Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-06-07 04:14:12

04 : บุกวังหลวง

“ข้าคิดว่าเรื่องนี้แปลกเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่น่าจะ...”

เหวินชิงเหยาคิดว่ามันมีเงื่อนงำจึงหันไปพูดกับพี่ชาย เหวินซานสือนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย

“แต่ท่านพ่อโดนทำลายวรยุทธ์ไปหมดแล้ว”

“ข้าจะเข้าไปสืบเอง อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่ามันแปลกอย่างที่ข้าคิดหรือเปล่า”

“แต่มันอันตราย ท่านแม่คงไม่ยอมให้เจ้าไป”

หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ “ท่านแม่ฟังข้า”

มารดาเป็นห่วงนางก็จริง แต่กลับเป็นคนที่รู้ดีกว่าใครว่านางไม่ใช่เหวินชิงเหยาคุณหนูที่แสนอ่อนแอคนเดิมแล้วจริง ๆ มือบางหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆ แถวนั้นขึ้นมา เหวินซานสือมองตามว่าน้องจะทำอะไร

กิ่งไม้เล็ก ๆ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นมีดสั้นอย่างช้า ๆ ด้วยพลังเหล็กอันแข็งแกร่งของราชาซอมบี้ ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาเหวินซานสือ...เขามองเหวินชิงเหยาสลับกับมีดสั้น

เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงแค่กิ่งไม้แห้งอยู่เลย

น้องสาวเขาทำได้อย่างไร!?

เหวินชิงเหยาไม่บอกอะไรมาก นางมองรอบ ๆ แล้วยัดมีดสั้นใส่มือเขา

“พี่ใหญ่เก็บไว้ป้องกันตัวเจ้าค่ะ แต่ถ้าจวนตัวท่านก็โยนทิ้งได้เลย ข้าสามารถทำขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ พี่ใหญ่ต้องแกล้งทำเป็นอ่อนแรงเพื่อตบตาพวกทหารคุมขบวนไปก่อนนะเจ้าคะ ส่วนข้าจะไปหาท่านแม่กับน้องเล็ก”

“อะ...อืม เจ้าไปเถอะ”

เหวินซานสืออึ้งจนกลายร่างเป็นท่อนไม้ไปแล้ว...

เหวินชิงเหยารีบเข้ามาในรถม้า พอมาถึงนางก็เห็นว่าท่านแม่กอดเสี่ยวอี้ร้องไห้จากข่าวสารที่พึ่งได้รับ เด็กน้อยเห็นมารดาร้องไห้ก็พลอยเบะปากร้องตาม

ส่วนด้านนอกมีคนในตระกูลหลายคนที่ยังเคารพภักดีกับบิดาส่งเสียงร้องเสียใจกันระงม

“พี่สาว ท่านพ่อไม่อยู่แล้ว” เสี่ยวอี้เงยหน้าบอกพี่สาวที่รับตัวเขาไปนั่งตัก มือเล็กกำแน่น แม้จะยังเด็กแต่เขาก็รับรู้ว่าบิดาถูกคนไม่ดีรังแกจากการพูดคุยของคนในจวน

ยิ่งเห็นมารดาร้องไห้ เด็กน้อยยิ่งจุกในอก

“ไม่เอาน่าเสี่ยวอี้ พี่อยู่ตรงนี้”

เหวินชิงเหยาพูด นางค่อย ๆ บีบคลายมือที่กำแน่นออก ใช้มือตบแผ่นหลังเขาเบา ๆ ให้ใจเย็นลง เหวินเสี่ยวอี้ยังเด็กนัก นางจึงไม่อยากให้เขามีความรู้สึกโกรธแค้นจนทำให้ชีวิตดำเนินไปด้วยความคิดจะล้างแค้น เด็กน้อยควรมีชีวิตที่สดใสตามวัยของเขามากกว่า

ส่วนเรื่องแก้แค้นให้เป็นหน้าที่ของพี่สาวคนนี้เอง!

