Share

8

last update Tanggal publikasi: 2026-04-06 21:39:16

มู่หรันเฟิงบุตรสาวคนโตของใต้เท้ามู่ สิ้นใจในระหว่างการรักษาจากพิษบาดแผลที่ถูกโบย ทำให้นางได้เข้ามาในร่างนี้ จากความทรงจำที่ได้รับมาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง ในยุคนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ทำเรื่องไร้หัวคิดและดูไร้สาระเช่นนี้ได้

มู่หรันเฟิงใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับทุกอย่างในความทรงจำ รวมถึงจดจำผู้คนที่มุ่งร้ายกับเจ้าของร่างเดิม ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วก็มีแต่ต้องเรียนรู้และใช้ชีวิตต่อไป

คนไม่เข้าใจมู่หรันเฟิงก็เพราะนางนั้นแสดงออกแต่ทางที่ร้าย ทั้ง ๆ ที่นางนั้นน่าสงสารยิ่งกว่าใคร แต่ในเมื่อยามนี้นางเป็นมู่หรันเฟิงแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและดีที่สุดนั่นแหละ

หญิงสาวคิดพลางมองไปยังสาวใช้ทั้งสองของตน อดคิดไม่ได้ว่าอยู่กันมาตั้งนานก็ยังเป็นคนของจางเหมยหลินไปได้ แล้วนางจะเชื่อใจใครได้กันเล่า

หลังจากรักษาตัวมาหลายวัน ทั้งที่ถูกทิ้งขว้างรักษาด้วยยาราคาถูก แต่ร่างกายของมู่หรันเฟิงก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รอยบาดแผลใหญ่ก็ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ จนนางเองที่เห็นแผลกับตาก็ไม่อยากจะเชื่อ

“นายท่านเรียกคุณหนูไปพบที่ห้องโถงเจ้าค่ะ” มู่หรันเฟิงปรายตามองสาวใช้ทั้งสองคน งูพิษสองตัวนี้นางควรหาวิธีกำจัดอย่างไรดี

“มาช่วยข้าแต่งตัว” ในชีวิตก่อนนางเป็นคนเรียนรู้เร็วและหัวไว มู่หรันเฟิงจึงทำตัวให้เหมือนกับผู้คนที่นี่ นางกางแขนออกเล็กน้อยปล่อยให้สาวใช้คอยปรนนิบัติ

ยามก้าวเท้าออกจากเรือนนางรู้สึกมีลางสังหรณ์ว่าจะต้องเจอสุนัขที่เห่าจนน่ารำคาญ มู่หรันเฟิงใช้ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมเดินไปตามทางเดิน ไม่ทันไรก็มีบุรุษผู้หนึ่งมายืนขวางหน้า

“โผล่หน้าออกมาจากเรือนแล้วหรือ” มู่หรันเฟิงถึงกับกลอกตาเมื่อลางสังหรณ์นางนั้นเป็นจริง

ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นถึงบุตรชายคนโตของใต้เท้ามู่แต่มู่จื่อเหว่ยกลับเอาแต่เที่ยวเตร่เข้าหอโคมเขียวไม่เว้นวัน กลิ่นสุราและกำยานที่อบอวลไปทั่วก็คงบอกได้ไม่ยากว่าพี่ชายท่านนี้เพิ่มออกมาจากหอโคมเขียวและเพิ่งหลับนอนกับนางคณิกามา

“คารวะพี่ชายใหญ่” นางยอบกายทำความเคารพผู้อาวุโสกว่า มู่จื่อเหว่ยแม้แปลกใจแต่ในใจกลับหยิ่งผยองคิดว่าน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ถูกโบยจนคิดได้แล้วว่าควรวางตัวเช่นไร

“ถูกโบยแล้วเจ้าคงรู้ความขึ้นมาก หลังจากนี้เจ้าต้องเชื่อฟังข้า หาไม่แล้วข้าจะสั่งให้ท่านแม่ขับไล่เจ้าออกจากจวน” น้ำเสียงจองหองทำเอานางถึงกับเหลือบตามอง เขาเอาความมั่นใจว่ามาจากไหนว่านางจะต้องทำตามที่เขาบอก ยิ่งได้ยินประโยคถัดมานางก็อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง “นำเงินมาให้ข้าหนึ่งร้อยตำลึง”

