มีเหลือ

“ไม่รู้ว่าเจ้านั่นจะตื่นยังนะ”

“เฮ้ย...พายุ ตื่นสิวะไอ้พายุ” ภูเขย่าตัวเพื่อนสนิทตัวเองที่นอนถอดเสื้ออยู่นอกห้องนอนอย่างแรง

“งื้มม อย่ามายุ่งน่าไอ้ภู...” พายุพูดอย่างงัวเงียด้วยความง่วง ใช้มือปัดมือภูออกไปจากตัวเอง ก่อนที่จะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลก ๆ

“ไอ้ภู!” พายุลืมตาตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อนึกได้ว่า เมื่อคืนตัวเองไม่ได้เข้าไปนอนในห้องนอน แล้วทำไมภู เพื่อนสนิทตัวเองถึงมาปลุกเขาได้

“เออ กูภูเพื่อนมึงไง ไอ้นี่...มีที่นอนดี ๆ ให้นอนทำไมไม่นอน มานอนข้างนอกทำไม”

“รีบใส่เสื้อได้แล้ว หนาวขนาดนี้มึงจะถอดเสื้อทำไม มึงรู้ไหมว่า ทำคนในค่ายแตกตื่นกันไปหมดแล้ว”

“หมายความว่ายังไงวะ”

“ก็ที่นอนดี ๆ มีไม่นอน มึงดันมานอนอยู่ข้างนอกคนเดียว แถมยังถอดเสื้ออีก คนเขาแตกตื่นกันว่า มึงโดนผีแม่ม่ายหลอกให้มานอนด้วย”

พอได้ยินที่ภูอธิบายบอก พายุที่ยังงัวเงียก็ตื่นเต็มตามองไปรอบ ๆ จึงเห็นว่ารอบตัวไม่ได้มีภูเพื่อนตัวเองคนเดียว ยังมีคนในค่ายที่ทั้งคุณหน้าและไม่คุ้นหน้าอีกหลายคนกำลังชี้นิ้วชี้มือมาทางตัวเองพูดคุยกระซิบกันอยู่รอบ ๆ

พายุพึ่งมาสังเกตเห็นว่า คนที่เขาอยู่ด้วยเมื่อคืนนั้นหายตัวไปแล้ว เขาแน่ใจว่าคนที่เขาอยู่ด้วยเมื่อคืนนั้นคือคนเป็น ๆ แน่นอน ตอนที่อุ้มอีกฝ่ายเขายังสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่ายได้อยู่เลย เพราะงั้นไม่มีทางที่ผู้ชายเมื่อคืนจะเป็นผีไปได้ ความเป็นไปได้เดียวก็คืออีกฝ่ายพอตื่นขึ้นมาก็ทิ้งเขาไปเลย

“บ้าเอ๊ย! กลับห้องกัน” พายุสบถขึ้นรีบใส่เสื้อของตัวเองแล้วลากเพื่อนสนิทกลับห้องของพวกเขาอย่างไว

“นี่! พวกนายได้ยินกันไหม เขาว่าที่นี่เฮี้ยนมากเลยนะ มาวันแรกก็มีคนโดนผีแม่ม่ายสาวหลอกไปนอนด้วยแล้ว เห็นว่าตอนเช้ามีคนไปเห็นเขานอนอยู่คนเดียว แถมเสื้อก็ไม่ใส่ด้วย พวกแกก็ระวังกันด้วยนะ” ฟ้าใสเอ่ยถึงเรื่องที่เธอได้ยินพวกผู้หญิงในห้องพูดคุยกันให้เพื่อนได้ยิน

“จริงเหรอ น่ากลัวอะ ขออย่าได้เจอเลย” กายพูดเสียงสั่น มือลูบแขนที่ขนลุกซู่ของตัวเอง เขากลัวเรื่องผีสางแบบนี้มากที่สุด ยิ่งตอนนี้พวกเขาอยู่ในป่าในเขาด้วยยิ่งแล้วใหญ่

