Masuk“พี่ธี เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง” เสียงทุ้มเรียบทำให้ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน วีรวัฒน์เดินมาหยุดข้างปัญชิตา ก่อนรับขวดไวน์จากมือเธอไปถือเอง
“หวง?” ธีรภัทรเลิกคิ้วนิดๆ อย่างรู้ทัน
“ครับ” วีรวัฒน์ตอบรับด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“......” คำตอบตรงเกินไปจนปัญชิตาแทบสำลักลมหายใจตัวเอง ธีรภัทรหัวเราะเบาๆ ส่วนคนข้างกายเธอกลับดึงเก้าอี้ออกให้ ก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง
“นั่งกินข้าวเถอะคุณปัญ”
หญิงสาวนั่งลงเงียบๆ แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่หยุด เพราะนี่เป็นครั้งแรก.....ที่เธอรู้สึกว่าวีรวัฒน์ไม่ได้มองเธอในฐานะเลขา
หลายชั่วโมงต่อมา หลังจากพิธีและจบช่วงเวลากินเลี้ยงที่บ้าน วิริญญาจัดการพาทุกคนไปเลี้ยงฉลองที่โรงแรม เธอต้องตามไปในฐานะคู่ควงของวีรวัฒน์ไปโดยปริยาย จนเมื่อแยกย้ายกันกลับ หญิงสาวนั่งเงียบมาตลอดทางจนกลับถึงคอนโด แม้แต่ตัววีรวัฒน์เองก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว
“ขอบคุณค่ะ” ปัญชิตาเอ่ยขอบคุณตามความเคยชินก่อนจะก้าวลงจากรถ
“อืม พรุ่งนี้ผมมารับ” เขาบอกกึ่งสั่ง
“คะ? ฉันไปเองดีกว่าค่ะ” หญิงสาวอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้
“ผมสั่ง” ชายหนุ่มไม่ยอมให้ขัดใจเหมือนทุกครั้งที่เขาบอกเธอ
“.....ค่าๆ” เธอถอนหายใจเบาๆก่อนขานรับ
หญิงสาวปิดประตูรถยนต์คันหรูอย่างเบามือก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์และหายไปหลังจากนั้นไม่กี่วินาที วีรวัฒน์รอจนเธอหายลับตาไปถึงจะเคลื่อนตัวออกมา ยตาคมดุมีแววครุ่นคิดอย่างเห็นได้ชัด
หลายวันต่อมา
‘คุณปัน เข้ามาพบผมหลังเลิกงานด้วยนะ เอากระเป๋าเข้ามาเลย’ เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นหลังจากที่หญิงสาวกดรับสายในช่วงพักเที่ยง
“ค่ะ” เธอตอบรับแล้วกดวางสายแทบจะทันที
“มีอะไรเหรอ” พิมพ์พิศาถามสาวรุ่นน้องหลังจากเคี้ยวอาหารในปากหมดแล้ว
“สงสัยงานจะเข้าอีกแล้วพี่พิมพ์” ปัญชิตาเบะปากงอแง
“เอาน่า เราเป็นหัวหน้าทีมเลขานี่ ทำไงได้ล่ะ สู้ๆนะยัยหนู พี่เอาใจช่วย” พิมพ์พิศาส่งยิ้มเอ็นดู
“โถ่ ปันอยากกลับบ้านเร็วบ้างอะ วันหยุดก็ไม่ได้หยุดอยู่บ้านด้วยซ้ำ” หญิงสาวบ่นพึมพำแต่ก็ดังพอให้พิมพ์พิศาได้ยิน
“หืม?” สาวรุ่นพี่เลิกคิ้วเชิงถาม
“ก็.....ช่างเถอะค่ะ พี่พิมพ์ ปันเหนื่อยจังเลย ลาพักร้อนดีไหม” เธอถามทีเล่นทีจริง
“สงสัยคงต้องพักไป รับสายไป เปิดคอมไปนั่นแหละจ้ะ” พิมพ์พิศาหัวเราะเบาๆ
“พี่พิมพ์อะ ใจร้ายจัง” ปัญชิตาเบะปากอีกครั้งก่อนหัวเราะออกมา
หลังจากใกล้ถึงเวลาเข้างาน สองสาวพากันกลับขึ้นชั้นบน เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วตามประสาหญิงสาวดังในห้องเลขา จนเมื่อถึงเวลาทำงานเสียงพูดคุยในห้องก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงกดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ดังเป็นระยะแต่ต่อเนื่อง
