LOGINวันต่อมา เป็นวันแรกที่พริมโรสต้องไปซ้อมประกวดดาวเดือน หญิงสาวได้เริ่มจากอะไรง่ายๆ เป็นพื้นฐานก่อนอย่างการเดินยังไงให้สวยงาม พริมโรสที่ปกติจะไม่ค่อยได้ใส่ส้นสูงขนาดนี้มาก่อนแทบอยากจะร้องไห้เป็นภาษาสเปน? ให้รู้แล้วรู้รอด
เธอขายหน้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพียงเพราะการเดินไปกลับไม่กี่รอบ รอบเท้าที่มีความสูงขนาดนี้เกือบทำเธอหน้าทิ่มไปแล้วไม่รู้กี่หน จนสุดท้ายเธอก็อดไม่ได้ที่ถามออกไปด้วยความอยากรู้ “เราต้องใส่สูงขนาดนี้จริงๆ หรอคะพี่แนน พี่โซ่” หญิงสาวหันไปถามรุ่นพี่ดาวปีที่แล้วกับปีก่อน รองเท้านี่ทั้งสูงทั้งแหลม เธอที่ปกติก็สูงตั้งร้อยเจ็ดสิบสี่อยู่แล้วยังต้องใส่เสริมขึ้นอีกหรือ “สูงแบบนี้แหละ จะได้ดูขายาวๆ ดูสูงเพรียวมากกว่าเดิม” แนนตอบกลับ เธอค่อนข้างคาดหวังกับตำแหน่งดาวมหาลัยของคณะในปีนี้เป็นอย่างมาก นานแค่ไหนแล้วที่คณะแพทย์ไม่ได้ตำแหน่งดาวมหาลัย เธอที่โดนกดดันจากปีก่อนๆสุดท้ายก็ยังไม่สามารถคว้สตำแหน่งมาให้ตัวเองได้ จึงคาดหวังว่าตนเองจะมีส่วนในความสำเร็จในครั้งนี้ให้ปมในใจมันคลี่คลายเสียที ปีนี้น้องพริมที่โดนเลือกเป็นดาวคณะนั่นสวยมากจริงๆ ทั้งสวยทั้งหุ่นดีผิวดี แถมยังมีดีกรีเป็นถึงคนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้นปีอีก ผู้ติดตามในไอจีก็ไม่น้อย มีสูงถึงหนึ่งแสนกว่าคนยังไงก็ต้องชนะแน่นอน “ปีนี้น้องพริมต้องคว้าตำแหน่งดาวมาได้แน่ๆ พี่มั่นใจ” โซ่เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอเองก็เป็นคนที่พลาดตำแหน่งดาวมหาลัย คว้าได้เพียงที่สอง น่าเจ็บใจที่คนที่ได้ที่หนึ่งกลับเป็นคู่แข่งคู่กัดตลอดกาลของตนอีก ยิ่งทำให้โซ่คาดหวังมากว่าพริมโรสจะชนะฝั่งนั่น “….” พริมโรสได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่มั่นใจอะไรเลย เธอนั้นไม่มีคสามปราถนาที่จะได้ตำแฟนางอะไรพวกนี้เลย ยิ่งไม่มีความหลงใหลในสิ่งมายาแบบนี้ พริมโรสมีแต่ความขี้เกียจและหลงใหลในการทิ้งตัวลงบนเตียงเท่านั้น พริมโรสคิดอยู่เสมอว่าที่สอบติดแพทย์มาได้ก็ต้องบอกว่าอาจเพราะโชคดีที่สมองดันจำเก่งอ่านครั้งเดียวก็จดยำได้ โชคดีที่มียีนต์เรียนเก่งจากพ่อแม่พี่น้อง ไม่งั้นคนที่ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบเธอจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านยังต้องตั้งนาฬิกาปลุกจะสอบติดหรือไง ภายในห้องโสดของคณะซึ่งได้กลายเป็นห้องซ้อมชั่วคราวไปแล้ว