LOGIN“มาเร็วกว่าที่คิดนี่...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าขนลุกดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานถูกผลักออก ลียายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ นัยน์ตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอไม่เคยชอบหน้า นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวโปรดของเธออย่างถือวิสาสะ
“ไอ้พี่ฟิลิกซ์!?” ในหัวของเธอมีแต่คำถามเต็มไปหมด แต่พอถึงเวลากลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ
“ออกไปก่อน เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” ฟิลิกซ์ปรายตามองไปทางคเชนทร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้าง ๆ
“ครับ คุณลียาผมขอตัวก่อนนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงออกไปทันที ทิ้งให้เจ้าของร้านสาวตัวจริงยืนสั่นเทิ้มด้วยความโกรธอยู่กลางห้อง
“พี่เข้ามาในห้องทำงานฉันทำไม ไม่สิ...พี่เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง นี่มันห้องส่วนตัว ไม่เห็นป้ายที่หน้าประตูหรือไงว่าบุคคลภายนอกห้ามเข้า!” ลียาพยายามตั้งสติเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง ก่อนจะแผดเสียงลั่นพลางก้าวฉับ ๆ เข้าไปประจันหน้าคนตัวโต มือเรียวชี้หน้าอย่างไม่เกรงกลัว
ฟิลิกซ์ไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่หยิบเอกสารปึกหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงคำถาม
“อะไร?”
“อ่านสิ!” ลียาคว้ากระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็ว หวังจะใช้มันตอกหน้าชายตรงหน้าให้หงายหลัง
แต่แล้วปลายนิ้วที่ถือกระดาษอยู่กลับสั่นระริก ใบหน้าสวยซีดเผือดลงจนไร้สีเลือดเมื่อกวาดสายตาอ่านเนื้อความในนั้น
“นี่มันอะไรกัน ฉันไม่เชื่อ พี่ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน!” สัญญาครอบครองกรรมสิทธิ์และหนังสือมอบอำนาจที่มีลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเลออนปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า มันระบุชัดเจนว่าอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดของ AMBER LION ถูกโอนย้ายมาอยู่ในมือของฟิลิกซ์แต่เพียงผู้เดียว
ลียาลืมไปเสียสนิทว่าตอนที่เปิดร้านนี้เธออายุยังไม่ครบยี่สิบปีบริบูรณ์ นิติกรรมทุกอย่างจึงต้องใช้ชื่อของคนเป็นพ่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยมีเธอเป็นเพียงผู้บริหารในนามเท่านั้น และนั่นหมายความว่าเลออนจะยกอาณาจักรนี้ให้ใครก็ได้
รวมถึงผู้ชายที่เธอกลียดขี้หน้าที่สุดคนนี้ด้วย!
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองเช็กดูสิ” น้ำเสียงเรียบเฉยของฟิลิกซ์กระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของลียาทันที มือเรียวรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทางลนลาน เธอรีบต่อสายหาคนเป็นพ่อด้วยความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ ยังไงเธอก็ไม่เชื่อว่าปะป๊าคนที่รักและตามใจเธอที่สุดจะทำเรื่องใจร้ายใจดำขนาดนี้ลงคอ
“ปะ...” ยังไม่ทันที่คำอ้อนวอนจะหลุดออกจากปาก ปลายสายก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
(ลียาฟังป๊านะลูก ทำตามที่พี่ฟิลิกซ์เขาสั่งทุกอย่าง ป๊าอยากให้หนูรู้ว่าทั้งหมดที่ป๊าทำลงไปก็เพื่อตัวหนูเอง ไว้ถึงวันที่หนูทำตามเงื่อนไขทุกอย่างสำเร็จ แล้วเราค่อยเจอกันนะลูกรัก)
ตึ๊ด!
สัญญาณถูกตัดไปทันที เลออนไม่เปิดโอกาสให้ลูกสาวได้เอื้อนเอ่ยแม้แต่คำเดียว เพราะเขารู้ดีว่าถ้าปล่อยให้ลียาได้ใช้วิธีออดอ้อนร้องขอความสงสารเพียงนิดเดียว หัวใจคนเป็นพ่อคงต้องใจอ่อนจนแผนการทั้งหมดพังไม่เป็นท่า เขาจึงเลือกใช้วิธีตัดขาดแบบบัวไม่ให้เหลือใย และโยนภาระหน้าที่การปราบพยศทั้งหมดให้เป็นของฟิลิกซ์แต่เพียงผู้เดียว
“ป๊า เดี๋ยวสิป๊า!”
หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...
