LOGINเช้าวันใหม่อันสดใส ทว่าบราลีกลับตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย เพราะค่ำคืนที่ผ่านมาเธอนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ผวาตื่นขึ้นมากลางดึกหลายครั้งเนื่องจากเหตุการณ์เลวร้ายได้ตามมาหลอกหลอนถึงในความฝัน
ในฝันนั้นเธอโดนไตรภพตามคุกคามจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน พอรอดมาได้ก็เจอกับศัลยแพทย์
โรคจิตที่ถือมีดผ่าตัดวิ่งไล่ เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาเธอทั้งเหนื่อยและหวาดกลัวราวกับเหตุการณ์ในฝันนั้นเกิดขึ้นจริงบราลีลืมตาตื่นขึ้นมานอนนิ่งอยู่บนเตียง พลางจ้องมองเพดานสีขาวสะอาดตาอยู่นาน กว่าจะรวบรวมสติสตังที่กระจัดกระจายเพราะฝันร้ายมารวมกันได้
ร่างบางพาตนเองลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวหวังจะให้สดชื่นขึ้นมาได้บ้าง ทว่าสุดท้ายเธอก็ลงมานั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องครัว ระหว่างรอคุณรสรินผู้เป็นมารดาเตรียมมื้อเช้า
คนเป็นแม่หันมองลูกสาวคนสวยเป็นระยะ พอเห็นบราลีถอนหายใจทิ้งไปเสียหลายครั้ง ท่านก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“เบลล์”
“…”
“น้องเบลล์”
“…”
คุณรสรินเรียกลูกสาวด้วยเสียงที่ดังขึ้น ทว่าบราลีก็ยังคงไม่ได้ยิน ท่านจึงวางมือจากหน้าเตาเดินเข้ามาประชิดตัวลูกสาว
“น้องเบลล์” คุณรสรินเอ่ยเรียกอีกครั้งพร้อมยกมือขึ้นสะกิดไหล่บอบบาง
“อุ๊ย แม่ เบลล์ตกใจหมด”
“ก็แม่เรียกตั้งหลายครั้งแล้ว หนูก็เอาแต่นั่งเหม่อ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก” คุณรสรินเอ่ยถามลูกสาวด้วยความห่วงใยพลางมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ดูเหนื่อยล้า
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่เบลล์ก็แค่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
หญิงสาวหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ด้วยไม่อยากให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจ ทว่านั่นกลับยิ่งทำให้ท่านจ้องมองใบหน้าของลูกสาวด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ก่อนที่ท่านจะชะงักไปเล็กน้อย
“นี่อย่าบอกนะว่าคนบ้านนั้นเขามาวุ่นวายกับลูกอีกแล้ว”
สิ้นเสียงของคุณรสรินใบหน้าของท่านก็ฉายแววความเครียดให้เห็นอย่างชัดเจน
‘คนบ้านนั้น’ ที่ท่านกล่าวถึงแม้จะไม่ใช่คนอื่นไกลทว่าก็เป็นคนที่สองแม่ลูกไม่อยากข้องแวะด้วยอีกเลยตลอดชีวิต
ครอบครัวของบราลี เคยอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนพ่อแม่ลูก แต่แล้ววันหนึ่งคุณรสรินก็ได้พบความจริงอันแสนเจ็บปวดว่าสามีของท่าน หรือก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของบราลีได้แอบไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่ทางครอบครัวต่างเห็นดีเห็นงามด้วยอย่างออกหน้าออกตา
นับตั้งแต่วันนั้นคุณรสริน ก็ได้ตัดขาดจากสามีและหอบลูกสาวในวัยแปดขวบออกมาอยู่กันเพียงลำพังสองคนแม่ลูก
ถึงแม้ว่าตอนนั้นบราลีจะยังเด็กแต่เธอก็จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแจ่มชัด ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดที่มารดาของเธอได้รับ หรือแม้แต่กระทั่งแผ่นหลังของผู้เป็นบิดาที่เคยรักเธอมากกว่าสิ่งใดเดินจากไปอย่างง่ายดาย และไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับมามองลูกสาวคนนี้เลย
แม้ว่าเธอและแม่จะตัดขาดกับทางครอบครัวฝ่ายบิดามานานหลายปีแต่ก็ยังไม่วายถูกภรรยาใหม่ของเขาตามรังควานอยู่บ่อยครั้งด้วยความที่บิดาของเธอยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ อีกทั้งภรรยาใหม่ก็มีนิสัยหวาดระแวงคอยตามรังควานผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาข้องแวะซึ่งนั่นก็ทำให้บราลีและแม่พลอยโดนลูกหลงไปด้วย
“ไม่ใช่นะคะแม่” บราลีรีบปฏิเสธพัลวันเมื่อมารดาเข้าใจผิดไปไกล
“แน่ใจนะลูก”
เมื่อมารดายังคงมีสีหน้ากังวล กลัวว่าลูกสาวจะถูกระรานแล้วเก็บเงียบเอาไว้ บราลีจึงจำต้องบอกความจริงครึ่งหนึ่งเพื่อให้คุณรสรินคลายความกังวล
“คืองี้ค่ะแม่ เมื่อคืนเบลล์ไปงานแต่งพี่ปลื้มแล้วบังเอิญไปเจอไอ้พี่ภพ มันมาตามตื๊อเบลล์ เบลล์ก็เลยต้องหนีกลับมา” บราลีเล่าถึงเพียงแค่ตรงนี้ โดยไม่แพร่งพรายเรื่องที่โดนลวนลามในห้องน้ำ เพราะกลัวว่ามารดาจะตระหนกตกใจ ซึ่งนั่นก็เพียงพอให้ท่านเลิกคิดเรื่องก่อนหน้าไปได้
