All Chapters of สวนผักของนางร้าย: Chapter 1 - Chapter 10

11 Chapters

1

มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมาเจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออกจากบ้านทันทีโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ“ลูกควรออกไปข้างนอกบ้าง จะมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไง แม่ได้ยินว่าเจ้าแม่ไฉ่หงศักดิ์สิทธิ์มาก ทำไมลูกไม่ลองขอพรเรื่องแฟนดูล่ะ” แม่ของเธอยังคงกังวลกับชีวิตคู่ของลูกสาวมากเกินไปทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มู่หรันเฟิงได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจึงตกปากรับคำหนิงซูมี่ไป“นี่พวกแกเดินเร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวแดดออกก็บ่นร้อนกันอีก” หนิงซูมี่ร้องบอกเพื่อน ๆ ที่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเพราะถูกเธอโทรปลุกให้ตื่นกันแต่เช้า“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ขอให้มาหรือมีมี่ชวนเธอไม่มีทางทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด มู่หรันเฟิงยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเว
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more

2

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐบาลตั้งอยู่กลางเมืองหลวง ในห้องทดลองนี้เป็นสถานที่ทำงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท มู่หรันเฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชเพื่อให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงต้านโรคภัยได้ดีกว่าเดิมสองเท่าและเร่งการเจริญเติบโตได้ หญิงสาวหมุนเก้าอี้ทำงานกลับไปด้านหลังคว้าเอาเอกสารเดินไปที่ตู้กระจก ด้านในมีพืชสีเขียวที่กำลังเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี มองดูเอกสารในมือก็พบว่าระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนพืชที่ทำการทดลองก็เจริญเติบโตขึ้นมาจนน่าอัศจรรย์แต่อารมณ์ที่ดีของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้กระจกข้าง ๆ เธอ นึกไม่ถึงว่าวันนี้แม่คู่หูการทำวิจัยที่นาน ๆ จะโผล่หัวมาที จะเข้ามาเหยียบในห้องทดลอง“ดูเหมือนการทดลองครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี” การวิจัยนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ ตอนที่ต้องมาจับคู่กับมู่หรันเฟิงเธอเองก็หนักใจ แต่เพราะเชื่อมั่นในตัวอาจารย์หม่าและรู้ว่ามู่หรันเฟิงเป็นนักศึกษาชั้นแนวหน้า ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จย่อมมีชื่อเสียงตามมา“ปกติทุกวันเธอต้องรีบมีธุระกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงโผล่มาที่นี่ได้” ตั้งแต่เริ่มต้นการทำวิ
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more

3

แสงจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนไปที่ใบหน้าของมู่หรันเฟิงภายใต้กรอบแว่น สายตาไล่อ่านข้อมูลการวิจัยพืชที่ได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ก่อนที่หลี่เหยาเหยากับอาจารย์หม่าจะมาเธอได้สรุปการวิจัยทดลองนี้ไว้หมดแล้ว เหลือก็แค่ส่งต่อให้ศาสตราจารย์ที่ประจำในมหาวิทยาลัย รอเวลาที่ทุกคนจะได้รู้กันว่าใครกันแน่คือเจ้าของงานวิจัยนี้เสียงเรียกเข้าดังมาจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ดังขึ้น เธอเอี้ยวตัวหยิบขึ้นมาดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามา เมื่อเห็นเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทร่วมชั้นเรียนก็กดรับสาย“ทำไมคุณรับโทรศัพท์ช้าจัง รู้ไหมตอนนี้มีข่าวใหญ่แล้ว งานวิจัยที่คุณทำถูกตีพิมพ์ลงในบทความของมหาวิทยาลัย มีข่าวลือว่าตอนนี้เป็นที่สนใจของคนภายนอก คุณที่เป็นคนลงมือลงแรงมาไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ ตอนนี้ความดีความชอบอยู่หลี่เหยาเหยาคนเดียว” มู่หรันเฟิงเอนตัวพิงแผ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าเรียบนิ่งตั้งใจฟังโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี“ฉันรู้แล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่ได้ยินทำให้อีกฝ่ายของปลายสายร้อนรนแทน“คุณรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ รู้แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้หลี่เหยาเหยาทำแบบนี้กับคุณได้ นั่นเป็นผลงานวิจัยที่โดดเด
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more

