مشاركة

9

last update تاريخ النشر: 2026-04-06 21:39:55

ดูจากนิสัยของฮูหยินเฒ่าแล้วจะเลี้ยงลูกออกมาดีได้อย่างไร ทุกคนก็คงเหมือนบิดาของมู่หรันเฟิงหมดกระมัง ช่างเถอะสิ่งที่นางต้องกังวลคือสมบัติของแม่นางมู่มากกว่า ดูจากสายตาและรอยยิ้มของจางเหมยหลินเมื่อครู่ คงอยากจะผลาญสินเดิมของอดีตฮูหยินจนตัวซีดตัวสั่นแล้วกระมัง นางไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่

ในเมื่ออีกฝ่ายวางแผนขับไล่นางไปได้ นางเองก็มีแผนไว้ในใจแล้วเช่นกัน

เท่าที่นางรู้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สามีและบ้านไม่สามารถยึดเอาสินเดิมของฮูหยินมาเช่นนี้ได้ เว้นแต่ผู้เป็นเจ้าของจะยินยอม แต่ในความทรงจำก็ไม่เห็นมีตอนไหนที่อดีตฮูหยินได้ทำลายลักษณ์อักษรยินยอมยกทรัพย์สมบัติให้กับใต้เท้ามู่ เพราะฉะนั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างย่อมตกเป็นของบุตรสาวเช่นนาง

คนตระกูลมู่อยากได้สินเดิมของอดีตฮูหยิน มิรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีบัญชีทรัพย์สินบันทึกควบคุมเอาไว้ โดยมีผู้อาวุโสลงชื่อเอาไว้เป็นพยาน หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่แท้จริงแล้วรู้ดีทุกอย่าง แต่มีความละโมบโลภมากอยากได้ของผู้อื่นโดยมิสนใจอะไร

หรันเฟิงคิดได้เช่นนั้นก็รื้อค้นข้าวของในหีบไม้ออกมาดู ถึงอย่างไรเจ้าของร่างเดิมก็น่าจะมีทรัพย์สินติดตัวอยู่บ้าง หากนำไปที่ผิงอันก็คงจะไม่ลำบากสักเท่าไร

เมื่อค้นหาบัญชีสินเดิมของมารดาเจอแล้ว มู่หรันเฟิงก็นำไปแอบซ่อนไว้ที่อื่นไม่ให้ผู้ใดหาเจอ เมื่อมีโอกาสนางจะต้องกลับมาตรวจสอบสินเดิม แม้จะจัดการไม่ได้ในวันนี้แต่สักวันนางจะต้องทำให้เรื่องสินเดิมของตระกูลเฝิงให้กระจ่างให้ได้ เพราะนางรู้ว่าคงไม่ได้มีแค่ปิ่นที่โดนหักไปที่ถูกหยิบฉวยเอามา คงมีอีกหลายอย่างที่คนตระกูลนำหยิบออกไปเป็นของตนเอง

นางเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดของแม่นางมู่ที่ต้องหักปิ่นมารดาของตน แต่เจ้าของร่างเดิมคงไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือคนที่น่ารังเกียจอย่างแม่ลูกคู่นั้น โดยเฉพาะคนที่อาจจะเป็นคนฆ่ามารดาของนาง

 

ภายในเรือนของฮูหยินมีบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติบีบนวดไหล่ของนางคนละข้าง เมื่อนึกถึงท่าทีของลูกเลี้ยงก็คิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่บ้าง

“แปลกที่นางดูเชื่อฟัง ไม่ขัดขืน ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อน” จางเหมยหลินเองก็ไม่คิดว่ามู่หรันเฟิงจะมีท่าทีเช่นนี้ ที่นางตั้งใจเอาไว้คืออีกฝ่ายโวยวายยั่วโทสะสามีจนถูกโบยอีกครั้ง ครั้งนี้นางจะไม่พลาดให้อีกฝ่ายได้มีชีวิตฟื้นคืนขึ้นมา

“ไม้โบยคงทำให้คุณหนูใหญ่คิดขึ้นมาได้บ้างว่าใครที่เป็นใหญ่ที่แท้จริงในจวน เมื่อไปถึงเมืองผิงอันแล้วจะทำอะไรทางก็คงสะดวกนะเจ้าคะฮูหยิน” จางเหมยหลินมองไปที่แม่นมเผย รอยยิ้มชั่วร้ายของทั้งสองคนยกยิ้มขึ้นพร้อมกัน

 

ที่มู่หรันเฟิงยังไม่ทำอะไรกับจางเหมยหลิน เพราะนางเพิ่งเข้าร่างนี้มาได้ไม่นาน สมควรต้องคิดให้รอบคอบ แต่ถึงแม้จะจัดการจางเหมยหลินไม่ได้แต่นางสามารถจัดการงูพิษในเรือนสองตัวของนางได้

เจ้าของร่างเดิมที่ร้ายกาจส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสาวใช้ที่ชอบยุแยงให้เดินในทางที่ผิด ทั้งที่ยังเด็กแต่ก็ไม่เคยมีใครห้ามปรามอบรมสั่งสอน แม้แต่จะหาอาจารย์มาสอนศาสตร์ทั้งสี่ก็ยังไม่มี มีเพียงมู่หรันฮวาเท่านั้นที่อยู่ในสายตาท่านพ่อ

“คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ” สาวใช้ที่เดิมตามหลังถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อทางเส้นนี้ใช้เป็นทางไปห้องครัวและโรงซักล้าง

“ข้าอยากกินขนมกุ้ยฮวา จะไปสั่งให้คนครัวตั้งสำรับให้ข้า”

“คุณหนูแต่วันนี้เป็นวันส่งของนะเจ้าคะ ที่ประตูหลังคงวุ่นวายกันมาก ให้พวกบ่าวไปสั่งการเองเถอะเจ้าค่ะ” หรันเฟิงยิ้มอย่างพอใจเมื่ออีกฝ่ายตกหลุมพราง

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ทางหลังจวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีผู้คนพลุกพล่านเดินสวนกันไปมา “ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าสองคนไปบอกคนครัวเตรียมขนมกุ้ยฮวาให้ข้า แล้วรอรับขนมมาเลยอย่าชักช้า ข้าจะกลับไปรอที่เรือน” มู่หรันเฟิงหมุนตัวสาวเท้าเดินออกมาปล่อยให้สาวใช้เป็นคนจัดการ แต่ทางที่นางเลือกเดินกลับไม่ใช่ทางที่กลับเรือน

โดยมีสายตาสงสัยใคร่รู้จากน้องสาวต่างมารดามองตามด้วยความสงสัย

“คุณหนูอย่าไปสนใจเลยเจ้าคะ เดี๋ยวคุณหนูใหญ่จะมาหาเรื่องคุณหนูอีก” มู่หรันฮวาพยักหน้าก่อนจะละสายตาออกมา โดยไม่รู้เลยว่าการปล่อยให้มู่หรันเฟิงไปตรงนั้นเพียงลำพังจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของนางมากแค่ไหน

มู่หรันเฟิงแยกตัวออกมาจากสาวใช้ทำทีเดินไปอีกมุมเหมือนรอคอยบางอย่าง ไม่นานก็มีสตรีวัยกลางคนเดินผ่านประตูเข้ามาเพื่อส่งผัก รอคอยจังหวะที่สตรีผู้นั้นเข้ามาใกล้ มู่หรันเฟิงก็เริ่มการแสดงของนางทันที

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status