“ตายจริง เลิกกันไปตั้งนานแล้วยังจะตามรังควานกันอีกเหรอ เฮ้อ…คนเรานี่ก็จริง ๆ”
“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ หลังจากนี้ก็คงไม่ได้เจออีกแล้ว ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยตามตื๊อเบลล์ คงเป็นเพราะบังเอิญเจอก็เลยอยากจะลองหยั่งเชิงดูมั้งคะ คงคิดว่าเบลล์จะใจอ่อน”
“อืม ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีลูก แต่เบลล์ก็ต้องระวังตัวนะลูก”
“ค่ะแม่” บราลีพยักหน้ารับพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า
“งั้นเรามาทานข้าวกันดีกว่า วันนี้แม่เตรียมชาอู่หลงไว้ด้วย เดี๋ยวแม่ใส่กระบอกเก็บความร้อนให้นะ หนูจะได้เอาไว้ดื่มระหว่างวัน” คุณรสรินว่าพลางยกชามโจ๊กหมูใส่ไข่มาวางลงตรงหน้าลูกสาว
“ขอบคุณนะคะแม่ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่างเลย”
“จ้า เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นทานโจ๊กให้หมดชามแม่จะดีใจมากกว่า”
“รับทราบค่ะ”
สิ้นเสียงหวาน บราลีก็ตั้งหน้าตั้งตารับประทานโจ๊กฝีมือมารดาอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีคุณรสรินจ้องมองด้วยความเอ็นดู
หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา
วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย
และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี
หลังจากสองแม่ลูกเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย กิตติชัยก็ขับรถพาทั้งคู่ย้อนกลับมายังบ้านของเขาที่เพิ่งแวะเข้าไปมาเมื่อช่วงเย็น กว่าจะเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดห้องให้แขกคนสำคัญ จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ด้านศัลยแพทย์หนุ่ม เมื่อส่งสองแม่ลูกเข้าห้องเรียบร้อย ก็ลงมายังห้องนั่งเล่นและรีบต่อสายหารองผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เพื่อให้ท่านช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจากกิตติชัยเป็นห่วงสวัสดิภาพของแฟนสาวและมารดา อยากให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อหานักสืบมือดีที่เคยใช้บริการ จ้างวานให้สืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง “หมอคะ น้าขอเข้าไปได้ไหม” คุณรสรินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ด้วยความไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่โตที่หรูหราโอ่อ่าเช่นนี้ “ตามสบายเลยครับน้าริน คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเลยครับ” “จะให้น้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ แค่นี้น้าก็เกรงใจจะแย่” คุณรสรินว่าพลางเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกิตติชัย
เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ท่ามกลางการจราจรหนาแน่น กิตติชัยขับรถไปรับบราลีหลังเลิกงานตามปกติ ทว่าแทนที่จะพากลับบ้านทันที ชายหนุ่มพาแฟนสาวแวะที่แห่งหนึ่งก่อน โดยจุดหมายปลายทางนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกและบ้านของเธอเท่าไรนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงที่หมาย รถแอสตันมาร์ตินคันงามเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างอาคารพาณิชย์ขนาดห้าคูหาที่ถูดปิดเอาไว้ราวกับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทว่าด้านหลังของตึกแถวทั้งห้าห้องเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่กินพื้นที่เข้าไปลึกสุดลูกหูลูกตามีรั้วรอบขอบชิดที่สูงตระหง่านจนแทบมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่รถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดหน้าประตูรั้ว บานประตูทั้งสองด้านก็ค่อย ๆ เปิดแยกออกจากกัน จากนั้นซูเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ด้านหน้าถนน ดวงตาคู่งามสะดุดเข้ากับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวชอุ่มหลากหลายชนิด “ที่นี่บ้านใครคะ?” “บ้านพี่เองครับ หลังใหญ่นั่นคือบ้านที่พี่เคยอยู่กับอาม่า ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพิ่งจะมารีโนเวทไปเมื่อเดือน