4

มู่หรันเฟิงยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์เปิดอ่านข้อความในกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีคลิปวิดีโอที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคลิปวิดีโออะไร เป็นคลิประหว่างอาจารย์หม่ากับหลี่เหยาเหยาในห้องทดลองงานวิจัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเธอเองที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ แค่ให้เพื่อนสนิทช่วยเล็กน้อยหาคนที่ไว้ใจได้มาปล่อยคลิป หึ! งานวิจัยที่เธอเฝ้าอดหลับอดนอนทำมาทำไมถึงจะต้องยกให้คนอื่นง่าย ๆ ไม่นานในมหาลัยก็มีข่าวดังว่าอาจารย์หม่าผู้นี้ยังขโมยผลงานวิจัยของนักศึกษา ผู้คนต่างสาปแช่งและถุยน้ำลายใส่ สงสัยศาสตราจารย์คงเห็นข้อความที่เธอส่งให้แล้ว“คุ้นหน้าอยู่นะคะแม่ แต่หนูจำใครไม่ค่อยได้หรอกค่ะ” ถ้าแม่รู้ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอจะเป็นยังไงนะ ดวงตาสวยมองไปที่หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งดูข่าว ก็คงอาละวาดจนมหาวิทยาลัยแตกคุณนายมู่ของเธอดุจะตาย ขนาดเพื่อนบ้านยังไม่มีใครกล้ายุ่ง มู่หรันเฟิงนั่งหัวเราะคิกคักนินทาแม่ตัวเองในใจ“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่เพื่อนของลูกที่เป็นดาราเหรอ ทำไมถึงออกข่าวว่าเสียชีวิต” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ตะเกียบในมือร่วงหล่นทันที เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานการเสียชีวิตของเสวี่ยเยว่ฮวา มู่ห
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more

5

“ท่านแม่ ขะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” ใบหน้าที่งดงามแลดูบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อซบไปที่ไหล่ของมารดา จางเหมยหลินประคองศีรษะของบุตรสาวที่กระเซอะกระเซิงเอาไว้ ในใจของผู้เป็นมารดาแสนเจ็บปวดที่บุตรสาวโดนทำร้ายร่างกายแถมยังทำอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายมู่เจี้ยนหาวบุตรชายคนรองของใต้เท้ามู่กับจางเหมยหลินเมื่อเห็นน้องสาวถูกทำร้ายก็เดินเข้าไปประจันหน้ากับมู่หรันเฟิง เงื้อมือขึ้นต้องการจะตีอีกฝ่ายคืนแต่ถูกมารดาหยุดมือไว้“เจี้ยนหาวเก็บมือของเจ้าซะ แล้วมาช่วยแม่ดูน้องสาว” ถึงแม้นางจะเอ่ยปากห้ามแต่ดวงตากลับแอบชำเลืองมองลูกเลี้ยงที่บังอาจทำลายวันสำคัญของบุตรสาวคนเดียวของนาง ในแววตามีแต่ความมาดร้ายที่คิดจะกำจัดบุตรสาวของคนที่นางเกลียดไปให้พ้นทาง ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น จางเหมยหลินรีบเก็บสายตาทันทีเมื่อสามีเดินกลับเข้ามาในห้องโถงอีกครา“มู่หรันเฟิงเจ้าทำอะไรของเจ้า” หลังจากเร่งฝีเท้าไปรั้งเหล่าขุนนางไม่สำเร็จมู่หย่งเซินก็หันกลับมาจัดการกับบุตรสาวคนโตแทนการกระทำของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางจะกล้ากระทำเช่นนี้ต่อหน้าบรรดาขุนนางและธารกำนัล แม้แต่เหล่าฮู
last updateLast Updated : 2026-03-26
Read more