เหวินชิงเหยาปลอบมารดาที่นั่งซึมทั้งวัน น้องชายหลับไปแล้วหลายตื่นจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ

นั่งคิดเรื่องของบิดาที่มีข่าวบอกว่าเสียชีวิตในกองเพลิง มันอาจจะเป็นไปได้ที่ท่านพ่อจะพลาดท่าเพราะตอนถูกคุมขังเขาถูกทำลายตันเถียนไปแล้ว

ผู้ที่ถูกทำลายตันเถียนจะไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้อีก ร่างกายจะอ่อนแอมากในช่วงแรก จนกว่าจะได้รับการรักษาร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม

“ท่านแม่หิวหรือไม่เจ้าคะ”

เหวินชิงอวี่ส่ายหน้า “แม่ไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกินอะไรบ้างนะเจ้าคะ ท่านแม่ต้องดูแลเสี่ยวอี้อีก”

เหวินชิงอวี่รับเสี่ยวอี้มานั่งตัก เอาซาลาเปาลูกใหญ่ส่งกลิ่นหอมที่เหวินชิงเหยาให้มาป้อนเด็กน้อย

หลังจากเศร้าโศกมาแล้วทั้งวัน เหวินชิงอวี่ก็กลับมามีสติอีกครั้ง ทว่าทั้งวันมานี้นางเห็นบุตรชายคนโตและบุตรสาวท่าทางเหมือนกำลังจะทำอะไรบางอย่าง ในช่วงจอดพักขบวนบุตรสาวก็จะหายไปจากรถม้าบ่อย ๆ

จนกระทั่งตอนมืดเหวินชิงอวี่ถึงได้รับคำตอบ

ในตอนที่คนในขบวนนอนหลับไปด้วยความเหนื่อย แม้กระทั่งเวรยามยังมีไม่เยอะเพราะเหล่าทหารผลัดกันนอน ทว่าเหวินชิงอวี่ที่แกล้งหลับเห็นบุตรสาวเอาผ้ามาคลุมใบหน้าเสียมิดชิด

“แม่ห้ามลูกไม่ได้สินะ” นางพูดเบา ๆ สองแขนยังกอดเสี่ยวอี้เพื่อให้ความอบอุ่น

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ดูแลเสี่ยวอี้ด้วย ลูกจะกลับมาภายในสามวัน” เหวินชิงเหยาไม่ได้ตกใจที่โดนจับได้ เพราะนางได้ยินเสียงลมหายใจไม่สม่ำเสมอ

แปลว่ามารดาไม่ได้หลับตั้งแต่แรก

“แม่กลัวทหารจะสงสัย”

“ท่านแม่บอกว่าอาการป่วยของข้ากำเริบเพราะตกใจเรื่องของท่านพ่อก็พอเจ้าค่ะ พี่ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ รถม้าจะคอยช่วยท่านแม่อีกแรง”

ปกติพวกทหารไม่ได้สนใจนางอยู่แล้ว เดิมทีร่างเดิมก็ไม่โดดเด่นพอให้ใครมาจับตามองอยู่แล้ว เป็นเพียงคุณหนูแสนอ่อนแอ ขี้อาย แถมไม่มีพลังปราณ ไม่ค่อยออกไปข้างนอกนักจนคนในตระกูลแทบจะไม่ได้เจอหน้านางสักเท่าไหร่

ตอนโดนเนรเทศเหวินชิงเหยาก็หลับไม่ตื่น

ถ้าบอกว่าอาการป่วยกำเริบจึงต้องนอนพักในรถม้าคงไม่มีใครสงสัย

หรือหากจะสงสัย ตอนนั้นนางคงกลับมาแล้ว

“สัญญาว่าจะกลับมาหาแม่” มารดาเอ่ยเสียงสั่นเครือ นางสูญเสียสามีไปแล้วหนึ่งคน นางจึงหวาดกลัวยิ่งนักว่าจะเสียบุตรสาวไปอีก

ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...เหวินชิงอวี่คงรับไม่ไหว

เหวินชิงเหยาชะงักมือไปเล็กน้อย ก่อนจะใช้ความมืดพรางสายตาแล้วเอาผ้าห่มที่ฟอกจากขนลิงกลายพันธุ์ออกมาห่มให้มารดาและน้องชาย

กลางวันร้อนตับแลบ ทว่าช่วงกลางคืนอากาศค่อนข้างเย็นจัด ผ้าห่มที่นำติดมาด้วยนั้นคลายหนาวได้เพียงนิด ในรถม้าอากาศเย็นมาก ส่วนข้างนอกแม้จะหนาวแต่มีกองไฟหลายกองก่อขึ้นเพื่อความอบอุ่น

“อย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าต้องกลับมาเพื่อพาทุกคนเดินทางให้ถึงเมืองเหนืออย่างปลอดภัย”

เหวินชิงเหยามั่นใจว่าตนจะไม่ตาย ด้วยพลังพิเศษที่มีสามารถสู้กับทหารฉกรรจ์นับพันคนได้แน่ ถ้าไม่ได้เก่งไปกว่าราชาซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ นางก็จะไม่เพลี่ยงพล้ำ