“พูดอะไรไร้สาระ ยุคนี้จะไปมีผีได้ไง” คิมเอ่ยเสียงดังอย่างไม่เชื่อ เขาเชื่อในวิทยาศาสตร์ เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้

“อากาศไม่ต้องกลัวนะ ถ้ามีผีมาจริง ๆ เราจะปกป้องอากาศเอง” โทหันไปยิ้มให้กับอากาศเอ่ยเสียงหวาน

“ขอบใจนะ แต่กูไม่กลัวหรอก” ไม่ใช่แค่ไม่กลัว แต่เขายังสงสัยว่า เรื่องที่ฟ้าใสเอามาพูดนั้นคือเจ้าคนเมื่อคืนหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเขาผิดหรือเปล่าที่ไม่ได้ปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น

“เลิกงมงายกันได้แล้ว เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็อย่าลืมไปเอาถังสีกันด้วยล่ะ อาจารย์แจ้งกูว่าวันนี้เราจะทาสีอาคารเรียนใหม่ให้กับโรงเรียนประจำหมู่บ้านนี้” คิมส่ายหัวเอ่ยบอกสิ่งที่อาจารย์แจ้งตัวเองให้กลุ่มเพื่อนทราบ ก่อนจะเดินไปกินข้าวเช้าที่มีคนในค่ายจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว

“นี่สีอะไรเนี่ย ทำไมกลิ่นมันแรงแบบนี้”

“ทนไปก่อนน่า มึงก็รู้ค่ายไม่ได้มีเงินเยอะ ถ้าอะไรประหยัดได้ก็ประหยัด”

“พวกมันไม่น่าลากกูมาเลย อากาศก็ร้อน ยังจะให้กูมาลำบากอีก”

“ถ้าอากาศเหม็นไปนั่งพักที่ตรงนู้นก่อนดีไหม เดี๋ยวโททำแทนเอง”

“อย่าพูดมากไอ้อากาศ รีบทาสีได้แล้ว จะได้เสร็จเร็ว ๆ มึงก็อย่าตามใจไอ้อากาศมากไอ้โท”

หลังจากกินข้าวเสร็จนักศึกษากลุ่มใหญ่ต่างก็พากันถือถังสีมาทาสีอาคารเรียนให้ดูเหมือนใหม่ สีที่ใช้ทาเป็นสีเกรดราคาถูก ทำให้อากาศเหม็นจนเวียนหัวบ่นไม่หยุด จนกระทั่งฟ้าใสขึ้นเสียงดุ จึงทำให้อากาศหุบปากลงได้ คนอื่นอาจไม่รู้วีรกรรมฟ้าใส แต่เขาและคิมนั้นรู้ดีขนาดสมัยมัธยมฟ้าใสยังล้มผู้ชายมาแล้วหลายคน

“มึงไปเอาไอติมที่ตู้แช่ของในค่ายมาไปอากาศ อากาศร้อนแบบนี้ให้เพื่อน ๆ ได้กินไอติมเย็น ๆ จะได้มีแรงทำงานกัน” คิมหาทางให้อากาศปลีกตัวออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้จักเพื่อนตัวเองดี

“ได้ งั้นเดี๋ยวกูจะรีบไปเอามาให้นะ” อากาศพอได้ยินว่าจะได้ออกห่างจากที่นี่ก็มีสีหน้าดีใจ วางแปรงทาสีแล้วรีบวิ่งไปทันที

“ให้กูไปช่วยนะอากาศ” โทเห็นก็วางแปรงจะไปช่วยอากาศถือไอติม

“มึงไม่ต้องไปไอ้โท แค่ไอติมสิบกว่าแท่ง อากาศมันถือเองไหวหรอกน่า มึงมานี่ มาช่วยกูทาสีนี่” ฟ้าใสที่มือไวคว้าคอเสื้อเพื่อนอย่างโทได้ทันท่วงที ลากให้อีกฝ่ายที่มีสีหน้าเศร้าไปทาสีที่ข้าง ๆ กัน

“ตกลงเมื่อคืนมึงออกไปดูดาวและฝนตก มึงเลยติดฝนอยู่ที่นั่นกับผู้ชายอีกคน” ภูเอ่ยถามย้ำในสิ่งที่เพื่อนตัวเองเล่า

“เออ อย่าให้กูรู้นะว่าเป็นใคร” ใบหน้าอีกฝ่ายเมื่อคืนนั้นพายุจดจำเอาไว้ในหัวแล้ว แม้เมื่อคืนจะมืด แต่ถ้าได้เจอกัน เขาจะต้องจำหน้าอีกฝ่ายได้แน่นอน

“แน่ใจนะว่าคนไม่ใช่ผี” ภูเอ่ยแซวเพื่อนสนิท

“คนแน่นอนไม่ใช่ผี กูยังจำไออุ่นจากร่างมันได้เลย อย่าให้เจอหน้านะ พ่อจะจับตีก้นซะให้ลายเลยคอยดู” ยิ่งพูดพายุยิ่งแค้น ทั้งที่เมื่อวานตัวเองช่วยอีกฝ่ายขนาดนี้ แค่ปลุกกันหน่อยก็ไม่ได้ ตอนนี้ข่าวเขาดังไปทั่วเลยว่า โดนผีแม่ม่ายสาวหลอกให้ไปนอนด้วย

“เห้ย! ไอ้หนูระวังรถ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   เกียร์อยู่ที่ใคร หัวใจก็อยู่ที่คนนั้น

    “นี่มึงยังไม่ได้ให้เกียร์กับพี่พายุอีกเหรอเนี่ย” วันนี้มาเรียน คิมเห็นอากาศยังสวมสร้อยเกียร์อยู่ก็แปลกใจ เพราะอากาศคบกับพี่พายุมาตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้ให้เกียร์กับพี่พายุอีกก็ไม่รู้“ทำไมกูต้องให้วะ” อากาศมองคิมอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมคิมถึงถามเรื่องแปลก ๆ แบบนี้ขึ้นมา เกียร์วิศวะนี้ทำไมเขาต้องให้พี่พายุด้วย“อากาศลืมไปแล้วเหรอ ให้เกียร์ก็คือให้ใจไง” กายได้ยินที่คิมพูดก็พึ่งสังเกตเหมือนกันว่า อากาศนั้นยังใส่เกียร์วิศวะอยู่ ดูเหมือนเพื่อนเขาจะลืมความหมายของเกียร์วิศวะไปแล้ว“เพื่อนกู ไม่อยากเชื่อเลยว่า พี่พายุไม่เคยขอเกียร์จากมึง สำหรับเด็กคณะวิศวะการให้เกียร์คนที่ตัวเองรักก็คือมอบหัวใจตัวเองไปให้อีกฝ่ายครอบครองไง” ฟ้าใสมองอากาศที่ยังไม่เข้าใจจึงอธิบายเพิ่ม“จริงด้วย ตอนนั้นรุ่นพี่ก็เคยบอกนี่หว่า กูลืมไปได้ยังไวะ” อากาศนึกออกได้ในทันที ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้สำหรับเด็กคณะวิศวะปีหนึ่งที่เข้ามาเรียน รุ่นพี่ปีต่างก็มักพูดถึงเรื่องเกียร์นี้ให้ฟัง คอยบอกเสมอว่าถ้า

