LOGINวันต่อมา เป็นวันแรกที่พริมโรสต้องไปซ้อมประกวดดาวเดือน หญิงสาวได้เริ่มจากอะไรง่ายๆ เป็นพื้นฐานก่อนอย่างการเดินยังไงให้สวยงาม พริมโรสที่ปกติจะไม่ค่อยได้ใส่ส้นสูงขนาดนี้มาก่อนแทบอยากจะร้องไห้เป็นภาษาสเปน? ให้รู้แล้วรู้รอด
เธอขายหน้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพียงเพราะการเดินไปกลับไม่กี่รอบ รอบเท้าที่มีความสูงขนาดนี้เกือบทำเธอหน้าทิ่มไปแล้วไม่รู้กี่หน จนสุดท้ายเธอก็อดไม่ได้ที่ถามออกไปด้วยความอยากรู้ “เราต้องใส่สูงขนาดนี้จริงๆ หรอคะพี่แนน พี่โซ่” หญิงสาวหันไปถามรุ่นพี่ดาวปีที่แล้วกับปีก่อน รองเท้านี่ทั้งสูงทั้งแหลม เธอที่ปกติก็สูงตั้งร้อยเจ็ดสิบสี่อยู่แล้วยังต้องใส่เสริมขึ้นอีกหรือ “สูงแบบนี้แหละ จะได้ดูขายาวๆ ดูสูงเพรียวมากกว่าเดิม” แนนตอบกลับ เธอค่อนข้างคาดหวังกับตำแหน่งดาวมหาลัยของคณะในปีนี้เป็นอย่างมาก นานแค่ไหนแล้วที่คณะแพทย์ไม่ได้ตำแหน่งดาวมหาลัย เธอที่โดนกดดันจากปีก่อนๆสุดท้ายก็ยังไม่สามารถคว้สตำแหน่งมาให้ตัวเองได้ จึงคาดหวังว่าตนเองจะมีส่วนในความสำเร็จในครั้งนี้ให้ปมในใจมันคลี่คลายเสียที ปีนี้น้องพริมที่โดนเลือกเป็นดาวคณะนั่นสวยมากจริงๆ ทั้งสวยทั้งหุ่นดีผิวดี แถมยังมีดีกรีเป็นถึงคนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้นปีอีก ผู้ติดตามในไอจีก็ไม่น้อย มีสูงถึงหนึ่งแสนกว่าคนยังไงก็ต้องชนะแน่นอน “ปีนี้น้องพริมต้องคว้าตำแหน่งดาวมาได้แน่ๆ พี่มั่นใจ” โซ่เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอเองก็เป็นคนที่พลาดตำแหน่งดาวมหาลัย คว้าได้เพียงที่สอง น่าเจ็บใจที่คนที่ได้ที่หนึ่งกลับเป็นคู่แข่งคู่กัดตลอดกาลของตนอีก ยิ่งทำให้โซ่คาดหวังมากว่าพริมโรสจะชนะฝั่งนั่น “….” พริมโรสได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่มั่นใจอะไรเลย เธอนั้นไม่มีคสามปราถนาที่จะได้ตำแฟนางอะไรพวกนี้เลย ยิ่งไม่มีความหลงใหลในสิ่งมายาแบบนี้ พริมโรสมีแต่ความขี้เกียจและหลงใหลในการทิ้งตัวลงบนเตียงเท่านั้น พริมโรสคิดอยู่เสมอว่าที่สอบติดแพทย์มาได้ก็ต้องบอกว่าอาจเพราะโชคดีที่สมองดันจำเก่งอ่านครั้งเดียวก็จดยำได้ โชคดีที่มียีนต์เรียนเก่งจากพ่อแม่พี่น้อง ไม่งั้นคนที่ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบเธอจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านยังต้องตั้งนาฬิกาปลุกจะสอบติดหรือไง ภายในห้องโสดของคณะซึ่งได้กลายเป็นห้องซ้อมชั่วคราวไปแล้ว ไม่ได้มีแค่พริมโรสกับรุ่นพี่อีกสองคน แต่ยังมีเดือนของปีนี้ที่คู่กับเธอ และยังมีเดือนของปีก่อนๆ อีกสองคน ยังไม่รวมเหล่ารุ่นพี่ทีมงานที่เข้ามานั่งทำอะไรก็ไม่รู้อีกหลายคน ทำเอาพริมโรสอยากจะยกเลิกมันทุกอย่างเสียตอนนี้ เธอเกลียดสถานที่ที่คนเยอะๆ เสียงจอแจ เกลียดเสียงโวกเวกโวยวายไร้มารยาท ไม่ชอบการถูกจิกหัวเรียกจากคนที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่ชอบคนที่ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น รู้สึกอึดอัดไปหมดยามอยู่ตรงนี้ ว่ากันว่าที่ๆไม่ใช่ที่ของเรา เรามักจะรู้สึกไม่ดีเสมอ พริมโรสคิดแบบนั้น พริมโรสนั้น ต่อให้หญิงสาวจะเป็นคนร่าเริง ยิ้มเก่ง เข้ากับคนง่ายแต่กลับมีนิสัยอีกอย่างคือค่อนข้างจะมีบางครั้งที่เหมือนจะเป็นอินโทรเวิร์ตอยู่หน่อยๆ ก็อย่างที่บอก พริมโรสนั้นเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ เป็นคนเทาๆที่ไม่ได้ขาวสะอาด แต่ไม่ถึงกับดำสกปรคบไม่ได้ การซ้อมกินเวลาไปมากกว่าสองชั่วโมง ตอนนี้เท้าของหญิงสาวเจ็บไปหมด มีรอยแดงเป็นรอยช้ำที่ผิวขาวๆของเธอบริเวณที่รองเท้ารัดเสียดสี ปลีน่องก็ตึงไปหมด เอวยาวไปจนถึงหลังก็ปวด ไหล่ตึงเสียยิ่งกว่าคนทำงานหนัก พริมโรมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เธออยากกลับไปนอนเต็มที แต่พอนึกได้ว่ากลับไปก็ต้องไปอ่านทบทวนความรู้ อาบน้ำสระผมบำรุงผิวนู่นนี่ไหนจะเป่าผมให้แห้ง กินข้าวซักผ้าอีก วันนี้จะได้นอนกี่โมง สำหรับคนที่ชอบ กิจกรรมการประกวดดาวคณะ พวกเธออาจจะสนุกกับมัน มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ แต่พอเป็นเธอที่ไม่ชอบอะไรเหล่านี้แล้ว นี่คือการทรมานตัวเองอย่างแท้จริง ในหัวคิดข้ออ้างต่างๆนาๆมากมายเพื่อล้มเลิกมัน แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกทุกอย่างทิ้งไปเพราะวาจาคืออาญาสิทธิ์ รับปากไปแล้วหากทำไม่ได้ก็เสียหมา พริมโรสลากสังขารของตัวเองไปพักเบรคครึ่งชั่วโมง เธอเหนื่อยล้าจนมองไม่เห็นว่าตอนนี้ในห้องมีใครบางคนเดินเข้ามาใหม่พร้อมกับสายตากดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่ม เขายืนมองอยู่สักพักใหญ่แล้ว เมื่อเห็นความอ่อนล้าไร้รอยยิ้มสดใสของคนตัวเล็กอย่างทุกทีมันทำให้เขตครามเผลอแสดงอารมณ์ด้านลบแสนเย็นชาใส่คนอื่นออกไปโดยอัตโนมัติ และเป็นผลให้ในที่สุดพริมโรสได้เวลาพักเบรคนั่นเอง หญิงสาวกล่าวขอบคุณรุ่นพี่ก่อนจะลากสังขารของตัวเองไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้โซฟาที่อยู่อีกมุมหนึ่ง มันค่อนข้างเป็นส่วนตัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะสลัดรองเท้าออกอย่างไม่ใยดี ทิ้งแผ่นหลังหลับตาลงคล้ายกับปิดกั้นทุกสิ่งอย่าง เธอไม่ได้หันไปมองทางไหนอีกนอกจากมุ่งไปที่โซฟาสีแดงตัวนั้นที่กำลังจะเป็นสวงสวรรค์ของเธอในไม่ช้า จึงไม่ได้สังเกตเห็นเขตครามอย่างที่คนอื่นๆเห็นกัน การมาเยือนของเขตครามผู้เลื่องชื่อทำเอาคนในห้องแทบกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าโวกเวกโวยวายทำเสียงดังให้คุณชายเขตครามต้องรำคาญใจ รำคาญหู น่าแปลกที่มาถึงตอนนี้พวกเขากลับรู้ตัวว่าเสียงของพวกเขานั่นน่ารำคาญ! ชายหนุ่มค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวที่ทิ้งตัวใส่โซฟาช้าๆอย่างไม่เร่งรีบ เสียงรองเท้าที่ดังขึ้นสม่ำเสมอและใกล้เข้ามาของเขาไม่ได้ทำให้พริมโรสที่ปิดชัตดาวน์ตัวเองลืมตามองแต่อย่างใด ใบหน้าสวยหวานที่อ่อนล้าของคนตัวเล็กมองเห็นได้ชัดเจนจนชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ต้องขมวดคิ้วจางๆ อย่างไม่สบอารมณ์ เขตครามนั่งลงที่ว่างข้างๆ ร่างเล็กอย่างเงียบงัน น้ำเปล่าที่ถือติดมือมาด้วยถูกเปิดฝาเสียบหลอดให้เรียบร้อย เสียงเปิดฝาขวดน้ำทำให้พริมโรสค่อยๆ ปรือตาแสนอ่อนล้าและขี้เกียจของเธอขึ้นช้าๆ พอพบว่าเป็นใครที่เข้ามาใกล้จากที่เคยเอนพิงพนักโซฟาก็เปลี่ยนท่าเป็นเอนตัวซบไหล่แกร่งร่างสูงแทนอย่างถือสิทธิ์ เธอทิ้งน้ำหนักตัวใส่คนพี่อย่างไม่เกรงกลัวว่าจะโดนสบัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย สบัดหนีก็ไม่เป็นไร ขอสูดกลิ่นแทะเล็มๆเล็กๆน้อยหน่อยก็ยังดี เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว~ “เหนื่อยมากเลยค่ะ” เสียงหวานเต็มไปด้วยความอ่อนล้าพูดออกมาอย่างออดอ้อน ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆมองช้อนคนตัวโตกว่าขอความเห็นใจ“เนาะๆ ไม่พูดแล้วๆ” พริมโรสก็เห็นด้วย เธอเปิดเรื่องใหม่ขึ้นมา “กินข้าวเสร็จไปอาบน้ำก่อนกูโคตรเหนียวอ่ะ” เหนียวแบบนี้นอนไม่ไหวแน่“สระหัวด้วยนะไม่ไหวหัวเหม็นกลิ่นกับข้าว” ใบหม่อนเห็นด้วยมากๆ“บรื้อออ~ ฝนตกแบบนี้ต้องหนาวแน่เลยอ่ะ” น้ำคงจะเย็นจัดจนถึงขั้วกระดูกเลยแหละ“ดีนะกูเอาผ้าห่มผืนหนามา อาบเสร็จก็มุดเข้าผ้าห่มเลย” ใบหม่อนคิดว่าจะหนาวแค่ไหนก็ทำหน้าขยาดแล้ว อยู่คอนโดอาบน้ำอุ่นทุกวัน ตายๆ แบบนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว“กูก็เอามาผืนใหญ่เหมือนกัน คืนนี้เย็นทั้งคืนแน่” พริมโรสดีจริงๆ ที่เชื่อเขตครามเอาผ้าห่มผืนหนามาหน่อย ไม่งั้นคงนอนหนาว“เอาจริงบรรยากาศแบบนี้แค่คิดว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ากูก็รู้สึกเหมือนถูกจับโยนลงน้ำเย็นแล้วอ่ะ อยากตื่นสายๆ ฟังเสียงฝน” ใบหม่อนแค่คิดก็เหมือนจะตายให้ได้ ถ้าบอกว่าพริมโรสขี้เกียจยังไง ใบหม่อนที่เป็นเพื่อนก็ขี้เกียจไม่ต่างกันแค่พริมโรสจะมากกว่านิดหน่อยเท่านั้น“ก็มาค่ายนี่หนา เดี๋ยวรอจบค่ายนี้ก่อนกูจะนอนให้เตียงยุบเลย” พริมโรสนึกถึงเตียงและตั้งมันเป็นโกรางวัลไว้ในใจ….หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสองก็นั่งย่อยก่อนจะหยิบอุปกรณ์เพื่อไปอาบน้ำอาบท่า เป็นเวลากว่าทุ่มครึ่งแล