ไม่ได้มีแค่พริมโรสกับรุ่นพี่อีกสองคน แต่ยังมีเดือนของปีนี้ที่คู่กับเธอ และยังมีเดือนของปีก่อนๆ อีกสองคน ยังไม่รวมเหล่ารุ่นพี่ทีมงานที่เข้ามานั่งทำอะไรก็ไม่รู้อีกหลายคน ทำเอาพริมโรสอยากจะยกเลิกมันทุกอย่างเสียตอนนี้ เธอเกลียดสถานที่ที่คนเยอะๆ เสียงจอแจ เกลียดเสียงโวกเวกโวยวายไร้มารยาท ไม่ชอบการถูกจิกหัวเรียกจากคนที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่ชอบคนที่ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น รู้สึกอึดอัดไปหมดยามอยู่ตรงนี้ ว่ากันว่าที่ๆไม่ใช่ที่ของเรา เรามักจะรู้สึกไม่ดีเสมอ พริมโรสคิดแบบนั้น พริมโรสนั้น ต่อให้หญิงสาวจะเป็นคนร่าเริง ยิ้มเก่ง เข้ากับคนง่ายแต่กลับมีนิสัยอีกอย่างคือค่อนข้างจะมีบางครั้งที่เหมือนจะเป็นอินโทรเวิร์ตอยู่หน่อยๆ ก็อย่างที่บอก พริมโรสนั้นเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ เป็นคนเทาๆที่ไม่ได้ขาวสะอาด แต่ไม่ถึงกับดำสกปรคบไม่ได้ การซ้อมกินเวลาไปมากกว่าสองชั่วโมง ตอนนี้เท้าของหญิงสาวเจ็บไปหมด มีรอยแดงเป็นรอยช้ำที่ผิวขาวๆของเธอบริเวณที่รองเท้ารัดเสียดสี ปลีน่องก็ตึงไปหมด เอวยาวไปจนถึงหลังก็ปวด ไหล่ตึงเสียยิ่งกว่าคนทำงานหนัก พริมโรมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เธออยากกลับไปนอนเต็มที แต่พอนึกได้ว่ากลับไปก็ต้องไปอ่านทบทวนความรู้ อาบน้ำสระผมบำรุงผิวนู่นนี่ไหนจะเป่าผมให้แห้ง กินข้าวซักผ้าอีก วันนี้จะได้นอนกี่โมง สำหรับคนที่ชอบ กิจกรรมการประกวดดาวคณะ พวกเธออาจจะสนุกกับมัน มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ แต่พอเป็นเธอที่ไม่ชอบอะไรเหล่านี้แล้ว นี่คือการทรมานตัวเองอย่างแท้จริง ในหัวคิดข้ออ้างต่างๆนาๆมากมายเพื่อล้มเลิกมัน แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกทุกอย่างทิ้งไปเพราะวาจาคืออาญาสิทธิ์ รับปากไปแล้วหากทำไม่ได้ก็เสียหมา พริมโรสลากสังขารของตัวเองไปพักเบรคครึ่งชั่วโมง เธอเหนื่อยล้าจนมองไม่เห็นว่าตอนนี้ในห้องมีใครบางคนเดินเข้ามาใหม่พร้อมกับสายตากดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่ม เขายืนมองอยู่สักพักใหญ่แล้ว เมื่อเห็นความอ่อนล้าไร้รอยยิ้มสดใสของคนตัวเล็กอย่างทุกทีมันทำให้เขตครามเผลอแสดงอารมณ์ด้านลบแสนเย็นชาใส่คนอื่นออกไปโดยอัตโนมัติ และเป็นผลให้ในที่สุดพริมโรสได้เวลาพักเบรคนั่นเอง หญิงสาวกล่าวขอบคุณรุ่นพี่ก่อนจะลากสังขารของตัวเองไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้โซฟาที่อยู่อีกมุมหนึ่ง