Beranda / รักโบราณ / สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ / บทที่ 4.1 ร้านผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง

Share

บทที่ 4.1 ร้านผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-04 07:14:14

4 สูงส่งแล้วอย่างไร ผู้คนก็นินทาเหมือนเดิม

ในยามที่จวนชินอ๋องยังคงวุ่นวายกับการที่หัวมังกรของบ้านถูกวางยาพิษ เจียงเยี่ยนฟางกลับหนีออกไปนอกจวนทางกำแพงฝั่งด้านหลังของเรือนไม้ตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยประตูของจวนทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา นางจึงต้องหาเส้นทางอื่นแทน สุดท้ายก็พบว่ากำแพงหลังเรือนไม้ของตนเองช่างเหมาะจะใช้ปีนออกไปพอดี และด้วยชุดของนางเป็นชุดของสตรีในพื้นที่ราบนิยมใส่ขี่ม้ากัน ดังนั้นการปีนกำแพงก็ไม่ใช่เรื่องยาก

สถานที่ซึ่งนางแวะไปที่แรกคือร้านสมุนไพร ไม่นานหลังจากเข้าไปก็กลับออกมา ก่อนจะแวะไปที่ร้านผ้ากลางตลาดต่อ

"เถ้าแก่" เจียงเยี่ยนฟางเอ่ยเรียกผู้ที่กำลังหันหลังอยู่

"แม่..." เถ้าแก่เมื่อหันมาก็ลังเล เสียงที่เขาได้ยินก่อนหันกลับมาต้อนรับลูกค้านั้นเป็นเสียงของสตรีไม่ผิดแน่นอน แม้หันมาแล้วจะตกใจกับเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวม กอปรกับความสูงที่หากมองผิวเผินก็คงจะนึกว่าบุรุษเพศ จึงทำให้เขาชะงักไปในตอนแรก แต่เขาเป็นเจ้าของร้านค้าผ้ามาเกือบสามสิบปี ย่อมรู้ว่าชุดแบบนี้คือชุดของสตรีในพื้นที่ราบอันห่างไกล จึงรีบเอ่ยอย่างกระตือรือร้นกับอีกฝ่ายว่า "แม่นาง ท่านต้องการผ้าไปตัดชุดหรือ"

"ได้ยินชาวบ้านบอกว่าร้านผ้าของท่านเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแคว้นเฉิง พอได้มาเห็นกับตาก็สมคำเล่าลือจริง ๆ"

"แม่นางมาถูกที่แล้ว ร้านข้ามีผ้าทุกแบบทุกราคาให้ท่านเลือกซื้อ!" เถ้าแก่หัวเราะชอบใจพลางผายมือไปทั่วร้านที่ตนภูมิใจนักหนา

"ข้าเป็นคนต่างถิ่นแถมความรู้น้อย แต่เจ้านายกลับใช้ข้าให้มาซื้อผ้าไปตัดชุด ตอนแรกก็ยังกังวลว่าจะเลือกได้ไม่เหมือนแบบที่เขาให้มา โชคดีที่มาเจอเถ้าแก่แล้ว" เจียงเยี่ยนฟางยกยอปอปั้นไปก่อน ตามมาด้วยการหยิบเศษผ้าผืนหนึ่งออกมา

ผ้าผืนนี้เป็นสีเขียวหม่นอมน้ำตาลไม่หนาไม่บางเกินไป สัมผัสนุ่มลื่น ดูแค่นี้ก็บอกได้เลยว่าน่าจะใส่สบาย การทอผ้าก็ค่อนข้างซับซ้อน มีไหมสีเงินแทรกอยู่ทั่วทั้งผืน ขนาดคนที่ไม่รู้เรื่องผ้าอย่างนางยังมองออกว่านี่หาใช่ผ้าที่พบเจอได้ทั่วไป

"แม่นาง! เจ้านายท่านล้อข้าเล่นแล้ว!" เถ้าแก่รีบใช้ด้ามพัดผลักมือที่กำลังถือเศษผ้ายื่นมาจ่อตรงหน้าเขาออกไป เขามองปาดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่า นี่มิใช่ผ้าที่จะสามารถซื้อหาในร้านผ้าของเขาได้ ให้กล่าวตามตรงก็คือหาซื้อที่ไหนไม่ได้เลยต่างหาก!