6

มู่หย่งเซินมองบุตรสาวที่เขาจงเกลียดจงชัง ยิ่งเห็นบาดแผลของมู่หรันฮวาเขาก็ยิ่งชิงชังบุตรสาวคนโต คำพูดของมู่หรันเฟิงเหมือนกระตุ้นบาดแผลในใจของใต้เท้ามู่ ก็เพราะสินเดิมเหล่านี้เขาถึงต้องทำร้ายจิตใจคนรักที่รักกันมานานอย่างจางเหมยหลิน แม้มารดาของหรันเฟิงจะเป็นฮูหยินเอกแล้วอย่างไร คนที่เขารักก็ไม่ใช่ทั้งนางหรือแม้กระทั่งมารดาของนาง“จับตัวนางเอาไว้” เสียงที่มีอำนาจตะโกนบอกบ่าวและสาวใช้ให้จับตัวมู่หรันเฟิงที่กำลังจะเดินออกจากห้องโถงไป“สงสัยข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปแล้วหรันเฟิง พาคุณหนูใหญ่ไปที่ลานกลางบ้าน” สิ้นคำสั่งของผู้นำตระกูลมู่ทำให้ใบหน้าของจางเหมยหลินกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เพราะนางรู้ดีว่าสามีของนางคิดจะทำสิ่งใดถ้าไม่ใช่เพราะกลัวคำครหาและมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานของใต้เท้ามู่ พวกเขาคงจัดการมู่หรันเฟิงไปให้พ้นหน้านานแล้ว แต่ยามนี้ต่อให้นางจะถูกเฆี่ยนจนตายลงไปก็คงไม่มีใครสนใจ เพราะการกระทำที่ไร้หัวคิดของนางนั้นรับรู้กันไปทั่ว ถ้าวันนี้เขาลงโทษโบยนางก็คงจะไม่มีใครคิดติดใจอะไร“พาข้ากลับเรือน” ฮูหยินเฒ่าที่ปกติจะสอดมือเข้ามายุ่งทุกเรื่องกลับมีท่าทีไม่สนใจ หญิงชราหลับตาลงแล้วลุกขึ้นอย่างเชื่อง
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more

7

สาวใช้พากันพยุงคุณหนูใหญ่กลับมาที่เรือน ขาของนางลากมาตลอดทางจนเกิดบาดแผล เมื่อแม่นมเผยสั่งไม่ให้ใครช่วยเหลือก็ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งสาวใช้คนสนิทที่เคยคิดว่าเชื่อใจได้ก็โยนนางลงกับเตียงอย่างไม่ไยดี “เจ้าไปเอาผ้ามาเช็ดแผลที่หลังคุณหนูหน่อยเถอะ” มู่หรันเฟิงพลันได้สติตอนถูกโยนลงไปเตียง นางได้ยินเสียงสาวใช้เกี่ยงกันดูแลนาง ปากอยากขยับไล่ออกจากเรือนไปทั้งคู่แต่แค่จะพูดก็ยังไม่มีแรง ลืมตาก็ยังทำได้ยากเมื่อได้ยินคำพูดหนึ่งหลุดออกจากปากสาวใช้ นางก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตนเองที่หูหนวกตาบอด“ปล่อยให้เจ็บแบบนี้แหละยิ่งดี ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับฮูหยิน เผื่อฮูหยินจะตกรางวัลให้ข้า”“แล้วนายท่านเล่าจะว่าอย่างไร ถึงอย่างไรเรือนนั้นก็ตามหมอมารักษาคุณหนูรองแล้ว เจ้าก็ลองขอยามาให้คุณหนูใหญ่หน่อย”“ถ้าฮูหยินจะให้ยามารักษาคงจะเป็นยาพิษมากกว่า เจ้าก็รักษาไปตามวิธีของเจ้าเถอะ”“แล้วถ้าคุณหนูใหญ่ตายขึ้นมา” สาวใช้ผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันไปสบตากัน “เจ้าช่วยเรียนฮูหยินทีว่าอาการคุณหนูใหญ่ปางตาย ถ้าเกิดนางเป็นอะไรขึ้นมาเราจะได้พ้นโทษ”“กลัวไปได้ ถ้านางตายไม่มีใครกล้ากล่าวโทษเราหรอก มีแต่ฮูหยินจะตกรางวั
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more

8

มู่หรันเฟิงบุตรสาวคนโตของใต้เท้ามู่ สิ้นใจในระหว่างการรักษาจากพิษบาดแผลที่ถูกโบย ทำให้นางได้เข้ามาในร่างนี้ จากความทรงจำที่ได้รับมาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง ในยุคนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ทำเรื่องไร้หัวคิดและดูไร้สาระเช่นนี้ได้มู่หรันเฟิงใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับทุกอย่างในความทรงจำ รวมถึงจดจำผู้คนที่มุ่งร้ายกับเจ้าของร่างเดิม ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วก็มีแต่ต้องเรียนรู้และใช้ชีวิตต่อไปคนไม่เข้าใจมู่หรันเฟิงก็เพราะนางนั้นแสดงออกแต่ทางที่ร้าย ทั้ง ๆ ที่นางนั้นน่าสงสารยิ่งกว่าใคร แต่ในเมื่อยามนี้นางเป็นมู่หรันเฟิงแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและดีที่สุดนั่นแหละหญิงสาวคิดพลางมองไปยังสาวใช้ทั้งสองของตน อดคิดไม่ได้ว่าอยู่กันมาตั้งนานก็ยังเป็นคนของจางเหมยหลินไปได้ แล้วนางจะเชื่อใจใครได้กันเล่าหลังจากรักษาตัวมาหลายวัน ทั้งที่ถูกทิ้งขว้างรักษาด้วยยาราคาถูก แต่ร่างกายของมู่หรันเฟิงก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รอยบาดแผลใหญ่ก็ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ จนนางเองที่เห็นแผลกับตาก็ไม่อยากจะเชื่อ“นายท่านเรีย
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more