มันค่อนข้างเป็นส่วนตัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะสลัดรองเท้าออกอย่างไม่ใยดี ทิ้งแผ่นหลังหลับตาลงคล้ายกับปิดกั้นทุกสิ่งอย่าง เธอไม่ได้หันไปมองทางไหนอีกนอกจากมุ่งไปที่โซฟาสีแดงตัวนั้นที่กำลังจะเป็นสวงสวรรค์ของเธอในไม่ช้า จึงไม่ได้สังเกตเห็นเขตครามอย่างที่คนอื่นๆเห็นกัน การมาเยือนของเขตครามผู้เลื่องชื่อทำเอาคนในห้องแทบกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าโวกเวกโวยวายทำเสียงดังให้คุณชายเขตครามต้องรำคาญใจ รำคาญหู น่าแปลกที่มาถึงตอนนี้พวกเขากลับรู้ตัวว่าเสียงของพวกเขานั่นน่ารำคาญ! ชายหนุ่มค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวที่ทิ้งตัวใส่โซฟาช้าๆอย่างไม่เร่งรีบ เสียงรองเท้าที่ดังขึ้นสม่ำเสมอและใกล้เข้ามาของเขาไม่ได้ทำให้พริมโรสที่ปิดชัตดาวน์ตัวเองลืมตามองแต่อย่างใด ใบหน้าสวยหวานที่อ่อนล้าของคนตัวเล็กมองเห็นได้ชัดเจนจนชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ต้องขมวดคิ้วจางๆ อย่างไม่สบอารมณ์ เขตครามนั่งลงที่ว่างข้างๆ ร่างเล็กอย่างเงียบงัน น้ำเปล่าที่ถือติดมือมาด้วยถูกเปิดฝาเสียบหลอดให้เรียบร้อย เสียงเปิดฝาขวดน้ำทำให้พริมโรสค่อยๆ ปรือตาแสนอ่อนล้าและขี้เกียจของเธอขึ้นช้าๆ พอพบว่าเป็นใครที่เข้ามาใกล้จากที่เคยเอนพิงพนักโซฟาก็เปลี่ยนท่าเป็นเอนตัวซบไหล่แกร่งร่างสูงแทนอย่างถือสิทธิ์ เธอทิ้งน้ำหนักตัวใส่คนพี่อย่างไม่เกรงกลัวว่าจะโดนสบัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย สบัดหนีก็ไม่เป็นไร ขอสูดกลิ่นแทะเล็มๆเล็กๆน้อยหน่อยก็ยังดี เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว~ “เหนื่อยมากเลยค่ะ” เสียงหวานเต็มไปด้วยความอ่อนล้าพูดออกมาอย่างออดอ้อน ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆมองช้อนคนตัวโตกว่าขอความเห็นใจพริมโรสที่เลิกเรียนเร็วว่าปกติเดินออกมาจากอาคารด้วยความรู้สึกที่หมดพลังงาน เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจอยากจะกลับไปล้มตัวนอนลงบนเตียงแล้วปล่อยปลดความอึดอัดอยู่ในอกตลอดทั้งวัน ด้วยการร้องไห้"มึง" ใบหม่อนรีบสะกิดเพื่อนหลายๆ ทีให้หันไปดูหน้าตึกคณะแถวบริเวณประตูหนึ่ง