เสียงตอบรับอัตโนมัติที่ดังซ้ำ ๆ บ่งบอกว่าคนปลายสายได้ปิดเครื่องหนีไปเรียบร้อยแล้ว ลียายืนค้างอยู่ท่าเดิม โทรศัพท์ในมือเกือบจะร่วงลงพื้นเมื่อความจริงกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง
“ทีนี้ก็เข้าใจสถานการณ์แล้วนะ...” ฟิลิกซ์เอ่ยขึ้นพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
“อาเลออนกับน้าเมลออกเดินทางไปอิตาลีหลังจากที่ลาเธอ และคาดว่าคงจะปิดเครื่องยาวไปจนกว่าจะถึงที่นั่น หรืออาจจะนานกว่านั้นถ้าเขายังไม่อยากคุยกับเธอ”
ลียาหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่นั่งหน้าตายอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและสับสน ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเหมือนเด็กหลงทางที่โดนทิ้งไว้กลางสมรภูมิที่มีปีศาจหน้าตายอย่างฟิลิกซ์เป็นเจ้าชีวิตคนใหม่
“พี่ไปเป่าหูอะไรป๊า ทำไมป๊าถึงยอมไว้ใจให้คนอย่างพี่มาบงการชีวิตฉัน!” ลียาแผดเสียงถามอย่างไม่ยอมลดละ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองที่โดนลูบคมถึงถิ่น
“หัดมีสติหน่อยลียา ฉันไม่ลดตัวทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก ลำพังแค่ต้องมานั่งหายใจทิ้งใกล้ ๆ เธอฉันยังไม่อยากจะทำเลย” ฟิลิกซ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ชวนให้คนฟังอยากจะพุ่งเข้าไปข่วนหน้า
“เอาเป็นว่านับจากวินาทีนี้ เธอมีหน้าที่แค่ปฏิบัติตามกฎของฉันเท่านั้น”
“กฎบ้ากฎบออะไร ทำไมฉันต้องทำตามด้วย” ลียากวาดสายตามองกระดาษแผ่นแรกที่เขาวางแหมะไว้บนโต๊ะ กฎการจัดการร้านที่ระบุว่าต้องปิดคลับไม่เกินตีสอง แถมยังสั่งรื้อบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านขึ้นมา และที่สำคัญกว่านั้นคือการดำเนินการทุกอย่างภายในร้านต้องผ่านการอนุมัติจากเขาเพียงคนเดียว
“อย่างน้อยกฎพวกนี้ก็น่าจะช่วยเยียวยาร้านใกล้เจ๊งของเธอให้กลับมาได้อีกครั้ง”
“ดีขึ้นโดยการสั่งปิดร้านตอนตีสองจากตีสี่เนี่ยนะ พี่จะไปรู้อะไร ธุรกิจไนต์คลับมันไม่เหมือนกับธุรกิจอสังหาฯ ที่พี่บริหารให้อาไคเซอร์หรอกนะ ประสาท!”
“เรียนบริหารมาแท้ ๆ แต่ทักษะปฏิบัติกลับห่วยแตกสิ้นดี รอดมาจนถึงปีสองได้ยังไงกัน” ฟิลิกซ์ปรายตามองอย่างดูแคลน คำพูดนิ่ง ๆ แต่บาดลึกทำเอาลียาหน้าชา
“ไอ้พี่ฟิลิกซ์!!”
“แล้วนี่ก็คือกฎส่วนตัวของเธอตลอดหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ซึ่งเธอต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดไม่ต่างจากกฎของร้าน” มือหนายื่นกระดาษอีกใบที่ร่างข้อความสั้น ๆ แต่เนื้อหาช่างหน้าเลือดจนคนอ่านแทบอยากจะฉีกทิ้ง
ข้อ ก. ฉันคือผู้ปกครองของเธอ เพราะฉะนั้นจะทำอะไรต้องขออนุญาตฉันทุกครั้ง
ข้อ ข. ห้ามก่อเรื่องหรือสร้างความวุ่นวายไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองเดือน
ข้อ ค. ต้องบริหารร้านให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า โดยฉันจะเป็นคนคุมการทำงานทั้งหมด
“นี่มันกฎหน้าเลือดชัด ๆ พี่จะบ้าเหรอ กำไรสองเท่าภายในเดือนเดียวเนี่ยนะ” ลียาขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ ลำพังตอนนี้จะให้ร้านกลับมามีกำไรยังยาก แล้วจะให้มีกำไรสองเท่าใครจะไปทำให้เขาได้
ฟิลิกซ์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่รู้ดีว่าเหยื่อในกำมือไม่มีทางดิ้นหลุดไปไหนได้อีกแล้ว
“งั้นเธอก็เลือกเอาว่าจะยอมทำตามกฏ หรือปล่อยให้ไนต์คลับเท่ารูหนูของเธอตกเป็นของฉัน”
“พี่ขู่ฉันเหรอ!?”