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ทำเพื่อตัวเอง

    “เดี๋ยว... พูดให้มันชัดเจนก่อนสิ จะให้ช่วยอะไร” ฟ้าใสพูดเสียงดัง เธอยังไม่เข้าใจเลยว่าบีบีนั้นต้องการให้ช่วยอะไร น้ำเสียงอีกฝ่ายนั้นสั่นจนเธอไม่กล้าพูดแทรกได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ“มันวางไปแล้ว พวกมึงจะเอาไง” ฟ้าใสโชว์หน้ามือถือให้เพื่อน ๆ ดู แล้วสอบถามความเห็นของเพื่อนทั้งสาม“เราควรไปหาบีบีที่นั่นนะ แม้จะไม่รู้ว่าให้ช่วยจากอะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ” กายออกความเห็นเป็นคนแรก น้ำเสียงที่บีบีพูดออกมานั้นสั่นเครือฟังออกเลยว่าร้องไห้และกลัวจริง ๆ“พวกมึงจะไปก็ไป กูไม่เอาด้วยอะ มีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ โทรหาตำรวจก็จะได้ จะโทรมาหาพวกเราที่เลิกคบเป็นเพื่อนกันไปทำไม” คิมพูดขึ้นไม่เห็นด้วยกับกาย พวกเขาเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา ถ้าบีบีเดือดร้อนหรือมีปัญหาอะไรก็ควรโทรหาตำรวจไม่ใช่มาโทรหาพวกเขา“ที่คิมพูดก็มีเหตุผลเหมือนกัน แต่น้ำเสียงบีบีเหมือนไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ” ฟ้าใสได้ยินที่คิมพูดซึ่งก็ดูมีเหตุผลเหมือนกันทั้งกายและคิมต่างก็มีเหตุผลในมุมมองของตัวเอง แต่น้ำเสียงของบีบีที่โทรม

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ช่วยด้วย

    “มันเป็นใคร”“มึงบอกชื่อมันมาเลยนะ”“ทำเพื่อนกูท้องแล้วไม่รับผิดชอบ กูไม่ปล่อยมันไว้แน่”อากาศ กาย และคิมต่างก็ยิงคำถามใส่ฟ้าใส เรื่องใหญ่โตแบบนี้อากาศไม่สามารถเก็บเอาไว้กับตัวได้ เขาบอกเรื่องที่ฟ้าใสท้องให้กับเพื่อนในกลุ่มรู้ ก่อนที่วันนี้พวกเขาจะรวมตัวกันมาหาฟ้าใสที่มหาวิทยาลัย เพื่อถามหาว่าพ่อลูกในท้องอีกฝ่ายคือใคร“พวกมึงไม่ต้องบีบกูเลย ยังไงกูก็ไม่มีทางบอกพวกมึงหรอก” ฟ้าใสยกมือปิดหูแล้วพูดออกไปเสียงดัง จะให้เธอบอกออกไปได้ยังไงว่าพ่อในลูกคือไอ้โท“พี่พายุบอกพวกมึงมาใช่ไหม ไม่น่าเจอพี่พายุที่โรงพยาบาลเลย” ฟ้าใสบ่นขึ้น เธอไม่น่าเชื่อสัญญาที่พี่พายุให้ไว้เลย คนอย่างพี่พายุที่หลงอากาศจนโงหัวไม่ขึ้น คงไม่มีทางที่จะเก็บเรื่องของเธอเอาไว้แล้วไม่บอกอากาศได้หรอก“มึงไม่ต้องโทษพี่พายุ กูเป็นคนบังคับให้พี่พายุพูดเอง” อากาศไม่อยากให้ฟ้าใสโทษพี่พายุ เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ถ้าไม่มีคนไม่ประสงค์ดีส่งรูปนั้นมาให้เขา พี่พายุก็คงเลือกที่จะเก็บเงียบเรื่องใหญ่แบบนี้ไม่บอกเขา“