ซึ่งวันนี้เธอกับเพื่อนเดินออกมาจากประตูสามเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์ให้ช่วยยกของ"อือ" พริมโรสหันไปดูตามที่เพื่อนบอกก็เห็นชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดาที่ดูดีจนโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนมากมายที่กำลังเดินขวักไขว่"จะเข้าไปมั้ย" ใบหม่อนถามพริมโรสที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม"เขาไม่ได้มารับกูมั้ง ขนาดข้อความยังไม่คิดจะตอบเลยด้วยซ้ำเขาจะมารับกูได้ยังไง" ถึงพริมโรสจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ที่จริงเธอก็รู้อยู่ในใจลึกๆ ว่าคนพี่อาจจะมารอรับเธอจริงๆ แต่เพราะความรู้สึกที่ไม่ดีมาตลอดทั้งวันทำให้พริมโรสไม่พร้อมที่จะพบหน้าคนพี่และฟังอะไรในตอนนี้"ไม่ได้มารับมึงแล้วจะมารับใคร" ใบหม่อนมองเพื่อนที่พูดตัดพ้อตัวเองด้วยความเป็นห่วง"แฟนเขามั้ง กูจะรู้หรอไปกันเถอะ" พริมโรสยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองกำลังงี่เง่าอยู่ แต่เธอยังไม่พร้อมจะคุยกับเขาตอนนี้จริงๆ"ไม่เข้าไปแบบนี้จ
วันต่อมาพริมโรสไปมหาลัยโดยมีเขตครามไปส่ง แต่ที่น่าแปลกคือตลอดทั้งวันไม่มีข้อความตอบกลับจากคนพี่เลยแม้แต่ข้อความเดียว“เป็นอะไรนั่งจ้องโทรศัพท์ทั้งวัน” ใบหม่อนเอ่ยถามเพื่อนสาวในขณะที่ตัวเธอก็นั่งไถ่มือถือไม่ต่างกัน แต่ต่างตรงที่เธอไม่ได้นั่งทำหน้ายุ่งเหมือนเพื่อนสนิทอย่างพริมโรส“เปล่าหรอก” ก็แค่รอข้อความของใครบางคนที่หายไปทั้งวัน ไม่อ่านไม่ตอบหายเงียบกริบ“ก็เห็นจ้องทั้งวัน จ้องจนทะลุแล้วนั่น""ก็เฮียครามน่ะสิ หายไปเลยไม่ตอบอะไรสักอย่าง” พริมโรสบ่นอุบอิบ ใบหน้าสวยงอง้ำเหมือนปลาทูคอหักตลอดวัน“….” ใบหม่อนที่กำลังจะพูดอะไรหุบปากฉับเมื่อมือดันเลื่อนไปเจอโพสต์บางโพสต์ที่บังเอิญขึ้นหน้าฟีดมา“มึง…” ใบหม่อนหน้าซีดเผือด ลังเลว่าควรจะบอกเพื่อนดีหรือไม่ “มีอะไรหรอ” พริมโรสเงยหน้าจากมือถือ มองเพื่อนที่จู่ๆ หน้าเสียอย่างงุนงง“นี่…" ใบหม่อนตัดสินใจยื่นให้เพื่อนดูด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วยังไงพริมโรสก็ต้องเห็นแน่ๆ พริมโรสรับไปดูด้วยความรู้สึกหวิวในอก เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอดวงตากลมโตก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“คนนี้ใครหรอ…" พริมโรสเอ่ยถามใบหม่อนที่มีศักดิ์เป็นญาติของเขตครามเสียงเบา ก้อนแข็งๆ ถ