แม้เมื่อครู่เขาจะภูมิใจในร้านของตนหนักหนา แต่ตอนนี้ก็ต้องกล้ากลืนน้ำลายตัวเองกลับลงคอไปเหมือนเดิม ให้มันแช่อยู่ในท้องของเขาไปเสียยังจะดีกว่าต้องมาเดือดร้อนในภายหลัง! "รบกวนไม่ส่งแม่นางแล้ว" เถ้าแก่ร้านเตรียมจะหนี แทบอยากปิดร้านไปเสียเดี๋ยวนี้ ไม่สิ ไม่สิ! ย้ายร้านหนีเลยคงจะเป็นการดีที่สุด!

ผ้านั่นแค่เห็นก็ว่าน่าตกใจมากแล้ว แต่สีของมันกลับน่าตกใจยิ่งกว่า เขาทำงานด้านผ้ามานาน ย่อมมองออกว่าผ้าผืนนี้สีแต่เดิมเป็นเช่นไร อีกทั้งเศษผ้าที่ขาดแหว่งไร้รูปทรงดูอย่างไรก็เหมือนถูกตัดออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ หลอมเรื่องราวเหล่านั้นเข้าด้วยกัน จะมีใครเดาไม่ออกบ้างว่าผ้าผืนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

"เถ้าแก่ เดี๋ยวก่อน" เจียงเยี่ยนฟางมองเห็นถึงความกังวลในสีหน้าของอีกฝ่ายที่พยายามไล่ตนจากไป แต่ก็อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ "อย่างน้อยก็ช่วยบอกที่มาที่ไป..." นางยังเอ่ยไม่จบ เถ้าแก่ร้านก็สาวเท้าอ้อมโต๊ะมาหาด้วยความเร่งรีบ จะมาพานางออกไปด้วยตนเองให้ได้

เจียงเยี่ยนฟางที่ขี้งกเป็นทุนเดิมจึงต้องยอมกัดฟัน คว้าถุงเงินที่พกมาด้วยออกมายัดใส่มือเขา แล้วเก็บเศษผ้าเข้าไปในอกตามเดิม

"..." เถ้าแก่รับไปแล้วก็รู้สึกเหมือนถูกถ่านร้อนลวกมือ คิดจะโยนถุงเงินคืนเจ้าของ แต่ถ่านก้อนนี้หนักมากนัก ความลังเลพลันก่อเกิดขึ้นในใจ

ทว่าไม่ถึงอึดใจต่อมา ถ่านร้อนที่เถ้าแก่มัวแต่ลังเลจะรับไว้หรือไม่รับดี ก็ถูกคว้าคืนไปจนได้

"หากท่านลำบากใจ..." เจียงเยี่ยนฟางลากเสียงยาว จงใจดูท่าที

เถ้าแก่หัวเราะแห้ง ดวงตาที่หรี่เล็กลงก็มองถุงเงินในมือของอีกฝ่าย "แม่นางใจร้อนเกินไปแล้ว ใจร้อนแล้ว ๆ อายุอานามยังไม่มากแท้ ๆ" เถ้าแก่รีบคว้าถ่านร้อนกลับมา ตอนนี้พอรู้สึกถึงน้ำหนักของมันเป็นอย่างดีอีกรอบแล้ว ก็รู้สึกว่าถ่านร้อนก้อนนี้ไม่ใช่ถ่านอีกต่อไป แต่คือถุงเงินถุงทองที่ควรเป็นของเขาต่างหาก! ความรู้สึกเป็นตายก่อนหน้านี้ได้มลายหายสิ้นไปทันที

เจียงเยี่ยนฟางไม่อยากบีบบังคับอีกฝ่ายมากเกินไป แต่ก็ไม่อาจเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ จึงเอ่ยว่า "ขอแค่ท่านบอกอะไรสักหน่อยก็พอ" และพอได้เห็นสีหน้าของเถ้าแก่คลายกังวลลงเล็กน้อยก็ใจชื้นขึ้นมา

ด้านเถ้าแก่ก็รีบหันไปหาลูกน้องอีกคนในร้าน และพยักหน้าให้ไปหนึ่งที เป็นอันรู้กันว่าให้เจ้าตัวเฝ้าหน้าร้านไว้ดี ๆ "แม่นางเชิญด้านใน" ก่อนหันกลับมาผายมือเชิญเจียงเยี่ยนฟางเข้าไปพูดคุยในห้องส่วนตัวด้านหลังแทน

เจียงเยี่ยนฟางไม่รอช้า เมื่อเดินพ้นประตูห้องส่วนตัวเข้าไปแล้ว ก็รีบพูดดักก่อนเลย "เข้าเรื่องเถิด ข้ามีเวลาไม่มาก"

