Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-09-21 15:29:43

“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! เบา ๆ สิมึง มือหรือตีนวะ แรงเยอะฉิบหาย”

          นายแพทย์กิตติชัย จึงสิริไพโรจน์ เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังกำลังนั่งหมดสภาพ พร้อมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก อีกทั้งยังเป็นพี่ชายเจ้าสาวกำลังใช้ถุงน้ำแข็งประคบลงบนศีรษะของคนที่เพิ่งจะโดนสมาร์ตโฟนทุบมาหมาด ๆ ทำเอากิตติชัยสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง

          “นี่กูก็เบาแล้ว ดีนะที่หัวไม่แตก แดกเหล้าไม่พอ เสือกห้าวอยากแดกตีน เป็นไงล่ะ” ปฐวีโคลงศีรษะพร้อมความรู้สึกสมเพชเวทนาเพื่อนรัก

          หลังจากเกิดเหตุชุลมุนในห้องน้ำหญิง บรรดาไทยมุงก็แห่แหนกันไปมุงดูเหตุการณ์ และก็เป็น

โชคดีที่มีแขกในงานคนหนึ่งจำกิตติชัยได้ และช่วยหิ้วปีกศัลยแพทย์หนุ่มออกมาด้านนอก จนกระทั่งมาเจอกับปฐวีที่อยู่หน้างาน

          สภาพของกิตติชัยทำเอาครอบครัวบ่าวสาวตื่นตกใจกันถ้วนหน้า ปฐวีเห็นท่าไม่ดีเกรงว่าจะทำให้บรรดาแขกเหรื่อคนอื่นตกใจไปด้วย จึงรีบรับช่วงต่อหิ้วเพื่อนรักเข้ามาในห้องพักที่ได้จองเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน

ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาจริง ๆ

          กิตติชัยที่กำลังนั่งมึนงง พอโดนปฐวีด่าเข้าให้ก็หันขวับมาเถียงคอเป็นเอ็น

          “ก็กูเมา ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปในนั้นโว้ย”

          “แล้วตกลงมึงเมาถึงขนาดเข้าไปลวนลามผู้หญิงในห้องน้ำเลยเหรอวะ” ปฐวีที่ได้ฟังเสียงซุบซิบนินทามาก่อนหน้าก็โพล่งออกมาด้วยความข้องใจ

          “ไม่ใช่เว้ย มันเป็นอุบัติเหตุ”

          ปฐวีหรี่ตามองอย่างชั่งใจ เพราะลึก ๆ แล้ว เขาก็ไม่เชื่อว่ากิตติชัยจะทำอะไรแบบนั้น

ปฐวีรู้จักกิตติชัยมาตั้งแต่เล็กจนโต แม้ว่าเพื่อนรักจะชอบเที่ยวสถานบันเทิง และเรียกเด็กเอ็นสาว ๆ มานัวเนียใกล้ชิด ทว่านั่นเป็นวิธีคลายเครียดอย่างหนึ่งเท่านั้น

หากในยามปกติ กิตติชัยถือว่าเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง อีกทั้งยังวางตัวดีมาโดยตลอด

          “แล้วเรื่องมันเป็นไงมาไง ทำไมมึงถึงได้กลายเป็นไอ้บ้ากามได้”

          “กู...ก็จำได้ลาง ๆ ว่ากูปวดฉี่ เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินชนเขา แล้วก็ล้มลงไปทับ พอกูพยายามจะลุกก็ล้มลงไปทับอีก กูน่าจะทับเขาสองครั้งได้มั้ง” ปฐวีได้ฟังก็เอามือข้างหนึ่งกุมขมับ พร้อมยกมืออีกข้างขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม

          “พอ ๆ ที่มึงพูดมากูคิดดีไม่ได้เลย”

          “…”

กิตติชัยผู้ตกเป็นจำเลยสังคมได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าเครียด ภาพใบหน้างดงามของหญิงสาวในห้องน้ำยังคงติดตรึงในความทรงจำ และยิ่งไปกว่านั้นคือดวงตาคู่สวยที่จ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวพร้อมหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ ทำเอา

