LOGINสามปีแล้วที่ฉานจวนไม่ได้เหยียบเรือนของมารดานางเคยคิดว่าต่อให้บ้านหลังนี้ถูกไฟไหม้ นางก็คงยืนดูอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างสงบแต่เช้าวันนี้ นางกลับยืนอยู่หน้าประตูพร้อมซูเจิน“พี่ยังเปลี่ยนใจได้นะ”ฉานจวนปรายตามองน้องสาว “ข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว”“ข้าหมายถึงหากพี่ยังไม่พร้อม”“ข้าพร้อมตั้งแต่เห็นหน้าสามีใหม่ของท่านแม่ครั้งแรกแล้ว”“พร้อมทำอะไร?”“ตบเขา”“พี่”“ล้อเล่น”ซูเจินมองอย่างไม่เชื่อฉานจวนถอนหายใจ “ได้ ข้าจะพยายามไม่ตบ”“ต้องไม่ตบ”“เช่นนั้นหากเขาพูดจาน่าตบ?”“พี่!”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากด้านหลัง ห่าวรันยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ส่วนซีซวนใช้พัดปิดครึ่งหน้า แต่ดวงตาเห็นชัดว่ากำลังขำฉานจวนหันขวับ “พวกท่านสองคนตามมาทำไม?”ห่าวรันตอบ “กลัวเจ้าตบคน”“แล้ว?”“จะได้ห้าม”ฉานจวนหรี่ตา “เมื่อคืนท่านบอกว่าจะหันหลังให้”“เปลี่ยนใจแล้ว”“บุรุษกลับคำ!”ซีซวนพยักหน้า “เรื่องนี้ข้าเป็นพยานให้เจ้าได้”ห่าวรันหันมองสหาย “เจ้าเงียบ”ซูเจินหลุดหัวเราะ ความตึงเครียดที่มีมาตลอดทางจึงคลายลงเล็กน้อย ฉานจวนสูดลมหายใจ“เข้าไปเถอะ”ครั้งนี้นางจะไม่หนีอีกแล้วเมื่อมารดาเห็นบุตรสาวฝาแฝดยืนอยู่พร้อมกัน สีหน้าก็ซีดลงท
ฉานจวนรู้ว่าชีวิตกำลังวุ่นวายตั้งแต่แม่เล้าหลิวเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วประกาศว่า“มีบุรุษสองคนมาหาเจ้า”นางยังไม่ทันเงยหน้าจากกระจก “บอกให้รอ”“คนหนึ่งคือท่านแม่ทัพห่าว”มือที่กำลังเสียบปิ่นหยุดทันที“อีกคนคือคุณชายซีซวน”ฉานจวนหันขวับ “ผู้ใด?”“ซีซวน”“เขามาหาข้าทำไม?”“ข้าก็กำลังจะถามเจ้า!”ฉานจวนลุกขึ้นทันที ห่าวรันมาหานางไม่แปลกแต่ซีซวน? เมื่อวานซูเจินเพิ่งกลับจวนหากบุรุษเจ้าเล่ห์ผู้นั้นมาหานางวันนี้ แสดงว่า—“ซวยแล้ว”แม่เล้าหลิวเบิกตา “อะไรซวย?”“ไม่มีอะไร”“ฉานจวน”“ท่านลงไปก่อน”“แล้วจะให้ผู้ใดขึ้นมา?”“ห่าวรัน”แม่เล้าหลิวหรี่ตา “เรียกชื่อกันแล้วหรือ?”“แม่เล้าหลิว!”“ได้ ๆ”นางหัวเราะแล้วเดินออกไป ฉานจวนถอนหายใจ ยังไม่ทันได้คิดว่าจะจัดการอย่างไรประตูก็เปิดอีกครั้ง“เร็วขนาด—”คนที่เข้ามาไม่ใช่ห่าวรันแต่เป็นซูเจินฉานจวนเบิกตา “เจ้ามาทำไม?”ซูเจินรีบปิดประตู “พี่!”“อย่าบอกนะว่า—”“ซีซวนรู้แล้ว”ฉานจวนเงียบ“รู้ว่าเจ้าไม่ใช่ข้า?”“อืม”“รู้ชื่อ?”ซูเจินหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล “รู้แล้ว”ฉานจวนหรี่ตา“เหตุใดเจ้าหน้าแดง?”“ไม่เกี่ยว”“เขาทำอะไรเจ้า?”“ไม่ได้ทำ!”ตอบเร็วเกิน
ซูเจินเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองได้เพียงวันเดียว ก็เริ่มคิดว่าการเป็น “ฉานจวน” อาจไม่ได้เหนื่อยที่สุดอย่างที่เคยคิด อย่างน้อยตอนอยู่หอเยว่ฮวา นางยังตื่นสายได้แต่กลับจวนวันแรก เสี่ยวอวี้ก็ปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง“คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าวันนี้มีแขกสำคัญ ให้ท่านแต่งตัวเรียบร้อยหน่อยเจ้าค่ะ”ซูเจินซุกหน้าลงกับหมอน“ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยตรงไหน?”“ฮูหยินคงหมายถึงให้เรียบร้อยกว่าปกติเจ้าค่ะ”“ข้าเรียบร้อยกว่านี้ได้อีกหรือ?”เสี่ยวอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง“ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นขอนอนต่อ”นางกำลังจะดึงผ้าห่มขึ้น เสี่ยวอวี้กลับพูดต่อ“ได้ยินว่าเป็นคนจากตำหนักองค์รัชทายาทด้วยเจ้าค่ะ”ซูเจินลืมตาขึ้น ไม่รู้เพราะเหตุใดชื่อของบุรุษผู้หนึ่งกลับผุดขึ้นมาในหัวทันที ซีซวน นางรีบหลับตาอีกครั้ง เป็นไปไม่ได้ เขาจะมาทำอะไรที่นี่? เมื่อคืนหลังกลับจากหอเยว่ฮวานางยังคิดอยู่เลยว่าเรื่องระหว่างตนกับเขาจบแล้ว ต่อจากนี้นางเป็นซูเจิน ส่วนฉานจวนก็กลับไปเป็นฉานจวนเขาชอบไปหอเยว่ฮวาก็ให้เขาไป ต่อให้พบพี่สาวนั่นก็ไม่เกี่ยวกับนางอีก ดีเสียอีก ไม่ต้องเจอ ไม่ต้องถูกถาม ไม่ต้องถูกจ้องเหมือนเขากำลังแกะความล
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉานจวนตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกสองอย่าง อย่างแรกคือนางนอนไม่พอ อย่างที่สองคือนางอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อคืนแล้วเอามือปิดปากตัวเองเสีย เช่นนั้น…ไม่ต้องหยุด เหตุใดนางถึงพูดออกไปได้! ฉานจวนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะแต่ยิ่งปิดตา ภาพเมื่อคืนกลับยิ่งชัด ทั้งแสงจันทร์ อ้อมแขนของห่าวรัน และโดยเฉพาะตอนที่นางเป็นฝ่ายดึงคอเสื้อเขาลงมาเอง“ไม่คิด”นางพึมพำ“ไม่คิดอะไรเจ้าคะ?”เสียงเสี่ยวอวี้ดังขึ้นข้างเตียงฉานจวนเปิดผ้าห่มทันที“เจ้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร?”“สักพักแล้วเจ้าค่ะ”“ได้ยินอะไรบ้าง?”“ได้ยินคุณหนูพูดว่าไม่คิดเจ้าค่ะ”“ดี”“แต่บ่าวไม่ได้ถามว่าท่านคิดถึงอะไร”ฉานจวนเงียบ เสี่ยวอวี้ก้มหน้า“ออกไป”“เจ้าค่ะ”“แล้วห้ามหัวเราะ”“บ่าวยังไม่ได้—”“ตาเจ้าหัวเราะ!”เสี่ยวอวี้รีบออกจากห้อง ฉานจวนถอนหายใจ ก่อนสายตาจะตกลงบนหีบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้เมื่อคืนวันนี้นางต้องกลับ ไม่มีข้ออ้างแล้วความลับแตกเรียบร้อย ห่าวรันรู้ว่านางคือฉานจวน รู้เรื่องฝาแฝด และรู้ว่านางอยู่หอเยว่ฮวา ทุกอย่างควรง่ายขึ้นแต่กลับไม่ง่ายเลยเพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้รังเกียจนาง ไม่โกรธเรื่องที่นางเป็นคณิกาและยังจูบนางหลังรู้ค
