สวนผักของนางร้าย

สวนผักของนางร้าย

last updateLast Updated : 2026-04-06
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
36views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ทะลุมิติมาเข้าร่างนางร้ายที่ถูกโบยจนตายเพราะทำลายงานปักปิ่นน้องสาวผู้แสนดี ถูกขับไล่ไปอยู่ในชนบทที่แสนลำบาก ใช้วิชาความรู้ที่ติดตัวมาปลูกผักจนได้ดี

View More

Chapter 1

1

มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมา

เจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออกจากบ้านทันทีโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ

“ลูกควรออกไปข้างนอกบ้าง จะมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไง แม่ได้ยินว่าเจ้าแม่ไฉ่หงศักดิ์สิทธิ์มาก ทำไมลูกไม่ลองขอพรเรื่องแฟนดูล่ะ” แม่ของเธอยังคงกังวลกับชีวิตคู่ของลูกสาวมากเกินไปทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มู่หรันเฟิงได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจึงตกปากรับคำหนิงซูมี่ไป

“นี่พวกแกเดินเร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวแดดออกก็บ่นร้อนกันอีก” หนิงซูมี่ร้องบอกเพื่อน ๆ ที่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเพราะถูกเธอโทรปลุกให้ตื่นกันแต่เช้า

“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ขอให้มาหรือมีมี่ชวนเธอไม่มีทางทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด มู่หรันเฟิงยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วที่พวกเธอเดินทางมาที่นี่ แสงแดดที่เริ่มแผดเผาทำให้ใบหน้าสวยชื้นไปด้วยเหงื่อ

“แกนั่นแหละที่ต้องควรมามูมากที่สุด ชีวิตนี้ยังไม่เคยโดนจิ้มเลยไม่ใช่เหรอ มาขอพรเถอะเผื่อจะได้มีวาสนาโดนเปิดซิงบ้าง” ยูทูบเบอร์สาวในชุดเกาะอกสีแดงและกระโปรงสีดำสั้นเพียงแค่คืบตะโกนออกมา ขณะทำสีหน้าสงสารเพื่อนรักที่ยังไม่ประสีประสากับเรื่องพวกนี้ พอหยิบยกขึ้นมาพูดทีไรก็จะทำท่าจะเป็นจะตายทุกที

“เดี๋ยวสิ เรื่องแบบนี้ก็ต้องเอาออกมาพูดกันในสถานที่แบบนี้ด้วยเหรอ” เด็กเรียนอย่างมู่หรันเฟิงถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเพื่อนสนิท ที่เธอยังซิงก็เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบต่างหาก

แม้ภาคปฏิบัติจะไม่เคยแต่ภาคทฤษฎีนี่แน่นปึ๊กเลยน่ะ ขอให้บอก ยัยคนพูดเองต่างหากทำตัวเป็นเซียนไม่เห็นว่ามันเคยประกาศว่าคบกับใครสักคน เห็นจะมีก็แต่แอบชอบเขาจนแชทหนักขวา ต้องกินแห้วเป็นพัก ๆ ไม่ใช่เหรอ?

“ที่จริงน่าจะมาตอนกลางคืนนะตอนกลางวันแบบนี้ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ฉันยังไม่สร่างเมาเลย อีกอย่างมาตอนกลางวันแบบนี้แม่ดาราสาวจะไม่ต้องปลอมตัวอย่างหนักเลยหรือไง” ลู่ต้าเหนิงบ่นออด ๆ แอด ๆ แต่ก็เดินตามเพื่อนไปอย่างทุลักทุเล

“เอาน่านาน ๆ จะได้รวมตัวกันที เดี๋ยวขอพรเสร็จพวกเรามาถ่ายรูปด้วยกันก่อนกลับนะฉันจะเอาได้เอาไปลงในช่องทางโซเชียลส่วนตัวของฉัน พวกชาวเน็ตที่เอาแต่เม้าท์ว่าฉันบ้างาน บ้าเงิน จนไม่มีเพื่อนคบจะได้สงบปากสงบคำลงบ้าง” เสวี่ยเยว่ฮวาดาราสาวชื่อดังพูดพลางขยับแว่นกันแดดสีดำสนิทให้เข้าที่