เช้าของหลายวันต่อมา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความคึกคักกว่าทุกวัน หลังจากใช้เวลาพักผ่อนและดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขของการเป็นคู่บ่าวสาวมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่วีรวัฒน์และปัญชิตาต้องเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯด้านหน้าบ้านมีรถยนต์หรูสองคันจอดรออยู่ โดยคันหนึ่งเป็นรถของวีรวัฒน์กับปัญชิตา ส่วนอีกคันเป็นรถของธีรภัทรและพรีญาภัส พี่ชายของวีรวัฒน์และภรรยาที่จะเดินทางกลับพร้อมกันธาดากับวิริญญา เดินทางกลับไปตั้งแต่เสร็จจากงานได้ 2 วัน เพราะต้องรีบบินกลับไปทำงานต่อ“ของครบหรือยังครับคุณภรรยา” วีรวัฒน์เอ่ยถาม ขณะเดินถือกระเป๋าใบสุดท้ายออกมาจากตัวบ้าน“ครบแล้วค่ะ คุณสามีไม่ต้องห่วง” ปัญชิตาที่กำลังตรวจดูสัมภาระอีกครั้งหันกลับมายิ้ม“ได้ยินแล้วชื่นใจจัง” คำเรียกแทนตัวที่เปลี่ยนไปตามสถานะทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นทันที“อะไรคะ”“ก็คุณภรรยาเรียกผมว่าคุณสามีนี่ครับ”ปัญชิตาส่ายหน้าอย่างเขิน ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างเขา ไม่นานสมาชิกในครอบครัวและคนสนิทที่มารวมตัวกันเพื่อส่งทั้งสองคู่ก็ทยอยออกมายืนบริเวณหน้าบ้านธีรภัทรเดินออกมาพร้อมพรีญาภัส ก่อนจะหันไปมองน้องชายกับน้องสะใภ้ที่ยืนอยู่ไม่ไก
“ร้องดังๆสิที่รัก บอกฉันว่าชอบโดนแรงๆแบบนี้”“ชอบค่ะ.....ชอบโดนแรงๆ.....อ๊าาาาาา.....แรงกว่านี้อีก”มุมปากหยักยกยิ้มพอใจที่เธอตามใจเขาสุดๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น ดุ้นหนาดันทะลวงเข้าไปสุดลำ มือหนาตบบั้นท้ายกลมเป็นจังหวะทุกครั้งที่กระแทกเข้าแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สะใจเขามากพอ วีรวัฒน์อุ้มปัญชิตาขึ้นจากเตียงอย่างง่ายดาย ร่างกายเธอสั่นระริกจากความเสียว เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องน้ำหรูหราข้างห้องนอน แสงไฟสีอบอุ่นสลัวๆทำให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนเขาวางเธอลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วกดตัวเธอให้ยืนโน้มไปด้านหน้า มือทั้งสองข้างเกาะเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไว้แน่น“ยืนนิ่งๆ.....อย่าขยับ” เขาสั่งเสียงกร้าวหญิงสาวยังหอบหายใจ ก้นแดงช้ำจากรอยตบก่อนหน้านี้ยังคงร้อนผ่าว เธอมองภาพตัวเองในกระจกที่ใบหน้าแดงก่ำ มือหนาเปิดลิ้นชักเก็บของแล้วหยิบดิลโด้สีดำเงา ออกมา หนาและมีเส้นเอ็นนูน ขนาดใหญ่ไม่แพ้ของเขา“คืนนี้.....เราจะใช้ของเล่นด้วยนะที่รัก แบบที่ฉันและเธอเล่นกันที่คอนโด” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงจูบหลังเธอ แล้วค่อยๆลูบไล้ร่องที่ยังแฉะไปด้วยน้ำของทั้งสองคนด้วยปลายดิลโด้“อ๊ะ.....มันใหญ่จังค่ะ.....ใหญ่กว่าที่เคยเล่น
คืนนั้น หลังจากชำระล้างร่างกายคลายความเหนื่อยล้า หญิงสาวในชุดนอนกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังนั่งเป่าผมอยู่บนเก้าอี้เครื่องแป้งหน้ากระจกในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวหมาดๆที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็อุ้มร่างเล็กเข้ามาในโซนนอน เขาวางเธอลงบนขอบเตียงเบาๆแล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนแสงไฟสีเหลืองนุ่มจากโคมไฟข้างเตียงส่องสว่างห้องหอสุดหรู กลีบกุหลาบสีแดงกระจายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันช้าๆ ลิ้นแตะกันเบาๆด้วยความรักและความปรารถนาที่สะสมมานาน“วันนี้.....