เถ้าแก่เองก็มองออกตั้งแต่แรกว่านางไม่ได้จะมาซื้อผ้าแบบที่นางส่งมาให้เขาดู "แม่นาง หากข้าบอกท่านแล้ว ท่านกล้ารับรองความปลอดภัยให้ข้าหรือไม่"

"ร้ายแรงถึงเพียงนั้น?" เจียงเยี่ยนฟางถามไปแล้วก็ส่ายหน้าตอบกลับไป อะไรที่นางรับปากย่อมต้องเป็นสิ่งที่นางตัดสินใจแล้วว่าสามารถทำได้ นางไม่มีทางพูดส่งเดช ดังนั้นเรื่องนี้พอไม่อาจรับปากเขาได้ จึงแบมือออก คิดจะขอเงินคืน

แต่เถ้าแก่กลับกำถุงเงินแน่นมือไม่ยอมคืน เสียงของเงินที่กระทบกระทั่งกันภายในถุงผ้าทำให้น้ำหนักในใจเอนเอียงไปมาไม่แน่นอน แต่สุดท้ายชีวิตก็เหมือนจะไม่สำคัญเท่าเงินทอง หลงลืมแม้กระทั่งเชิญอีกฝ่ายไปนั่งดื่มน้ำชาตามมารยาท ถึงขั้นยืนคุยกระซิบกันอยู่หน้าประตูที่เพิ่งจะปิดลงไป

"ผ้าที่แม่นางได้มาเป็นของแคว้นจ้าว มีเพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่ได้ แล้วคนทั่วไปไหนเลยจะมีโอกาสหามาตัดชุดได้ แถมน้อยคนนักที่จะเคยเห็นด้วยซ้ำไป ไหมเงินที่แซมอยู่ในเนื้อผ้าจะว่าหายากก็หายาก แต่มีเงินใช่ว่าจะซื้อไม่ได้เสียที่ไหน ทว่าที่แคว้นจ้าวกลับมีข้อห้ามเรื่องการใช้ไหมเงินชนิดนี้อยู่ ให้ใช้ได้แค่คนของราชวงศ์เท่านั้น"

"แต่แคว้นจ้าวอยู่ห่างไกลหลายพันลี้ [1] ถึงจะเป็นไปได้ที่ผ้าจากแคว้นจ้าวสามารถมาถึงที่นี่ได้ แต่ท่านเพิ่งบอกไป ว่าไม่ใช่ใครก็สามารถมีได้"

"แม่นางถามได้ถูกแล้ว เมื่อสองปีก่อนข้าได้นำผ้าไปถวายให้พระสนมในวังหลวง ถึงแม้นปกติในวังจะมีกองดูแลฉลองพระองค์อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีการซื้อผ้าจากด้านนอกไปอยู่บ้าง ร้านข้าเองก็ได้รับเลือกด้วย

ในตอนนั้นแทนที่ข้าจะส่งมอบของก็จบและกลับออกมาพร้อมเงิน แต่กลับถูกพระสนมนางหนึ่งต้องการวางอำนาจ พระนางจึงออกคำสั่งใช้ข้านำผ้าไปเก็บให้ที่คลังเก็บสมบัติส่วนตัว ปกติการส่งมอบผ้าในแต่ละครั้งข้าก็จะให้ลูกน้องในร้านไปส่ง แต่ครั้งนั้นเป็นการเหมาผ้าทั้งหมดในร้านที่มีราคาแพงที่สุดไป เพื่อให้พระสนมได้นำไปตัดชุดใส่ในงานเลี้ยง พระสนมจะมารวมตัวกันหมดเพื่อเลือกผ้า ข้าจำต้องไปเอง ใครมีอำนาจมากสุดก็ได้เลือกก่อน..."