หรือถ้ามีอันตรายที่ไม่สามารถสู้ได้จริง ๆ ก็ยังมีสถานที่หลบภัยชั้นยอด

เหวินชิงเหยาไม่ได้ร่ำลาอะไรเพราะยังไงสุดท้ายต้องกลับมาอยู่แล้ว ร่างเล็กใช้เวลาแค่เสี้ยวอึดใจกระโดดออกไปทางหน้าต่างอย่างว่องไวแทบมองไม่ทัน เห็นแค่เงาลาง ๆ ที่ผลุบหายไปกับความมืดมิดในยามราตรี

เหวินชิงอวี่เบิกตากว้างตกใจ เนื่องจากพึ่งจะเคยเห็นบุตรสาวใช้วิชายุทธ์ครั้งแรก

ความว่องไวที่พึ่งเคยเห็นทำให้มารดาที่เป็นห่วงลูกสุดหัวใจโล่งอกไปได้มากโข ถึงไม่เคยเห็นการต่อสู้ของลูก แต่อย่างน้อย ๆ เหยาเอ่อร์น่าจะมีพลังมากพอที่จะดูแลตนเองให้กลับมาหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย

“เอาเถอะ อีกไม่เกินสามวันเท่านั้นเหยาเหยาก็จะกลับมา”

เหวินชิงอวี่ถอนหายใจ...

นางไม่ควรทำให้ลูกเป็นห่วงและควรเชื่อใจลูกด้วย

ทางด้านเหวินชิงเหยาที่หลบทหารยามออกมาได้อย่างง่ายดายก็เร่งเดินทางไปยังเมืองหลวง นางใช้พลังพิเศษเข้าช่วยเพื่อให้เร่งเดินทางได้ไวขึ้น

ถึงจะไม่มีพลังลมเคลื่อนไหวได้ภายในพริบตาเดียว แต่พลังพิเศษที่มีไม่ใช่พลังระดับธรรมดา การเคลื่อนไหวจึงรวดเร็วมากกว่าคนทั่วไปราวกับคนที่ใช้พลังปราณได้

ใช้เวลาเกือบหนึ่งคืนเหวินชิงเหยาก็เข้ามาถึงตัวเมือง ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามจะเข้าสู่รุ่งสางแล้ว

“ยังพอมีเวลา”

เหวินชิงเหยาหลบเข้าไปในตรอกแคบไร้ผู้คน จากนั้นก็เข้าไปในมิติเพื่อเปลี่ยนชุดให้รัดกุมขึ้น กลับมาอีกทีในชุดสีดำที่สะดวกในการอำพรางสายตามากกว่า ชุดปฏิบัติการทหารก็คล้าย ๆ กับชุดทหารเงาในยุคนี้ไม่น้อย

หญิงสาวไม่รอช้า รีบใช้เวลาอันน้อยนิดก่อนจะเช้าเข้าวังหลวงทันทีตามความทรงจำเดิม ไม่นานนางก็มาถึง

ร่างปราดเปรียวกระโดดข้ามกำแพงวังสูงกว่าสามจั้งเข้ามาอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ใช้วิชาปิดกั้นลมหายใจแล้วหลบไปตามเงามืดด้วยความว่องไวจนมองแทบไม่ทัน ทหารเฝ้าเวรยามยังไม่ทันจับสังเกตได้ด้วยซ้ำว่ามีคนบุกรุกเข้าเขตราชวัง

พื้นที่วังหลวงนั้นกว้างใหญ่มากนัก แต่ทว่าคุกหลวงก็หาไม่ยากเพราะมีซากปรักหักพังให้เห็นจากมุมสูง ร่างเล็กหลุบมองลงมาจากต้นไม้สูง ตอนแรกนางจะไปสำรวจคุกหลวงเพื่อหาเบาะแสบิดา

แต่ทว่ามองไปยังตำหนักหนึ่งก็นึกสนใจขึ้นมาดื้อ ๆ

เหวินชิงเหยาเชื่อในสัญชาตญาณ ร่างเล็กรีบกระโดดไปตามต้นไม้สูง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ทหารเฝ้าหน้าตำหนักตรงนี้มีเยอะพอสมควร เหวินชิงเหยายิ้มมุมปากเล็กน้อย

“มีหารเฝ้าเยอะขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ตำหนักฮ่องเต้ก็น่าจะเป็นคลังหลวง ดีล่ะ เรายิ่งไม่มีเงิน ถึงจะมีทองเยอะแยะในมิติแต่ก็ยังไม่อยากเอาไปแลกเงินหรอก พอดีอยากใช้เงินหลวงมากกว่าน่ะนะ”

ชาติก่อนขนทองมาเยอะมาก เงินทองในยุควันสิ้นโลกไม่มีความหมายแต่นางกลับเก็บเข้ามิติเพราะเสียดาย ไม่คิดเลยว่าเพราะความงกในวันนั้นที่ยอมเบียดเบียนพื้นที่ช่องว่างในมิติเล็ก ๆ แบ่งมาเก็บทอง มันจะมีประโยชน์ในวันนี้

ทว่าในตอนที่เหวินชิงเหยากำลังหยักยิ้มอย่างย่ามใจ นางพลันหูกระดิกเมื่อ...