“ฉันไม่ได้ขู่ แต่นี่คือคำสั่งจากพ่อของเธอ แล้วถ้าเธอไม่ทำตาม นอกจากเธอจะต้องเสียไนต์คลับ เธอก็จะเสียอิสระ นั่นก็รวมไปถึงอิสระของฉันด้วย”
“…” ลียากำมือแน่น เหมือนว่าครั้งนี้พ่อเธอจะใช้ไม้แข็งเข้าให้แล้วจริง ๆ
“เพราะฉะนั้นเธอต้องทำตามที่ฉันบอก แน่นอนว่าคนอย่างฉันไม่ได้อยากจะถูกผูกติดกับเธอนาน ๆ เพราะเธอมันน่ารำคาญ!” ฟีลิกซ์ว่าจบก็เดินออกไปจากห้องเลย ทิ้งให้ลียามองแผ่นหลังด้วยความโมโหสุดขีด
กล้าดียังไงถึงมาต่อว่าเธอซึ้ง ๆ หน้า แล้วกล้าดียังไงถึงคิดจะมาขู่คนอย่างเธอ
เพราะขนาดคนยังทำอะไรเธอไม่ได้จนต้องมาพึ่งเขา แล้วเขาเป็นใครกัน ถึงจะปราบพยศคนอย่างลียาได้
วันเวลาหมุนเวียนไปจนกระทั่งครบรอบหนึ่งปีเต็มหลังจากค่ำคืนวันวิวาห์สุดหวานชื่น ชีวิตหลังแต่งงานของมาเฟียหนุ่มและคุณหนูตัวดีไม่ได้ลดดีกรีความคลั่งรักลงเลยสักนิดและในค่ำคืนวันครบรอบแต่งงานปีแรกนี้ ฟีลิกซ์จงใจเคลียร์ตารางงานอันรัดตัวทั้งหมดเพื่อกลับมาใช้เวลาร่วมกับภรรยาตัวน้อยสองต่อสองในห้องนอนกว้างที่แสนคุ้นเคยแกรก...มือหนาบิดลูกบิดประตูห้องนอนแผ่วเบาก่อนจะก้าวเท้าเข้ามา ด้านในจุดไฟสลัวสีส้มชวนหลงใหลและสร้างบรรยากาศชวนให้หัวใจเต้นระทึก ร่างสูงในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนโอบประคองช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโตที่เขาตั้งใจสั่งทำมาเป็นพิเศษ เพื่อมอบให้ยัยตัวแสบเนื่องในวันสำคัญของเขาทั้งสองคน“กลับมาแล้ว” ฟีลิกซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปยังเตียงกว้างทว่าวินาทีต่อมามาเฟียหนุ่มกลับต้องชะงักกึกไปพริบตา ลำคอแกร่งพลันแห้งผากขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อภาพตรงหน้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดคิดไว้เลยสักนิดบนเตียงกว้างหลังใหญ่ ปรากฏร่างบางของลียาที่จงใจสวมเดรสสายเดี่ยวรัดรูป อวดทรวดทรงและส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอิ่มให้ชวนใจสั่นเธอนั่งชันเข่าอยู่บนฟูกหนานุ่ม เส้นผมลอนสลวยทิ้งตัวละแผ่นหลัง แววตาคู่สว
ในที่สุด วันสำคัญที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง พิธีวิวาห์ครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสองตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่าง BLACK LION และ KING COBRA ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภาพบรรยากาศพิธีการในช่วงเช้าอบอวลไปด้วยความชื่นมื่น อบอุ่น และไอรักของคู่บ่าวสาวที่ตกลงปลงใจก้าวเข้าสู่สถานะสามีภรรยาอย่างเป็นทางการท่ามกลางแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติและญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งตระกูลใหญ่ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และร่วมแสดงความยินดีให้กับจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งสองครอบครัวด้วยความปิติยินดีหากแต่ไฮไลต์เด็ดที่แท้จริงของวันนี้กลับถูกซ่อนไว้ในงานช่วง