9

ดูจากนิสัยของฮูหยินเฒ่าแล้วจะเลี้ยงลูกออกมาดีได้อย่างไร ทุกคนก็คงเหมือนบิดาของมู่หรันเฟิงหมดกระมัง ช่างเถอะสิ่งที่นางต้องกังวลคือสมบัติของแม่นางมู่มากกว่า ดูจากสายตาและรอยยิ้มของจางเหมยหลินเมื่อครู่ คงอยากจะผลาญสินเดิมของอดีตฮูหยินจนตัวซีดตัวสั่นแล้วกระมัง นางไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ในเมื่ออีกฝ่ายวางแผนขับไล่นางไปได้ นางเองก็มีแผนไว้ในใจแล้วเช่นกันเท่าที่นางรู้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สามีและบ้านไม่สามารถยึดเอาสินเดิมของฮูหยินมาเช่นนี้ได้ เว้นแต่ผู้เป็นเจ้าของจะยินยอม แต่ในความทรงจำก็ไม่เห็นมีตอนไหนที่อดีตฮูหยินได้ทำลายลักษณ์อักษรยินยอมยกทรัพย์สมบัติให้กับใต้เท้ามู่ เพราะฉะนั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างย่อมตกเป็นของบุตรสาวเช่นนางคนตระกูลมู่อยากได้สินเดิมของอดีตฮูหยิน มิรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีบัญชีทรัพย์สินบันทึกควบคุมเอาไว้ โดยมีผู้อาวุโสลงชื่อเอาไว้เป็นพยาน หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่แท้จริงแล้วรู้ดีทุกอย่าง แต่มีความละโมบโลภมากอยากได้ของผู้อื่นโดยมิสนใจอะไรหรันเฟิงคิดได้เช่นนั้นก็รื้อค้นข้าวของในหีบไม้ออกมาดู ถึงอย่างไรเจ้าของร่างเ
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more

10

“ฮึก ฮือ ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก พ้นจากปรโลกไม่ทันไรก็ถูกขับไล่ออกจากจวน ท่านแม่ไยท่านต้องทิ้งข้าไว้คนเดียว ทำไมท่านถึงไม่พาข้าไปด้วย” สตรีส่งผักได้ยินเสียงแว่วมาหูก็กระดิกทันที ผู้คนในตลาดมักบอกว่านางมีหูที่ดีและปากที่สว่างมากพอจะกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว ร่างที่สูงใหญ่ของนางเอียงตัวแอบฟังคนผู้หนึ่งตัดพ้ออยู่ข้างกำแพง“แต่ก็คงอีกไม่นานที่ข้าจะได้ตายตามท่านไป ท่านพ่อรังเกียจข้าถึงขนาดขับไล่ออกจากจวน ฮึก ฮือ ท่านแม่ เดินทางครั้งนี้ข้าอาจถูกโจรปล้นระหว่างทางคงไม่มีชีวิตรอดกลับ ท่าดีใจที่จะได้ไปอยู่กับท่านพร้อมหน้า แต่ถ้าไม่มีค่าแล้วทรัพย์สมบัติของท่านจะเป็นเช่นไร ท่านพ่อก็คงยกให้กับฮูหยินคนใหม่ใช่หรือไม่ ทำไมท่านพ่อถึงไม่รักข้าบ้าง ทั้งยังยอมให้น้องสาวหยิบฉวยสินเดิมของท่านแม่ไปใช้ในพิธีปักปิ่น พอข้าทวงความยุติธรรมก็ถูกโบยจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หมอสักคนก็ไม่เคยส่งมาดูแลข้า แต่เป็นเพราะท่านแม่ที่คุ้มครองข้า ข้าถึงยังมีชีวิตรอดมาได้” มู่หรันเฟิงมั่นใจแล้วว่าสตรีขายผักผู้นี้มาแอบฟังก็ร้องไห้คร่ำครวญหนักยิ่งกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าคนหลังกำแพงจะไม่ได้ยิน “แต่รอดมาได้แล้วอย่างไรในเมื่อข้าไม่เป็นที่ต้อง
last updateLast Updated : 2026-04-06
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status