“คำพูดพี่ชายใหญ่ฟังดูแล้วไม่ถูกอยู่บ้าง ในเมื่อเบี้ยหวัดข้าถูกท่านแม่ยึดไปหมดแล้ว ข้าจะเอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้ท่านได้อย่างไร เป็นท่านเองเสียอีกที่ควรช่วยเหลือน้องสาวเช่นข้า”

“เหลวไหล! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า เอาเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้า” มู่จื่อเหว่ยยกมือขึ้นเหนือศีรษะหวังจะตีคนตรงหน้าหากไม่ยอมทำตามที่สั่ง ถ้าได้เงินหนึ่งร้อยตำลึงคืนนี้เขาจะไปซื้อตัวคณิกาอันดับหนึ่งของหอบุปผา

มู่หรันเฟิงเองก็ยืนประจันหน้าอย่างไม่ยอม กำลังคิดว่าถ้ามือใหญ่ง้างลงมาตบนางเมื่อไร ก็เตรียมยกขาถีบอีกฝ่ายให้กระเด็น

แต่ก่อนที่จะได้ลงไม้ลงมือกัน สาวใช้เรือนใหญ่ก็มาตามมู่หรันเฟิงไปที่ห้องโถง

เมื่อเข้ามาในห้องโถงใหญ่ มู่หรันเฟิงลอบมองสำรวจทีละคนนั่งอยู่ ใต้เท้ามู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลางด้วยใบหน้าถมึงทึง เหมือนกับการนั่งรอนางเป็นเรื่องเสียเวลาและไร้ประโยชน์ ทางด้านขวาเป็นฮูหยินเฒ่าที่ปรายตามามองนางด้วยท่าทีไม่พอใจ ด้านซ้ายเป็นจางเหมยหลินที่มีสีหน้าพึงพอใจเหมือนกำลังรอชมเรื่องสนุก

“ปล่อยให้ผู้อาวุโสคอยใช้ได้ที่ไหน ตอนนี้เลอะเลือนถึงกับไร้มารยาทไปแล้วหรืออย่างไร” มู่หรันเฟิงพูดไม่ออกอยู่บ้างที่ถูกตำหนิเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่ามู่จื่อเหว่ยตั้งใจมาก่อกวนถ่วงเวลานาง ปรายตามองจางเหมยหลินก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนของสองแม่ลูก “ข้าคงใจดีกับเจ้ามากเกินไป ภายในสามวันนี้เตรียมเก็บข้าวของแล้วไปอยู่ที่ผิงอันจนกว่าเจ้าจะสำนึกผิด” จบคำพูดของบิดา แทนที่หรันเฟิงจะโวยวายนางกลับกำลังคิดว่าผิงอันมันคือที่ใด

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องที่นางควรกังวลตอนนี้ คือเรื่องสินเดิมของมารดาของมู่หรันเฟิงคนเก่า หากไม่วางแผนให้ดีสินเดิมคงต้องถูกช่วงชิงไปแน่

 “ผิงอัน พวกเจ้ารู้จักหรือไม่ว่ามันคือสถานที่แบบใด” นางถามสาวใช้ทั้งสองคนที่เดินตามอย่างเงียบ ๆ

สาวใช้ทั้งสองคนมองหน้ากันก็เงียบไปสักพักแต่เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ “ข้าจำได้แล้วเจ้าคะ เป็นบ้านตระกูลสายรองอยู่ที่เมืองผิงอัน เคยได้ยินว่าที่นั่นค่อนข้างจะกันดารอยู่บ้าง ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนทำเกษตรกร น้องชายของนายท่านก็อาศัยอยู่ที่นั่นเจ้าคะ” พอได้ฟังแล้วไม่รู้ว่าควรจะเสียใจหรือดีใจ หากคนที่นั่นเป็นเหมือนคนที่นี่เล่า ชีวิตต่อจากนี้ของนางคงลำบากไม่น้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status