หลังจากเดินทางมาถึงสถานที่ขอพรทุกคนก็ยืนพักจนหายเหนื่อยแล้วเริ่มสงบจิตสงบใจ มองรูปปั้นเจ้าแม่ตรงหน้าแล้วเริ่มอธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนาทันที ผ่านไปครู่หนึ่งที่ทั้งสี่คนตั้งสมาธิอยู่ที่คำขออย่างสุดพลัง ท่านเป็นเจ้าแม่ที่โดดเด่นทางเรื่องความรักที่คนอยากมีคู่ต้องเข้าคิวมาเพื่อสักการะเลยทีเดียว

“คราวนี้แหละฉันจะต้องได้ผัวสักที” หนิงซูมี่เอ่ยอย่างลิงโลด เพื่อน ๆ ที่ได้ฟังต่างก็ส่ายหน้าเพราะเอือมระอาในเรื่องความบ้าผู้ชายของเพื่อนสาวคนนี้

“แต่ฉันไม่ได้มาขอผู้นะ ฉันมาขอเงิน เจ้าแม่จะให้หรือไม่ให้ไม่รู้แต่ขอไว้ก่อน” เสวี่ยเยว่ฮวาบอกกับหนิงซูมี่และเพื่อน ๆ อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะที่เธอมาในวันนี้เพราะอยากเจอเพื่อนมากกว่า

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วไหว้พระขอพรเสร็จแล้วพวกเราไปหาอะไรกินเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ” ลู่ต้าเหนิงหันมาชวนเพื่อน ๆ ที่ยืนกันอยู่คนละทิศคนละทาง

“แกนี่พูดอะไรเป็นลางจริง ๆ เลยนะต้าเหนิง ครั้งสุดท้ายบ้าบออะไรกัน ถึงฉันจะเอาแต่ทำงานจนแทบไม่มีเวลาว่างแต่ก็ยังพยายามหาเวลามาหาพวกแกนะ”

“บ้าน่ะ ฉันหมายถึงมาที่นี่เป็นครั้งสุดท้ายต่างหาก เพราะถ้าท่านศักดิ์สิทธิ์จริงพวกเราก็ไม่ต้องกลับมาอีกไง” ลู่ต้าเหนิงเถียงข้าง ๆ คู ๆ

“เออนั่นสิต้าเหนิงอย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ แกคงดื่มเหล้าจนสมองเลอะเลือนไปแล้วมั้ง ถ้ายังไม่เจอห้าหกฉันคนนี้จะยังไม่ยอมตายโดดเด็ดขาด”

“ฉันล่ะเชื่อแกเลยมีมี่ ที่สามารถพูดเรื่องนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย” แต่พอลู่ต้าเหนิงพูดเรื่องของกินท้องของมู่หรันเฟิงก็ส่งเสียงร้อง มื้อเช้ายังไม่ทันได้เข้าปากก็โดนลากออกมาที่นี่ หวังว่าเจ้าแม่ไฉ่หงคงเห็นความลำบากของเธอแล้วช่วยประทานพรให้เธอด้วย

“ฉันก็พูดเล่นไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ แกอย่าคิดมากเลยหรันเฟิง ว่าแต่มื้อเที่ยงนี้พวกเราจะกินอะไรกันดี”

“เอาเป็นอะไรง่าย ๆ ดีไหมฉันยังมีถ่ายแบบกับถ่ายละครอาทิตย์หน้า เดี๋ยวน้ำหนักขึ้นเวลาลดจะลำบาก” เสวี่ยเยว่ฮวาพูดพลางส่งยิ้มแหย ๆ ให้กับเพื่อน เพราะกลัวว่าเพื่อน ๆ จะบ่นว่าเรื่องมากแม้จะรู้ว่าทุกคนดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว หน้าตาของแต่ละคนสามารถเป็นดาราได้อย่างสบายๆ เลย เพียงแค่พวกมันไม่ได้สนใจก็เท่านั้นเอง

หลังจากตกลงกันพักใหญ่สาว ๆ ก็ตัดสินใจเลือกฝากท้องไว้ที่ร้านหม้อไฟเจ้าประจำ รูปปั้นเจ้าแม่ไฉ่หงสว่างวาบชั่วขณะหนึ่งโดยไม่มีใครสังเกต ทั้งสี่สาวเดินออกไปยังร้านจุดหมายที่ค้นหาในโซเชียล เสียงพูดคุยเรื่องสัพเพเหระดังขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านไปทำธุระส่วนตัว