กิตติชัยอดรู้สึกผิดไม่ได้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจ ทว่าก็เป็นเพราะการดื่มอย่างไม่ประมาณตนจนเมา

หัวราน้ำ ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น

          “แล้วมึงจะเอายังไง” ปฐวีที่เห็นเพื่อนรักเงียบไปเอ่ยถามขึ้น

          “กูอยากไปขอโทษเขา”

          “มึงรู้จักเขาเหรอ”

          “ไม่รู้จัก แต่กูจำหน้าเขาได้”

          ปฐวีนิ่งคิดไปชั่วขณะ ถึงแม้ว่าจะจำหน้าได้ ทว่าแขกที่มาร่วมงานนับพันคน หากไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม การตามหาตัวนั้นก็เป็นเรื่องยากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร

          “เอางี้ เดี๋ยวกูให้ทางโรงแรมเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด น่าจะเป็นแขกของใครสักคนในครอบครัวกูกับไอ้กันต์นี่แหละ มึงอาบน้ำพักผ่อนไปเหอะ คืนนี้นอนที่นี่แหละจะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก”

          เมื่อโดนแซะเข้าไปอีกหนึ่งดอก กิตติชัยหันขวับมองเพื่อนรักตาเขียวปั้ด ทว่าปฐวีก็หาได้สนใจ ชายหนุ่มรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

          พอได้อยู่เพียงลำพัง กิตติชัยก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ พลางจ้องมองเพดานด้วยดวงตาเหม่อลอย

          ชายหนุ่มยกมือหนาสองข้างขึ้นจดจ้องอยู่นานสองนาน มือคู่นี้ที่ได้สัมผัสเรือนร่างอรชร อีกทั้งกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวที่ยังคงอยู่ในความทรงจำไม่จางหาย เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความรู้สึกที่กึ่งกลางกายก็เริ่มก่อตัวขึ้น

          “เชี่ย! คิดบ้าอะไรอยู่วะ หรือว่ากูบ้ากามจริง ๆ” เสียงทุ้มก่นด่าตัวเองพร้อมใช้มือหนาข้างหนึ่งตบหน้าผากเรียกสติ

          กิตติชัยพยายามขับไล่ความคิดด้านมืดนั้นออกไป ด้วยการพยายามตั้งสมาธิและกำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ

          ทว่าพอหลับตาลงภาพใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาก็แล่นเข้ามาตอกย้ำ ทำเอาชายหนุ่มนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับลงได้ในที่สุด

          เช้าวันต่อมา กิตติชัยถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงแผดร้องของสมาร์ตโฟนเครื่องหรู ชายหนุ่มตะเกียกตะกายขึ้นมาควานหาอุปกรณ์สื่อสารที่ส่งเสียงดังน่ารำคาญ พอคว้ามาได้กดก็ปิดและล้มตัวลงนอนต่อ

          ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาคว้ามันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนยกขึ้นหรี่ตามองบนหน้าจอสี่เหลี่ยม เมื่อเห็นว่าเป็นปฐวี เขาจึงกดรับ

          “มึงจะโทรมาทำไมแต่เช้าวะ”

          [กูจะโทรมาบอกว่ามึงซวยแล้ว]

          “มึงพูดเรื่องอะไร”

          [เรื่องผู้หญิงที่มึงลวนลามเมื่อคืน]

          “ก็กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้ลวนลาม…” กิตติชัยว่าพลางยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมดกดำอย่างไม่

สบอารมณ์ ก่อนจะชะงักและลุกพรวดขึ้นนั่ง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง “มึงว่าไงนะ มึงรู้แล้วเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร”

          [เออ]

          “ใครวะ”

          [ผู้ช่วยยัยปลื้ม แล้วก็เป็นรุ่นน้องสมัยเรียน ยัยปลื้มทั้งรักทั้งเอ็นดูเด็กคนนี้มาก….] ปฐวีลากเสียงยาวเพื่อเป็นการเน้นย้ำว่าเด็กสาวคนนี้มีความสลักสำคัญต่อปรียาดามากเพียงใด

          “ฉิบหาย”