เธอเป็นของฉันอย่างถูกต้องแล้ว” เขากระซิบที่ริมฝีปากเธอ น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความครอบครองเขาจูบลงไปที่คอเธอช้าๆ ดูดเบาๆตรงซอกคอ แล้วเลื่อนลงไปที่ไหล่ ก้มลงดูดหัวนมเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆ ลิ้นวนรอบแล้วดูดแรงขึ้น ปัญชิตาครางแผ่ว มือลูบหัวเขามือหนาถอดชุดนอนสีหวานออก แล้วก้มลงเลียกลีบอวบให้เธออย่างอ่อนโยน ลิ้นปัดผ่านเม็ดกระสันช้าๆ แล้วแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นๆ“อ๊ะ.....คุณวี.....” ปัญชิตาครางเสียงสั่น มือจิกผ้าปูเตียงเขาเลียและดูดดอไม้ของเธอต่อจนเธอตัวสั่น น้ำหวานใสไหลเยิ้มปัญชิตาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอผลักไหล่เขาให้เอนหลังลงบนเตียง แล้วปีนขึ้นคร่อมตักเขา ม
จนเมื่อถึงช่วงสำคัญของพิธี มืออบอุ่นหยิบแหวนเพชรวงงามออกมาจากกล่องที่เปิดอยู่ แหวนที่เขาใช้เวลาคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ได้เลือกเพราะขนาดของเพชร แต่เลือกจากดีไซน์ที่เรียบหรู อ่อนหวาน และเหมาะกับบุคลิกของปัญชิตาหญิงสาวมองแหวนวงนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข วีรวัฒน์ค่อยๆสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอมจากนั้นปัญชิตาก็หยิบแหวนของเจ้าบ่าวขึ้นมา ยิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนสวมแหวนคืนให้เขา เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งสวนกุหลาบ เจ้าสาวหมาดๆมองแหวนของตัวเองอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า“สวยมากเลยค่ะ คุณเลือกเองใช่ไหม” เธอเอ่ยเบาๆ“ผมหวังว่าจะถูกใจ” วีรวัฒน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วหอมแก้มเขาหนึ่งครั้งต่อหน้าทุกคนเสียงแซวดังขึ้นทันทีจากญาติและแขกในงาน ธีรภัทรถึงกับหัวเราะเสียงดัง ขณะที่พรีญาภัสยิ้มกว้างอย่างชอบใจแม้วีรวัฒน์จะเป็นคนสุขุม แต่ใบหน้าก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อีกระลอกเมื่อพิธีการทั้งหมดรวมทั้งการจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้น แขกทุกคนจึงทยอยเข้าสู่บริเวณงานเลี้ยงที่จัดขึ้นกลางสวน โต๊ะอาหารถูกจั
หลังจากวันนั้น.....ทั้งสองครอบครัวก็เริ่มเตรียมงานแต่งงานทันที แม้จะตกลงกันว่าจะจัดเป็นงานเล็กๆภายใน เชิญเฉพาะครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ และคนสนิท แต่รายละเอียดกลับมีมากกว่าที่ทุกคนคิดไว้เรือนใหญ่ของรีสอร์ตคึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เสียงพูดคุยดังสลับกับเสียงหัวเราะอยู่แทบทุกมุม แม่บ้านช่วยกันจัดเตรียมห้องรับรอง ฝ่ายครัวทดลองเมนูใหม่อยู่ทุกวัน ช่างดอกไม้เดินสำรวจพื้นที่หลายรอบเพื่อเลือกมุมที่เหมาะสมที่สุดแม้จะเป็นงานที่ต้องเตรียมอย่างเร่งด่วน แต่ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อย ตรงกันข้าม.....ทุกคนกลับทำงานด้วยรอยยิ้ม ภาคย์เดินตรวจความเรียบร้อยทั่วรีสอร์ตด้วยสีหน้าอารมณ์ดี จนพนักงานหลายคนแซวว่าตั้งแต่เปิดกิจการมายังไม่เคยเห็นเจ้าของรีสอร์ตยิ้มบ่อยขนาดนี้ ปิ่นปักก็สนุกกับการเลือกชุดไทย เครื่องประดับ และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของพิธี ทุกครั้งที่เรียกปัญชิตามาลองชุด มารดาจะมองบุตรสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ลูกแม่สวยจริงๆ” คำชมเดิมถูกพูดซ้ำอยู่หลายครั้ง จนหญิงสาวได้แต่หัวเราะเขินๆทางฝั่งวีรวัฒน์เองก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ เขาเป็นคนจัดเตรียมสินสอดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรายการทรั
ภาคย์รับฟังอย่างสงบก่อนจะหันไปมองภรรยา ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียวก็เข้าใจความคิดของกันและกัน คุณปิ่นปักยื่นมือไปกุมมือบุตรสาวเบาๆ สายตาที่มองหญิงสาวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“แม่เข้าใจแล้ว ที่แท้นี่เองคือเหตุผล”“ตั้งแต่ลูกกลับบ้าน พ่อกับแม่ก็สังเกตเห็นลูกไม่ค่อยหัวเราะเหมือนเมื่อก่อน ถามอะไรก็ตอบแต่ไม่ค่อยเล่าอะไร” ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ“แม่คิดมาตลอดว่าลูกคงมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ก็รอ.....รอวันที่ลูกพร้อมจะเล่า” คุณปิ่นปักลูบหลังมือของลูกสาวอย่างแผ่วเบาเจ้าของร่างเล็กก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่คิดเลยว่าพ่อกับแม่จะสังเกตเห็นทุกอย่าง แม้เธอจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้“ต้องขอบคุณนะครับ ที่ให้เกียรติครอบครัวของเราและเดินทางมาพูดคุยกันตรงๆ” ภาคย์หันกลับมาทางธีรภัทร“เป็นสิ่งที่ครอบครัวของผมควรทำครับ” ธีรภัทรยิ้มสุภาพ“แต่เรื่องนี้.....ผมกับภรรยาจะไม่เป็นคนตัดสินใจ” ภาคย์พยักหน้าช้าๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น“.....ลูกโตแล้ว มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง พ่อกับแม่มีหน้าที่เพียงสนับสนุน ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหน” ปิ่นปักยิ้มใจดี โดยที่สามีพยักห
“มาแล้วเหรอน้องปัน”“ค่ะ พี่พิมพ์ คุณวีอยู่ไหมคะ พอดีคุณธีสั่งงานมาด้วยค่ะ”“อยู่จ้ะ เข้าไปสิ แต่ระวังนิดนึงนะ ดูอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนมาละ”ปัญชิตาขมวดคิ้วกับคำบอกเล่าของพิมพ์พิศา เลขาของวีรวัฒน์ หญิงสาวอายุมากกว่าเธอหลายปี น่าจะอายุมากกว่าวีรวัฒน์ด้วยซ้ำใบหน้าเรียวเล็กขยับรับคำ ก่อนจะเคาะประตูเบา
“สวัสดีค่ะ”‘ลงมา’“อะ.....ค่ะ”หลังจากหญิงสาวสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองและเตรียมตัวที่จะออกจากห้อง ก็ชะงักก่อนจะก้าวถึงหน้าประตูเมื่อโทรศัพท์ของเธอส่งเสียงร้อง เมื่อหยิบขึ้นมาดูหน้าเจอก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกจึงรับด้วยความสงสัย แต่ก็ต้องสงสัยกว่าเมื่อปลายสายคือวีรวัฒน์‘อ้อ ใส่ชุดกระโปรงด้วย วันนี้คุ
หลายชั่วโมงผ่านไป สองหนุ่มสาวที่เริ่มล้าสายตาต่างก็พากันปิดแฟ้มที่ตรวจสอบแล้วลง ร่างเล็กขยับตัวขึ้นนั่งบนโซฟา เธอเอนกายพิงพนักอย่างหมดแรง“วันนี้พอก่อนแล้วกัน ดึกมากแล้ว คุณกลับยังไง”“ขับรถกลับค่ะ”“มันดึกแล้ว จอดเอาไว้นี่แหละ เดี๋ยววันนี้ผมไปส่ง”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ อีกอย่างพรุ่งนี้เช้าฉั
“คุณปัน ผมรบกวนมาเอาเอกสารไปให้พี่ธีหน่อย”‘รับทราบค่ะ’เสียงคำสั่งที่การพูดแลดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่กลับไม่ใช่ คนฟังอย่างปัญชิตารับรู้ได้ถึงความเย็นชาในน้ำเสียงเรียบง่ายนั้นร่างเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเอง เดินตรงไปยังอีกฟากฝั่งของอาคารในชั้นเดียวกัน เธอทำหน้าที่เลขาสาวที่เป็นลูกน้องสายตรงของธีร