คืนวันที่เจ็ดมาถึงเร็วกว่าที่ฉานจวนต้องการ นางนั่งอยู่หน้ากระจกปล่อยให้เสี่ยวอวี้ช่วยถอดปิ่นออกทีละชิ้น แต่สายตากลับไม่ได้มองเงาของตัวเองเลย คืนนี้นางนัดซูเจินไว้ที่ศาลาร้างท้ายสวน ซึ่งเชื่อมกับประตูเล็กด้านหลังจวน พรุ่งนี้ก่อนฟ้าสาง ทั้งสองจะกลับคืนที่ของตน ทุกอย่างควรจบลงง่าย ๆ เหมือนตอนเริ่มแต่ฉานจวนกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว“คุณหนูเจ้าคะ”“อืม?”“ท่านถอนหายใจเป็นครั้งที่เจ็ดแล้ว”“เจ้านับอีกแล้ว?”“บ่าวว่างเจ้าค่ะ”ฉานจวนปรายตามอง“ข้าว่าเจ้าควรมีงานมากกว่านี้”เสี่ยวอวี้ยิ้ม ก่อนวางหวีลง“ท่านไม่อยากกลับหรือเจ้าคะ?”คำถามตรงเกินไปจนฉานจวนเงียบ“ผู้ใดบอก?”“ไม่มีผู้ใดบอกเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นอย่าเดา”“เจ้าค่ะ”ฉานจวนมองตัวเองในกระจก ใบหน้านี้เหมือนซูเจินทุกประการ ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมานางใช้ใบหน้านี้ ใช้ชื่อของน้องสาว และใช้ชีวิตในฐานะคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีแต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเป็นของซูเจิน… คือความรู้สึกที่มีต่อห่าวรัน นั่นเป็นของนาง เป็นของฉานจวน“เขามาวันนี้หรือไม่?”ถามออกไปแล้วฉานจวนก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เสี่ยวอวี้ไม่จำเป็นต้องถามว่า “เขา” คือใคร“ท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ?”“ข้าถามว่ามา
เช้าวันที่หกของการสลับตัว ฉานจวนตื่นขึ้นมาพร้อมความตั้งใจแน่วแน่ วันนี้นางจะไม่คิดถึงห่าวรัน ไม่คิดถึงศาลาริมสระ ไม่คิดถึงสายฝน และที่สำคัญที่สุด— ไม่คิดถึงจูบนั่นเด็ดขาด“คุณหนูเจ้าคะ”“อะไร?”“ท่านจับริมฝีปากตัวเองอีกแล้ว”มือของฉานจวนชะงักอยู่กลางอากาศ ก่อนรีบลดลงทันที“ข้าคัน”เสี่ยวอวี้พยักหน้า“คันมาตั้งแต่เมื่อคืนเลยหรือเจ้าคะ?”ฉานจวนหันขวับ“เจ้าอยากไปทำงานในครัวหรือไม่?”“ไม่อยากเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเงียบ”“เจ้าค่ะ”เสี่ยวอวี้ก้มหน้าจัดเสื้อผ้าต่อ แต่ไหล่กลับสั่นน้อย ๆ เพราะกำลังกลั้นหัวเราะ ฉานจวนมองผ่านกระจกทองเหลืองแล้วกัดฟัน นับวันสาวใช้ผู้นี้ยิ่งกล้าล้อเลียนนางมากขึ้นทุกที“วันนี้วันที่เท่าไรแล้ว?”“วันที่หกเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบปิ่นของฉานจวนหยุดลง วันที่หกหมายความว่าเหลืออีกเพียงวันเดียว พรุ่งนี้นางกับซูเจินจะพบกันตามที่นัดไว้และเมื่อครบเจ็ดวัน ทั้งสองจะกลับไปใช้ชีวิตของตนเอง ซูเจินกลับจวนเสนาบดี ส่วนนางกลับหอเยว่ฮวาทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม ควรจะดีสิ นางจะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าห่าวรันจะจับพิรุธได้เมื่อใด ไม่ต้องคอยจำว่าซูเจินชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และไม่ต้องต่อสู้กับฮูหย







