INICIAR SESIÓNหลายวันต่อมา...ภายในห้องอาหารหรูของโรงแรมดังแห่งหนึ่ง ย่านใจกลางเมืองที่บรรยากาศเงียบสงบและเวกัสนั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ท่าทางของเขาดูสุขุมราวกับชายหนุ่มที่พร้อมจะนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัวอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ หากแต่ความจริงแล้ว... เขาแทบไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าเลยเพราะข้างกายเขาตอนนี้มี เจ้าขา หญิงสาวหน้าตาสวยหวาน บุคลิกเรียบร้อย แต่งกายด้วยชุดเดรสเรียบหรู เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวที่รู้จักสนิทสนมกับพ่อแม่ของเวกัสและการรับประทานอาหารมื้อเย็นในวันนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะมันคือการนัดดูตัวกันระหว่างสองครอบครัว ซึ่งเขากับเธอก็มีโอกาสได้เจอกันหลายครั้งแล้วแต่อาจจะไม่ค่อยเป็นทางการเท่าครั้งนี้“เวกัส ตักอาหารให้น้องหน่อยสิ”เสียงคุณวารุณี มารดาของเขาดังขึ้นจากอีกฝั่งโต๊ะ ชายหนุ่มเหลือบมองเจ้าขาเล็กน้อย ก่อนจะตักอาหารใส่จานให้หญิงสาวตามมารยาท“ขอบคุณค่ะ” เธอจึงกล่าวขอบคุณ“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เจ้าขาจึงยิ้มบาง ๆ ให้เขาก่อนจะชวนคุย“เมื่อก่อนเจ้าขาได้ยินคุณลุงกับคุณป้าพูดถึงพี่เวกัสบ่อยมากเลยค่ะ จนเจ้าขาอยากเจอพี่
ใบหยกเดินกลับมายังโต๊ะด้วยแข็งขาที่หนักอึ้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเข้าห้องน้ำเสร็จหรือยัง เพราะภาพที่เห็นเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากของเขาที่จูบกับผู้หญิงคนนั้น ทั้งที่เคยจูบเธอเช่นกัน มือของเขาที่โอบประคองคนอื่น สายตาอ่อนโยนยามที่เขามองเธอ และท่าทางที่เหมือนคนสนิทสนมกันมากนั่นอีก มันทำให้หัวใจของเธอเริ่มจุกแน่นขึ้นทีละนิด“ใบหยก?” กระทั่งเสียงวิเวียนดังขึ้น เธอจึงสะดุ้งและรีบหันกลับไปมอง“ฮะ! วะ...ว่าไง?”“เป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมหน้าซีดแบบนั้น”“เปล่า”“แน่ใจนะ?” มินตราถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ใบหยกพยักหน้ารัว ๆ เพื่อยืนยัน“แค่... คนในห้องน้ำเยอะน่ะ เลยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย”“งั้นก็นั่งพักก่อน... ถ้าไม่โอเคก็บอกนะ” มินตราเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเพื่อน“อือ” เธอนั่งลงตรงเดิม แต่ดวงตากลับเผลอมองขึ้นไปทางโซน VIP ที่อยู่ชั้นสองตลอดเวลา แม้รู้ดีว่าไม่ควรมอง แต่สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้และเมื่อเธอมองขึ้นไป ภาพที่เห็นเพียงชั่วครู่ก็ทำให้เธอรู้สึกจุกเสียดไปทั้งใจอีกครั้ง เพราะผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขากำลังยิ้มและหัวเราะกับเขาอย่างชื่นบานส่วนเวกัส... แม้จะไม่ได้ยิ้ม แ
หลายชั่วโมงนับตั้งแต่เวกัสเดินผ่านหน้าเธอไป ใบหยกก็รู้สึกไม่สนุกกับปาร์ตี้เอาเสียเลย เสียงเพลงที่เคยสนุกกลับดังน่ารำคาญ แสงไฟหลากสีที่สาดส่องไปทั่วผับทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวอย่างไม่มีเหตุผล แม้กระทั่งอาหารบนโต๊ะที่ก่อนหน้านี้เธอยังบอกว่าอร่อย ตอนนี้กลับกลายเป็นไร้รสชาติไปเสียหมดสุดท้ายใบหยกจึงตัดสินใจลุกออกจากโต๊ะเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เธอเดินผ่านทางเดินแคบที่ทอดยาวไปยังอีกฝั่งของผับอย่างเงียบ ๆ ทว่าเพียงไม่กี่ก้าว... สองเท้าก็ต้องชะงักลงเพราะคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้... กำลังยืนอยู่ตรงหน้า เวกัสยืนพิงกำแพงอยู่ตรงมุมทางเดิน ร่างสูงที่คุ้นตาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มแขนยาวถูกปลดกระดุมช่วงบนออกเล็กน้อย ข้างกายเขาคือหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ทั้งสวยและรูปร่างดีผู้หญิงคนที่เธอเห็นมากับเขาตั้งแต่แรก แต่ครั้งนี้สิ่งที่ทำให้ใบหยกหยุดนิ่ง ไม่ใช่เพราะหญิงสาวกำลังยืนอยู่ใกล้ชิดเวกัส หากแต่เป็นเพราะภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าร่างบางของเธอคนนั้น กำลังเขย่งปลายเท้าขึ้น ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเวกัสช้า ๆ ใบหยกถึงกับตาค้างอยู่ตรงนั้น เหมือนกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเธอควรจะหันหลังกลับไป ควรจะ