เวลาต่อมาหลังจากที่ได้ฟังรายละเอียดคร่าวๆ ทั้งหมดแล้วก็พบว่างานที่พวกเธอต้องทำจริงๆ เลยก็คือการทำข้าวกล่องวันล่ะ1,000กล่องและการแพ็คถุงยังชีพสำหรับแจกจ่ายจิตอาสาและประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ ส่วนการไปมอบจะเป็นเรื่องของจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์พากันนั่งเรือหรือขี่เจ๊ตสกีเข้าไป จริงๆ หากมาช้ากว่านี้งานเหล่านี้ก็คงจะถูกเปลี่ยนเป็นงานช่วยล้างบ้านแทนแล้วล่ะพริมโรสเดินไปดูว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างก็เห็นผักและเนื้อมากมายก่ายกองเต็มคันรถที่พึ่งถูกส่งมาตามหลัง ซึ่งมีรุ่นพี่ที่ดูแลกิจกรรมจอดรถแวะซื้อของตั้งแต่ที่อยู่ในเมืองของตัวจังหวัดก่อนหน้านี้เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายจึงได้เดินมาช่วยกันยกวัตถุดิบลงจากรถให้กับเหล่าผู้หญิงได้ทำอาหารกันต่อไป ส่วนเหล่าชายหนุ่มส่วนมากที่ไม่รู้จะทำอะไรเดินไปช่วยเหล่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลงพื้นที่อย่างไม่กลัวพริมโรสช่วยทุกคนหั่นผักหั่นหมูหูก็ฟังเสียงบ่นของใครบางคนหรือเสียงนินทาคนอื่นหรือแม้กระทั่งเสียงหัวเราะชอบใจ บางคนก็กำลังพูดเรื่องของคนอื่น บางคนก็เป็นลูกอิช่างแขวะ แขวะคนนั้นติคนนู้นไปทั่วเรื่องไม่ดีบางอย่างก็ถูกหยิบมาพูดกลางวงให้คนเชาเสียหน้า เธอก็เ
“ไม่ใช่ค่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนเก่าเฮียคราม เธอไม่ได้สำคัญอะไร ก็แค่คนที่มีความทะเยอทะยานสูงและชอบสร้างข่าวลือเท่านั้น” พริมโรสแก้ต่างให้คนพี่ทันที เธอไม่ได้พูดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรับใช้ต่างๆใดๆ เพราะนี่อาจจะเป็นการดูถูกคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ทุกอาชีพมีศักดิ์ศรีคนเหมือนกัน “มันบอกน้องแบบนั้นหรอ?”“….” พริมโรสเงียบไป ฟังว่าเขาจะพูดอะไรอีก“แต่คนอื่นๆ ที่มาจากโรงเรียนเดียวกันกับมันไม่ได้รู้มาแบบนี้นะ ไม่เชื่อก็สืบดูน้องทำได้อยู่แล้ว “อย่าดูถูกความสงสัยและความเป็นนักสืบของผู้หญิงเชียว หึหึ“นี่! พี่อย่ามาปั่นเพื่อนหนูนะ ออกไปเลย!” ใบหม่อนที่พึ่งคิดเงินเสร็จรีบตามออกมาแล้วพูดขึ้นทันที เธอออกโรงปกป้องพริมโรสไว้ข้างหลังราวกับแม่ไก่“เก็บไปคิดดูนะ” เนวินไม่สนใจใบหม่อนสักนิด เขามองข้ามเธอไปแล้วพูดกับพริมโรสก่อนจะเดินออกไปพริมโรสที่ยังคงใจหวิวๆ อยู่ค่อยๆ กลับมามั่นคงในจิตใจเมื่อนึกถึงไวรัลคลิปในต๊อกต๊อกที่กำลังเป็นกระแสเมื่อสามสี่วันก่อนของผู้หญิงคนนั้นและความชัดเจนของคนพี่ที่ออกมาอธิบายพร้อมปาหลักฐานชัดเจนชนิดที่ไม่สนจะไว้หน้าใครของเขาเธอก็เบาใจลงของในมือที่คนอื่นซื้อให้เธอก็ไม่ได้ทิ้งแ