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   พี่พายุจะกลับจริงเหรอ

    “ฉันไม่หวังอะไรจากนายมาก หวังเพียงแค่นายจะรักและดูแลเอาใจใส่อากาศแทนความรักที่ฉันและแม่ไม่อาจมอบให้อากาศได้”“อึกก ฮื้อ ๆ”อากาศเก็บน้ำตาตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป เมื่อได้ยินเสียงที่พี่พายุบันทึกเอาไว้ เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าพ่อแม่นั้นสนใจตัวเองมากขนาดนี้ เขาคิดมาตลอดว่าพ่อแม่นั้นไม่ได้รักเขาเลย เพียงแค่ให้เขาเกิดมา และให้เงินใช้ไปวัน ๆ ก็เท่านั้นเขาไม่สนใจอีกต่อไปว่าการร้องไห้ของตัวเองจะทำให้ฝนตกลงมา เขาทำผิดกับพ่อและแม่ไปมาก ความรู้สึกผิดที่พรั่งพรูออกมาจากในอกทำให้เขาร้องไห้ไม่หยุดอากาศไม่รู้เลยว่าพ่อแม่คอยเฝ้ามองตัวเองมาตลอด เป็นเขาเองที่ปิดใจไม่เปิดรับความรักที่พวกท่านต้องการจะมอบให้“พ่อและแม่อากาศรักอากาศมากนะรู้ไหม” พายุมองอากาศที่ร้องไห้แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มโชคดีที่ตอนนั้นเขาแอบกดบันทึกเสียงเรื่องราวต่าง ๆ ตอนคุยกับคุณพ่ออากาศเอาไว้ เห็นอากาศเข้าใจพ่อและแม่ตัวเองมากขึ้นจนร้องไห้แบบนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจ และดีใจที่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแฟนกลับมารักกันได้ จนแอบมอบตำแหน่งว่าที่ลูกเขยดีเ

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   เคลียร์ใจ

    “เมื่อคืนเผลอหลับไปสินะ” อากาศตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เมื่อคืนนี้เขาร้องไห้เป็นเวลานาน ร้องจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวพอได้ปลดปล่อยด้วยการร้องไห้ อากาศก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาควรที่จะทำยังไงต่อไปดี จะถามพี่พายุไปตรง ๆ เลยดีหรือเปล่าว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร“โอ๊ยย ปวดหัวเว้ย ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วยวะ”อากาศคิดมากจนไม่อยากที่จะคิดอีกต่อไป เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อลงไปกินข้าวข้างล่างก่อน ตอนนี้พ่อและแม่เขาก็คงออกไปทำงานกันแล้ว บ้านหลังใหญ่โตในเวลานี้กลับเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน เพราะงั้นอากาศจึงไปเช่าห้องอยู่ใกล้มหา’ ลัยแทน“หื้มม พ่อยังไม่ไปทำงานเหรอ” อากาศลงบันไดมาเห็นพ่อนอนอยู่บนโซฟาก็แปลกใจ เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อเขาไม่เคยไปทำงานสายเลย“พี่พายุมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แถมยังใส่เสื้อพ่ออีก” อากาศรู้สึกว่าพ่อตัวเองดูล่ำขึ้นจึงเดินมาดูใกล้ ๆ ด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเห็นใบหน้าพี่พายุแฟนตัวเองใส่ชุดพ่อเขากำลังนอนหลับอยู่ที่พูดว่าจะให้เวลาเขาก็คงจะพูดไปอย่างงั้น เพราะไม่