          [ตอนนี้ยัง แต่ถ้ายัยปลื้มรู้มึงฉิบหายของแท้แน่ ทางที่ดีมึงรีบไปขอโทษน้องเบลล์ และปรับความเข้าใจกันให้เรียบร้อย]

          “แล้วกูต้องไปหาน้องเขาที่ไหน”

          [ไปที่มูลนิธินั่นแหละ ช่วงนี้ยัยปลื้มไม่ค่อยได้เข้าไปหรอก]

          “เออ ๆ กูขอบใจมาก”

          ว่าจบกิตติชัยก็รีบตัดสายโดยที่ยังไม่ได้กล่าวร่ำลา ก่อนที่เขาจะถลาลงจากเตียงด้วยความ

รีบร้อน

          “น้องเบลล์ น้องเบลล์ รอพี่ก่อนนะ พี่จะรีบไปขอขมาลาโทษ”

          ศัลยแพทย์หนุ่มพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน ระหว่างนั้นก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ไถสมาร์ตโฟนเครื่องหรูเพื่อดูตารางนัดคนไข้ของ Dr.Kit Clinic เมื่อเห็นว่าช่วงเช้าไม่มีคิว เขาก็รีบอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด ก่อนจะรีบลงไปเช็กเอาต์

          จากนั้นศัลยแพทย์หนุ่มก็ควบซูเปอร์คาร์คู่ใจมุ่งหน้าสู่มูลนิธิเปรมปรีดิ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   ตอนพิเศษ (จบ)

    หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   บทที่ 26

    วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   บทที่ 25

    และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   บทที่ 24

    ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   บทที่ 23

    หลังจากสองแม่ลูกเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย กิตติชัยก็ขับรถพาทั้งคู่ย้อนกลับมายังบ้านของเขาที่เพิ่งแวะเข้าไปมาเมื่อช่วงเย็น กว่าจะเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดห้องให้แขกคนสำคัญ จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ด้านศัลยแพทย์หนุ่ม เมื่อส่งสองแม่ลูกเข้าห้องเรียบร้อย ก็ลงมายังห้องนั่งเล่นและรีบต่อสายหารองผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เพื่อให้ท่านช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจากกิตติชัยเป็นห่วงสวัสดิภาพของแฟนสาวและมารดา อยากให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อหานักสืบมือดีที่เคยใช้บริการ จ้างวานให้สืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง “หมอคะ น้าขอเข้าไปได้ไหม” คุณรสรินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ด้วยความไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่โตที่หรูหราโอ่อ่าเช่นนี้ “ตามสบายเลยครับน้าริน คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเลยครับ” “จะให้น้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ แค่นี้น้าก็เกรงใจจะแย่” คุณรสรินว่าพลางเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกิตติชัย

  • สมมุติว่าถ้าเราจะรักกัน   บทที่ 22

    เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ท่ามกลางการจราจรหนาแน่น กิตติชัยขับรถไปรับบราลีหลังเลิกงานตามปกติ ทว่าแทนที่จะพากลับบ้านทันที ชายหนุ่มพาแฟนสาวแวะที่แห่งหนึ่งก่อน โดยจุดหมายปลายทางนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกและบ้านของเธอเท่าไรนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงที่หมาย รถแอสตันมาร์ตินคันงามเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างอาคารพาณิชย์ขนาดห้าคูหาที่ถูดปิดเอาไว้ราวกับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทว่าด้านหลังของตึกแถวทั้งห้าห้องเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่กินพื้นที่เข้าไปลึกสุดลูกหูลูกตามีรั้วรอบขอบชิดที่สูงตระหง่านจนแทบมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่รถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดหน้าประตูรั้ว บานประตูทั้งสองด้านก็ค่อย ๆ เปิดแยกออกจากกัน จากนั้นซูเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ด้านหน้าถนน ดวงตาคู่งามสะดุดเข้ากับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวชอุ่มหลากหลายชนิด “ที่นี่บ้านใครคะ?” “บ้านพี่เองครับ หลังใหญ่นั่นคือบ้านที่พี่เคยอยู่กับอาม่า ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพิ่งจะมารีโนเวทไปเมื่อเดือน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status