“นังหนูนี่คิดจะปล้นวังหลวงของข้าหรืออย่างไร”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 101

    พอคิดได้ สองพ่อลูกก็ขนลุกเกรียว...พวกเขาผิดพลาดอย่างมหันต์!“กงหนานโจว...นับว่าโชคดีที่เจ้าตัดขาดจากตระกูลกงสายหลักก่อนหน้านี้จึงไม่ต้องโทษประหารตามตระกูลฮองเฮา แต่เจ้าอาจจะโชคร้ายที่ดันเกี่ยวดองกับตระกูลฟาง”กงหนานโจวไม่กลัวการต้องโทษ ทว่าเขาห่วงที่สุดก็คือบุตรชายตัวน้อย ร่างสูงใหญ่พลันคุกเข่าต่อห

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 100

    ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ คุกเข่าประสานมือด้านหน้า“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่”อันเฉินเฟิงพยักหน้าแล้วบอกให้ลุกขึ้นยืนซึ่งในขณะเดียวกันมือปราบอีกกลุ่มที่แยกตัวกันไปนำตัวคนตระกูลฟางก็มาถึง คราวนี้มีมือปราบมาเพิ่มเกือบยี่สิบคน ซึ่งนับเป็นขบวนที่ชาวเมืองเห็นต่างก็สนใจ กงหนานโจวจึงต้องเปิดจวนเพื่อนำทุก

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 99

    52 : ชะตาฟ้าลิขิต [ตอนจบ]“ตระกูลฟางหรือ ข้าไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยมีปัญหากับตระกูลฟาง” เหวินชิงเหยาย่นหน้านางเคยมีปัญหากับตระกูลฟางตอนไหน“แต่เอ๊ะ ตระกูลฟาง ข้ารู้สึกคุ้นจัง”“ตระกูลฮูหยินของเจ้าเมืองขอรับคุณหนู” เจียงหยงลุกขึ้นยืน เขาหันไปทางอันเฉินเฟิงและกำลังจะคุกเข่า ฝ่ามือหนาจึงยกขึ้นห้าม“ไม่ต

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 98

    หล่อ...ยิ่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ท่ามกลางแสงสลัวของแสงจันทร์ ออร่าความหล่อเหลาน่าดึงดูดก็ยิ่งกระแทกเข้าตาจนไม่รู้จะอธิบายให้เห็นภาพยังไงหล่อสะอาด หล่อผู้ดี หล่อสมศักดิ์ศรีชนชั้นสูงขนาดตอนป่วยใกล้จะตายเขายังหล่อมาก ๆ เลย!ชาติก่อนนางไม่เคยมีความรัก นางไม่เคยมีความรู้สึกอยากดูแล อยากอยู่กับเขาไปตลอดเหมือ

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 97

    “...” อันเฉินเฟิงมองเด็กอายุเท่า ๆ เสี่ยวอี้กำลังบิดตัวเขินอายด้วยสายตามองเด็กประหลาดเขาวางเด็กน้อยลง“เสี่ยวเป่า!”“ท่านแม่ขอรับ เสี่ยวเป่าเจอพี่สาวคนงามแล้วขอรับ!”ฟางซินซินกำลังคุยกับหลงจู๊ขายผ้าหันมาอีกทีก็เห็นว่าเสี่ยวเป่าถูกบุรุษร่างสูงที่มีกลิ่นอายน่าเกรงขามคว้าคอเสื้อห้อยต่องแต่ง นางตกใจจึง

  • สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ)   บทที่ 96

    51 : หล่อสะอาดปราศจากเวรรกรรม“ก็อย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละข้าเก็บมาจากตรอกขอทานจริง ๆ แล้วเด็กสี่คนนี้ก็น่าสงสาร ข้าดูแล้วเห็นว่าเด็กยังสามารถฝึกฝนต่อได้ก็เลยรับเลี้ยงเป็นศิษย์”ชายชราเอ่ยทั้งที่ยังนั่งเอกเขนก แม้แต่องค์ชายใหญ่นั่งตรงหน้าเขาก็ไม่นึกเกรงกลัว เกรงใจเล็กน้อยเท่านั้น ข้าง ๆ มีเด็ก ๆ ล้อม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status