Beranda / อื่น ๆ / สวมร่าง แปรจิต / ตอนที่ 11-1 : ความสับสน

Share

ตอนที่ 11-1 : ความสับสน

Penulis: MooBin_Writer
last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 23:32:19

ตอนที่ 11-1 : ความสับสน

หลายเดือนผ่านไป

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนอนอันเงียบสงบ กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดนอน

เธอถอนหายใจยาว ก่อนที่จะยกมือแตะแก้มตัวเองเบา ๆ

“พิมมาลา”

‘เธอเป็นใครกันแน่…’

พิมมาลาคิดในใจ สายตาของเธอมองภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

ภายนอกยังคงเป็นใบหน้าของพิมมาลาไม่ผิดเพี้ยน แต่ภายในจิตใจ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่พิมมาลาคนเดิม

ในช่วงหลายเดือนมานี้ เธอมักเผลอพูด ตัดสินใจ หรือกระทำบางอย่างที่ไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ หลายครั้งเธอรู้สึกราวกับมีเสียงบางอย่างคอยชี้นำอยู่ในหัว แต่เธอกลับรู้สึกว่าเธอตัดสินใจทำด้วยตัวเอง ยิ่งเธอพยายามตั้งคำถามกับตัวเองมากเท่าไร อาการปวดศีรษะก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น และความเจ็บปวดจะหายไปต่อเมื่อเธอหยุดตั้งคำถาม

เมื่อถึงตอนนั้น ความสงสัยทั้งหมดก็จะค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับความรู้สึกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นการตัดสินใจของเธอเอง

พิมมาลามองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวในกระจก ราวกับต้องการมองทะลุถึงบางอย่างที่อยู่ภายในนั้น

“เธอคือใคร…”

“เธอต้องการอะไร… ฉันยังเป็นตัวฉันเอง… หรือเธอต่างหากที่เป็นตัวฉัน” เธอพูดกับตัวเองในกระจกอย่างแผ่วเบา แต่สายตามั่นคงเข้มแข็ง

เปรี๊ยะ!

“โอ้ย!”

อาการปวดหัวรุนแรงแล่นเข้ามาอีกครั้ง ราวกับมีใครเอาค้อนฟาดลงกลางหัวอย่างแรง จนเธอทรุดลงกับพื้น มือกุมขมับ สีหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด

“อะ… อ๊าาาาา”

แต่เพียงไม่กี่วินาที อาการปวดทั้งหมดก็หายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมความสงสัยเมื่อครู่พลันเลือนรางลง

พิมมาลาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

เธอมองตัวเองอีกครั้งในกระจก กะพริบตาไล่ความมึนงง จากนั้นรอยยิ้มสดใสก็ค่อย ๆ กลับมาปรากฏบนใบหน้าของเธออีกครั้ง ดวงตากลับมามีชีวิตชีวาราวกับเด็กน้อย

“อื้ม… พิมแค่โตขึ้น…”

“คิดอะไรกว้างขึ้น…”

“
อยากลองทำอะไรที่ไม่คุ้นเคย… เท่านั้นเอง” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

“ทุกอย่างพิมตัดสินใจด้วยตัวเอง… พิมจะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว… ไปกินข้าวดีกว่า” พิมมาลาเดินออกจากห้องเริงร่า ราวกับเมื่อครู่ไม่เคยมีคำถามใดเกิดขึ้นในใจของเธอเลย

—---

ห้องครัว

พิมมาลาเดินไปยังห้องครัว เธอเห็นหญิงสาวคนคุ้นเคยกำลังยืนเตรียมอาหารเช้าอยู่หน้าเตา

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารทำให้พิมมาลาเผลอเดินเร็วขึ้นจนแทบจะวิ่ง

“คุณเลขาแม่นมขาาาา…”

“มีอะไรให้เจ้าของบริษัทผู้หิวโหยกินบ้างค้าาาาา”

พิมมาลาโผเข้าไปกอดพิกุลจากทางด้านหลัง ราวกับสายฟ้าแลบ

“อ๊ะ…”

พิกุลอุทาน เพราะถูกจู่โจมกะทันหันจนแทบตั้งตัวไม่ทัน

พิมมาลาเอาหน้าซบแผ่นหลังของพิกุล สูดลมหายใจเบา ๆ

‘ฟุดฟิด ฟุดฟิด’

“หอมจังเลย”

“คิก… คิก… คิก… อย่าทำแบบนี้นะพิม… พิกุลจั๊กจี้”

“จั๊กจี้แบบนี้ยิ่งต้องแกล้ง” พิมมาลาไม่พูดเปล่า เธอยังแนบจมูกกับหลังของพิกุลแน่นกว่าเดิม พร้อมสูดลมหายใจ เอาจมูกถูไถ

ส่วนพิกุลก็ทั้งดิ้นทั้งหัวเราะพลางบิดตัวหนี

พิกุลหัวเราะจนเหนื่อย

“พอแล้วพิม… คิก คิก คิก… พอแล้ว”

“พิกุลยอมแพ้แล้ว… อ๊าาา… คิก… คิก”

“หึ หึ หึ ดีมากที่ยอมแพ้แต่โดยดี”

พิมมาลายิ้มพอใจอย่างผู้ชนะ ก่อนจะยอมถอนหน้าออกจากหลังของพิกุล พร้อมปล่อยอ้อมแขนที่กอดอยู่

ทันทีที่พิกุลเป็นอิสระ พิกุลถอนหายใจออกมาเบา ๆ

‘โป้กกก!’