"เถ้าแก่ ท่านเล่ากระชับขึ้นอีกหน่อยได้หรือไม่" เจียงเยี่ยนฟางเม้มปากเหมือนจะพยายามยิ้มให้ดูอ่อนโยน แต่ทำได้ดีสุดก็เพียงเท่านั้น และเพราะมีผ้าโปร่งปิดหน้าอยู่ เกรงว่ายิ้มไปคนตรงหน้าก็คงไม่เห็น นางจึงหุบยิ้มลงทันที


[1] ลี้ เป็นความยาวระยะทาง 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายในอ่างน้ำสววรค์เบื้องหน้า สะท้อนภาพของคนสองคนที่เดินเคียงคู่กัน ความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็หวนกลับมาอีกครั้ง"ท่านเทพจันทรา[1] ยังตัดใจไม่ได้อีกหรือ รึเป็นเพราะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความรู้สึกจึงยังคงอยู่" ซื่อหมิงซิงจวิน[2]ยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของเทพแห่งจันทรา เมื่อเขารู้ว่าอีก‍ฝ่ายได้ผ่านเคราะห์รักมาแล้ว และกลับมาจุติบนสวรรค์อีกครั้ง เขาก็รีบมาหา หวังมาเยี่ยมสหายเก่าเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าภาพที่ตนเห็นจะเป็นแผ่นหลังของสหายที่ดูอาลัยอาวรณ์ภาพในแอ่งน้ำสะท้อนชีวิตของมนุษย์ไม่น้อย เดาว่าการผ่านเคราะห์ครั้งนี้ของเจ้าตัวคงสาหัสเอาการโลกสวรรค์และโลกมนุษย์เวลาไม่เหมือนกัน เทพจันทราเพิ่งตายไปในร่างมนุษย์เมื่อครู่ แต่พอจุติบนสวรรค์อีกครา ที่โลกมนุษย์ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้วเทพแห่งจันทราที่ถูกทักก็วาดมือผ่านอ่างน้ำสวรรค์ ปิดภาพของเจ้านายเก่าของตนทิ้งไป เตรียมจะเดินหนีสหายเก่า ทั้งที่ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วันบนสวรรค์ แต่เพราะในโลกมนุษย์ยาวนานถึงยี่สิบกว่าปี เขาจึงยังรู้สึกไม่สนิทกับสหายเท่าเมื่อก่อน คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักตอนแรกเขายอมรับว่าตนยังห่วงหาสตรีผู้นั้นอยู่ อยากรู้ว่าหลั

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 9

    ตอนพิเศษ 9รัชศกต้าเหนิง ปีที่ เก้า ราชวงศ์เซียวย่างเข้าวสันตฤดูแล้ว ในจวนที่ปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงสมุนไพรมากมาย แทนที่จะมีกลิ่นหอมพาให้ผู้คนหลงใหลกลับมีกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วจวน"นายหญิง" เติ้ง‍อู๋เห็น‌นายหญิงท่าทางรีบร้อนเดินตรงไปหากลิ่นเหม็นไหม้ก็รีบดักทางไว้ นายหญิงของเขากำลังตั้งท้องเจ้านายตัวน้อยคนที่สามอยู่ ไม่ควรเข้าใกล้กลิ่นควันมากเกินไป หลังจากนี้คงต้องอาจหาญตักเตือนคนก่อควันสักหน่อย"เกิดอะไรขึ้น ข้าได้กลิ่นไหม้" ‌เสวี่ย‍หว่านชะเง้อหัวมองผ่านแขนเติ้งอู๋ไป พบว่าครัวด้านหลังจวนกำลังมีควันมากมายพวยพุ่งออกมา มิหนำซ้ำภายในควันนั้นก็มีร่างเล็กของเด็กชายวิ่งหนีตายออกมาด้วย"ท่านแม่" เด็กชายวัยหกขวบยกมือปิดปากแน่น ครั้นได้เจอผู้เป็นมารดาก็รีบวิ่งเข้ามาหาหน้าตื่น"เสี่ยวหลิวเจ้าทำอะไรอยู่ในครัว? น้องรองของเจ้าอยู่ที่ใดเล่า!?" ‌เสวี่ย‍หว่านรีบจับบุตรชายที่วิ่งมากอดตนไว้แน่นออกมาตรวจดูตามตัว ครั้นพบว่าไม่เจอบาดแผลก็เบาใจไป แต่ปกติเด็กคนนี้จะตัวติดกับน้องชายวัยสี่ขวบของตนเองเสมอ เวลานี้เอาน้องไปทิ้งไว้ที่ใดแล้ว!"แค่ก ๆ ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอันใดนะท่านแม่ ส่วนน้องรองแม่นมฉ