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ไปไกลๆ

    “ทำไมไม่เปิดไฟล่ะครับอากาศ อยู่มืด ๆ สายตาจะเสียเอานะครับ” พายุเข้าห้องมาตอนแรกนึกว่าคนน้องออกไปข้างนอกซะอีก เพราะภายในห้องนั้นไม่ได้เปิดไฟเอาไว้ ก่อนจะเดินมาเห็นคนน้องนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องมืด ๆตอนแรกเขากะออกไปข้างนอกเพียงแป๊บเดียว แต่อาจารย์ดันชวนคุยขึ้นมา กว่าเขาจะกลับมาคอนโดก็มืดค่ำแล้ว“ทำไมพี่พายุไม่รับโทรศัพท์ครับ” อากาศนั่งกุมมือตัวเองแน่นเอ่ยถามคนพี่เสียงต่ำ“พอดีแบตมือถือพี่หมดน่ะครับ” พายุนิ่งคิ้วขมวดเล็กน้อย รับรู้ได้ถึงความผิดปกติจากอากาศ พลางมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้าตั้งแต่เขาเข้ามาอย่างไม่เข้าใจ“วันนี้พี่ไปที่ไหนมาครับ”“พี่ไปหาอาจารย์มาครับ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับอากาศ”อากาศใจสั่นไปหมด ถึงขนาดนี้แล้วพี่พายุกลับยังไม่ตอบความจริงมาอีก ยังจะมาโกหกว่าไปหาอาจารย์อีก ทั้งที่ตัวเองนั้นไปโรงพยายาลกับผู้หญิงมาแท้ ๆ“วันนี้ผมจะกลับบ้านนะครับ” อากาศใจไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับพี่พายุในตอนนี้ เขาอยากกลับบ้านตัวเองเพื่อไปเตรียมใจก่อน จากนั้นก็ลุกขึ้นจากโซฟาเด

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ให้โอกาสอีกรอบ

    “ทำไมนายมาช้านักล่ะ พี่หิวจะแย่แล้วเนี่ย” ทันทีที่เปิดประตูห้องออกแล้วเห็นหน้าคิมภูก็พูดโพล่งออกมา เขารอให้คิมมากินข้าวเย็นด้วยกันตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนี้เขาหิวมากขนาดไหน“โทษทีครับ พอดีรถมันติดนี่ ผมก็รีบซิ่งมาเท่าที่จะรีบได้แล้วนะ” คิมยก

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   เป็นเกย์

    “อะ อ๊า โอ๊ย ที่นี่...คือที่ไหน โอ๊ยยย ปวดระปมไปทั้งตัวเลย”อากาศเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ปวดระบมไปทั้งตัว แทบไม่มีแรงที่จะขยับแขนขาเลย เขาพบว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ที่กระท่อมแล้ว พอลองมองสำรวจสถานที่ดูดี ๆ ดูเหมือนเขาจะอยู่ที่เต็นท์พยาบาล ความทรงจำล่าสุดที่ตัวเองจำได้ก็คือ เขานั่งพูดคุยกับพี่พายุอยู่ที่ก

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ทำแผล

    พายุเห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งไปเก็บบอลที่ถูกเตะขึ้นไปบนถนน ขณะที่เลนบนถนนนั้นกำลังมีรถวิ่งด้วยความเร็ว เขาหน้าซีดรีบวิ่งเข้าไปหาเด็กคนนั้น แม้ภายในใจเขาจะรู้ว่ามันไม่ทันแน่ ๆ แต่เขาก็หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ ทำให้เขาวิ่งไปดึงตัวเด็กคนนั้นได้ทัน“ไอ้เด็กบ้า! หัดดูตาม้าตาเรือบ้าง ไอ้เด็กนี่!”“เห้ย! ไอ้ลุงนี่

  • สภาพอากาศกำลังมีความรัก   ฝนกระหน่ำ

    “ไอ้อากาศอย่าอยู่นิ่งสิ มึงรีบมาช่วยกันขนของเร็ว” ฟ้าใสหญิงห้าวหนึ่งเดียวรีบเร่งเพื่อนสนิทที่ยืนเหม่อมองท้องฟ้าให้มาช่วยงาน“รู้แล้ว ๆ พวกมึงนี่นะ รู้ทั้งรู้ว่ากูพึ่งอกหักยังจะลากกูมาเข้าค่ายอาสาในที่ห่างไกลแบบนี้อีก” อากาศรีบละสายตาจากท้องฟ้าเข้าไปช่วยฟ้าใสขนย้ายสัมภาระที่พวกเขาขนกันมามากมายลงจากร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status