ไม่มีใครรู้ว่าพรที่พวกเธอขอนั้นกำลังทำงานอยู่เงียบ ๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเจ็ดวัน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำเอามู่หรันเฟิงต้องรีบร้อนออกจากบ้านโดยที่ยังไม่ทันได้ลาแม่สักคำ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
1
มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมาเจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออกจากบ้านทันทีโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ“ลูกควรออกไปข้างนอกบ้าง จะมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไง แม่ได้ยินว่าเจ้าแม่ไฉ่หงศักดิ์สิทธิ์มาก ทำไมลูกไม่ลองขอพรเรื่องแฟนดูล่ะ” แม่ของเธอยังคงกังวลกับชีวิตคู่ของลูกสาวมากเกินไปทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มู่หรันเฟิงได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจึงตกปากรับคำหนิงซูมี่ไป“นี่พวกแกเดินเร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวแดดออกก็บ่นร้อนกันอีก” หนิงซูมี่ร้องบอกเพื่อน ๆ ที่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเพราะถูกเธอโทรปลุกให้ตื่นกันแต่เช้า“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ขอให้มาหรือมีมี่ชวนเธอไม่มีทางทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด มู่หรันเฟิงยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเว
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more
2
มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐบาลตั้งอยู่กลางเมืองหลวง ในห้องทดลองนี้เป็นสถานที่ทำงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท มู่หรันเฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชเพื่อให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงต้านโรคภัยได้ดีกว่าเดิมสองเท่าและเร่งการเจริญเติบโตได้ หญิงสาวหมุนเก้าอี้ทำงานกลับไปด้านหลังคว้าเอาเอกสารเดินไปที่ตู้กระจก ด้านในมีพืชสีเขียวที่กำลังเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี มองดูเอกสารในมือก็พบว่าระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนพืชที่ทำการทดลองก็เจริญเติบโตขึ้นมาจนน่าอัศจรรย์แต่อารมณ์ที่ดีของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้กระจกข้าง ๆ เธอ นึกไม่ถึงว่าวันนี้แม่คู่หูการทำวิจัยที่นาน ๆ จะโผล่หัวมาที จะเข้ามาเหยียบในห้องทดลอง“ดูเหมือนการทดลองครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี” การวิจัยนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ ตอนที่ต้องมาจับคู่กับมู่หรันเฟิงเธอเองก็หนักใจ แต่เพราะเชื่อมั่นในตัวอาจารย์หม่าและรู้ว่ามู่หรันเฟิงเป็นนักศึกษาชั้นแนวหน้า ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จย่อมมีชื่อเสียงตามมา“ปกติทุกวันเธอต้องรีบมีธุระกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงโผล่มาที่นี่ได้” ตั้งแต่เริ่มต้นการทำวิ
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more
3
แสงจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนไปที่ใบหน้าของมู่หรันเฟิงภายใต้กรอบแว่น สายตาไล่อ่านข้อมูลการวิจัยพืชที่ได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ก่อนที่หลี่เหยาเหยากับอาจารย์หม่าจะมาเธอได้สรุปการวิจัยทดลองนี้ไว้หมดแล้ว เหลือก็แค่ส่งต่อให้ศาสตราจารย์ที่ประจำในมหาวิทยาลัย รอเวลาที่ทุกคนจะได้รู้กันว่าใครกันแน่คือเจ้าของงานวิจัยนี้เสียงเรียกเข้าดังมาจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ดังขึ้น