สองวันต่อมา“พริมไปแล้วนะคะ” พริมโรสอ้อนกอดลาคนพี่ที่อุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อที่จะขับรถมาส่งกัน“ดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้มีแผลกลับมา “เขตครามกำชับหญิงสาว อยู่ด้วยกันมาอีกข้อที่เขาได้รู้ก็คือในบางครั้งพริมโรสก็ซุ่มซ่ามจนทำตัวเองเจ็บตัวอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นการเดินเตะประตูหรือการใช้มีดที่ไม่ค่อยระวังของเธอ“ค่า จะดูแลตัวเองให้ดีเลยค่ะ เฮียก็ดูแลตัวเองนะอย่าโหมงานโหมเรียนหนัก พักผ่อนด้วย” พริมโรสก็กำชับคนพี่ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน “ที่สำคัญบุหรี่ก็ลดๆ ลงบ้างนะคะ”“เฮียพยายามเลิกอยู่” เพราะรู้ว่าคนน้องไม่ชอบกลิ่นมัน เขาจึงพยายามมากที่จะเลิกสูบบุหรี่ที่สูบมาตั้งแต่ม.ปลาย พริมโรสไม่ได้บอกสักคำว่าเธอไม่ชอบแต่ท่าทางที่คนน้องมักจะเดินเลี่ยงกลิ่นบุหรี่ทุกครั้งของเธอทำให้เขาพอจับสังเกตได้“ดีค่ะ รักเฮียนะเจอกันอีกสามวันข้างหน้านะคะ คิดถึงพริมด้วยอย่าไปคิดถึงใคร” คนตัวเล็กเงยหน้ายิ้มหวานจากอกแกร่งที่ซบอยู่ จุ้บปลายคางสากไปหนึ่งทีก็จะผละออก แต่มีหรือคนตัวโตจะยอมเขามอบจูบแสนดูดดื่มให้เธอไปหนึ่งทีราวกับจะสูบวิญญานกันจึงยอมปล่อย พริมโรสที่ดูดจูบจนลิปหลุดก็บ่นอุบ “ก่อนออกมาแล้วจูบแล้วนี่นา ดูสิล
หลายวันต่อมา“โอ๊ยยย~ เฮียพริมเจ็บไปหมดแล้ว เบาๆ หน่อยค่ะ” เสียงโอดโอยของคนตัวเล็กที่ดูจะเกินจริงไปบ้างเรียกความเอ็นดูจากเขตครามได้ไม่ยาก เขาค่อยๆ ผ่อนแรงแล้วบีบนวดปลีน่องเรียวของเธออย่างใจเย็น“เฮียว่าพริมควรออกกำลังกายบ้างนะ ดูสิเอ็นตึงหมดแล้ว” เขตครามพูดเสียงนิ่งในแบบของเขา แต่แววตาไม่ปกปิดความหวังดีที่มีให้คนน้อง“พริมเจ็บๆ เบาก่อนค่ะ” พริมโรสไม่ได้ปฏิเสธหรือรับปาก เธอทำได้แค่ร้องโอดครวญที่โดนกดเส้นเท่านั้น“รอหายเจ็บเฮียพาไปใหม่” พาไปในที่นี่หมายถึงพาไปวิ่งนั้นเอง สาเหตุที่พริมโรสมีสภาพนอนตายแบบนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้โดนคนพี่ลากไปออกกำลังกายมาด้วยการวิ่งจ็อกกิงที่สวนสาธารณะมา เพียงรอบเดียวเท่านั้นก็ทำเอาคนไม่ออกกำลังกินแล้วนอนอย่างพริมโรสหอบจนหายใจไม่ทันแล้ว“อ๊าาา!! ยังจะไปอีกหรอคะ!!!” หญิงสาวร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อคนพี่กดโอนเส้นที่ตึงเข้าเต็มๆ“จะได้แข็งแรงนะพริม ไม่ต้องออกทุกวันก็ได้แต่ออกบ้างเพื่อสุขภาพ” เขตครามมีแต่ความหวังดี เขามองเธอกินแล้วนอนกินแล้วนอนมาหลายวัน คิดว่าเป็นแบบนี้ต่อไปสุขภาพของหญิงสาวคงไม่ดีแน่จึงลากเธอลงจากเตียงแล้วเปลี่ยนชุดไปออกกำลังกายกัน“ค่าๆ พริมรู้” พร