After Party งานมหกรรมความมันส์ที่ยัยตัวแสบอย่างลียาตั้งตารอคอยมาตั้งแต่วันวานห้องโถงกว้างของโรงแรมระดับหรูหราถูกปิดกั้นพื้นที่ให้เป็นเขตพิเศษเฉพาะแก๊งเพื่อนสนิทของบ่าวสาวเท่านั้น แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นปาร์ตี้ของตัวแสบแห่ง BLACK LION มันจะไปจบลงแบบธรรมดาได้ยังไงกันในเมื่อแก๊งสาวสวยจะสละโสดทั้งที แสง สี เสียง และระบบดนตรีจึงถูกจัดหนักจัดเต็ม สาดกระหน่ำความเร้าใจชวนโยกย้ายให้สะใจ ถูกอกถูกใจเจ้าสาวป้ายแดงเป็นที่สุด“อีลียาแล้วผัวมึงหายหัวไปไหนแล้ววะ?” เสียงตะโกนฝ่าความ
พายุสวาทบนรถยนต์คันหรูเพิ่งจะสงบลงไปได้ไม่นาน แต่แล้วเปลวไฟแห่งความปรารถนาของมาเฟียหนุ่มอย่างฟีลิกซ์กลับยังไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่าย ๆฟีลิกซ์จัดการอุ้มร่างบางของแฟนสาวในสภาพกึ่งเปลือย ก้าวฉับ ๆ พาทะลุผ่านความมืดของเพนท์เฮาส์ตรงดิ่งขึ้นมายังห้องนอนหรูหราทันทีปัง!ประตูห้องนอนถูกปิดกระแทกลงพร้อมล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ฟีลิกซ์เหวี่ยงร่างของลียาลงบนฟูกหนานุ่มของเตียงกว้างหลังใหญ่แต่แทนที่ยัยตัวดีจะนอนหงอยหรือร้องไห้กระซิกอ้อนวอน ลียากลับจัดระเบียบร่างกายอย่างรวดเร็ว เธอชันเข่าขึ้นพิงหัวเตียง เสยผมลอนยาวสลวยไปด้านหลังอย่างจงใจเปิดทาง สู้สายตาดุดันของแฟนหนุ่มอย่างไม่นึกเกรงกลัว“พร้อมให้ลงโทษแล้ว~” ยัยตัวดีเชิดหน้าท้าทาย แขนเรียวยกขึ้นปลดสายเดี่ยวของเดรสตัวสั้นของตัวเองทิ้งไปต่อหน้าต่อตา“ยัยตัวแสบ” ฟีลิกซ์บดกรามแน่นจนขึ้นสันนูน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความมันเขี้ยวชายหนุ่มสลัดกางเกงสแล็กซ์และชั้นในของตัวเองทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นตัวตนแกร่งผงาดง้ำสู้มือพาดผ่านด้วยเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะแทรกตัวเข้าประชิดระหว่างเรียวขาสวย ดึงรั้งกางเกงชั้นในตัวจิ๋วของลียาให้หลุดพ้นไปในพริบตา“เค้าพ
“แหะ ๆ” ยัยตัวดีคลายยิ้มกว้างตาหยี่เพื่อหวังให้บรรยากาศอันอึมครึมภายในรถยุโรปคันหรูคลายความตึงเครียดลงก่อนเธอจะเริ่มโปรยยาหอม ช้อนตามองพร้อมกับหยอดคำหวานด้วยน้ำเสียงอันหยดย้อยเหมือนทุกครั้ง ยามที่รู้ตัวว่าทำความผิดมหันต์ลงไปเพื่อหวังจะให้อีกคนให้อภัย“เค้ารู้อยู่แล้ว ว่ายังไงที่รักก็ต้องรู้ ก็คนของที่รักเล่นเดินตามคุมเค้าตลอดเวลานี่ แต่เค้าสาบานได้เลยนะว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทางเลยสักนิด ไม่ได้เรียกเด็กโฮสต์มานั่งคลอเคลียเลย ที่เรียกมาน่ะของยัยเดียร์น่าคนเดียวค่ะ” ลียารีบพ่นคำอธิบายความจริง พยายามผลักไสความผิดให้เพื่อนรักอย่างรวดเร็วเพื่อเอาตัวรอดทว่าชายหนุ่มมาดนิ่งที่กำลังทำหน้าที่ขับรถมารับเมียเด็กกลับบ้านทำเพียงแค่ปัดสายตามองถนน ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ”“งื้อ...น่ารักที่สุดเลย ไว้ใจเค้าด้วย สมกับเป็นแฟนดีเด่น” ลียาขยับเข้าไปถูไถหัวไหล่ซบแขนแฟนหนุ่มราวกับลูกแมวเชื่อง ๆแต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงรังสีความหึงหวงบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอยู่ดี“ถ้างั้นทำไมถึงยังทำหน้าบูดอยู่อีกล่ะ ไหนบอกว่าไม่ว่าเค้าไง” ยัยตัวดี