เธอเอี้ยวตัวหยิบขึ้นมาดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามา เมื่อเห็นเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทร่วมชั้นเรียนก็กดรับสาย“ทำไมคุณรับโทรศัพท์ช้าจัง รู้ไหมตอนนี้มีข่าวใหญ่แล้ว งานวิจัยที่คุณทำถูกตีพิมพ์ลงในบทความของมหาวิทยาลัย มีข่าวลือว่าตอนนี้เป็นที่สนใจของคนภายนอก คุณที่เป็นคนลงมือลงแรงมาไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ ตอนนี้ความดีความชอบอยู่หลี่เหยาเหยาคนเดียว” มู่หรันเฟิงเอนตัวพิงแผ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าเรียบนิ่งตั้งใจฟังโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี“ฉันรู้แล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่ได้ยินทำให้อีกฝ่ายของปลายสายร้อนรนแทน“คุณรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ รู้แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้หลี่เหยาเหยาทำแบบนี้กับคุณได้ นั่นเป็นผลงานวิจัยที่โดดเด
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more
4
มู่หรันเฟิงยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์เปิดอ่านข้อความในกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีคลิปวิดีโอที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคลิปวิดีโออะไร เป็นคลิประหว่างอาจารย์หม่ากับหลี่เหยาเหยาในห้องทดลองงานวิจัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเธอเองที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ แค่ให้เพื่อนสนิทช่วยเล็กน้อยหาคนที่ไว้ใจได้มาปล่อยคลิป หึ! งานวิจัยที่เธอเฝ้าอดหลับอดนอนทำมาทำไมถึงจะต้องยกให้คนอื่นง่าย ๆ ไม่นานในมหาลัยก็มีข่าวดังว่าอาจารย์หม่าผู้นี้ยังขโมยผลงานวิจัยของนักศึกษา ผู้คนต่างสาปแช่งและถุยน้ำลายใส่ สงสัยศาสตราจารย์คงเห็นข้อความที่เธอส่งให้แล้ว“คุ้นหน้าอยู่นะคะแม่ แต่หนูจำใครไม่ค่อยได้หรอกค่ะ” ถ้าแม่รู้ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอจะเป็นยังไงนะ ดวงตาสวยมองไปที่หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งดูข่าว ก็คงอาละวาดจนมหาวิทยาลัยแตกคุณนายมู่ของเธอดุจะตาย ขนาดเพื่อนบ้านยังไม่มีใครกล้ายุ่ง มู่หรันเฟิงนั่งหัวเราะคิกคักนินทาแม่ตัวเองในใจ“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่เพื่อนของลูกที่เป็นดาราเหรอ ทำไมถึงออกข่าวว่าเสียชีวิต” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ตะเกียบในมือร่วงหล่นทันที เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานการเสียชีวิตของเสวี่ยเยว่ฮวา มู่ห
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more
5
“ท่านแม่ ขะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” ใบหน้าที่งดงามแลดูบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อซบไปที่ไหล่ของมารดา จางเหมยหลินประคองศีรษะของบุตรสาวที่กระเซอะกระเซิงเอาไว้ ในใจของผู้เป็นมารดาแสนเจ็บปวดที่บุตรสาวโดนทำร้ายร่างกายแถมยังทำอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายมู่เจี้ยนหาวบุตรชายคนรองของใต้เท้ามู่กับจางเหมยหลินเมื่อเห็นน้องสาวถูกทำร้ายก็เดินเข้าไปประจันหน้ากับมู่หรันเฟิง เงื้อมือขึ้นต้องการจะตีอีกฝ่ายคืนแต่ถูกมารดาหยุดมือไว้“เจี้ยนหาวเก็บมือของเจ้าซะ แล้วมาช่วยแม่ดูน้องสาว” ถึงแม้นางจะเอ่ยปากห้ามแต่ดวงตากลับแอบชำเลืองมองลูกเลี้ยงที่บังอาจทำลายวันสำคัญของบุตรสาวคนเดียวของนาง ในแววตามีแต่ความมาดร้ายที่คิดจะกำจัดบุตรสาวของคนที่นางเกลียดไปให้พ้นทาง ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น จางเหมยหลินรีบเก็บสายตาทันทีเมื่อสามีเดินกลับเข้ามาในห้องโถงอีกครา“มู่หรันเฟิงเจ้าทำอะไรของเจ้า” หลังจากเร่งฝีเท้าไปรั้งเหล่าขุนนางไม่สำเร็จมู่หย่งเซินก็หันกลับมาจัดการกับบุตรสาวคนโตแทนการกระทำของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางจะกล้ากระทำเช่นนี้ต่อหน้าบรรดาขุนนางและธารกำนัล แม้แต่เหล่าฮู