...…."เฮียคราม พี่เนวิน?” เสียงหวานใสที่ดังมาจากหน้าประตูทางออกสตูเรียกความสนใจของทั้งสองให้หันกลับไปมองเป็นตาเดียว“เสร็จแล้วหรอ” เขตครามเขี่ยบุหรี่ในมือก่อนจะโยนทิ้งลงในถังขยะอย่างเป็นระเบียบ“ค่ะ” พริมโรสพยักหน้า กลิ่นบุหรี่และควันจางบุหรี่ยังคงไม่จางหายไปเท่าไหร่ ทำให้พริมโรสเผลอกลั้นลมหายใจของเธอ“ฉันมารับ” เขตครามเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่“อ้อค่ะ งั้นพริมขอตัวก่อนนะคะพี่เนวิน สวัสดีดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขตครามก่อนจะหันไปบอกลาเนวินอย่างมีมารยาท“ให้เฮียไปส่งมั้ย “เนวินรีบเสนอตัว"ไม่ต้องเสือก" เขตครามโอบไหล่บางของพริมโรสเอาไว้ ตอบกลับแทนคนน้องเสียงเย็นเยือก"…." พริมโรสกระพริบตาปริบๆ มองสลับคนสองคนที่กำลังทำสงครามทางสายตากันด้วยความรู้สึกมึนงง"ไป" เขตครามดันหลังบางให้เดินนำไปก่อนโดยมีเขาเดินตามไป ชายหนุ่มใช้ร่างกายที่สูงใหญ่ของตนเองบดบังสายตาของผู้ชายอีกคนที่กำลังจ้องมองแผ่นหลังตนราวกับกำลังจะมองให้ทะลุไปถึงข้างหน้า….หลังจากที่รถยนต์คันหรูวิ่งอยู่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรที่ติดขัด ระหว่างทางบรรยายกาศในรถเงียบงันไร้เสียงพูดคุยอย่างทุกที"เป็นอะไรคะ" จนกร
สามสิบนาทีต่อมาหลังจากที่พริมโรสเข้าสตูหลังจากถ่ายภาพโปสเตอร์อันแรกไปรุ่นพี่ต่างคณะที่เป็นตากล้องในครั้งนี้ก็ให้พักเบรคช่วงแรกพริมโรสก็เดินไปนั่งให้เหล่าพี่ๆ ช่างแต่งหน้าซับเหงื่อเติมหน้าให้อย่างคุ้นชิน เธอเคยชินแล้วที่โดนผู้คนรุมล้อมจัดการกับใบหน้านี้หลังจากการประกวดครั้งที่แล้ว “น้องพริมเหนื่อยมั้ยครับ” น้ำหวานเย็นๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าของพริมโรสโดยเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม ชายหนุ่มผู้มาใหม่ เขายังคงมีรอยยิ้มไว้บนใบหน้าอยู่เสมอทุกครั้งที่คุยกับเธอ เป็นรอยยิ้มที่เขาพยายามอย่างมากที่จะรักษามันเพราะก่อนหน้านี้พึ่งบังเอิญสวนทางกับเขตครามที่ลานจอดรถของคณะทั้งสองมีการปะทะคารมณ์กันจนเกือบจะลงไม้ลงมืออยู่เล็กน้อย เป็นผลให้เนวินอารมณ์เสียจนถึงตอนนี้ แต่พริมโรสไม่ได้รับรู้เรื่องเหล่านี้เลยสักนิด เธอก็ยังเป็นเธอที่พยายามรักษาระยะห่างกับผู้ชายทุกคนเพื่อให้เกียรติคนที่ตัวเองตามจีบอยู่ตอนนี้ แต่แน่นอนว่าเธอจะไม่ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ดีกว่าหากสิ่งนั้นทำให้เธอมีความสุขอย่างแท้จริง ยอมรับว่าทุกวันนี้มีความสุขที่ได้ตามจีบเขตคราม แต่ก็มีบางครั้งที่รู้สึกนอยด์เพราะรู้สึกเหมือนโดนกั๊กไว้“ไม่ค่อยเหนื่อยเท่า
14:30น.“วันนี้พริมมีถ่ายภาพโปรโมทมหาลัยนะคะ เสียดายจังไปเฝ้าเฮียไม่ได้” พริมโรสที่เรียนเสร็จเร็วในวันนี้เพราะถูกยกคลาสไปก่อนทักข้อความส่งไปหาเขตครามโดยไม่คิดว่าจะได้รับการตอบกลับอะไร“….” พอเห็นว่าข้อความที่พึ่งส่งไปขึ้นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วก็เอียงหน้าอย่างสงสัย “ไม่ต้องมา" ยิ่งเห็นข้อความที่คนพี่ตอบกลับมาจากใบหน้าสงสัยก็กลายเป็นงอง้ำทันทีเธอรีบพิมพ์กลับไป "ไม่คิดถึงพริมหรอคะ""ไม่" คนพี่ก็ตอบกลับมาทันทีเช่นกัน"ชิ" เย็นชาอะไรขนาดนี้นะ พอรู้ว่าคำหวานคงไม่มีทางได้จากผู้ชายที่ชื่อเขตครามแล้วเธอจึงเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ “ว่างมั้ยคะ""อืม" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แต่ก็เข้าใจ"ไปส่งพริมหน่อยซรี้~" พริมโรสพิมพ์ตอบกลับไป เธอใส่ฟิลเตอร์ใส่อินเนอร์ลงไปในข้อความราวกับว่าตอนนี้เธอกำลังส่งสายตาปริบๆ ให้เขาอยู่"อืม” อ่านแล้วเงียบไปสักพักจนพริมโรสใจเสียเขตครามก็ตอบกลับไป“วันนี้มีพี่คนหนึ่งมาชวนพริมไปค่ายอาสาด้วยนะคะ” พริมโรสรีบพิมพ์ตอบกลับ เธออยากเล่าให้คนพี่ฟังเผื่อเขาจะเผลอหึงหวงเธอออกมาบ้าง ถ้าหึงหวงแสดงว่ารู้สึกกับเธอเหมือนกันใช่มั้ยไม่นานจากแค่พิมพ์คุยคนพี่ก็โทรเข้ามาแทน คำแรกที่เขาพูดก็คือ“ไอ้
“สวัสดีดีค่ะพี่เนวิน” สองสาวยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่พร้อมกัน “ครับ น้องๆ กำลังคุยกันเรื่องค่ายอาสาใช่มั้ย พอดีเลยนะเฮียก็จะมาชวนไปค่ายเหมือนกัน” เนวินนั่งลงถัดจากพริมโรสโดยไม่เอ่ยปากถามก่อน หญิงสาวจำต้องแอบขยับออกมาหน่อยเพื่อรักษาระยะห่าง“ชวนไป?” พริมโรสสงสัย ทำไมเขาถึงมาชวนเธอ“เฮียได้ยินมาว่าคณะแพทย์ต้องเก็บชั่วโมงจิตอาสาใช่มั้ย โดยเฉพาะนักศึกษาทุน” เนวินสืบเรื่องราวของพริมโรสมาหมดแล้วในคืนเดียวเขาก็ได้ข้อมูลเธอทุกอย่าง“ค่ะ" พริมโรสพยักหน้ายอมรับ เหตุผลที่เธอเป็นนักศึกษาทุนไม่มีอะไรเลยนอกจากตอนนั้นที่สมัครสอบมา งอนกับที่บ้านอยู่กลัวไม่มีตังค์เรียนเลยสอบชิงทุนไปด้วยเลย เทอมหน้าเธอกะว่าจะไปสละทุนอยู่เพราะอยากให้คนที่ต้องการจริงๆ มากกว่าได้รับโอกาสตรงนี้ไป"ไปค่ายนี้กับเฮี…เอ่อออ พวกเฮียสิ เป็นค่ายจิตอาสาช่วยเหลือน้ำท่วมนะ ได้ชั่วโมงตั้ง60ชั่วโมงเลยนะ" ชายหนุ่มพยายามตีสนิทด้วยท่าทางรุ่นพี่ใจดีให้คนตัวเล็กข้างกายเชื่อใจก่อน ซึ่งพริมโรสที่สนใจค่ายนี้อยู่ก่อนหน้าที่คุยกับเพื่อนแล้วก็เอ่ยถามทันที เธอต้องการรายละเอียดมากกว่าที่รู้อยู่ แต่ถามว่าจะไปกับพี่เขามั้ย? แน่นอนว่าไปค่ายยังไงก็ต้อง