“เตรียมงานแต่งไปถึงไหนแล้วคะ คุณว่าที่เจ้าบ่าว” เสียงหวานแกมหยอกเย้าของเดียร์น่าดังขึ้นหลังจากที่อาจารย์ประจำวิชาหลักของคณะบริหารธุรกิจก้าวเท้าพ้นประตูห้องเรียนไปหมาด ๆ“กวนตีนละอีเดียร์” ลียาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บชีทเรียนและข้าวของลงกระเป๋าชักสีหน้าเหวี่ยงใส่เพื่อนสนิททันควันก็หลังจากเหตุการณ์มหากาพย์คุกเข่าขอแต่งงานกลางสนามวันนั้น คนทั้งมหาวิทยาลัยต่างพากันล้อและเรียกเธอว่าว่าที่เจ้าบ่าวมากกว่าว่าที่เจ้าสาวแบบที่ผู้หญิงทั่วไปเขาเป็นกัน“อ้าว ก็มึงเล่นใหญ่คุกเข่าขอเขาแต่งงานเองขนาดนั้น ไม่ให้เรียกเจ้าบ่าวจะให้เรียกอะไร คนเขาเอาไปลือกันทั้งคณะแล้วเนี่ย” ฮันนี่เอ่ยปากสำทับ พลางหัวเราะคิกคักสะใจ“แล้วไง ใครแคร์ กูรักผัวของกู ใครจะเป็นฝ่ายขอก่อนมันไม่ใช่เรื่องแปลกปะวะ” ยัยตัวดีลอยหน้าลอยตาตอบอย่างคนเหนือกว่า“แหม...ทีตอนนี้ทำเป็นพูดดี ไม่ถือทิฐิแล้วเหรอคะคุณหนูลียา แต่ก่อนจะทำอะไรแต่ละทีลีลาเยอะ ฟอร์มจัดซะจนกูหมั่นไส้”“ระดับนี้แล้ว ฟงฟอร์มอะไรไม่จำเป็นต้องมีแล้วค่ะ ความรักมันแซงหน้าทิฐิไปหมดแล้ว ขืนมัวแต่เล่นตัวจนเสียพี่ฟีลิกซ์ไป ใครจะยอมวะ”“แต่ลียา ถ้ามึงแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว พ
“ลุกขึ้นมายืนดี ๆ ลียา”“ไม่เอา พี่ต้องตอบตกลงก่อนหนูถึงจะยอมลุก!” ลียาส่ายหัวปฏิเสธหัวชนฝา จนฟีลิกซ์ต้องปรับโทนเสียงให้ทุ้มต่ำและเข้มงวดกว่าเดิม“ฉันบอกให้ลุกขึ้นมา” คราวนี้ยัยคุณหนูตัวแสบยอมยืดตัวลุกขึ้นยืนคอตก ท่าทางเหมือนหมาหงอยเพราะคิดว่าแผนการเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนหนุ่มแต่งงานในครั้งนี้คงจะล่มสลายไม่เป็นท่าแต่ทว่า...เสียงฮือฮาอุทานลั่นรอบสนามก็ดังระเบิดระเบ้อขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ เมื่ออยู่ ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำของฝ่ายขมวดคิ้วดุในตอนแรกอย่างฟีลิกซ์ กลับเป็นฝ่ายทรุดกายลงไปคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอแทนหญิงสาวเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านด้วยความช็อกตาค้าง ยิ่งในจังหวะที่เห็นมือหนาขยับล้วงหยิบเอากล่องแหวนกำมะหยี่สีเข้มอีกกล่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อครุย ก่อนจะเปิดออกแล้วยื่นแหวนที่มีเพชรเม็ดโตส่งมาตรงหน้าเธอแทน“บอกแล้วไงว่าบทนี้มันต้องเป็นหน้าที่ของฉัน” ฟีลิกซ์จุดรอยยิ้มอบอุ่นส่งให้หัวใจเธอสั่นระรัว ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่มั่นใจในตัวเขา หากแต่ตัวเขาเองก็มีความพร้อมและปรารถนาที่จะมีเธอเป็นคู่ครองร่วมชีวิตมาตั้งนานแล้ว เพียงแค่รอเวลาความพร้อมและความเต็มใจจากเธอ ชายหนุ่มก็พร้อมที่จะคุกเข่าขอเธอแต่