“อ๋อยยยย”

พิกุลเขกหัวพิมมาลาเต็มแรงจนอีกฝ่ายรีบยกมือกุมหัว พร้อมทำหน้าเหมือนเจ็บจะเป็นจะตาย

“นี่ยัยพิม ที่บอกว่าหอมจังนี่หมายถึงอาหาร… หรืออะไรกันแน่”

พิกุลตีหน้าเข้ม มือหนึ่งเท้าเอว มองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

“ไม่บอกค่ะ” พิมมาลายิ้มหน้าทะเล้นแลบลิ้นขยิบตา ก่อนเปลี่ยนเรื่อง

“มีอะไรให้พิมกินบ้างคะ”

พิกุลย่นคิ้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“เช้านี้มีข้าวต้มใบเตย ไก่ผัดเห็ดหอม แล้วก็ไข่เจียวค่ะ” พิกุลตอบหน้านิ่ง

พิมมาลายิ้มกว้าง

“เย้… เห็ดหอมมม” พิมมาลายิ้มแป้น

“พิมชอบเห็ดหอมมากเลย พิมอยากกินนนนน…”

พิกุลขมวดคิ้วไปนิดหนึ่ง ก่อนย่นคิ้วมองอีกฝ่าย

“นี่ยัยพิมเธอคลั่งไคล้เห็ดหอมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

“ก็ไม่นานมานี้นี่เอง” พิมมาลาเอียงคอคิดนิดหน่อย

“พิมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบ”

“แต่ช่างมันเถอะ จะชอบกินเพราะอะไรก็ช่าง พิมไม่อยากจะคิดมากแล้ว” พิมมาลาพูดเสียงใส

“ดีค่ะ… ถ้าพิมชอบกินพิกุลจะทำให้บ่อย ๆ เลย” พิกุลดันแว่นเล็กน้อย ยิ้มมุมปาก

“อื้ม… ทำให้พิมเยอะ ๆ เลยนะ” พิมมาลายิ้มกว้าง

หญิงสาวสองคนมองตาและหัวเราะให้กัน อาหารมื้อเช้านี้จึงเป็นมื้อที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ … และเห็ดหอม

ติ๊งงง

เสียงเตือนจากแอปพลิเคชันแชตบนโทรศัพท์พิมมาลาดังขึ้น

เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏทำให้พิมมาลาหัวใจพองโต ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า

พิมมาลายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะพิมพ์ตอบกลับข้อความอย่างรวดเร็ว เสียงแจ้งเตือนดังสลับกับเสียงกดแป้นพิมพ์ไม่หยุด ถ้านับจริง ๆ ทั้งสองคนน่าจะคุยกันไปแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบข้อความ

ทุกครั้งที่พิมมาลากดส่งข้อความ รอยยิ้มของเธอก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เธอตอบข้อความของมาวิน อาการปวดหัวจะแล่นเข้ามา และเมื่อเธอรู้ตัวอีกที อาการนั้นก็กลายเป็นเพียงเรื่องปกติที่เธอไม่เคยตั้งคำถามอีกเลย

“แหม… ยิ้มหน้าบานเชียวนะพิม” พิกุลแซวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

“อื้ม คุยกับมาวินน่ะ” เธอพูดด้วยท่าทางเขินอาย

“พิมไปแต่งตัวก่อนนะคุณแม่นม” พิมมาลายิ้มกว้าง

“จ้าาา… ยัยลูกสาวตัวแสบ”

พิกุลยิ้มมองพิมมาลาที่รีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี

ทันทีที่พิมมาลาลับสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของพิกุลก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

‘
พิมมาลาเริ่มชินกับการถูกควบคุมแล้วสินะ’ เธอคิดในใจ

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภาพของหญิงสาวที่เขี่ยเห็ดหอม และบ่นเป็นหมีกินผึ้งทุกครั้งที่มีเห็ดหอมในอาหาร ก็แล่นเข้ามาในห้วงความคิดของเธอ

“ความทรงจำของพิกุลอีกแล้ว…” มะลิกัดฟันแน่น

“ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย”

เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

แต่ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็ยังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจของเธออย่างเงียบงัน

“ยังพอมีเวลา…” เธอพึมพำออกมาเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว

————

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status