หลังจากวันนั้น ทั้งเวกัสและใบหยกต่างเลือกวิธีเดียวกัน ในการรับมือกับความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่ในใจนั่นคือการทำงานราวกับว่าหากทั้งคู่ทุ่มเทให้กับโปรเจกต์มากพอ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาจะค่อย ๆ จางหายไปเอง แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยใบหยกยังคงรับผิดชอบทุกอย่างเหมือนเดิม เธอเดินตรวจงาน ไล่เช็กวัสดุ ตรวจรายละเอียดของแบบก่อสร้าง และประชุมกับทีมจนแทบไม่มีเวลาพักเพียงแต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เธอจะไม่เดินไปหาเวกัสอีกแล้ว“ลมหนาว ฝากบอกเวกัสหน่อยนะว่าตรงโครงสร้างด้านตะวันออกมีปัญหาเรื่องการยึดนอต ฉันอยากให้เขาช่วยตรวจแบบอีกครั้ง”“ได้” ลมหนาวพยักหน้า“แต่ถ้าเขาไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ เราปรับเองได้”ประโยคหลังเหมือนตั้งใจพูดให้ตัวเองสบายใจมากกว่าอีกด้านหนึ่ง เมื่อคำบอกเล่าถูกส่งไปถึงเวกัส เขาก็เพียงรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ก็ให้ริกเตอร์จัดการไปดิ” เขาตอบแบบปัด ๆ จนหลุยส์ขมวดคิ้ว“แต่เธออยากให้นายดูแบบให้ตรงกันด้วย” ลมหนาวเอ่ย“บอกไปว่าไม่ว่าง... ทำเท่าที่ทำได้”คำตอบสั้น ๆ ทำให้ลมหนาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินกลับไปทว่าพออยู่เพียงลำพัง เวกัสกลับมองแบบแปลนตรงหน้าอยู่
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ใบหยกยังคงเลือกหลบหน้าเวกัสอย่างต่อเนื่อง เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทำเหมือนหัวใจของตัวเองไม่ได้สั่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงทุ้มคุ้นหูดังอยู่ไม่ไกลเวกัสเองก็พยายามอดทน วันแรกเขาปล่อยผ่าน วันที่สองเขายังเงียบ แต่พอวันที่สาม ใบหยกเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง ชายหนุ่มก็หมดความอดทนในที่สุดช่วงเย็น... หลังจากคนอื่นทยอยกลับกันเกือบหมดแล้ว ใบหยกกำลังเก็บเอกสารอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ เสียงประตูด้านหลังก็ดังขึ้นปัง! เธอหันกลับไปมองทันที ก็เห็นร่างสูงของเวกัสยืนพิงอยู่ที่หน้าประตู“เราต้องคุยกัน” ใบหยกเม้มริมฝีปากแน่น เพียงได้ยินเสียงเขาหัวใจเธอก็สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้“ฉะ... ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย”“แต่ฉันมี” เขาสวนขึ้นทันควัน“งั้นก็พูดมาสิ ฉันจะฟัง”“เธอจะเอาแต่ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนแบบนี้อีกนานแค่ไหน?”ใบหยกชะงักงันไป เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะพูดได้เข้าประเด็นทันทีขนาดนี้“ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น”“ไม่ได้ทำ?” เวกัสหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่แววตากลับไม่มีความขบขันอยู่เลย“สามวันแล้วใบหยก สามวันที่เธอหลบหน้าฉันทุกครั้งที่เจอ”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?” คำถามนั้นทำให้เวกัส
หลังจากคืนนั้น... คนที่นอนไม่หลับกลับไม่ได้มีเพียงแค่เวกัสคนเดียว แต่มีใบหยกอีกคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ทว่าดวงตากลับเปิดค้างมองเพดานอย่างไร้จุดหมายเธอพลิกตัวไปทางซ้าย... แล้วก็พลิกกลับมาทางขวา สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยกหมอนขึ้นมาปิดหน้า“ใบหยก...แกเป็นอะไรของแกเนี่ย”คำถามนั้นไม่มีคำตอบ เพราะต่อให้พยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างเป็นเพียงความผิดพลาด แต่ภาพของเวกัสกลับยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดทั้งสายตา น้ำเสียง อ้อมกอด และความรู้สึกในช่วงเวลานั้น ยิ่งพยายามลืม...กลับยิ่งจำ และสิ่งที่ทำให้เธอสับสนที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่เธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาแต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก เธอไม่รู้ว่าควรเรียกมันว่าอะไรหวั่นไหว? ผูกพัน? หรือเพียงแค่ความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้นเพราะอยู่ใกล้กันมากเกินไป“เขาคือแค่เวกัส...” ใบหยกพึมพำกับตัวเอง“ผู้ชายที่ชอบเอาชนะคนอื่น แล้วฉันจะไปหวั่นไหวกับเขาทำไม เธอนี่มันไร้สาระจังเลยใบหยก” เธอพยายามหาเหตุผลมาปลอบตัวเอง แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่อฟังรุ่งเช้า... ใบหยกจึงเลือกวิธีที่คิดว่าง่ายที่สุด... คือการโฟกัสที่การทำงานถ้าพยาย
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน