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 8

    ตอนพิเศษ 8รัชศกต้าเหนิง[1] ปีที่ 3 ราชวงศ์เซียวในเมืองลั่ว จู่ ๆ ก็มีการปรากฏตัวของตระกูลเศรษฐีไร้ชื่อผู้หนึ่งขึ้นมา ไม่มีใครเคยเห็นคนด้านในจวนแห่งนี้เข้าออก หรือควรบอกว่า เป็นเพราะจวนตั้งอยู่ห่างไกลบ้านคนกันแน่ ทำให้ชาวบ้านแทบจะไม่เคยมีใครได้เห็นเจ้าของจวนแห่งนี้เลยแม้นก่อนหน้านี้จะมีคนงานในเมืองถูกเกณฑ์ไปสร้างเรือนอยู่นานร่วมหกเดือน แต่พวกเขากลับไม่เคยรู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร มีเพียงเงินค่าจ้างที่ถูกนำมาวางไว้ให้ในแต่ละรอบเท่านั้นบรรดาคนงานก็บอกเพียงแค่ว่า พื้นที่โดยรอบที่ถูกปลูกต้นไม้ปิดบังเรือนไว้ ต่างก็ถูกเจ้าของจวนแห่งนี้กว้านซื้อไปจนหมดแล้วก็เท่านั้น นั่นทำให้ไม่ว่าผู้คนจะอยากรู้มากเพียงใด ก็เข้าไปใกล้ได้แค่ครึ่งทางของต้นไม้ด้านหน้า...กระทั่งล่วงเลยไปอีกหลายสิบปีก็ไม่มีใครเคยได้รู้ว่าเจ้าของจวนแห่งนั้นคือผู้ใดและตกดึกคืนนี้ ในเมืองลั่วก็มีการจัดงานเทศกาลลอยโคมขึ้นมาเซียว‍ลี่‍หยางจึงชวนเสวี่ย‍หว่านออกมาเดินเล่นในงานเทศกาลด้วยกันภายในงานเริ่มแรกจะมีแห่ขบวนโคมไฟที่ทำเป็นรูปมังกรและสิงโต เซียว‍ลี่‍หยางที่รู้ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จึงพาเสวี่ย‍หว่านขึ้นมานั่งรอชมขบวนแห่อยู่บนชั้

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 7

    ตอนพิเศษ 7วสันตฤดูปีต่อมา ด้วยเพราะเติ้งอู๋ทำทางขึ้นภูเขาให้ใหม่แล้ว เวลานี้เขาก็ลงไปนำม้าของตนและของเจ้านายกลับขึ้นมาอยู่บนภูเขาด้วยกันเสวี่ย‍หว่านที่หูดีกว่าเซียว‍ลี่‍หยางก็ได้ยินเสียงเท้าของม้ามาตั้งแต่ไกล ๆ แล้ว จึงวิ่งออกไปรอที่หน้ารั้ว เมื่อเช้านางแอบเตรียมขนมไว้กินเล่นในตอนที่เซียว‍ลี่‍หยางไปซักผ้าที่ลำ‍ธาร เพราะคิดว่าวันนี้จะชวนเซียว‍ลี่‍หยางไปหานั่งกินขนมที่อีกฟากของภูเขาด้วยกันมือเรียวหยิบนกหวีดที่พกไว้ออกมาเป่า เรียกม้าประจำตัวของเซียว‍ลี่‍หยางให้รีบวิ่งมาหาอาชาสีขาวเมื่อสะบัดหลุดจากมือของเติ้งอู๋ได้ ก็รีบห้อตะบึงมาทางนางเช่นเดียวกัน มันจำได้ว่าสตรีผู้นี้ชอบเอาผลไม้มาให้มันกินบ่อย ๆ ตอนที่มันถูกเจ้านายฝากไว้ที่คอกม้าในหมู่บ้านข้างล่าง ตอนนี้ก็นับว่าสตรีคนนี้เป็นเจ้านายอีกคนไปแล้ว"หว่านหว่านระวัง!" เซียว‍ลี่‍หยางได้ยินเสียงนกหวีดก็ทิ้งฉู‍โถว[1]ที่อยู่ในมือ แล้วรีบวิ่งมาหาภรรยาที่หน้ารั้วไม้ ตอนนั้นก็เห็นว่าม้าของตัวเองพุ่งทะยานเข้ามา ทว่าเขาช้าไปหนึ่งก้าว ม้าของเขากำลังจะเหยียบภรรยาเข้าให้แล้ว ด้วยคิดว่าม้าของตนกำลังจะทำร้ายภรรยา หัวใจก็ดิ่งวูบราวกับไม่เคยเต้นมาก่อนแต่