“ไม่จริง! ครามโกหกเพราะอยากเอาใจมันใช่มั้ย! ครามคงเอาใจมันมากสินะ ถึงขนาดเอาเตียงเข้ามาในห้องทำงาน! นอกจากสวยแล้วมันมีอะไรดีกว่าด้ายหรอ ด้ายโตมากับครามนะ” เส้นด้ายพูด สายตาของเธอแทบจะเลื่อนลอยเพราะถูกตีหัวด้วยความจริงซ้ำๆ ความจริงที่เธอเลือกที่จะปฏิเสธและสร้างเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอมา“พริมดีกว่าเธอทุกอย่าง จะพูดให้ถูกคือเธอโตมาบนบ้านของฉันในฐานะลูกคนงานเธอสนิทกับเลอา แต่ไม่ได้สนิทหรือโตมากับฉัน! เข้าใจใหม่ด้วย!” เขตครามเริ่มหมดความอดทนจะพูดต่อ เขาพูดตรงและจี้ใจดำปมด้อยของเส้นด้ายเข้าอย่างจังโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป!เขตครามแค่พูดตรง! และพูดจริง! รับไม่ได้ก็ตายไปเลยก็ได้“เลียม!” เขาหันไปเรียกเลขา เลียมก็เข้าใจทันทีอย่างรู้ใจเจ้านาย “ผมเรียกการ์ดเรียบร้อยแล้วครับ”“ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไป เธอพูดอะไรก็ไม่ต้องเก็บมาใส่หัว แล้วก็สืบเรื่องนี้ใครเป็นคนปล่อยให้เธอขึ้นมา แล้วใครเป็นคนส่งข่าวให้เธอ!” เขตครามโกรธมากที่ในบริษัทมีคนเลี้ยงไม่เชื่อง เขากำลังจะเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นตัวอย่างสำหรับคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีทางเลยที่จะไม่มีไม่ไปส่งข่าวให้ผู้หญิงคนนี้ เธอถึงถึงได้รู้ว่าเขาเข้าบริษัท“ไม่นะคราม!
บนเรือเป็ด"นั่งดีๆ” คนตัวโตเอ่ยปรามคนน้องเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าเธอเอื้อมมือไปกวักน้ำเล่นในขณะที่เรือเป็ดยังคงลอยอยู่บนน้ำ“ไม่ตกหรอกค่ะ" พริมโรสพูดพรางยิ้มกว้าง เธอดูสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังงาน“พริมโรส” เขตครามเรียกชื่อคนตัวเล็กนิ่งๆ“ขาาา~” พริมโรสขานรับคำเรียกขานจากคนพี่แต่ยังคงซุกซนอยู่กับผิวน้ำ
เวลาต่อมากริ่งงๆๆ เสียงกริ่งดังขึ้นปลุกยัยตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ หลับจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าเขามาแล้ว"อะไร ไหนบอกว่าจะไปปั่นจักรยานไงทำไมหลับ" เขตครามขมวดคิ้วจางๆ มองยัยตัวเล็กที่ลืมตาขึ้นมามองเขา ในดวงตาของเธอฉายแววงัวเงียอยู่เล็กน้อย"ลมมันเย็น วันนี้อากาศก็ดีมากเลยค่ะ” ลมพัดเย็นๆ กับอากาศ
09:30น.วันต่อมา“อยากไปไหนล่ะ” เขตครามที่วันนี้ดูจะแต่งตัวแปลกตาไปจากปกติที่เคยเห็นเอ่ยถามคนตัวเล็กที่พึ่งขึ้นรถมา โทนการแต่งตัวของเขาในวันนี้ไม่เหมือนทุกวัน มีความสบาย สะอาดและอบอุ่นเสื้อผ้าสีอ่อน ดูแปลกตาจากเสื้อผ้าสีเข้มของเขากว่าทุกวัน“อยากไปวัดก่อนค่ะ” พริมโรสยิ้มระรื่นหวานไปทั้งตัว วันนี้เธ
19:00น.“เฮีย” ภายในรถคันหรูขณะนี้เป็นเวลาย่ำค่ำแล้ว กว่าพริมโรสจะสลัดทุกอย่างแล้วปลีกตัวออกมาได้ก็เล่นเอาพระอาทิตย์ตกแล้ว พอถึงคอนโดก่อนลงรถเธอก็หันไปเรียกชายหนุ่มตัวโตที่อุตส่าห์รอขับรถมาส่งที่คอนโด ถึงจะเป็นการมาส่งที่เธออ้อนขอก็เถอะ “อืม” เขตครามเลิกคิ้วหันมองคนตัวเล็กกว่า“วันนี้พริมชนะแล้วนะ