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more
6
มู่หย่งเซินมองบุตรสาวที่เขาจงเกลียดจงชัง ยิ่งเห็นบาดแผลของมู่หรันฮวาเขาก็ยิ่งชิงชังบุตรสาวคนโต คำพูดของมู่หรันเฟิงเหมือนกระตุ้นบาดแผลในใจของใต้เท้ามู่ ก็เพราะสินเดิมเหล่านี้เขาถึงต้องทำร้ายจิตใจคนรักที่รักกันมานานอย่างจางเหมยหลิน แม้มารดาของหรันเฟิงจะเป็นฮูหยินเอกแล้วอย่างไร คนที่เขารักก็ไม่ใช่ทั้งนางหรือแม้กระทั่งมารดาของนาง“จับตัวนางเอาไว้” เสียงที่มีอำนาจตะโกนบอกบ่าวและสาวใช้ให้จับตัวมู่หรันเฟิงที่กำลังจะเดินออกจากห้องโถงไป“สงสัยข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปแล้วหรันเฟิง พาคุณหนูใหญ่ไปที่ลานกลางบ้าน” สิ้นคำสั่งของผู้นำตระกูลมู่ทำให้ใบหน้าของจางเหมยหลินกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เพราะนางรู้ดีว่าสามีของนางคิดจะทำสิ่งใดถ้าไม่ใช่เพราะกลัวคำครหาและมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานของใต้เท้ามู่ พวกเขาคงจัดการมู่หรันเฟิงไปให้พ้นหน้านานแล้ว แต่ยามนี้ต่อให้นางจะถูกเฆี่ยนจนตายลงไปก็คงไม่มีใครสนใจ เพราะการกระทำที่ไร้หัวคิดของนางนั้นรับรู้กันไปทั่ว ถ้าวันนี้เขาลงโทษโบยนางก็คงจะไม่มีใครคิดติดใจอะไร“พาข้ากลับเรือน” ฮูหยินเฒ่าที่ปกติจะสอดมือเข้ามายุ่งทุกเรื่องกลับมีท่าทีไม่สนใจ หญิงชราหลับตาลงแล้วลุกขึ้นอย่างเชื่อง
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
7
สาวใช้พากันพยุงคุณหนูใหญ่กลับมาที่เรือน ขาของนางลากมาตลอดทางจนเกิดบาดแผล เมื่อแม่นมเผยสั่งไม่ให้ใครช่วยเหลือก็ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งสาวใช้คนสนิทที่เคยคิดว่าเชื่อใจได้ก็โยนนางลงกับเตียงอย่างไม่ไยดี “เจ้าไปเอาผ้ามาเช็ดแผลที่หลังคุณหนูหน่อยเถอะ” มู่หรันเฟิงพลันได้สติตอนถูกโยนลงไปเตียง นางได้ยินเสียงสาวใช้เกี่ยงกันดูแลนาง ปากอยากขยับไล่ออกจากเรือนไปทั้งคู่แต่แค่จะพูดก็ยังไม่มีแรง ลืมตาก็ยังทำได้ยากเมื่อได้ยินคำพูดหนึ่งหลุดออกจากปากสาวใช้ นางก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตนเองที่หูหนวกตาบอด“ปล่อยให้เจ็บแบบนี้แหละยิ่งดี ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับฮูหยิน เผื่อฮูหยินจะตกรางวัลให้ข้า”“แล้วนายท่านเล่าจะว่าอย่างไร ถึงอย่างไรเรือนนั้นก็ตามหมอมารักษาคุณหนูรองแล้ว เจ้าก็ลองขอยามาให้คุณหนูใหญ่หน่อย”“ถ้าฮูหยินจะให้ยามารักษาคงจะเป็นยาพิษมากกว่า เจ้าก็รักษาไปตามวิธีของเจ้าเถอะ”“แล้วถ้าคุณหนูใหญ่ตายขึ้นมา” สาวใช้ผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันไปสบตากัน “เจ้าช่วยเรียนฮูหยินทีว่าอาการคุณหนูใหญ่ปางตาย ถ้าเกิดนางเป็นอะไรขึ้นมาเราจะได้พ้นโทษ”“กลัวไปได้ ถ้านางตายไม่มีใครกล้ากล่าวโทษเราหรอก มีแต่ฮูหยินจะตกรางวั
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
8
มู่หรันเฟิงบุตรสาวคนโตของใต้เท้ามู่ สิ้นใจในระหว่างการรักษาจากพิษบาดแผลที่ถูกโบย ทำให้นางได้เข้ามาในร่างนี้ จากความทรงจำที่ได้รับมาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง ในยุคนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ทำเรื่องไร้หัวคิดและดูไร้สาระเช่นนี้ได้มู่หรันเฟิงใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับทุกอย่างในความทรงจำ รวมถึงจดจำผู้คนที่มุ่งร้ายกับเจ้าของร่างเดิม ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วก็มีแต่ต้องเรียนรู้และใช้ชีวิตต่อไปคนไม่เข้าใจมู่หรันเฟิงก็เพราะนางนั้นแสดงออกแต่ทางที่ร้าย ทั้ง ๆ ที่นางนั้นน่าสงสารยิ่งกว่าใคร แต่ในเมื่อยามนี้นางเป็นมู่หรันเฟิงแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและดีที่สุดนั่นแหละหญิงสาวคิดพลางมองไปยังสาวใช้ทั้งสองของตน อดคิดไม่ได้ว่าอยู่กันมาตั้งนานก็ยังเป็นคนของจางเหมยหลินไปได้ แล้วนางจะเชื่อใจใครได้กันเล่าหลังจากรักษาตัวมาหลายวัน ทั้งที่ถูกทิ้งขว้างรักษาด้วยยาราคาถูก แต่ร่างกายของมู่หรันเฟิงก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รอยบาดแผลใหญ่ก็ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ จนนางเองที่เห็นแผลกับตาก็ไม่อยากจะเชื่อ“นายท่านเรีย
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
9
ดูจากนิสัยของฮูหยินเฒ่าแล้วจะเลี้ยงลูกออกมาดีได้อย่างไร ทุกคนก็คงเหมือนบิดาของมู่หรันเฟิงหมดกระมัง ช่างเถอะสิ่งที่นางต้องกังวลคือสมบัติของแม่นางมู่มากกว่า ดูจากสายตาและรอยยิ้มของจางเหมยหลินเมื่อครู่ คงอยากจะผลาญสินเดิมของอดีตฮูหยินจนตัวซีดตัวสั่นแล้วกระมัง นางไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ในเมื่ออีกฝ่ายวางแผนขับไล่นางไปได้ นางเองก็มีแผนไว้ในใจแล้วเช่นกันเท่าที่นางรู้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สามีและบ้านไม่สามารถยึดเอาสินเดิมของฮูหยินมาเช่นนี้ได้ เว้นแต่ผู้เป็นเจ้าของจะยินยอม แต่ในความทรงจำก็ไม่เห็นมีตอนไหนที่อดีตฮูหยินได้ทำลายลักษณ์อักษรยินยอมยกทรัพย์สมบัติให้กับใต้เท้ามู่ เพราะฉะนั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างย่อมตกเป็นของบุตรสาวเช่นนางคนตระกูลมู่อยากได้สินเดิมของอดีตฮูหยิน มิรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีบัญชีทรัพย์สินบันทึกควบคุมเอาไว้ โดยมีผู้อาวุโสลงชื่อเอาไว้เป็นพยาน หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่แท้จริงแล้วรู้ดีทุกอย่าง แต่มีความละโมบโลภมากอยากได้ของผู้อื่นโดยมิสนใจอะไรหรันเฟิงคิดได้เช่นนั้นก็รื้อค้นข้าวของในหีบไม้ออกมาดู ถึงอย่างไรเจ้าของร่างเ
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
10
“ฮึก ฮือ ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก พ้นจากปรโลกไม่ทันไรก็ถูกขับไล่ออกจากจวน ท่านแม่ไยท่านต้องทิ้งข้าไว้คนเดียว ทำไมท่านถึงไม่พาข้าไปด้วย” สตรีส่งผักได้ยินเสียงแว่วมาหูก็กระดิกทันที ผู้คนในตลาดมักบอกว่านางมีหูที่ดีและปากที่สว่างมากพอจะกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว ร่างที่สูงใหญ่ของนางเอียงตัวแอบฟังคนผู้หนึ่งตัดพ้ออยู่ข้างกำแพง“แต่ก็คงอีกไม่นานที่ข้าจะได้ตายตามท่านไป ท่านพ่อรังเกียจข้าถึงขนาดขับไล่ออกจากจวน ฮึก ฮือ ท่านแม่ เดินทางครั้งนี้ข้าอาจถูกโจรปล้นระหว่างทางคงไม่มีชีวิตรอดกลับ ท่าดีใจที่จะได้ไปอยู่กับท่านพร้อมหน้า แต่ถ้าไม่มีค่าแล้วทรัพย์สมบัติของท่านจะเป็นเช่นไร ท่านพ่อก็คงยกให้กับฮูหยินคนใหม่ใช่หรือไม่ ทำไมท่านพ่อถึงไม่รักข้าบ้าง ทั้งยังยอมให้น้องสาวหยิบฉวยสินเดิมของท่านแม่ไปใช้ในพิธีปักปิ่น พอข้าทวงความยุติธรรมก็ถูกโบยจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หมอสักคนก็ไม่เคยส่งมาดูแลข้า แต่เป็นเพราะท่านแม่ที่คุ้มครองข้า ข้าถึงยังมีชีวิตรอดมาได้” มู่หรันเฟิงมั่นใจแล้วว่าสตรีขายผักผู้นี้มาแอบฟังก็ร้องไห้คร่ำครวญหนักยิ่งกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าคนหลังกำแพงจะไม่ได้ยิน “แต่รอดมาได้แล้วอย่างไรในเมื่อข้าไม่เป็นที่ต้อง
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status