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ตอนพิเศษ 6เติ้ง‍อู๋จากไปคราวนี้ หวนกลับมาอีกคราก็เป็นตอนที่ต้นอ่อนของต้นมะเขือเทศที่‌เซียว‍ลี่‍หยางปลูกไว้เริ่มโตจนใกล้ออกดอกได้แล้วอีก‍ฝ่ายกลับมาถึงพร้อมกับหิมะที่ปกคลุมอยู่ทั่วศีรษะและหัวไหล่ของเขา ดูท่าแล้วอากาศข้างนอกภูเขาคงจะเข้าสู่เหมันต์ฤดูเต็มตัวแล้วแต่ตอนที่มาถึง ในตัวของเขาก็ดูเหมือนไม่ได้จะพกงูชนิดที่ตามหามาด้วยเลย‌เสวี่ย‍หว่านรีบเดินไปต้มชาร้อน ‍ๆ มาให้เขาดื่มก่อนเป็นอย่างแรก ยามนี้ด้านในกระท่อมฝั่งที่เคยเป็นครัวและพังไปในครั้งแรกก็ถูกซ่อมแซมใหม่แล้ว แต่‌เสวี่ย‍หว่านไม่ได้ย้ายครัวกลับเข้ามา เพียงทำเป็นที่ชงชาและไว้เก็บขนมเท่านั้น เผื่อตอนดึกเวลาหิวจะได้ไม่ต้องเดินออกจากตัวเรือนไปต้มน้ำร้อนแถมไม่นานมานี้ ก็ยังได้จ้างช่างมาทำชุดโต๊ะนั่งเล่นสำหรับใช้นั่งดื่มน้ำชาไว้ในส่วนของตรงนี้เพิ่มด้วย และไม่ลืมที่จะเพิ่มเก้าอี้เป็นสามที่นั่ง เวลานี้จึงมีที่นั่งเพียงพอสำหรับสามคนพอดีเสวี่ย‍หว่านเพิ่งจะเทน้ำร้อนใส่ใบชา ‌เซียว‍ลี่‍หยางก็มาขอรับช่วงต่อแทน นางจึงเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะซึ่งอยู่ห่างกันไม่เกินสามก้าวจากที่ชงชา"เจ้าไม่ได้นำงูมาด้วย" เสวี่ย‍หว่านยังคงไม่อ้อมค้อมเช่นเคย"ขอร

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5เติ้ง‍อู๋จากไปเมื่อคืน แต่เมื่อดวงอาทิตย์สาดส่องที่ผืนดินอีกครั้ง เขาก็วนกลับมาอีกรอบ เมื่อวานเขาถูกเจ้านายสั่งให้ไปจับงูพิษและหาข้อมูลมาให้‌นายหญิงโดยไม่ต้องบอกเจ้าตัว แต่เขาก็เพิ่งจะนึกได้ว่าอีก‍ฝ่ายวานให้เขานำของไปมอบให้ตระกูลหงด้วยหากจะลงเขาไป ในตอนนั้นเขาปิดบังท่าน‍อ๋อง ช่วยนายหญิงทำเรื่องมากมายโดยไม่รายงานผู้เป็นนาย ครั้งนี้จึงต้องการไถ่โทษ จะบอกว่าเขาเป็นคนทรยศก็ได้ เพราะเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน "ข้านึกว่าเจ้าจะจากไปโดยไม่บอกข้าเสียอีก" ‌เสวี่ย‍หว่านที่กำลังยืนรดน้ำใส่แปลงผักที่สามีเพิ่งปลูกไปเมื่อวาน ก็เอ่ยทักโดยไม่หันไปมอง "ข้ากลับมาเอาของที่ท่านบอกจะมอบให้ตระกูลหง"‌เสวี่ย‍หว่านหยิบไม้แกะสลักที่มีชื่อตัวเองมอบให้เติ้ง‍อู๋ไป ก่อนจะมอบขวดยาขวดหนึ่งให้เขาด้วย "ขวดยาเป็นของเจ้า" เห็นเขารับไปแล้วมองนางด้วยความสงสัยนางก็เอ่ยว่า "ข้าคิดว่าจะไว้ใจเจ้าได้เสียอีก"เติ้ง‍อู๋รีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น มือทุบอกก้มหน้าลงต่ำ เขาถูกจับได้เสียแล้ว! ไหนนายท่านบอกจะปิดบังเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังไว้เล่า ไม่ว่าจะนายหญิง ไม่ว่าจะนายท่าน หรือกระทั่งตัวเขา ต่างก็ไม่ใช่ทั้งนักรบแล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status